เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 138 นางพญาฟูนัน 2

    “ พญานาคมีจริงด้วยหรือ” อาเปารีบถามทันที

    “ เป็นเรื่องเล่าขานมาเป็นพันปี ใครเล่าจะรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”  เจ้าหญิงเมธาวดีกล่าวสรุป

    “ เมื่อวานนี้มีคนถูกฆ่าตายไป หกคน ไม่รู้ว่าเป็นผีดูดเลือดหรือเปล่าไม่รู้ ทางมหาลัยเลยมีคำสั่งให้เรียนแค่ครึ่งวัน เลิกเรียนแล้วพวกเราไปกินชาบูกันดีไหม” แจ็คเอ่ยชวนทุก ๆ คน

    “ นี่นายไม่กลัวเลยหรือไง” วาวา กับเพื่อนๆ รุมอัดใส่แจ็คแต่เพียงผู้เดียว

    แต่ว่าหลังจากเลิกเรียน ทุกคนก็รีบกลับบ้านกันทันที ไม่มีใครอยากกลับเย็น  เทียนมาที่จอดรถที่เวลานี้ รอบๆ ไม่มีใครเลยสักคน

    ขณะที่เทียนจะขึ้นรถ เจ้าหญิงเมธาวดีก็เข้ามาหาเทียนเพียงคนเดียว โดยปล่อยให้เพื่อนที่คอยดูแล สองคน อยู่ห่าง ๆซึ่งน่าจะเป็นบอดี้การ์ดหญิงเสียมากกว่า

    “ คุณหลี่เทียน ฉันมีเรื่องอยากจะคุยด้วยหน่อย”

    “ เรื่องอะไรหรือ”

    “ ผอ.ฟ่านหลี ได้แนะนำคุณให้กับฉัน บอกว่าคุณไม่ธรรมดา หากอยากรู้เรื่องฆาตกร ฆ่า 6 ศพคุณจะรู้ดีกว่าใคร จริงหรือไม่”

    “ คุณเป็นถึงเจ้าหญิง สนใจเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?”  เทียนบอกออกไปเท่านั้น เจ้าหญิงก็ปล่อยหมัดซ้ายฮุคเข้าใส่ปลายคางเทียนทันที  แต่ว่าเทียนใช้มือจับหมัดเอาไว้ได้

    “ จะทำอะไร” เทียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ว่าเจ้าหญิงหญิงไม่หยุด กลับใช้ฝ่ามือข้างขวาเตรียมฟาดเข้าสันคอเทียนต่ออีก เทียนก็จับข้อแขนเอาไว้อย่างทันท่วงที แต่เจ้าหญิงยังใช้เข่าซ้ายใส่ลำตัวของเทียนอีกครั้ง แต่เทียนก็ใช้ต้นขาขวา เข้าแนบชิดหว่างขาองค์หญิง ทำให้เข่าไม่สามารถทำอะไรเทียนได้

    เจ้าหญิงยังไม่หยุด ในเมื่อใกล้ชิดกันขนาดนี้แล้ว ไม่สามารถออกอาวุธใดๆ ได้อีกจึงใช้หัวโขกเทียนต่อทันที เทียนแค่หลบซ้ายเท่านั้นก็พ้นแล้ว กลายเป็นว่าขาขวาของเทียนไปกั้นอยู่หว่างขาขององค์หญิง และแขนทั้งสองข้างทั้งสองเหมือนคนกอดกัน โดยศรีษะทั้งสองอยู่ซอกคอของแต่ละคน กลิ่นหอมของดอกจัสมิน โชยมาเข้าจมูกเทียน ทำเอาเทียนถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ พอนึกขึ้นได้ จึงผละออกมาพร้อมกัน

    “ ฝีมือดีนี่ แต่แค่นี้ไม่เพียงพอหรอก”  เจ้าหญิงเอ่ยจบ ก็ปล่อยยันต์สีเหลืองเข้าใส่เทียนเกือบสิบใบ  ยันต์ทั้งสิบพอเข้าใกล้เทียนกลับไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน ทันที

    เทียนยิงดัชนีลมจึ้จุดเจ้าหญิงเอาไว้ ทำให้แข็งค้างอยู่อย่างนั้น บอดี้การ์ดทั้งสองคนรีบเข้ามาจะช่วย ก็ถูกจี้จุดไปพร้อมกันทั้งสองคน ยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นขยับตัวไม่ได้

    “ เจ้าหญิง คุณเป็นบ้าอะไรนี่ อยู่ๆ ก็ต่อยเอา ๆ และยังใช้เวทย์มนตร์ใส่กันแบบนี้”

    “ ฉันแค่อยากทดสอบคุณเท่านั้น ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

    “ ทดสอบอะไร”

    “ ทดสอบว่า มีคุณสมบัติพอที่จะให้มาร่วมกันล่านางมารกับเราได้หรือเปล่า”

    “ แล้วเป็นไง”

    “ ผ่าน รีบปล่อยฉันเร็วๆเถอะน่า” เทียนคลายจุดให้กับทั้งสามคน

    “ ใครคือ นางมารที่คุณจะตามล่ากัน”

    “ นางพญาฟูนัน กับ นักบวชหญิงกังสตาลวาตี ตามมา ฉันจะพาไปกองบัญชาการ”

    เจ้าหญิงเมธาวดี พาเทียนไปขึ้นรถตู้สีดำของเจ้าหญิง แล้วมาที่ตึกหลังหนึ่งไม่ไกลจากมหาลัยเท่าใดนัก พอเข้าไปก็พบกับ คนอีกเกือบสิบคน แต่ละคนมีอาวุธประเภท ธนูหน้าไม้ ดาบยันต์ ปืนน้ำมนต์ ยันต์เพลิง ปืนแสงอาฑิตย์ โดยมีจอคอมพิวเตอร์เกือบสิบเครื่อง คอยตรวจสอบความร้อนที่สูงขึ้น หรือ เย็นลงผิดปกติ ตามสถานที่ต่าง ๆ รอบโรงพยาบาล และโรงเรียน  หลังจากแนะนำทุกคนให้รู้จักเทียนแล้ว เจ้าหญิงก็กล่าวต่อว่า

    “ เมื่อวานเราตรวจพบพลังงานที่น่าสงสัย สองจุดผุดขึ้นมาจากใต้ดิน มุ่งเข้าในเขตการค้า จากนั้น พลังงานนี้ก็หายไป รุ่งเช้าเราพบศพ นอนตายหกศพ ซึ่งตรงกับตามตำราโบราณที่บันทึกเอาไว้ในตำราหนังสัตว์ ของอาณาจักรของเราว่าพวกเขาตายเพราะถูกดูดพลังชีวิตไปจนหมด  และจากตำราหนังสัตว์โบราณบอกว่า  มีอยู่สองคนเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้คือ นางพญาฟูนัน กับ นางกังสตาลวาตีผู้ช่วยของพระนาง” 

    “ นางกังสตาลวาตี ผู้ช่วย” เทียนทวนชื่อนี้เพราะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไร

    “ ใช่แล้ว นางคือนางห้ามของอาณาจักรในสมัยนั้นมีหน้าที่สอน เรื่องเพศศึกษาให้กับ ทายาทเชื้อพระวงศ์ และ ทายาทขุนนางระดับสูง ทุกคน นางกลายเป็นหญิงศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกคนยอมรับนับถือ มีอำนาจชี้นำสมมุติเทพทั้งหลาย ยิ่งนางได้สมสู่กับบุรุษที่บริสุทธิ์มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้นางมีพลังและอายุยืนมากขึ้นเท่านั้น และนางยังคงเป็นผู้ช่วยนางพญาฟูนัน ควบคุมหญิงสาวที่จะมาเป็นพระสนม หากใครขัดขืนหรือทำผิด นางจะสักอักษร ทาส ไว้บนหน้าผาก แล้วไปปล่อยกลางตลาด ซึ่งหากใครได้เห็นหญิงที่มีรอยสักบนหน้าผากว่าทาส สามารถลากไปข่มขืน ได้อย่างไม่ผิดกฏหมาย นี่ไม่รวมถึงการลงโทษที่เคยกล่าวเอาไว้แล้ว”

    “ แล้วพวกคุณพบเบาะแส อะไรบ้างหรือเปล่า”

    “ พวกเราพบ พลังงานสองจุด ที่โผล่ออกจากใต้ดิน แล้วมีอีกสามสี่จุด อยู่รอบโรงพยาบาล จากข้อมูลตำราหนังสัตว์โบราณ นางกังสตาลวาตี ถูกทำลายซากศพไปตั้งแต่ หลายพันปีก่อน คงเหลือแต่ร่างของนางพญาฟูนันถูกฝังไว้ในเทวสถานเท่านั้น แต่หลังจากน้ำทะเลได้ท่วมเมื่อพันปีก่อน ทำให้ดินตะกอนเข้ามากลงฝังเมืองโบราณแห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 50 เมตร ทำให้ไม่มีใครสำรวจถึงเทวสถานโบราณแห่งนี้อีกเลย”

    “ แล้วเจอปีศาจอะไรบ้างหรือยัง”

    “ ไม่เจออะไรเลย แต่พวกเราก็ส่งคนเฝ้าระวังไว้อยู่”

    เทียนมองเครื่องมือ แล้วพวกอาวุธเหล่านี้ หากเจอพวกปีศาจจริงๆ คงไม่สามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน เทียนยังไม่พูดอะไรมาก ก็มีสัญญาณเตือน ว่าพบปีศาจแล้ว เทียนลุกขึ้นมาดูจอมอนิเตอร์ด้วยอีกคนพบว่า จุดที่พบ อยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง  ทุกคนก็รีบไปที่ห้างนั้นทันที

    พอเข้าไปในห้างเทียนก็เห็นปีศาจที่พวกของเจ้าหญิง จับสัญญาณได้ เทียนพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหัว ยิ่งมองเห็น มือถือของพวกเขาจับสัญญาณได้บ้างไม่ได้บ้าง

    นั่นมันเป็นกุมารทองถือขวดน้ำแดงขี่ควายธนูตัวเท่าหมาเดินตามหลังสาววัยรุ่นคนหนึ่งในห้าง ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรมาก ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร แต่หน่วยปราบปีศาจขององค์หญิงดูจริงจังมาก ในการจะจับ กุมารทองขี่ความธนูตัวน้อยนี้ให้ได้

    “ เจ้าหญิง ถามหน่อย พวกเขาเคยจับปีศาจมาก่อนจริง ๆ หรือ?” เทียนกระซิบถามข้างหูเจ้าหญิง

    “ ก็เคยมาบ้าง ส่วนใหญ่จับแวมไพร์ดูดเลือด แต่พวกที่ไม่มีตัวตนนี่ ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน”  เจ้าหญิงเริ่มรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่เป้าหมาย เลยพูดออกไปแบบไม่เต็มเสียง

    “ ที่สัญญาณจับได้นั้น เป็นกุมารทองขี่ควายธนู  ที่เขาเลี้ยงไว้ไม่ได้ทำร้ายใคร สั่งถอนกำลังกลับได้แล้ว”  เทียนบอกเจ้าหญิงไปตามตรง

    “ จริงดิ” 

    เทียนไม่ตอบแต่รู้ว่ามีสิ่งปกติขึ้นมา เหมือนมีคนส่งเสียงเรียกร้องอยู่ด้านนอกห้างสรรพสินค้า เทียนหายวับไปออกไปดู พบสาวสวยวัย 25 ปี สวมชุดกระโปรงแซกสีขาว สวมแว่นตาดำ แต่งหน้าทันสมัย ยืนอยู่ที่ลานจอดรถ มีชายคนหนึ่งใส่สูทผูกไทค์ ยืนอยู่ด้านข้าง คอยดูแลความปลอดภัยให้ กับสาวสวยผู้นี้

    “ เสด็จพี่ ในที่สุด ข้าก็เจอเสด็จพี่อีกครั้ง”

    “ นี่...คุณเป็นใครกัน...”  เทียนถามออกไป ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่คน แล้วมองไปแล้วก็น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปีมาแล้ว ส่วนไอ้คนที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นเป็นปีศาจเวตาลชัด ๆ แปลงร่างกลายเป็นหนุ่มซะหล่อเฟี๋ยว

    “ นี่ท่านจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ ข้าคือ  อารยามหาเทวี ของท่านยังไงล่ะ”

    โอ้ บ้ากันไปใหญ่แล้ว นี่เราต้องมากำจัดนางปีศาจตนนี้นะ แต่ทำไมถึงไม่อยากทำร้ายนางเลย 

    “ คุณคงเข้าใจผิด ผมชื่อหลี่เทียน เป็นนักศึกษาแพทย์ นะครับ”

    “ เสด็จพี่ ท่านคงมากำเนิดใหม่ เมื่อชาติก่อนท่านก็ได้ชื่อว่า พระเจ้าเธียรวรมัน มาเกิดใหม่ ท่านยังใช้ชื่อว่าเทียนเหมือนกันเลย”  สาวสวยเดินเข้ามากอดเทียนแน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้เทียนรู้สึกแปลก ๆ บอกไม่ถูกเหมือนคุ้นเคย แต่ไม่คุ้นใจยังไงไม่รู้  เทียนพยายามแกะมือออก เพื่อจะได้เจรจากันให้รู้เรื่องก่อน

    “ เมื่อวานมีการฆ่าคน โดยการดูดพลังชีวิตไป 6 คน เกี่ยวข้องกับคุณหรือเปล่า” เทียนใส่คำถามออกไปก่อน

    “ เมื่อวานหรือ ข้าจะฆ่าคนพวกนี้ไปทำไม่กัน ข้าไม่ใช่ปีศาจนะ”

    “ คุณอยู่มาเกือบสองพันปี ไม่ใช่ปีศาจแล้วให้เรียกว่าอะไร โดยเฉพาะ เจ้าเวตาลนั่น”  เทียนถามย้อนกลับไป เพราะรู้แล้วว่า ทั้งสองคนนี้ไม่ได้ฆ่าอย่างแน่นอน

    “ ข้ามีสายเลือดพญานาคราชกับมนุษย์ เมื่อพันปีก่อนข้าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เลยต้องจำศีล1พันปี พอได้พลังข้าเลยฟื้นคืนชีพกลับมาใหม่ ส่วนเจ้าเวลัน นั้นเป็นเพื่อนของข้ามาตั้งแต่เด็ก เป็นสัตว์อสูร มันกินแต่กล้วย จะไปเป็นปีศาจได้อย่างไร”

    เทียนไม่อยากเถียง แต่ก็สงสัยว่าเรื่องเล่าจากเจ้าหญิงเมธาวดี ว่าอารยานั้นโหดร้ายเป็นปีศาจ แต่หลังจากได้คุยและสัมผัส เธอไม่น่าใช่คนที่จะโหดร้ายแบบที่เจ้าหญิงเมธาวดีเล่ามาเลย   ทันใดนั้นกลุ่มของเจ้าหญิงเมธาวดีก็เข้ามาสมทบกับเทียน

    “ มีอะไรหรือเปล่า”  เจ้าหญิงเอ่ยถามเทียน แล้วมองหน้า อารยามหาเทวีด้วยสายตาแปลก ๆ

    “ ไม่มีอะไร แค่ทักคนผิด ไปกันเถอะ”  เทียนกำลังจะไป ไม่อยากให้เครื่องตรวจจับมันส่งสัญญาณเตือน จะทำให้ปะทะกันเปล่า ๆ

    “ หยุดก่อน”  อารยา พุ่งตัวเข้ามาใกล้เทียน แล้ววางไข่มุกไว้ในมือเทียน 1 เม็ด

    “ ไข่มุกนี้จะทำให้ท่านรู้เรื่องราวของเรา แล้วสามารถติดต่อกันได้ผ่านมัน”

    อารยากระซิบที่ข้างหูเทียนแล้วเดินไปขึ้นรถแล้วจากไป เทียนหันไปดูมือถือของกลุ่มเจ้าหญิง  เครื่องตรวจจับปีศาจก็ไม่มีสัญญาณดัง และเทียนก็สัมผัสว่า อารยากับอาลัน ไม่ใช่ปีศาจอย่างแน่นอน 

    เทียนกลับมาบ้านก็นำไข่มุกที่อารยาให้มาแล้วปล่อยพลังเข้าไป ความทรงจำทั้งหมด ที่ถูกเก็บไว้ในไข่มุก ก็ไหลเข้าสู่สมองของเทียนทันที

    ที่แท้ เมื่อสองพันปีก่อน มีคนที่เกิดมาหน้าเหมือนเทียน ชื่อว่าพระเจ้าเธียวรมันจริงๆ ด้วยทั้งสองรักกัน แต่ว่าพระเจ้าเธียวรมันนั้นเป็นมนุษย์ อยู่ไม่ถึง 100 ปีก็ตาย พอเกิดใหม่อีกครั้ง อารยาก็ไปรับมาเลี้ยงดูเตรียมเป็นสามีในอนาคต

    ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่สิบ เทียนเกิดใหม่แต่ว่าโตขึ้นมากลับมาหลงรัก หญิงสาวอาณาจักรเจนละ ซึ่งหน้าตาก็เหมือนเจ้าหญิงเมธาวดีมาก จนสุดท้ายร่วมมือกันเพื่อยึดอำนาจจาก อารยามหาเทวี ซึ่งได้กลายเป็น นางพญาฟูนันไปแล้ว

    โดยมี นางห้ามชื่อว่ากังสตาลวาตี เป็นผู้ช่วยเหลือหายาพิษมาให้เพื่อกำจัดอารยามหาเทวี สุดท้ายพอเทียนชาติก่อนก็หลอกให้นางดื่มยาพิษเข้าไป เลยทำให้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไป

    หลังจากนั้นเทียนก็จัดการสังหารนางกังสตาลวาตี แล้วหั่นร่างเป็นชิ้น ๆแล้วเอาไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ไปโรยทั่วเมือง กลายเป็นปุ๋ยให้กลับต้นไม้ ทำให้วิญญาณของนางกังสตาลวาตีเคียดแค้น เทียนกับเมธาวดี เลยสาปแช่งให้บ้านเมืองล่มจม สุดท้าย บ้านเมืองก็ล่มจมไปตามคำสาปแช่ง ถูกน้ำทะเลลืนกินมาเป็นพันปี

    เทียนลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วถอนหายใจ เพราะรู้ว่า คนในอดีตนั้นไม่ใช่เทียนอย่างแน่นอน เพราะวิญญาณของเขา เป็นร่างของเทพยูเรนัส อวตารมาเกิดใหม่ แต่คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า คนในอดีตนั้นหน้าเหมือนเทียนจริง ๆ

    เทียนติดต่อไปหา อารยาทันที

    “ ในที่สุดท่านก็ติดต่อมา ท่านจะกลับมาอยู่ที่บ้านข้า หรือให้ข้าไปอยู่ที่บ้านท่านดี”

    “ ใจเย็นๆ ผมแค่จะมาบอกว่า ผมทราบทุกอย่างแล้ว นั่นมันเป็นคนในอดีตไม่ใช่ผมในปัจจุบัน คุณอย่าไปยึดติดมากนัก ผมแค่อยากรู้ว่า จะหานางกังสตาลวาตีได้ที่ไหน เพราะผมกลัวว่า นางจะเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์อีก”

    “ ฮึ ผู้ชายก็เป็นอย่างนี้ตลอด นางกังสตาลวาตีมันเคียดแค้นท่านมาก อีกไม่นานหรอกมันจะไปหาท่านเอง  หากท่านอยากพบเร็วก็ไม่ยาก ไปหาต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง วิญญาณของนางอาศัยร่างต้นไม้ใหญ่นั้นอยู่”

    “ อืม ถึงว่าทำไมถึงหาไม่เจอที่แท้ไปหลบ อยู่จนกลายเป็นวิญญาณต้นไม้ไปแล้วนี่เอง ขอบใจนะ”

    “ ท่านพี่นี่ท่านจะไม่รับผิดชอบข้าเลยหรือยังไง ชาติก่อนท่านก็วางยาคิดสังหารข้า

    ทำให้ข้าต้องนอนจำศีลมาเป็นพันปี  ข้ายังไม่คิดแค้นท่านเลยนะ”

    “ คนชาติก่อน กับคนชาติปัจจุบันนี่มันเป็นคนละคนกันนะ”

    “ ท่านจะไม่รับผิดชอบก็เลยหาข้ออ้างแบบนี้ใช่ไหม”

    “ เอาละ แล้วอยากให้ผมรับผิดชอบอะไรล่ะ”

    “ พาข้าไปอยู่ด้วยก็พอ”

    “ ขอผมจัดการกับปีศาจตนนี้ก่อน แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องนี้”  เทียนไม่รู้จะรับผิดชอบได้อย่างไร คงต้องให้เงินไปใช้อย่างเดียว หากแม่เจนกับท่านย่ารู้เข้า ไม่รู้จะตอบอย่างไรเลย...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน