เจียงลี่หยูฟังประโยคตอบกลับของหงหนิงจบก็พยักหน้าเออออแบบเห็นด้วย
ใช่แล้ว! ตรรกะของอดีตคุณหนูผู้นี้ถือว่ายังพอมีรอยหยักในสมองเหลืออยู่บ้าง
แล้วเจียงลี่หยูก็ลองจินตนาการต่อดู ว่าศพคนตายที่ถูกจัดงานศพฝังดินลงไปแล้วจู่ๆ เดินลากเท้ากลับไปเคาะประตูจวนเจ้าเมืองมันคงไม่ใช่ฉากครอบครัวสุขสันต์วิ่งเข้าสวมกอดกันกลมแน่ๆแต่มันคือหนังสยองขวัญสั่นประสาท ที่เผลอๆคนในบ้านอาจจะแห่กันไปจ้างนักพรตเต๋ามาสาดข้าวสารเสกใส่ ก่อนที่หงหนิงจะได้อ้าปากอธิบายเรื่องราวเสียด้วยซ้ำ
"ถ้าอย่างนั้น..."เจียงลี่หยูเอ่ย พลางยกแขนขึ้นกอดอก "หากข้าลบตัวตนเดิมของเจ้าทิ้งแล้วทำให้เจ้ากลายเป็นคนอื่น... คนที่มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ใช่หงหนิงคนเดิมเจ้าจะว่าอย่างไรล่ะ?อย่างน้อยคนที่รู้จักเดิมของเจ้าจะได้ไม่ต้องหวาดกลัว หรือสงสัยในตัวเจ้าและตัวเจ้าเองก็จะได้ใช้ชีวิตต่อไป โดยไม่ต้องยึดติดกับอดีตอีก..."
หงหนิงชะงักไปชั่วครู่ก่อนที่นัยน์ตาโศกเศร้าจะทอประกายแห่งความหวังขึ้นมา นางรีบพยักหน้ารัวๆประหนึ่งไก่จิกข้าวสาร "หากนายหญิงทำเช่นนั้นได้จริงๆข้าก็ยินดีที่จะทิ้งอดีตทั้งหมดและขอเป็นข้ารับใช้คอยปรนนิบัตินายหญิงไปตลอดชีวิตเจ้าค่ะ!"
เมื่อตกลงทำสัญญาจ้างงานกันใหม่เสร็จสรรพเจียงลี่หยูก็ไม่รอช้า ยื่นมือออกไปแตะร่างของสาวใช้ แล้วจับยัดเข้าช่องเก็บของต่างมิติทันที
‘เก็บ’
อึดใจต่อมา...
นิ้วเรียวขาวผ่องก็กดเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมเรียกใช้งานคำสั่ง 'แก้ไข' อย่างคล่องแคล่วประหนึ่งศัลยแพทย์มือทอง'ไหนๆ ก็จะปั้นหน้าใหม่ทั้งทีเอาให้สวยระดับไอดอลไปเลยก็แล้วกัน!'
อดีตพนักงานออฟฟิศนึกสนุกขุดเอาเรฟเฟอเรนซ์ความงามจากยุคปัจจุบันมาใช้เธอจัดการรื้อโครงหน้าของบุตรีเจ้าเมืองทิ้ง แล้วปั้นใหม่ให้กลายเป็นเบ้าหน้าของ 'นักร้องเกิร์ลกรุ๊ป' ตัวท็อปที่เคยชื่นชอบทั้งดวงตากลมโตเฉี่ยวคม จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากกระจับอวบอิ่ม
‘เบ้าหน้าแบบนี้ ไม่ซ้ำกับคนในยุคโบราณนี้แน่ๆ’
เมื่อผลงานศิลปะชิ้นเอกเสร็จสมบูรณ์ เจียงลี่หยูก็นำร่างของหงหนิงกลับออกมาจากช่องเก็บของ
แวบ!
แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางห้องโถงหงหนิงในรูปลักษณ์ใหม่เอี่ยมอ่องปรากฏกายขึ้น
เจียงลี่หยูรีบพยักพเยิดหน้าไปทางมุมห้อง เพื่อบอกใบ้ให้อีกฝ่ายไปส่องกระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล
สาวใช้ที่เพิ่งถูกจับศัลยกรรมในช่องเก็บของ ค่อยๆก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกทันทีที่นัยน์ตาของนางปะทะเข้ากับเงาสะท้อนเบื้องหน้า ร่างบอบบางก็ถึงกับชาวาบอ้าปากค้างนิ่งงัน
สตรีที่อยู่ในกระจกนั้นช่างงดงามโฉบเฉี่ยวดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างประหลาดล้ำ มันเป็นความสวยคนละขั้วกับตัวตนของนางในอดีตอย่างสิ้นเชิง
"นี่คือ... ข้าหรือเจ้าคะ..."หงหนิงยกมือที่สั่นเทาขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตนเองเบาๆนางเปลี่ยนไปเป็นคนใหม่แล้วจริงๆ!
หยาดน้ำตาอุ่นๆ เอ่อล้นและร่วงหล่นลงมาอีกครั้งทว่าคราวนี้มันหาใช่น้ำตาแห่งความโศกเศร้า แต่เป็นความปีติยินดีการได้อยู่ในรูปลักษณ์ใหม่นี้ทำให้ความรู้สึกยึดติดกับอดีตอันขมขื่นของอดีตคุณหนูใหญ่ถูกปัดเป่าให้เลือนหายไปได้อย่างง่ายดายประหนึ่งสายลมพัดฝุ่น
หงหนิงหันกลับมาหาผู้เป็นนายก่อนจะย่อตัวลงทำความเคารพอย่างอ่อนช้อยงดงามกิริยามารยาทแบบฉบับผู้ดีเก่าถูกงัดออกมาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจ
เจียงลี่หยูโบกมือปัดๆ ในอากาศอย่างไม่ใส่ใจนักท่าทีของนางยังคงผ่อนคลาย และเกียจคร้านตามสไตล์ของปลาเค็มตากแห้ง
"เอาเถอะๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอก"หญิงสาวแย้มยิ้มมุมปาก "ถ้าเจ้าสบายใจที่จะเริ่มต้นใหม่และใช้ชีวิตแบบนี้ข้าก็ยินดีด้วย... ถือเสียว่านี่เป็นโบนัสต้อนรับพนักงานประจำก็แล้วกัน"
“บะโบนัส? คืออะไรเจ้าคะ?”
หงหนิงลอบมองสตรีผู้เป็นนายด้วยสายตาเทิดทูนบูชาแม้นางจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าเจียงลี่หยูเป็นใครมาจากไหนทว่าการสามารถชุบชีวิตคนตาย เนรมิตวิมานเคลือบทองคำหลังโตซ้ำยังเปลี่ยนใบหน้าคนให้งดงามได้อย่างง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือหากจะบอกว่านายหญิงของนางคือเทพเซียนที่พกอิทธิฤทธิ์มาเดินเล่นบนโลกมนุษย์หงหนิงก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
แต่ถึงแม้จะดูเหมือนเทพเซียนปานใด ก็ยังมีบางอย่างที่แปลกพิกลอยู่เช่นในเวลาอาหาร...
กร้วม... กร้วม...