ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 ไปช่วยฮูหยินหวังกันเถอะ

            เมืองจูเซียน ตระกูลเนี่ย

            “ท่านลุงสาม ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว!”ศิษย์ตระกูลเนี่ยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในสวนหย่อมตระกูลเนี่ย

            “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมในเมืองถึงได้เอะอะปานนี้?”ผู้เฒ่าตระกูลเนี่ยถามเสียงแผ่ว

            “ข้าเพิ่งไปเรือนน้ำชากงอี้มา มีคนอยู่เต็มไปหมด!ข้าเบียดเข้าไปดูไม่ได้เลย! ข้าได้ยินหวังเค่อมันตะโกนอะไรอยู่ข้างในก็ไม่รู้?ท่านลุงซาน หวังเค่อมันกลับมาแล้ว?” ศิษย์ตระกูลเนี่ยถามอย่างกังวล

            “จะเป็นไปได้อย่างไร? ถ้าหวังเค่อมันกลับมาจริงมีหรือมันจะไม่โดนจับกินทั้งเป็น?” ผู้เฒ่าตอบเสียงเย็น

            “หรือพวกมันกำลังรุมฆ่าหวังเค่อกันอยู่? พวกเราควรแจ้งท่านประมุขหรือไม่?”

            “ทำไม่ได้ ท่านประมุขบอกว่าจะกักตนตอนนี้ท่านประมุขหายไปไหนข้ายังไม่รู้เลย! เจ้าเบียดเข้าไปสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้น?”ผู้เฒ่าสั่งเสียงเข้ม

            “ขอรับ!”

            คุกน้ำตระกูลเนี่ย

            องค์หญิงโยวเยว่หลับตาสื่อจิตกับลูกปัดคำนึงอยู่ในกรงขังนางเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนน้ำชากงอี้ รับฟังหวังเค่อพลิกดำเป็นขาวล้างสมองประมุขตระกูลผู้ฝึกฌานยกก๊วนอยู่

            เรื่องเหลวไหลพรรค์นี้หากไม่ได้เห็นเองกับตา นางคงไม่มีวันทำใจเชื่อ

            วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว

            “สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในโลกคือคนยังอยู่ แต่เงินไม่มี!”

            พอได้ยินคำพูดของหวังเค่อ องค์หญิงโยวเยว่ก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้วนางหลุดหัวเราะพรืดออกมา

            เสียงหัวเราะนี้ทำให้เนี่ยเทียนป้าที่กำลังฝึกควบคุมกระบี่บินอยู่ต้องลืมตาขึ้นมามององค์หญิงโยวเยว่

            นี่เรื่องอะไรกัน?เมื่อครู่องค์หญิงโยวเยว่เพิ่งส่งเสียงพิลึกออกมาใช่ไหม? เจ้าหัวเราะเรื่องอะไร? หรือจะเสียสติไปแล้ว?

            “องค์หญิงโยวเยว่ เจ้าหัวเราะอะไร?” เนี่ยเทียนป้าไม่เข้าใจ

            “ไม่มีอะไร ข้าแค่คิดว่าเจ้าโชคร้ายนัก!”องค์หญิงโยวเยว่ยิ้มสวน

            “โชคร้ายรึ? เหอะหวังเค่อต่างหากที่โชคร้าย ไม่ใช่ข้า! ครั้งก่อนข้าโดนมันหลอกครั้งนี้เจ้าคิดว่าข้าจะพลาดท่าโดนเจ้าหลอกด้วย? อีกอย่างวิชาโกหกหลอกลวงของเจ้ายังห่างชั้นจากหวังเค่ออีกมาก เหอะ!”เนี่ยเทียนป้าแค่นเสียงเย็น ก่อนจะไม่สนใจองค์หญิงโยวเยว่อีก

            ใจขององค์หญิงโยวเยว่เวลานี้อยู่บนเวทีสูงเรือนน้ำชากงอี้นางย่อมไม่คิดต่อปากต่อคำกับเนี่ยเทียนป้า

            ภายในภาพนิมิต หวังเค่อเอ่ยปาก“สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในโลกคือคนยังอยู่ แต่เงินไม่มี!” หลังจากนั้นทั่วทั้งเรือนน้ำชากงอี้พลันกลายเป็นเงียบสนิท ความขุ่นข้องหมองใจเริ่มเดือดพล่าน

            เจ็บปวดเหลือเกิน! ราวกับโดนมีดดาบทิ่มแทงหัวใจ!

            เจ็บปวด? ใช่แล้ว ทุกคนครั้งนี้ล้วนแต่เจ็บปวดด้วยกันทั้งหมดทุกคน!ถึงเงินเหล่านั้นจะได้มาจากการทุจริตฉ้อฉล สั่งสมเวรกรรมมาตลอดหลายปีแต่ยังไงก็ยังเป็นเงินของพวกข้าอยู่ดี สูญเสียไปง่ายๆแบบนี้จะไม่ให้เจ็บปวดยังไงไหว?

            เดิมหวังเค่อเสนอขายแผนการลงทุนให้พวกมันก็เพราะพวกมันเป็นทรชนดังนั้นหวังเค่อจึงไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร

            “หวังเค่อ เจ้าพูดมากความมีประโยชน์อันใด? แล้วเรื่องเงินเล่า? ไหนเจ้าเขียนจดหมายบอกจะแบ่งเงินจำนวนมาก?แล้วเงินอยู่ไหน?” ประมุขผู้หนึ่งร่ำร้อง

            “จริงด้วย หวังเค่อ แล้วเงินอยู่ไหน? สัญญาซื้อขายแผนการลงทุนของข้ายังอยู่เลย นี่ไงหนังสือสัญญาเจ้าจ่ายเงินคืนมา ข้าไม่เอาดอกเบี้ยก็ได้ คืนเงินต้นมาให้ข้าก่อน!”แต่ละคนเริ่มตะโกนออกมา

            ถึงจุดนี้ ทุกคนต่างยอมรับแล้วว่าเนี่ยเทียนป้าแหกตาตนเองแต่ยังไม่เห็นเงินเลยสักแดง ใครแหกตาพวกมันสำคัญตรงไหน? แค่เจ้าจ่ายเงินมาพวกเราก็พร้อมเชื่อเจ้า!

            “เอาละ ทีนี้มาพูดเรื่องเงินกัน!”หวังเค่อตะโกนเสียงดัง

            คราวนี้ไม่ต้องให้ “ตัวช่วย” ในฝูงชนเอ่ยปาก ทุกคนพลันเงียบเสียงทันที

            “เงินของพวกท่านสามารถแบ่งได้เป็นสองส่วนหนึ่งคือเงินที่เนี่ยเทียนป้าคดโกงไปจากประมุขตระกูลทุกท่านส่วนที่สองคือเงินค่าแผนการลงทุนที่พวกท่านต้องการได้คืน ใช่หรือไม่?” หวังเค่อถาม

            “ใช่แล้ว!” ทุกคนต่างขานรับเสียงดัง

            “ก่อนจะพูดถึงเรื่องเงินที่โดนเนี่ยเทียนป้าโกงไปมาพูดเรื่องเงินค่าแผนการลงทุนก่อน!” หวังเค่อเอ่ย

            “ดี!” ทุกคนขานรับเป็นเสียงเดียว

            “อย่างที่ทุกท่านทราบตระกูลหวังข้าถูกเนี่ยเทียนป้าบุกถล่ม!เงินค่าแผนการลงทุนทั้งหมดของพวกท่านล้วนถูกเนี่ยเทียนป้าปล้นชิงไปแล้ว เวลานี้ในคฤหาสน์ตระกูลเนี่ยมีกองเงินกองทองสุมเป็นภูเขา ขอเพียงเอาเงินกลับมาได้ข้าจะคืนเงินให้พวกท่านตามสัญญาเลย!” หวังเค่อพูด

            “ว่าอะไร? หมายความว่าถ้าเจ้าเอาเงินจากเนี่ยเทียนป้ากลับมาไม่ได้เจ้าก็จะไม่คืนเงิน?” ใครสักคนเอ่ยอย่างโกรธขึ้ง

            “ชู่ว! ให้ประมุขหวังพูดให้จบก่อน!” “ตัวช่วย”ในฝูงชนส่งเสียง

            “เถ้าแก่คนเมื่อครู่ถามได้ดีหากข้าเอาเงินกลับมาไม่ได้ ข้าก็จะไม่คืนเงินใช่ไหม? ท่านคิดว่าข้าโอหังเท่าเนี่ยเทียนป้างั้นรึ?ผิดแล้ว ท่านประเมินข้าหวังเค่อต่ำไป ข้าเป็นคนค้าขายทำธุรกิจมาหลายปี เน้นความน่าเชื่อถือเป็นที่หนึ่ง!ธุรกิจตระกูลหวังข้าดำเนินการด้วยอะไร? มโนธรรม! มโนธรรมน่ะท่านรู้จักไหม?” หวังเค่อด่าใส่ฝูงชน

            เวลานี้ฝูงชนถูกหวังเค่อด่าแบบนี้ออกมาพลันรู้สึกอึดอัดคับข้องเป็นพิเศษโดยไม่ทราบสาเหตุ

            “ข้าหวังเค่อค้าขาย ห้ามผู้ใดเอาเปรียบข้าและไม่คิดเอาเปรียบผู้อื่น! สมุดบัญชีบันทึกคนซื้อแผนการลงทุนเองก็ถูกตระกูลเนี่ยฉกชิงไปขอเพียงได้สมุดบัญชีเล่มนี้คืนเท่านั้น ข้าหวังเค่อถึงจะคืนเงินได้!”หวังเค่อตะโกนให้ทุกคนได้ยิน

            “ประมุขหวัง หากท่านหาสมุดบัญชีไม่เจอท่านก็จะไม่คืนเงินรึ?” มีคนถามอย่างร้อนใจ

            “ประมุขหวัง ท่านมีเงินหรือเปล่าเนี่ย?”

            “หุบปากให้ประมุขหวังพูดก่อน!” บางคนในฝูงชนคัดคำขึ้นมา

            “ทุกท่านท่านทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงที่ผ่านมา? ทำไมพรรคอีกาทองคำถึงได้ถอนประกาศจับองค์หญิงโยวเยว่ไป?ทำไมข้าหวังเค่อถึงกล้าย้อนกลับมา?” หวังเค่อมองหน้าทุกคน

            ทุกคนต่างเผยสีหน้าสับสน

            “เพราะวันนั้น ตระกูลเนี่ยทำลายตระกูลหวังของข้าส่วนข้ารีบหลบหนีไปพร้อมกับองค์หญิงโยวเยว่!ข้าเดินทางไปส่งมอบตัวองค์หญิงเพื่อขึ้นรางวัลที่สำนักเซียนพรรคอีกาทองคำถึงได้ถอนประกาศจับไป!” หวังเค่ออธิบาย

            “ท่านส่งตัวองค์หญิงโยวเยว่ให้พรรคอีกาทองคำพรรคอีกาทองคำเลยรับท่านเข้าเป็นศิษย์?” ทุกคนถามอย่างแปลกใจ

            หวังเค่อไม่ได้เอ่ยปากว่ามันฝากตัวเป็นศิษย์พรรคอีกาทองคำหรือพรรคเทพหมาป่าสวรรค์คนเพียงโบกมือออก

            “จงมา!”

            กระบี่บินเล่มหนึ่งบินวนรอบตัวหวังเค่อในพริบตาทิ้งร่องรอยลากยาวเป็นสายจนทุกคนตาแดงก่ำ

            “กระบี่บิน? นี่ก็คือกระบี่บินท่านมีอาวุธวิเศษที่ชนชั้นดวงธาตุทองคำยังหาไม่ได้ได้ยังไง?” ทุกคนต่างอุทาน

            สำหรับเมืองเซียนธรรมดาทั่วไปแล้ว กระบี่บินก็คือตำนานอย่างหนึ่ง!เวลานี้มันกลับปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังเค่อ

            “ข้าฝากตัวเป็นศิษย์สำนักเซียนเลยได้รับกระบี่บินมายากเย็นตรงไหน?” หวังเค่อพลิกมือเรียกกระบี่บินกลับมา

            ถึงจุดนี้ ยังจะมีใครไม่เชื่อถือคำพูดหวังเค่ออีก? ขณะเดียวกันต่างก็มีคนพึมพำว่าหวังเค่อมีวาสนาไม่หยุด แม้ทั้งตระกูลจะล้มตายจนหมดตัวเจ้าเข้าร่วมสำนักเซียน ตำแหน่งศิษย์พรรคอีกาทองคำห้าที่เจ้าแลกอีกสี่ตำแหน่งที่เหลือกับกระบี่บินไปใช่มั้ย?

            “ท่านคิดว่าข้าหวังเค่อจ่ายเงินคืนได้หรือไม่?”หวังเค่อมองทุกคน

            มันฝากตัวเป็นศิษย์พรรคอีกาทองคำแล้ว มันจะไม่มีเงินได้ยังไง? แค่กระบี่บินนี่เล่มเดียวยังแพงกว่าเงินที่พวกเรารวมกันซื้อแผนการลงทุนเสียอีก!

            “ข้าคิดว่าพวกท่านบางคนคงทำหนังสือสัญญาหายไปแล้วถูกไหม?” หวังเค่อกวาดตามองทุกคน

            “ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าท่านตายไปแล้วก็เลยฉีกสัญญาทิ้งด้วยโทสะ!”

            “ข้าก็เหมือนกัน ข้านำหนังสือสัญญาไปให้ตระกูลเนี่ยดูแต่พวกมันดันฉีกทิ้งเฉยเลย!”

            .........

            .........

            ......

            ......

            คนโชคร้ายบางส่วนในฝูงคนเอ่ย

            ...

            ...

            “หนังสือสัญญาเสียหายไปแล้วไม่เป็นไรขอเพียงนำสมุดบัญชีตระกูลหวังข้ากลับมาได้ ข้าก็จะชดใช้เงินให้ตามที่ระบุไว้ทุกท่าน! ท่านคิดว่าข้าควรนำสมุดบัญชีกลับมาหรือไม่?” หวังเค่อมองหน้าทุกคนอีกครั้ง

            “ต้องสิ ต้องอยู่แล้ว!” ฝูงชนเริ่มตื่นเต้นขึ้นมา

            “แต่เวลาผ่านมานานปานนี้แล้วสมุดบัญชีจะไม่ถูกตระกูลเนี่ยทำลายทิ้งไปแล้วหรือ?” ประมุขคนหนึ่งขมวดคิ้ว

            “ถูกต้อง นี่ยังเป็นเหตุผลที่ข้ามาพบพวกท่านทุกคนก่อนต่อให้สมุดบัญชีถูกทำลายไปก็ไม่เป็นไร ตระกูลหวังข้ายังมีสมุดบัญชีสำรองอยู่!”หวังเค่อว่า

            “โอ้?” ทุกคนต่างชะงักไป สมุดบัญชีสำรอง?

            “สมุดบัญชีสำรองเล่มนี้อยู่ในมือฮูหยินข้าเอง!ขอเพียงพวกท่านหาตัวฮูหยินข้าพบ ความจริงทุกอย่างก็จะถูกเปิดเผย!” หวังเค่ออธิบาย

            “ฮูหยินท่าน? ทำไมพวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อน?”ฝูงชนถามอย่างแตกตื่น

            ตั้งสิบปี ไฉนพวกเราไม่เคยทราบว่าท่านมีฮูหยินด้วย?

            “ฮูหยินข้าไม่เคยออกไปนอกบ้านตลอดสิบปีพวกท่านย่อมไม่รู้จัก แต่ทุกท่านต้องเคยเห็นนางแน่!” หวังเค่ออธิบาย

            “ว่าอะไร?” ทุกคนสับสน

            หวังเค่อโบกมือ ภาพเหมือนม้วนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เมื่อคลี่กางออกภาพเหมือนของอิสตรีหน้าตางดงามก็เผยโฉม ทุกคนต่างพากันตั้งใจดู

            “หา? ที่แท้เป็นนาง?” ทุกคนอุทาน

            ภายในคุกน้ำตระกูลเนี่ย องค์หญิงโยวเยว่พลันหน้าแดงก่ำเพราะหญิงในภาพเหมือนก็คือนางเอง

            “ใครเป็นฮูหยินของเจ้ากัน?” องค์หญิงโยวเยว่พึมพำเบาๆด้วยดวงหน้าขึ้นสี

            ในสวนหย่อมเรือนน้ำชากงอี้ ประมุขตระกูลทุกคนต่างเบิกตามองภาพเหมือนภาพนี้จะดูคุ้นตาเกินไปแล้ว นี่ไม่ใช่ “องค์หญิงโยวเยว่”ที่จางเสินซวีและเนี่ยเทียนป้าให้พวกเราออกตามหาหรอกหรือ?

            “ในตระกูลหวังเรา สตรีเป็นคนคุมเงินนางซุกซ่อนเงินทองไว้ตามสถานที่ต่างๆ มากมาย ดังนั้นหลังจากเนี่ยเทียนป้าทำลายตระกูลหวังข้าแล้ว มันก็ยังไม่พอใจมันต้องการฮุบเงินทั้งหมดของตระกูลหวังดังนั้นจึงคิดจับตัวฮูหยินของข้าไปเค้นข้อมูล! มันอ้างว่านางเป็นองค์หญิงโยวเยว่?มันเลยอยากให้พวกท่านช่วยมันตามหา? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าผายลม! เนี่ยเทียนป้ามันทำเหมือนพวกท่านโง่!” หวังเค่อด่าทุกคนอีกครั้ง

            เหล่าประมุข “...!”

            บรรดาสานุศิษย์ตระกูลผู้ฝึกฌานทั้งหลายต่างเส้นเลือดบนขมับปูดโปนโทสะเดือดพล่าน

            ที่แท้นั่นกลับไม่ใช่องค์หญิงโยวเยว่ แต่เป็นฮูหยินของหวังเค่อ?

            “ข้าบอกพวกท่านได้เลยว่าฮูหยินข้าถูกเนี่ยเทียนป้าจับตัวไว้!เพื่อความปลอดภัย นางจึงยอมบอกตำแหน่งที่ซ่อนเงินบางส่วนไปเงินเหล่านั้นถูกเนี่ยเทียนป้าชิงไปหมดแล้ว! แต่ยังเหลือจุดซ่อนเงินอีกหลายแห่งฮูหยินของข้าสมควรถ่วงเวลาเพื่อรอข้าไปช่วยเหลือ!ฮูหยินข้าถูกจับขังไว้ที่ไหนสักแห่งในตระกูลเนี่ย! ขอเพียงฮูหยินของข้าปลอดภัยรายชื่อผู้ซื้อแผนการลงทุนทั้งหมดก็จะถูกเปิดเผย!เงินค่าแผนการลงทุนจะถูกจ่ายคืนให้พวกท่านทั้งหมด!พวกท่านยินดีไปช่วยฮูหยินข้าด้วยกันหรือไม่?” หวังเค่อตะโกน

            “ไป!” กลุ่มคนที่ซื้อแผนการลงทุนต่างส่งเสียงตะโกน

            “วันนี้ข้าหวังเค่อกลับมาเพื่อทวงแค้นให้ตระกูลหวังข้าที่ต้องตายอย่างอนาถ!และเพื่อช่วยเหลือฮูหยินของข้า! ข้ายังจะสะสางบัญชีหนี้สินแก่พวกท่านทุกคน!ตามหาเนี่ยเทียนป้า ทวงความเป็นธรรมให้ทุกคน!” หวังเค่อตะเบ็งเสียงลั่น

            “ดี! ประมุขหวังปราดเปรื่องนัก!”เหล่าคนที่เสียหนังสือสัญญาไปตะโกนกลับ

            “ประมุขหวังท่านอยากให้พวกเราเป็นกองหนุนช่วยท่านจัดการตระกูลเนี่ย?” ประมุขคนหนึ่งมองออกจึงถามเสียงเย็น

            รอบด้านเงียบเสียงลง ทุกคนต่างมองดูหวังเค่อ

            “ถูกต้อง ประมุขทุกท่าน พวกท่านไม่เต็มใจ?” หวังเค่อถามตรงๆ

            ไม่มีใครนึกว่าหวังเค่อจะขวานผ่าซากขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรทุกคนต่างรอหวังเค่อกล่าวต่อ

            “เหอะ ทำไมพวกเราต้องช่วยท่านด้วย? อีกอย่าง ท่านคิดว่าตระกูลเนี่ยจัดการง่ายนักรึ?” ประมุขคนนั้นแค่นเสียงเย็นชา

            ตลอดเวลาที่ผ่านมาตระกูลผู้ฝึกฌานทั้งเมืองต่างปะทะกับตระกูลเนี่ยเป็นระยะแต่พวกมันก็ไม่เคยชนะสักครั้ง ทุกคนย่อมไม่กล้าเปิดหน้าแตกหักกับตระกูลเนี่ย

            “จัดการยากตรงไหน? ข้าลองสอบถามมาแล้วพวกท่านแพ้ตระกูลเนี่ยมาใช่หรือไม่?” หวังเค่อแค่นเสียง

            “แพ้แล้วอย่างไร?” ประมุขคนนั้นถามด้วยสีหน้าเย็นชา

            “โง่เง่า โง่เขลาเกินเยียวยา!” หวังเค่อตะคอก

            “ท่านว่าอะไร?” ประมุขผู้นั้นเบิกตาโพลง

            “ตระกูลเนี่ยคือตระกูลผู้ฝึกฌานอันดับหนึ่งแห่งเมืองจูเซียนแตะต้องพวกมัน มีตรงไหนไม่โง่เขลา?” หวังเค่อยังด่าไม่หยุด

            “หา?” ทุกคนชะงักไป

            เจ้าเพิ่งขอให้พวกเราไปช่วยกันรุมตระกูลเนี่ยอยู่เลยไม่ใช่รึ? ทำไมจู่ๆบอกว่าแตะต้องตระกูลเนี่ยเป็นเรื่องโง่เขลาเสียได้?

            “ตระกูลพวกท่านเพียงลำพังย่อมรับมือตระกูลเนี่ยไม่ไหว!แต่ทำไมพวกท่านไม่ร่วมมือบุกเข้าไปพร้อมกันล่ะ? ตระกูลเนี่ยมีคนเท่าไหร่?พวกท่านรวมกันมีเท่าไหร่? ตระกูลเนี่ยมีขั้นเซียนเทียนกี่คน?พวกท่านรวมกันมีเซียนเทียนกี่คน? จำนวนพวกท่านเยอะกว่าตระกูลเนี่ยตั้งหลายเท่าแต่สุดท้ายพวกท่านกลับแบ่งแยกกันลงมือทีละตระกูล หากนี่ไม่เรียกโง่แล้วจะให้เรียกอะไร?” หวังเค่อด่า

            “ท่านคิดว่าแค่พวกเรารวมตัวกันก็จะชนะ? แล้วเนี่ยเทียนป้าที่บรรลุขีดสุดเซียนเทียนล่ะ? พวกเราเป็นคู่มือมันได้ที่ไหน?”ประมุขคนหนึ่งตะโกนสวน

            “นั่นเป็นเพราะประมุขตระกูลอย่างพวกท่านรักตัวกลัวตายต่างหาก!พวกท่านกลัวจะถูกเนี่ยเทียนป้าฆ่า ก็เลยไม่กล้าลงมือสุดกำลัง!พวกท่านลงมือด้วยกันไม่ได้รึ?” หวังเค่อถามเสียงเย็น

            สีหน้าประมุขตระกูลทั้งหลายหม่นลงเล็กน้อย ไม่มีใครเอ่ยปากอีก

            จริงอยู่ที่ถ้าพวกมันร่วมมือกัน บางทีเนี่ยเทียนป้าก็อาจเอาชนะไม่ได้แต่พวกเราก็ต้องมีบาดเจ็บล้มตายกันบ้าง ถ้าข้าเป็นคนที่ตายขึ้นมาจะทำยังไง? ข้าแค่อยากได้เงินไม่ได้อยากตายซะหน่อย?

            “กล่าวได้เพียงว่าเนี่ยเทียนป้าข่มขวัญพวกท่านเกินไปพวกท่านล้วนกลัวตายแต่ก็กลัวคนอื่นจะฉวยโอกาสดังนั้นจึงไม่กล้าร่วมมือกันจัดการเนี่ยเทียนป้า!แต่พวกท่านคิดว่าข้ากลัวหรือเปล่า?” หวังเค่อมองประมุขตระกูลทั้งหลาย

            สีหน้าพวกมันแปรเปลี่ยน ในใจนึกถึงกระบี่บินของหวังเค่อ

            “ตั้งแต่นี้ไป ข้าจะจัดการเนี่ยเทียนป้าเองพวกท่านยังกล้าไปทวงหนี้ที่ตระกูลเนี่ยกันอยู่หรือไม่?” หวังเค่อมองหน้าประมุขตระกูลทุกคน

            ประมุขทั้งหลายสีหน้าแปรเปลี่ยน จริงด้วย หวังเค่อมีกระบี่บินมันต้องจัดการเนี่ยเทียนป้าได้แน่ หวังเค่อจัดการเนี่ยเทียนป้าเสร็จศิษย์ทั่วไปของตระกูลเนี่ยพวกมันยังต้องกลัวอีกหรือ?

            “ประมุขหวัง ท่านแน่ใจนะ?” ประมุขคนหนึ่งขมวดคิ้วถาม

            เมื่อหวังเค่อได้ยินเช่นนี้ มันก็รู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มคล้อยตามแล้ว

            “เอาละ ตอนนี้ข้าจะไปช่วยฮูหยินที่ตระกูลเนี่ยแล้ว!ไปทวงแค้นให้ตระกูลหวังข้า! พร้อมกันนี้ข้าก็จะทวงคืนเงินตระกูลข้าที่ถูกตระกูลเนี่ยชิงไปด้วย ทุกท่านใครอยากจะไปกับข้าบ้าง ไปตระกูลเนี่ยร่วมกับข้าทวงเงินที่หามาอย่างยากลำบากกลับคืน! พอได้เงินแล้วอย่างแรกข้าจะชดใช้ค่าแผนการลงทุนให้ตามหนังสือสัญญา หากยังมีเงินเหลือ ข้าหวังเค่อไม่ขอรับเงินแต่แบ่งส่วนแจกจ่ายให้แก่พวกท่าน! ส่วนคนที่ไม่อยากไปพวกท่านก็ดูอยู่ที่นี่ไปก็แล้วกันเงินของท่านที่โดนตระกูลเนี่ยหลอกเอาไปก็อย่าหวังจะได้คืน เพราะหลังจากวันนี้ไปเมืองจูเซียนจะไม่มีตระกูลเนี่ยอีก!” หวังเค่อตะโกนดังลั่น

            “ข้าไป!”

            “ข้าไปด้วย!”

            “ประมุขหวัง พวกเราจะไปกับท่าน!”

            “โค่นเนี่ยเทียนป้า! ช่วยเหลือฮูหยินหวัง!ทวงเงินของเราคืน!”

            .........

            “โค่นเนี่ยเทียนป้า! ช่วยเหลือฮูหยินหวัง!ทวงเงินของเราคืน!”

            ......

            .........

            ...

            .........

            สวนหย่อมด้านหลังเรือนน้ำชากงอี้เต็มไปด้วยเสียงร้องตะโกน

            ......

            นี่ไม่ใช่การทวงหนี้ แต่เป็นการฆ่าคนปล้นเงิน!

            มีกระบี่บินของหวังเค่อรับมือเนี่ยเทียนป้า พวกเรายังต้องกลัวอะไรอีก? พวกเราอยากทวงเงินที่หามาอย่างยากลำบากคืนนี่เป็นเงินที่พวกเราสมควรได้รับ! ต้องชดใช้เงินคืนมาถึงจะถูก!

            บรรดาคนที่ซื้อแผนการลงทุนย่อมเต็มใจจะไปตระกูลผู้ฝึกฌานทั้งหมดเองหลังจากลังเลสักพักก็ตกลงใจอย่างไม่ลังเลไม่ต้องกล่าวถึงความแค้นเคืองในใจที่ถูกเนี่ยเทียนป้าข่มเหงแต่ถ้าพวกมันเข้าร่วมช้ากว่านี้ เกิดตระกูลเนี่ยล่มสลาย หนี้สินของพวกมันไม่พ้นกลายเป็นผายลมหรอกหรือ?

            “ดี งั้นอย่ารอช้า รีบไปกันเลย!” หวังเค่อปลุกใจ

            “ดี~~~~~~~~~~~~~!”

            เสียงตะโกนดังลั่นทั่วเมืองจูเซียน

            หวังเค่อนำหน้า ยอดยุทธ์เกือบทั้งเมืองจูเซียนเดินตามหลังพวกมันต่างถูไม้ถูมือด้วยตาแดงก่ำ

            ทันทีที่เปิดประตูเรือนน้ำชากงอี้ออกมาทั้งหมดก็เจอหน้ากลุ่มศิษย์ตระกูลเนี่ยที่มาสืบข่าวเข้าพอดี

            “นั่นศิษย์ตระกูลเนี่ย อย่าให้มันหนีไปได้! หยุดมัน!”มีคนตะโกนขึ้นมา

            ไม่ต้องให้หวังเค่อเอ่ยปากก่อนที่เหล่าศิษย์ตระกูลเนี่ยจะทันได้ขยับตัวพวกมันก็ถูกยอดฝีมือฝูงใหญ่รุมกระทืบจนหน้าปูดตาบวมแล้ว

            “พวกเจ้ารนหาที่ตายแล้ว ไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็นใคร?ข้าคือเนี่ยจิงหยุน ปล่อยข้านะ!” ศิษย์ตระกูลเนี่ยร่ำร้อง

            “เจ้าเคยอัดข้ามาก่อน ครั้งที่แล้วตอนข้าไปทวงเงินที่บ้านเจ้าเจ้าเตะข้าตั้งสามเท้า!” ใครสักคนในฝูงชนตะโกน

            “มัดตัวมันไว้ ลากไปบ้านตระกูลเนี่ย!” หวังเค่อสั่งการ

            “ทราบ!”

            ไม่นาน กลุ่มศิษย์ตระกูลเนี่ยที่มาสืบข่าวก็ถูกจับมัดจนหมด

            “โค่นเนี่ยเทียนป้า! ช่วยเหลือฮูหยินหวัง! ทวงเงินของเราคืน…!”

            ฝูงชนตะโกนคำขวัญเดินส่ายอาดๆ ไปทั่วเมืองพวกมันเดินขบวนผ่านถนนหนทางที่พลุกพล่านที่สุดในเมืองจูเซียนชาวเมืองจูเซียนมากมายต่างมองด้วยสายตาสงสัย ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก่อนพวกมันจะชี้นิ้วไปยังป้ายที่ลูกน้องหวังเค่อแบกมาด้วยอย่างประหลาดใจ

            ฝูงชนที่ตามมาจากเรือนน้ำชากงอี้ไม่ทราบว่าลูกน้องหวังเค่อเขียนป้ายใหญ่โตเชิดมาตามขบวนตั้งแต่เมื่อไหร่ทุกคนในเมืองจูเซียนที่ไม่รู้เรื่องต่างก็ได้รับทราบถึงเหตุผล

            ป้ายเดินขบวนเขียนว่า

            “โค่นโจรชั่วเนี่ยเทียนป้า!”

            “เมื่อมีการกดขี่ ย่อมมีการต่อต้าน!”

            “กำจัดตระกูลเนี่ย เนื้อร้ายเมืองจูเซียน!”

            “ตระกูลเนี่ยไร้น้ำใจ ออกจากเมืองจูเซียนไปซะ!”

            ………

            ……

            …