ตอนพิเศษ Ever distant Utopia
ตอนนี้ผู้เขียนไปเจอแนวคิด
ยูโทเปียของคนคนหนึ่งคือดิสโทเปียของอีกคนหนึ่ง
ก็ทำให้ผู้เขียนมาคิด
อาจจะแบบเดียวกับแมททริกซ์ที่ในนารุโตะเองก็มีวิชา
“อ่านจันทรา”
โลกที่สมบูรณ์แบบที่ทำให้ทุกคนเห็นโลกที่มีความสุขสมบูรณ์แบบของตนเอง
ก็มีหลายคนที่คิดแบบเดียวกับตัวร้ายในเรื่องแมททริกซ์
ว่าหากตูต้องมากินอาหารเหลวกับน้ำมันเครื่องยนต์อย่างนี้
สู้ให้เราไปอยู่ในแมททริกซ์เป็นดาราที่ร่ำรวยดีกว่า
ก็เป็นเรื่องที่เราสามารถคิดกันได้และเป็นคำถามที่เราถามกัน
มันมีหลายดาวที่ผู้เขียนเจอมาในไซไฟเรื่องอื่นและจะเอามาเล่นมุกในเรื่องนี้
ว่าแบบดาวที่เกมส์ออนไลน์นั้นได้รับความนิยมมากจนกลายเป็นแบบนิยายแนวเกมส์ออนไลน์ที่เร่งสมองได้หลายสิบเท่าในโลกออนไลน์ผลจะเป็นอย่างไร?
หากเราใช้ชีวิตในโลกออนไลน์มามากกว่าเวลาที่ใช้ในโลกจริง
เราจะยังนับว่าโลกความจริงคือตัวตนของเราได้ไหม?
ผู้เขียนคิดว่าข้อดีของแนวนิยายไซไฟคือสามารถสมมติเหตุการณ์และโลกหลายๆอย่างขึ้นมาได้
โดยไม่ต้องยึดติดกับโลกความเป็นจริงมากนักทั้งในด้านเทคโนโลยีหรือความเชื่อแนวคิดทางการเมืองต่างๆ
ผู้เขียนไปเจอคนวิจารณ์มาว่าสตาร์เทรกในยุคสมัยดั้งเดิมก่อนหน้านั้นเป็นเพียงแค่
Twilight zone in Space
ทไวไลท์โซนในอวกาศ
คือออกแนวเรื่องสั้นขวัญผวาหักมุมแบบซีรี่ย์ทไวไลท์โซนแค่เปลี่ยนเรื่องราวให้เกิดขึ้นในอวกาศและให้ลูกเรือยานเอ็นเตอร์ไพรซ์เจอดาวที่เกิดหายนะในรูปแบบต่างของสังคมที่แตกต่างกันตลอดการเดินทางของยานเอ็นเตอร์ไพรซ์
การที่มีตัวเดินเรื่องอย่างกัปตันเคิร์กกับสป็อคและลูกเรือดำเนินเรื่องเรื่อยๆ
ไม่ให้ตัวละครตายอนาถอย่างตัวที่ดำเนินเรื่องของทไวไลท์โซนก็เรียกว่าทำให้เรื่องไม่ดาร์กเกินเลยไปนัก
ว่าในจักรวาลที่กว้างใหญ่มีอารยธรรมที่กลายเป็นเศษซากมากมาย
ก็ยังมีอารยธรรมที่ประสบความสำเร็จปล่อยยานเอ็นเตอร์ไพรซ์และคนอย่างกัปตันเคิร์กและสป็อคออกไปค้นหาสิ่งต่างๆในห้วงจักรวาลนี้
ผู้เขียนค่อนข้างไม่ค่อยเห็นด้วยกับ
Three Body Problem
ที่ดังอยู่ตอนนี้สักเท่าไรเพราะทฤษฎี
Dark Forest
ป่ามืด
ที่ทุกคนในอวกาศต้องปกปิดตำแหน่งของตนเองไว้เป็นความลับไม่อย่างนั้นจะตายอนาถนั้นขัดกับจิตวิญญาณของสตาร์เทรกอย่างสิ้นเชิง
แต่มันอาจจะเป็นตัวแทนของแนวคิดในยุคนี้ก็ว่าได้
ว่าเราไม่ได้อยู่ในยุคสมัยที่เราสามารถเอาความแตกต่างและความขัดแย้งของเราบนโลกวางทิ้งไว้และไปผจญภัยในจักรวาล
แต่เราต้องทำตัวแบบชาวโรมูลันและใครเข้ามาในเขตแดนของเราต้องรีบฆ่ามันทันทีและต้องเก็บตนเองไว้เป็นความลับไม่ให้คนอื่นรู้...หรือจะเรียกว่าสตาร์เทรกนั้นแสดงความคิดของชาวดรมิวลันได้ดีเพราะโรมูลันคือคนที่เชื่อเรื่องDark Forest นั่นเองหากกล่าวจากมุมมองปัจจุบัน
สังคมยูโทเปียก็คงอาจจะห่างไกลนัก
เพราะแม้แต่ในจินตนาการของเรา
เราก็คิดสังคมที่มีความสุขไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
แน่นอนดังนั้นผู้เขียนจึงคิดว่าควรย้อนเข้าหาแนวคิดพระเอกอิเซไคในรูปแบบต่างๆแทน
ว่าสังคมที่มีฮาเร็มทาสนี่มันจะออกมาในรูปแบบไหน?
จะดีหรือที่เราจะเอาประชากรจำนวนมกาของสังคมเราไปเป็นทาสแทนที่จะให้เป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ?
หรือเรายอมรับได้เพราะมันช่วยเพิ่ม Social cohesion ความสมานฉันท์ของสังคม เป็นราคาที่เราต้องยอมจ่ายหากเราไม่ต้องการให้โลกของเรากลายเป็นแมดแม็กซ์หรือหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ?
ก็เป็นคำถามที่เราสามารถถามตนเองกันได้ต่อไปผ่านนิยายนี้
ผู้เขียนไปเจอเรื่องหนึ่งให้แนวคิดมาน่าสนใจว่า
หุ่นแอนดรอยด์ที่อาศัยอยู่ในโลกเสมือนVR มาตลอดมองว่าโลกความจริง
คือเกมส์ที่ห่วยแตก
ว่าใครเป็นคนออกแบบเกมส์แบบนี้ไม่มีเลเวลอัพ คนตายแล้วตายเลย
และพอคนตายแล้วตายเลยทำไมยังโหดร้ายต่อกันฆ่ากันได้อีก?
ก็เป็นคำถามที่น่าสนใจ
ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มหุ่นยนต์ที่คิดว่าตนเองนั้นได้“ช่วยเหลือ”มนุษย์โดยการจับพวกมนุษย์เอาไปไว้ในโลกเสมือนให้เล่นเกมส์มีความสุขไปตลอดกาล
ไม่ต้องทำงานใดใดทั้งนั้นเพราะหุ่นยนต์จะทำงานรับใช้มนุษย์ให้เอง
ขอต้อนรับสู่ทไวไลท์โซน เอ๊ย Galactic Imperium
ที่ผู้เขียนคิดว่าในช่วงสำรวจอวกาศจะให้ลองเจอดาว“ยูโทเปีย”เช่นนี้พอสมควร