เสียงลมหวีดหวิวดังผ่านหูขณะคนทั้งสามทะยานตัวฝ่าผืนป่าตรงหน้าเข้าสู่ป่าหมื่นอสูรชั้นนอกด้วยความเร็วตามกำลังระดับผู้ฝึกปราณขั้นปฐมหลินชิงใช้พลังแค่ส่วนหนึ่งเพราะผู้ที่ติดตามเขามาเป็นเพียงผู้เยาว์ซึ่งมีขั้นพลังระดับปฐมกับระดับมัชฌิมเท่านั้น
ตลอดทางที่ผ่านไปพบเจอสัตว์อสูรระดับต่ำเสียเป็นส่วนใหญ่มีสัตว์อสูรระดับสองบ้างประปราย แต่ด้วยพลังปราณขั้นกำเนิดเซียนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของหลินชิงย่อมไม่มีสัตว์อสูรตนไหนกล้าเข้าใกล้ ทั้งหมดจึงเดินทางได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วหยางเถาอวี้แอบตื่นตาตื่นใจกับสัตว์อสูรหลายสายพันธุ์ที่พบเห็นแต่ไม่กล้ากรี๊ดกร๊าดผู้อื่นกำลังเดือดเนื้อร้อนใจในการช่วยคนอยู่นี่นะนางจะมาทำเป็นกินลมชมป่าย่อมไม่เหมาะ
ระยะทางจากหมู่บ้านนักล่าสัตว์อสูรไปถึงเขตป่าชั้นนอกไม่ถือว่าใกล้หรือไกลสำหรับผู้ฝึกพลังปราณใช้เวลาราวสามชั่วยามเศษในการเดินทางโดยไม่หยุดพักในที่สุดเยี่ยนหรูจึงพาทุกคนเข้ามาถึงพื้นที่ที่เคยเกิดการต่อสู้เมื่อวาน
“ตรงนี้เป็นจุดที่พวกเราถูกโจมตีขอรับอาจารย์หลิน” เยี่ยนหรูหยุดฝีเท้าลงชี้ไม้ชี้มือบอกตำแหน่ง
ต้นไม้รอบด้านหลายส่วนถูกโค่นล้มหลายส่วนมีคราบเลือดเปรอะเปื้อน พื้นดินมีร่องรอยการต่อสู้รอยเท้าเหยียบย่ำสับสนปนเปกระจัดกระจายตัวออกไปหลายทิศทาง หลินชิงแผ่สัมผัสลมปราณออกไปรอบตัวพยายามตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติต่างๆ
“ร่องรอยกระจัดกระจายออกไปรอบทิศทางเช่นนี้ยากจะระบุได้แต่ถือว่าโชคดีที่ยังไม่พบคนบาดเจ็บล้มตายเช่นนั้นเราค้นหาออกไปเป็นวงรอบโดยมีพื้นที่เกิดเหตุแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางเถอะ” หลินชิงสั่งการพร้อมยื่นหยกสื่อสารระดับต่ำให้เยี่ยนหรูชิ้นหนึ่ง
“พวกเราแยกย้ายกันเจ้าไปกับแม่เด็กน้อยทางซ้ายมือ ส่วนข้าจะวนออกไปทางขวาหากพบเจอคนให้พามารวมตัวกันที่นี่”
“กลับมารวมตัวกันที่นี่หรือขอรับ” เยี่ยนหรูมีสีหน้าสงสัยลังเล
“ตามหลักแล้วคนพวกนั้นคงไม่คิดว่าพวกเราจะย้อนกลับมายังพื้นที่อันตรายเช่นนี้อีกบริเวณนี้จึงควรปลอดภัยพอ หากประสบเหตุอะไรให้ติดต่อผ่านหยกสื่อสารนี้ทันทีหากไม่มีความคืบหน้า อีกสองชั่วยามให้กลับมารวมตัวกันที่นี่ก่อนค่ำ” สั่งการโดยละเอียดเสร็จสิ้นหลิงชิงจึงเตรียมตัวผละจากไป
“รับทราบขอรับอาจารย์” เยี่ยนหรูรับหยกสื่อสารมาเก็บพร้อมกับชักชวนหยางเถาอวี้ออกเดินทางไปตามทิศที่หลินชิงกำหนด
เมื่อเห็นหลินชิงจากไปไกลแล้วหยางเถาอวี้จึงหันมาทางเยี่ยนหรู“พี่หรูเจ้าคะ”
“มีอะไรหรืออวี้เอ๋อ”
“ข้าเองก็มีจี้สื่อสารอยู่จึงอยากขอเชื่อมกับหยกสื่อสารของท่านไว้เจ้าค่ะ เผื่อมีอะไรจะได้ใช้ติดต่อกัน” หยางเถาอวี้เอ่ยก่อนจะดึงสร้อยคอออกมาจากสาบเสื้อด้านใน
“โอ๋ เป็นจี้สื่อสารที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยงดงามมาก” เยี่ยนหรูเอ่ยชมจี้สื่อสารก่อนจะยื่นหยกสื่อสารของตนออกมาทำการเชื่อมต่อกับจี้สื่อสารของเด็กสาว
“เท่านี้ก็เรียบร้อย” หยางเถาอวี้พอใจอย่างยิ่งก่อนหน้านี้นางยังแอบกังวลอยู่บ้างว่าจี้สื่อสารที่ทำด้วยโปรทาเนี่ยมนี้จะสามารถเชื่อมต่อกับหยกสื่อสารในโลกนี้ได้หรือไม่เวลานี้จึงหายห่วง
หยางเถาอวี้ รุ่ยเอ๋อกับทีเจวันร่วมด้วยช่วยกันสแกนพื้นที่ในรัศมีร้อยหลี่พบว่าทิศทางหนึ่งมีร่องรอยลมปราณของมนุษย์หลายคนกระจัดกระจายตัวกันอยู่นางหันไปเอ่ยกับเด็กหนุ่ม “พี่หรูข้างหน้านั่นคล้ายมีคนหลายคน”
“หืม” เยี่ยนหรูมองตามนิ้วมือของหยางเถาอวี้ไป “งั้นก็ไปกันเถอะเจ้าระวังตัวด้วย” เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวสงสัยว่าเหตุใดเด็กสาวล่วงรู้แต่ตนกลับยังจับสัมผัสอะไรไม่ได้บางทีนางอาจมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ เยี่ยนหรูจึงไม่คิดให้มากความตัดสินใจไปดูให้เห็นกับตาย่อมเป็นการพิสูจน์ความจริงไปด้วยในตัวอยู่แล้วอย่างไรก็ต้องตามหาคน
สองคนหนึ่งตัวปกปิดพลังปราณของตนใช้ฝีเท้าเบาดุจขนนกทะยานร่างมุ่งตรงไปยังทิศทางที่หยางเถาอวี้ชี้บอกเพียงราวชั่วน้ำเดือด ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อยหนาทึบขึ้นด้วยไม้ใหญ่หยางเถาอวี้มีประสาทสัมผัสทั้งห้าดีเยี่ยม นางได้ยินเสียงหอบหายใจเบาๆอยู่ไม่ไกลออกไปหลังโคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่งห่างออกไปราวยี่สามสิบหมี่จึงทำไม้ทำมือเป็นสัญญาณตามที่ได้พูดคุยตกลงกับเยี่ยนหรูให้แยกย้ายกันอ้อมวกไปคนละด้านเพื่อลอบโอบล้อมเผื่อเป้าหมายเป็นศัตรูจุดประสงค์อย่างหนึ่งของนางก็เพื่อจะเปิดใช้โหมดล่องหนได้โดยง่าย
เมื่อสบโอกาสอยู่ตามลำพังทีเจวันเปิดม่านพลังอำพรางตัว หยางเถาอวี้อ้อมวกไปทางขวามือไม่นานภาพตรงหน้าจึงค่อยๆ กระจ่างชัดสู่สายตา
ที่บริเวณโคนไม้ใหญ่ต้นนั้นมีโพรงไม้เล็กๆแม้ไม่สามารถมุดเข้าไปหลบภัยได้ทั้งตัว แต่มีกอหญ้ารกชัดขึ้นคลุมจนมองแทบไม่เห็นถือเป็นจุดหลบภัยที่ดีจุดหนึ่ง หากไม่ตั้งใจสังเกตุหรือไม่ทำพิรุธก็ยากที่ใครจะมองเห็นสตรีผู้หนึ่งขดตัวอยู่ในโพรงไม้ กึ่งนั่งกึ่งนอนพักหายใจหอบหนักทั่วตัวเต็มไปด้วยบาดแผลกระทั่งเสื้อผ้ายังถูกย้อมจนเป็นสีแดงฉาน
นี่ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่หนังซีรี่ส์นี่คือสถานการณ์สู้รบอย่างแท้จริง หยางเถาอวี้เห็นภาพนี้แล้วจึงเพิ่งตระหนักได้ถึงความเป็นจริงแต่เวลานี้นึกเสียใจที่หลงเข้ามาพัวพันอันตรายก็ออกจะสายเกินไปนางทำได้เพียงตั้งสติให้มั่น
หยางเถาอวี้ตรวจสอบพื้นที่ร้อยหมี่โดยรอบดีแล้วว่าตรงนี้มีสตรีผู้นี้อยู่เพียงลำพังดูจากการแต่งกายที่มีลักษณะคล้ายเครื่องแบบของเยี่ยนหรูแล้วก็น่าจะเป็นศิษย์ของสถานศึกษาชิงหลงเยี่ยนนางค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นขณะเคลื่อนตัวเข้าไปหาพร้อมเอ่ยทักเสียงเบาจนแทบกระซิบ
“แม่นาง อย่าตกใจๆ ข้ามาดี”
สตรีตรงหน้าได้ยินเสียงเล็กใสร้องเรียกดังขึ้นในระยะประชิดกะทันหันใบหน้าของนางซีดเผือดเผยแววตระหนกตกใจสุดขีดในวูบแรก ครั้นเห็นลักษณะท่าทางของหยางเถาอวี้ซึ่งเป็นเพียงเด็กหญิงอายุวัยสิบเอ็ดสิบสองปีเต็มตาทั้งยังมิได้แต่งตัวเยี่ยงกลุ่มคนสารเลวพวกนั้นจึงค่อยคลายใจลงเล็กน้อย
“จะ เจ้าเป็นใคร” สตรีตรงหน้ากระซิบถามด้วยท่าทางตื่นกลัวลำแขนโอบกอดสองขาที่คู้เข้าหากัน
“ข้ามาดี ข้ามากับพี่เยี่ยนหรู”
“เจ้า พี่เยี่ยนหรูเหรอ” ได้ฟังเช่นนี้ราวกับนางได้ยินเสียงสวรรค์
“ใช่แล้ว พี่เยี่ยนหรูกำลังเดินมาทางนี้อีกไม่นานก็คงถึง”
“ดี ดีเหลือเกิน” สีหน้าท่าทางของนางบ่งบอกว่ากำลังโล่งอก
เพียงชั่วจิบชาต่อมาเงาร่างของเยี่ยนหรูปรากฏขึ้นจากทางซีกซ้าย เขามองเห็นหยางเถาอวี้กับสตรีที่กำลังคลานออกมาจากโพรงไม้โดยมีเด็กสาวคอยช่วยเหลือ
“อิงเวย” เยี่ยนหรูเห็นชัดแล้วว่าสตรีตรงหน้าคือใครเขาทะยานร่างเข้ามาด้วยฝีเท้าเบาและระมัดระวังรอบด้านเต็มที่ด้วยไม่แน่ใจว่าแถวนี้จะยังมีคนร้ายกลุ่มนั้นออกตระเวนล่าพวกเขาอยู่อีกหรือไม่
“ศิษย์พี่เยี่ยนหรู” เมื่อเห็นว่าใครมาสตรีผู้มีนามว่าอิงเวยดีใจสุดขีด นางเริ่มหลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเศษฝุ่นเศษดินจนยิ่งมอซอแต่นางไม่มีแก่ใจจะสนรูปโฉมของตนอีกแล้วในเวลานี้ในใจนางราวกับกำลังได้เห็นเทพเซียนนางฟ้าลงมาโปรด
“อิงเวย เจ้า... เป็นอะไรมากหรือไม่”
“ศิษย์พี่.. ศิษย์พี่เฉียนเฉียนตายแล้วพวกมันฆ่านาง พวกมันฆ่านาง ฮือๆๆ”
“เจ้าใจเย็นๆ ก่อนอาจารย์หลินชิงตามมาช่วยพวกเราแล้ว พวกเราจะต้องไม่เป็นอะไร” เยี่ยนหรูเห็นศิษย์น้องของตนอยู่ในอาการตื่นตระหนกจึงเอ่ยปลอบใจ
“พี่หรู ข้าขอตรวจร่างกายของนางก่อน” หยางเถาอวี้สำรวจดูแล้วเห็นรอยแผลที่เกิดจากของมีคมทั่วร่างของอิงเวยหลายแห่งแต่แผลเหล่านั้นไม่บาดลึกร้ายแรงถึงชีวิตอิงเวยผู้นี้เพียงเสียเลือดมากและตื่นตระหนกเท่านั้นนางจึงหยิบยาห้ามเลือดออกมาทาให้ตามรอยแผลต่างๆ พร้อมกับส่งเม็ดยาสงบใจกับยาฟื้นฟูพลังที่ได้จากอาจารย์หลินชิงให้นางกิน
“พี่สาว หากท่านเดินไหวข้าว่าพวกเรารีบออกไปจากจุดนี้กันก่อนเถอะข้าสัมผัสได้ว่าข้างหน้ายังมีคนอยู่อีกสองสามคน” รอจนอิงเวยโคจรพลังปราณปรับลมหายใจตนได้เสถียรขึ้นและซึมซับฤทธิ์ยาได้ระดับหนึ่งหยางเถาอวี้จึงเอ่ยทัก
“ตกลง” ทุกคนไม่รอช้าเร่งฝีเท้าออกจากบริเวณนี้ไปอย่างพยายามให้เงียบกริบที่สุดเยี่ยนหรูใช้หยกสื่อสารแจ้งความคืบหน้าให้กับหลินชิงก่อนจะรุดหน้าต่อไป
ห่างออกไปอีกราวชั่วน้ำเดือดทุกคนเห็นร่างๆ หนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนพื้นหญ้ารก
“ศิษย์พี่เฉียนเฉียน ฮือๆเป็นศิษย์พี่เฉียนเฉียนนางช่วยล่อคนชั่วพวกนั้นเพื่อให้ข้าซึ่งมีพลังยุทธ์ต่ำกว่าหลบหนี” อิงเวยวิ่งเข้าไปที่เงาร่างคุ้นตาพร้อมกับร่ำไห้
“ให้ข้าดูหน่อย” หยางเถาอวี้ก้มตัวลงนางแตะชีพจรตรงบริเวณก้านคอ
“นางยังไม่ตายแต่คงทนจนพวกเราพากลับไปพบท่านอาจารย์หลินชิงไม่ไหวพวกท่านถอยออกไปเฝ้าระวังเหตุการณ์รอบด้านก่อน ข้าจะรักษานาง” หยางเถาอวี้รีบสั่งการสตรีตรงหน้าเสียเลือดไปมาก ลมหายใจรวยริน
“เจ้า เจ้าเป็นเด็กตัวแค่นี้สามารถช่วยพี่เฉียนเฉียนได้ด้วยเหรอ” เมื่อครู่ยามหยางเถาอวี้ปฐมพยาบาลนางนั่นควรเป็นทักษะพื้นฐานในการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ชาวยุทธ์พึงมีแต่นี่ศิษย์พี่เฉียนเฉียนอาการร่อแร่ปานนี้ นางจะรักษาได้หรืออิงเวยอดสงสัยและทักท้วงไม่ได้
“เจ้าวางใจเถอะตอนข้าบาดเจ็บสาหัสก็ได้อวี้เอ๋อนี่แหละที่ช่วยรักษาจนหายดีขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว” เยี่ยนหรูรีบเอ่ยขัด“พวกเราไปเฝ้ายามรอบบริเวณนี้ตามที่นางบอกเร็วเข้าเถอะ”
อิงเวยได้ยินดังนั้นจึงคลายใจลงส่วนหนึ่งนางหันไปเฝ้าระวังภัยด้านข้างอย่างว่าง่ายส่วนเยี่ยนหรูก็หันไปเฝ้าระวังภัยอีกด้านหนึ่ง
หยางเถาอวี้ไม่รอช้า นางล้วงขวดหยกบรรจุน้ำทิพย์ออกมาป้อนพร้อมกับเม็ดยาเก้าชีวิตซึ่งเป็นยาระดับสูงสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสทั้งที่อวัยวะภายในและภายนอกให้แก่เฉียนเฉียนอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงใช้น้ำทิพย์เทรดลงตามบาดแผลที่ปรากฏทั้งเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและช่วยให้แผลภายนอกสมานตัวได้เร็วขึ้น เวลานี้ให้ทีเจวันช่วยผ่าตัดบาดแผลใหญ่ที่กลางแผ่นหลังไม่ได้นางจึงต้องลงมือเอง
หยางเถาอวี้เร่งโคจรพลังใช้ดัชนีแสงสกัดจุดห้ามเลือดก่อนจะใช้เส้นแสงต่างใบมีดนางกรีดเฉือนเนื้อส่วนที่เริ่มตายทิ้งจากนั้นจึงใช้เส้นแสงผนวกลมปราณพร้อมกำลังจิตกระตุ้นการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อเร่งให้เซลต่างๆ ทุกภาคส่วนของบาดแผลซ่อมสร้างตัวเองวิธีนี้ย่อมช้ากว่าให้ทีเจวันลงมือใช้ระบบซ่อมสร้างโคลนเซลของร่างกายส่วนที่เสียหายแต่ก็ได้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ช้ากว่ามากอีกทั้งยังสิ้นเปลืองพลังวัตรและกำลังจิตไม่น้อย มิอาจใจร้อนหรือขาดสมาธิ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยามบาดแผลภายนอกจึงหายดีขึ้นกว่าเก้าส่วน
โชคดีที่อวัยวะภายในยังไม่ถึงกับแหลกลาญเพียงบอบช้ำค่อนข้างหนักและมีบางส่วนฉีกขาดหยางเถาอวี้ใช้ดัชนีต่างเข็มฝังลงตามจุดชีวิตต่างๆ กระตุ้นเร้าให้เกิดการรักษาตัวอึดใจต่อมาเฉียนเฉียนกระอักเอาเลือดเสียที่คั่งค้างอยู่ภายในออกมาเช่นนี้นับว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว