หลี่ซีเหวินใส่เสื้อผ้าและรีบไปที่อาคารโรงงานทันที เมื่อได้เห็นว่าหลินชูกำลังยุ่งอยู่ในอาคาร เขาก็เดินตรงเข้าไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้ “ใช้ได้แล้วน้องชาย”
“ให้ตายเถอะ ผมเหนื่อยมากเลยนะครับ” แม้ว่าหลินชูกำลังบ่น แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะถามว่า “แล้วไส้กรอกแฮมเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“ดีมาก รสชาติเกินความคาดหมายของฉันไปมากทีเดียว” หลี่ซีเหวินกล่าวชมโดยไม่ลังเล
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ซีเหวิน ในที่สุดหลินชูก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะในช่วงเวลาไม่กี่วันที่มานี้ หลี่ซีเหวินได้ปฏิเสธไส้กรอกแฮมไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่คราวนี้เขาทำมันสำเร็จแล้ว
“นี่คือสูตรครับ แป้งล้วน 15% แป้งสตาร์ช 40% คาราจีแนน(สารเพิ่มความเพิ่มความหนืดในอาหาร) 0.5% เกลือแกง 2% และเครื่องปรุงรสพิเศษ 0.4% และเพื่อรักษารสชาติของเนื้อเอาไว้ ผมยังลองใส่ผงถั่วเหลืองและไข่ขาวเพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อยด้วย” หลินชูหยิบสมุดบันทึกและพูดเสริม “โดยรวมแล้วราคาต้นทุนของไส้กรอกแฮมอยู่ที่ 3.5 เหมาครับ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการแปรรูปไส้กรอกแฮมก่อนหน้านี้ ราคาต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 7 เหมา มันมีราคาถูกกว่าถึงสองเท่า แต่ราคาต้นทุนนี้ยังไม่รวมเงินเดือนของพนักงานและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นะครับ”
“ค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องสนใจก็ได้” คำพูดของหลี่ซีเหวินไม่ได้กล่าวเกินจริงเลย เมื่อความสามารถในการทำกำไรของโรงงานดีขึ้น เงินเดือนกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องนับเป็นค่าใช้จ่ายจริง ๆ เพราะแรงงานในยุคนี้ถูกเกินไป
หลังจากที่พูดจบ เขาก็ถามว่า “มีใครรู้สูตรลับนี้บ้าง”
“มีเพียงเหล่าเซี่ยซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงงานและผมเท่านั้นที่รู้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังต้องควบคุมการผลิตในตอนที่ผมไม่อยู่ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ผมขอให้เขาและพนักงานคนอื่น ๆ ลงนามในข้อตกลงรักษาความลับเรียบร้อยแล้ว” หลินชูกล่าว
“นายทำได้ดีมาก” หลี่ซีเหวินตบไหล่หลินชูและพูดว่า “ฉันไม่ได้ทำอย่างนี้เพราะไม่ไว้ใจนะ แต่เมื่อสินค้าของเราได้รับความนิยม ผู้ผลิตรายอื่นจะต้องทำตามอย่างแน่นอน แม้ว่าฉันคงหยุดยั้งเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ต้องการสร้างความลำบากให้พวกเขาบ้างเท่านั้น พวกเราไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นได้รับสูตรลับของเราไปง่าย ๆ ได้”
“บอส ผมเข้าใจในจุดนี้ครับ คุณไม่ต้องกังวล ผมจะเก็บมันไว้เป็นความลับแน่นอน” หลินชูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ดี” หลี่ซีเหวินพยักหน้า จากนั้นโบกมือให้กับพนักงานที่กำลังยุ่งอยู่และพูดว่า “ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก ตอนนี้ไส้กรอกแฮมพัฒนาสำเร็จแล้ว พวกเราจะเริ่มการผลิตจำนวนมากในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นวันนี้ฉันอนุญาตให้ทุกคนเลิกงานเร็วได้และสำหรับการทำงานหนักในครั้งนี้ แต่ละคนจะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มอีก 51 หยวน”
เมื่อได้ยินว่าหลี่ซีเหวินกำลังจะแจกเงิน พนักงานต่างก็ดีใจขึ้นมาในทันที
ในตอนกลางคืนไม่มีใครอยู่ในโรงงานแล้ว หลี่ซีเหวินจึงเรียกหลินชูมาหาที่สำนักงานแล้วส่งแบบร่างให้อีกฝ่ายและพูดว่า “พรุ่งนี้เช้านายไปที่โรงงานผลิตเครื่องหมายการค้า (โลโก้) แล้วผลิตโลโก้ตามแบบด้านบนออกมา”
หลินชูตอบตกลง แต่เมื่อเขาหยิบแบบร่างมาดู ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
เนื่องจากโลโก้ที่ถูกออกแบบโดยหลี่ซีเหวินนั้น มีเอกลักษณ์มาก ผู้ผลิตรายอื่นจะมีโลโก้แค่แบบทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่โลโก้ที่หลี่ซีเหวินออกแบบมานั้นเป็นรูปกระบองสีทอง
ด้านบนของกระบองสีทองนี้เขียนคำว่า “ไซอิ๋ว” ตรงกลางคือกระบองทองคำสารพัดนึกและด้านล่างยังเขียนตัวอักษรขนาดเล็กไว้สองบรรทัดว่า “ทานไส้กรอกแฮมไร้เนื้อไซอิ๋วและเป็นราชาของเด็ก ๆ ในไซอิ๋ว”
“บอสครับ โลโก้นี้แปลกเกินไปหรือเปล่า แล้วคำโฆษณาสองบรรทัดนี้เรียบง่ายเกินไปหรือไม่” หลินชูเตือนด้วยความลำบากใจ
“คำโฆษณาไส้กรอกแฮมหยางตูคืออะไร” หลี่ซีเหวินถามทันที
“ผม...จำไม่ได้ครับ” หลินชูส่ายหัวเบา ๆ
“แล้วโฆษณาของเราคืออะไร” หลี่ซีเหวินถามอีกครั้ง
“ทานไส้กรอกแฮมไร้เนื้อไซอิ๋วและเป็นราชาของเด็ก ๆ ในไซอิ๋ว” หลินชูตอบโดยไม่ต้องคิด
“คำโฆษณาของไส้กรอกแฮมหยางตูออกอากาศทางโทรทัศน์ทุกวัน แต่ประโยคโฆษณาไหนที่อยู่ในความทรงจำของนาย” หลี่ซีเหวินกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ “คำที่เรียบง่ายที่สุด มักจะมีเสน่ห์ที่สุด นี่คือการโฆษณา และครั้งนี้ฉันแค่ต้องการใช้ช่องทางนี้สื่อสารกับเด็กนักเรียนเพื่อสร้างชื่อเสียงของเราให้สมบูรณ์เท่านั้น”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชูก็เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังนี้อย่างคลุมเครือ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แต่ด้วยคำโฆษณามากมายเช่นนี้ เมื่อบีบอัดมาแล้ว ก็ยากที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้นะครับ”
“ใครบอกให้นายไปบีบอัดเล่า ไส้กรอกแฮมยาวเท่าไร โลโก้นี้ก็ออกแบบมาให้ยาวเท่านั้นแหละ” หลี่ซีเหวินพูดคำต่อคำ “สิ่งที่พวกเราผลิตจะต้องแตกต่าง”
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ในที่สุดหลินชูก็สัมผัสได้ เริ่มจากไส้กรอกแฮมไร้เนื้อ สินค้าของหลี่ซีเหวินย่อมสามารถเป็นผู้นำอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อสินค้าออกสู่สาธารณะชน มันจะได้รับความนิยมขึ้นมาในทันที ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่สามารถหลีกหนีจากการล้อมกรอบของสินค้าตัวอื่นได้อย่างแน่นอน
ในขณะนี้ เขารู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใกล้หลี่ซีเหวินมากขึ้นอีกหนึ่งก้าวแล้ว แต่เมื่อได้เห็นประกายในดวงตาของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกว่า ตัวเองยังห่างไกลจากอีกฝ่ายมากเกินไปอยู่ดี
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว นายก็ออกไปทำงานเถอะ” หลี่ซีเหวินพูด
“ตกลงครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปโรงงานผลิตเครื่องหมายการค้า (โลโก้) ทันที แต่โลโก้นี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ดังนั้นราคาก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 เฟิน” หลินชูกล่าว
“ราคาไม่ใช่ปัญหา พรุ่งนี้บ่ายฉันอยากได้โลโก้หนึ่งชุดก่อน” หลี่ซีเหวินหยิบเงินหนึ่งพันหยวนออกมาจากกระเป๋าในขณะที่เขาพูด “ไปสั่งทำมาหนึ่งพันหยวน”
“คุณจะใช้เยอะขนาดนั้นเลยหรือครับ” หลินชูผงะไปชั่วขณะ หนึ่งพันหยวนนี้เกือบจะซื้อโลโก้ได้หนึ่งแสนอันเลยนะ
“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น กลับบ้านเถอะ” หลังจากที่พูดจบ เขาก็ขับรถของหลินชูออกไปทันที จากนั้นก็โทรหาหลู่ชูหัง
การที่เขาโทรหาหลู่ชูหังนั้นไม่ได้ต้องการก่อปัญหาอื่นใด เหตุผลหลักก็คือ ต้องการแจ้งให้อีกฝ่ายทราบว่าไส้กรอกแฮมชุดแรกจะวางตลาดในวันมะรืนนี้แล้ว และหวังว่าหลู่ชูหังจะช่วยโฆษณาให้เขาด้วย
หลู่ชูหังไม่ปฏิเสธพร้อมทั้งตอบตกลงในทันที แต่หลังจากที่ได้ยินคำโฆษณาของหลี่ซีเหวินเขาก็หัวเราะออกมาดัง ๆ
“น้องชาย ฉันจะไม่บอกว่าคำโฆษณาของนายดีหรือไม่ดี แต่ถ้านายใส่คำว่า “ไร้เนื้อ” ลงไปในโฆษณาโดยตรง มันจะส่งผลต่อยอดขายแน่นอน สิ่งที่นายทำนั้นเท่ากับเป็นการขยายข้อบกพร่องในสินค้าเลยนะ”
คำพูดของหลู่ชูหังไม่ได้มีอะไรผิด การติดป้ายว่าไส้กรอกแฮมไร้เนื้อเป็นการเพิ่มข้อบกพร่องของสินค้าจริง ๆ แต่หลี่ซีเหวินกลับพูดอย่างไม่เห็นด้วยว่า “พี่ชาย สักวันหนึ่งพี่จะเข้าใจว่าข้อบกพร่องในสินค้าของเรา มันคือข้อได้เปรียบของสินค้า”
“ข้อได้เปรียบงั้นหรือ เป็นทฤษฎีที่ยอดเยี่ยม ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้นายโชคดีก็แล้วกันนะ” หลังจากหลู่ชูหังพูดจบ เขาก็วางสาย
หลี่ซีเหวินยิ้มอย่างใจเย็น ไม่ว่าจะเป็นความคิดเห็นของหลินชูหรือหลู่ชูหังก็ไม่ได้มีอะไรผิด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจโลกเช่นเดียวกับที่หลี่ซีเหวินเข้าใจ
หลี่ซีเหวินนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟา ประมาณเที่ยงคืนเขาก็ตื่นขึ้นเพราะปวดปัสสาวะ
แต่ในขณะที่เขาจะลุกจะไปเข้าห้องน้ำ จู่ ๆ เขาก็เห็นลุงตงเดินไปมาที่หน้าประตูโกดัง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเดินวนไปมาด้วยความงุ่นง่าน
ลุงตงอยู่ที่โรงงานดึก ๆ ดื่น ๆ แม้ว่าส่วนงานของตรวจตราโรงงานและโกดังสินค้าอยู่ในขอบเขตของเขาก็จริง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้มีหน้าที่ในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ซึ่งควรจะพักผ่อนไปนานแล้ว เพราะเวลานี้เร็วกว่าเวลาปฏิบัติหน้าที่ของลุงตง
หลี่ซีเหวินขมวดคิ้วอย่างลับ ๆ เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่เห็น อย่างน้อยต่อจากนี้ไป ลุงตงจะต้องมีความคิดที่น่ากลัวอย่างแน่นอน
“ดูเหมือนว่าพวกเราคงต้องระวังเขาแล้วสินะ” หลี่ซีเหวินพึมพำกับตัวเองพร้อมจ้องมองไปยังลุงตง จนกระทั่งเขากลับไปที่ห้อง แล้วแต่งตัวก่อนแอบออกไปปัสสาวะ