บทที่ 24 กำชับ
อาจเป็เพราะพลังสายเืที่ถูกดูดไปไม่มากนัก เมื่อถังซานพบกับหวังเหยียนเฟิงในวันถัดมา เขาดูเหมือนจะกลับมาเป็ปกติแล้ว แต่สายตาที่หวังเหยียนเฟิงมองเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เขาจะไม่เห็นได้อย่างไรว่าเด็กอายุเพียงแปดขวบคนนี้ แท้จริงแล้วมีพลังระดับสามแล้ว แต่นี่ก็ทำให้หวังเหยียนเฟิงรู้สึกโล่งใจ โล่งใจที่ว่าทำไมวันนั้นถังซานถึงมีท่าทีจะลงมือ เพราะตัวเขาเองก็มีพลังความสามารถอยู่จริง ๆ แม้แต่ตัวเขาเอง ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ก็ยังถูกเล่นงานได้ เ้าหนูคนนี้ไม่เพียงแต่มีวิชาคมมีดวายุที่ลึกลับ การต่อสู้ระยะประชิดก็ยังร้ายกาจมากด้วย
่เช้ายังคงเป็การเรียนวิชาความรู้ทั่วไป สอนความรู้ต่าง ๆ ให้พวกเขา ถังซานก็ยังคงตั้งใจฟังเช่นเคย ตั้งใจเรียนทั้งการอ่านและการเขียน
หลังเลิกเรียน หวังเหยียนเฟิงก็เรียกถังซานขึ้นไปชั้นสองอีกครั้ง
"ถังซาน ข้ามีบางอย่างจะบอกเ้า แม้เมื่อวานข้าจะได้กำชับไปแล้ว แต่ข้าคิดว่ายังจำเป็ต้องพูดกับเ้าอีกสักหน่อย" หวังเหยียนเฟิงมองหน้าถังซานด้วยสีหน้าจริงจัง
"ท่านอาจารย์โปรดกล่าวมา" ถังซานพยักหน้า
หวังเหยียนเฟิงกล่าว "ตอนที่ข้าเริ่มสอนพวกเ้า ข้าเคยบอกไปแล้วว่าอะไรคือการรับผิดชอบร่วมกัน เ้าคงจะจำได้ใช่รึไม่"
ถังซานพยักหน้าอีกครั้ง
หวังเหยียนเฟิงกล่าวต่อว่า "ที่ข้าพูดถึงเื่การรับผิดชอบร่วมกันตอนนี้ ไม่ใช่เพราะข้ากลัวตาย ความจริงแล้วข้ามีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี ในหมู่มนุษย์ก็ถือว่าอายุมากแล้ว เมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ ข้าก็นับว่าโชคดีแล้ว อย่างน้อยข้าก็ยังได้อยู่กับอาจารย์แม่ของเ้า ชีวิตนี้ของพวกเราก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว
แต่ว่าในเมืองหมาป่าวายุของพวกเรา มีบริวารทั้งหมดยี่สิบเจ็ดคน บริวารที่มีชีวิตรอด แต่ละคนล้วนมีพลังระดับสามขึ้นไป รวมกับพวกเ้าทั้งห้าคน ก็เป็สามสิบสองคน หากใครในพวกเราถูกพบว่ามีปัญหา อาจจะทำให้ทุกคนถูกลงโทษไปด้วย"
พูดถึงตรงนี้ เขาก็เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า "เมื่อวานที่เ้าพูดถึงคำว่าไถ่ถอน อย่าได้พูดกับใครอีก พลังของเ้าเองก็ต้องซ่อนเร้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เ้ายังเด็ก อารมณ์มักจะพลุ่งพล่านได้ง่าย จุดนี้ต้องควบคุมให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเ้าเอง แต่เพืุ่์ทุกคนในเมืองหมาป่าวายุของพวกเราด้วย เ้าเข้าใจความหมายของข้าหรือไม่"
"ข้าเข้าใจแล้ว" ถังซานพยักหน้าอย่างจริงจัง
หวังเหยียนเฟิงถอนหายใจเบา ๆ กล่าวว่า "หวังว่าเ้าจะเข้าใจจริง ๆ ก็แล้วกัน เอาล่ะ เมื่อวานข้าแพ้เ้าแล้ว ข้าต้องรักษาคำพูด ั้แ่คืนนี้เป็ต้นไป เ้าก็มาฝึกที่ห้องนี้เถอะ ในห้องนี้มีค่ายกลที่จัดวางด้วยหินิญญาวายุ
แม้ว่าค่ายกลนี้จะเรียบง่าย แต่ก็เป็ผลงานที่ข้าสั่งสมมาหลายปี เ้ามาฝึกที่นี่วันเว้นวัน จะเป็ประโยชน์มากต่อการเข้าใจธาตุวายุ การฝึกหมาป่าวายุสถิตร่างก็จะได้ผลดีขึ้นด้วย เ้าอายุเพียงแปดขวบก็มีความสามารถถึงเพียงนี้ อนาคตไร้ขีดจำกัด ต้องฟังคำข้า รักษาชีวิตไว้ให้ดี อนาคตถึงจะมีโอกาส"
"ขอรับ" ถังซานตอบรับอย่างนอบน้อม
หวังเหยียนเฟิงลังเลครู่หนึ่ง แล้วถามว่า "เ้าไม่มีอะไรจะพูดหรือถามหรือ"
ถังซานกล่าว "ท่านอาจารย์ ท่าน้าเรียนทักษะควบคุมคมมีดวายุจากข้าหรือไม่"
มุมปากของหวังเหยียนเฟิงกระตุก เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าเขาจะถามเื่นี้ แต่เขาก็ลังเลเพียงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า กล่าวว่า "เรียนสิ! การที่ข้าจะบรรลุระดับห้านั้นยากมากแล้ว ตระกูลหมาป่าวายุก็ไม่ได้ให้วิชาที่เหมาะสมกับข้า อีกอย่าง พลังสายเืของพวกเราก็มีจำกัด หมาป่าวายุในเมืองหมาป่าวายุนี้ สายเืที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีไม่มาก สำหรับพวกเราก็ย่อมมีขีดจำกัด การเรียนทักษะบางอย่างก็จะช่วยเพิ่มพลังได้บ้าง เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว"
ถังซานถาม "ท่านอาจารย์ขอรับ ข้าอยากรู้ว่ามีวิธีใดที่จะเพิ่มพลังสายเืได้หรือไม่"
หวังเหยียนเฟิงชะงัก ตอบว่า "เื่นี้น่าจะมี แต่ข้าก็ไม่รู้แน่ชัด แค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็เผ่าปีศาจหรือเผ่าภูต ในเผ่าเดียวกัน หากมีสมาชิกระดับสูงที่ยินยอมสกัดแก่นแท้จากสายเืของตนถ่ายทอดให้สมาชิกระดับต่ำก่อนตาย ก็สามารถเพิ่มพลังสายเืได้ ส่วนพวกเรามนุษย์ก็ไม่ต้องไปคิดหรอก เผ่าปีศาจและเผ่าภูตจะให้การสืบทอดระดับสูงแก่พวกเราได้อย่างไร"
ถังซานถาม "แล้วถ้าบังคับเอามาล่ะ เป็ไปได้หรือไม่"
หวังเหยียนเฟิงใจหายวาบ "ผู้ใดเป็คนบอกเ้าเื่นี้ ผู้ที่เคยสอนเ้าหรือ"
ถังซานพยักหน้า แน่นอนว่านี่เป็สิ่งที่เขาคิดเอง แต่ตอนนี้ก็ต้องโยนความผิดให้คนที่ไม่มีตัวตนผู้นั้น ซึ่งคนที่ไม่มีตัวตนผู้นี้ก็อาจจะเป็จูเจียซินก็ได้
หวังเหยียนเฟิงกล่าว "อาจจะเป็ไปได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าสามารถััได้ ในองค์กรไถ่ถอนอาจจะ..." พูดถึงตรงนี้ เขาก็หยุดกะทันหัน ตบหน้าตัวเองเต็มแรง "ข้าพูดถึงสองคำนั้นอีกแล้ว เ้าจำไว้ ห้ามพูดเด็ดขาด โดยเฉพาะข้างนอก อย่าพูดกับใครทั้งนั้น"
"ท่านอาจารย์ โปรดเบามือหน่อย แค่มองข้าก็รู้สึกเจ็บแล้ว" ถังซานกล่าวพลางกระตุกมุมปาก
หวังเหยียนเฟิงพูดอย่างหงุดหงิด "พอเถอะ เ้าเด็กคนนี้ เช่นนั้นตอนนี้เ้าก็เริ่มสอนข้าได้แล้ว ข้าอยากเรียนวิธีที่ทำให้คมมีดวายุหายไปของเ้า"
ถังซานพยักหน้าแล้วกล่าว "ท่านอาจารย์ การควบคุมคมมีดวายุ จริง ๆ แล้วไม่ยากเลย อันดับแรกต้องให้คมมีดวายุแสดงจุดเด่นที่สุดของมันออกมา นั่นก็คือความเร็ว
ธาตุวายุเองก็เป็ธาตุที่เพิ่มความเร็วได้ดีที่สุด ดังนั้น คมมีดวายุไร้เงาที่ท่านเห็นนั้น แท้จริงแล้วสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเร็ว วันนี้ข้าจะสอนทักษะพื้นฐานบางอย่างให้ท่านก่อน ทักษะนี้เรียกว่ายิงศรสะบัดมือ สามารถเพิ่มความเร็วของคมมีดวายุได้มากที่สุด เมื่อท่านฝึกยิงศรสะบัดมือได้แล้ว ข้าจะสอนทักษะเวียนวิถี เมื่อเรียนรู้สองทักษะนี้แล้ว จึงจะเริ่มลองคมมีดวายุไร้เงาได้"
หวังเหยียนเฟิงฟังเขาพูดอย่างมีหลักการ จนอดงงงันไม่ได้
มีทักษะมากมายขนาดนี้เชียวหรือ
คืนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ถังซานจะบรรลุพลังเสวียนเทียนขั้นที่สี่ ความสงบในคืนนั้นยังหมายถึงการปกป้องและการยอมรับของหวังเหยียนเฟิงที่มีต่อเขา ซึ่งทำให้ถังซานยอมรับอาจารย์ท่านนี้มากขึ้นเช่นกัน
และตอนนี้ เขาก็เริ่มถ่ายทอดทักษะพื้นฐานจากคัมภีร์ร้อยศาสตราลับสำนักถังให้หวังเหยียนเฟิง
หวังเหยียนเฟิงมีความสามารถในการควบคุมที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แม้แต่ปีศาจหมาป่าวายุส่วนใหญ่ก็ยังสู้ไม่ได้ ดังนั้นการเรียนรู้จึงรวดเร็วเป็ธรรมดา ทุกวันหลังจากสอนวิชาการจนถึงมื้อเที่ยง ก็กลายเป็เวลาที่หวังเหยียนเฟิงเรียนรู้จากถังซาน
แต่ในสายตาของพี่น้องแซ่หวังและหลิงมู่เสวี่ย กลับดูเหมือนหวังเหยียนเฟิงกำลังสอนพิเศษให้ถังซานโดยเฉพาะ
เกี่ยวกับเื่นี้ ทั้งสี่คนไม่มีข้อสงสัยใด ๆ หลิงมู่เสวี่ยรู้สึกสนิทสนมกับถังซานมากที่สุด เพราะใน่เวลาที่ยากลำบากที่สุด พวกเขาอยู่ด้วยกัน ส่วนพี่น้องแซ่หวัง เพราะอายุมากกว่ามาก พวกเขาจึงคิดโดยไม่รู้ตัวว่า ถังซานอายุแค่แปดขวบ อาจารย์จึงต้องสอนมากหน่อย ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่สามารถผ่านการทดสอบในอีกสามปีข้างหน้าได้
เมื่อถังซานฝึกในค่ายกลธาตุวายุเป็ครั้งแรก ความเข้าใจของเขาต่อโลกใบนี้ก็ลึกซึ้งขึ้นอีกระดับ
ราตรีมาเยือน ในห้องมีแสงสีฟ้าอ่อน ๆ แผ่ซ่าน มุมห้องมีหินิญญาวายุที่มีธาตุวายุอ่อนโยนกระเพื่อมอยู่
แม้จะเป็เพียงธาตุวายุที่เข้มข้น แต่ก็ทำให้ปราณิญญาในห้องเข้มข้นกว่าที่อื่นหลายเท่า ซึ่งเป็ประโยชน์มากต่อการฝึกวิชาเสวียนเทียนของถังซาน
แต่เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะฝึกวิชาเสวียนเทียน แต่พยายามที่จะรับรู้ถึงธาตุวายุที่นี่
ในชาติก่อน ด้วยพลังเทพอันทรงพลังและจิตเทพ การควบคุมธาตุใด ๆ ก็เป็เื่ง่ายดายที่สุด ชาตินี้เริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทำให้เขาต้องเริ่มทำความเข้าใจทุกสิ่งั้แ่ต้นอีกครั้ง
ธาตุวายุที่นี่เบาบางมาก วายุอ่อนโยนมีกลิ่นอายของความอบอุ่นและเย็นสดชื่น เมื่อถังซานพยายามใช้พลังจิตของตนสื่อสารกับพวกมัน ธาตุวายุก็กระจายออกไปโดยธรรมชาติ เกิดความรู้สึกผลักไส ไม่ถูกดึงดูดโดยเขา