ชาร์ลส์รีบเข้าไปดูอาการของโจเซฟที่นอนหอบอยู่กับพื้น แม้เขาเองยังคงปวดระบมจากการถูกบิดร่าง เขาเห็นข้อเท้าของเพื่อนที่บิดผิดรูปอย่างน่ากลัว
"เดี๋ยว..." เขาล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบขวดยาออกมา ภายในบรรจุของเหลวข้นหนืดสีทองอมแดง "ทายานี่ก่อน"
โจเซฟพยักหน้าเบาๆ กัดฟันแน่นขณะที่ชาร์ลส์ค่อยๆ ทายาลงบนข้อเท้าที่หันผิดทิศ ทันทีที่ของเหลวสัมผัสผิวหนัง ความร้อนวูบวาบก็แผ่ซ่านออกมา ความเจ็บปวดแสนทรมานค่อยๆ บรรเทาลง เหลือเพียงความรู้สึกชาๆ
"ดีขึ้นหรือเปล่า?" ชาร์ลส์ถามพลางมองข้อเท้าที่ยังคงบิดเบี้ยวอยู่อย่างกังวล เขาอยากจะช่วยจัดกระดูกให้เข้าที่ แต่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้เลย และก็ไม่กล้าเสี่ยง หากทำผิดวิธีอาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
"อือ... ดีขึ้นมาก" โจเซฟตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเข็มฉีดยาออกมาหนึ่งอัน
"ช่วยจัดการกับไอ้หมอนั่นที" เขาพยักพเยิดไปทางชายร่างผอมที่นอนจมกองเลือดอยู่
"ฉีดยาสลบให้มัน... เราจับมันด้วยวิธีปกติไม่ได้" โจเซฟอธิบายต่อ "ถึงจะมัดยังไง มันก็คงบิดตัวหลุดออกมาได้อยู่ดี... วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือทำให้มันหมดสติไปเลย"
ชาร์ลส์พยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ ก่อนจะรับเข็มฉีดยาจากมือของโจเซฟ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปที่ชายร่างผอม กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของเขายังคงปวดระบมจากผลของกล่องดนตรี แต่เขาก็กัดฟันฝืนเดินต่อไป
"ถ้ามันขยับตัวแปลกๆ ยิงมันได้เลย" เสียงของโจเซฟดังมาจากด้านหลัง มือของเขายังคงกำปืนไว้แน่น พร้อมจะยิงหากมีอะไรผิดปกติ
ชาร์ลส์ย่างเท้าเข้าไปใกล้ชายร่างผอมอย่างระมัดระวัง ศัตรูนอนแน่นิ่งในกองเลือดของตัวเอง ร่างกายมีหลุมกระสุนจากการถูกยิง แต่ชาร์ลส์ยังไม่วางใจ เขารู้ดีว่าคนที่มีพลังบิดร่างกายแบบนี้อาจจะแกล้งทำเป็นหมดสติเพื่อหาโอกาสโจมตี
เขาค่อยๆ ย่อตัวลงข้างร่างของศัตรู เข็มฉีดยาในมือพร้อมใช้งาน
ทันใดนั้น นิ้วมือของชายร่างผอมก็กระตุก! ชาร์ลส์ผงะถอยทันที ปืนของโจเซฟก็เล็งมาที่ศัตรูพร้อมกัน
"ฮึก..." เสียงครางแผ่วเบาดังออกมาจากปากของชายร่างผอม ดวงตาที่เคยปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้น มันฉายแววเจ็บปวดและอ่อนล้า "พวก... แก..."
ชายร่างผอมหัวเราะแผ่วๆ เสียงของเขาแหบพร่า "พวกแกคิดว่า-"
ชาร์ลส์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปยังศัตรูที่อ่อนแรงจากการเสียเลือด ก่อนจะแทงเข็มฉีดยาลงไปที่คออย่างรวดเร็ว
"อึ๊ก!" ชายร่างผอมพยายามจะบิดตัวหนี แต่บาดแผลจากกระสุนทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม ยาสลบถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายของเขาจนหมดหลอด เข็มถูกดึงกลับคืนอย่างรวดเร็ว
เอ่ยประโยคยังไม่ทันได้จบ เขาก็หมดสติไปแล้ว เพราะยาสลบออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว ร่างของชายร่างผอมค่อยๆ อ่อนระทวยลง ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ
ชาร์ลส์ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะหันกลับไปหาโจเซฟที่ยังนั่งพิงผนังอยู่ "จัดการเรียบร้อยแล้ว"
"ดี..." โจเซฟพยักหน้า สีหน้าของเขายังบ่งบอกถึงความเจ็บปวด แต่ยาที่ทาไว้ช่วยบรรเทาได้มาก "ต้องรีบติดต่อกลุ่มรักษา และเรียกคนของหน่วยวิทยาการมาจัดการกล่องดนตรีนั่น"
ชาร์ลส์พยักหน้าเห็นด้วย สายตาเหลือบไปมองกล่องดนตรีที่วางอยู่บนพื้น มันดูเหมือนของเล่นธรรมดา แต่พลังของมันกลับน่าสะพรึงกลัว
แต่แล้วเขานึกขึ้นได้ทันที "ไซมอน!" เขาหันไปมองชายร่างใหญ่ที่ยืนเฝ้ากระจกมาตลอด ตอนนี้ไซมอนยังคงยืนตัวแข็งทื่อ
"ไหวหรือเปล่า?" ชาร์ลส์เอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหา เขาไม่เคยสนใจจะถามชื่อชายร่างใหญ่คนนี้มาก่อน ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ชาร์ลส์เต็มไปด้วยอคติขุ่นเคืองต่อชายร่างใหญ่พวกนี้ เนื่องจากเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ไล่ล่าชาร์ลส์ในเขตเมืองเก่า แต่อาจจะน้อยกว่าอีกคน
แต่หลังจากได้ยินโจเซฟเรียกชื่อ และได้เห็นความพยายามของไซมอนที่ฝืนทนความเจ็บปวดเพื่อรักษาหน้าที่ ทำให้ทัศนคติของเขาเปลี่ยนไป
ดวงตาของไซมอนยังคงจ้องกระจก ทว่าใบหน้าที่บึ้งตึงกลับคลายออกเล็กน้อย "ไม่ตายหรอก..." เขาตอบเสียงแห้ง พลางล้วงหยิบขวดยาที่เหมือนกับของชาร์ลส์ออกมาจากกระเป๋า ของเหลวสีทองอมแดงในขวดเป็นยาประจำกายที่กองปราบปรามแจกให้ทุกคนพกติดตัวสำหรับกรณีฉุกเฉิน
เขาเริ่มทายาตามจุดต่างๆ ที่บาดเจ็บ กล้ามเนื้อที่เกร็งค้างเริ่มผ่อนคลาย แม้ความเจ็บปวดจะยังแล่นแปลบอยู่บ้าง แต่ก็ทุเลาลงมาก "แค่... ปวดไปหมดทั้งตัว"
"งั้นฉันออกไปตามกำลังเสริมก่อนนะ" ชาร์ลส์เอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าทุกคนทายาบรรเทาอาการกันเรียบร้อยแล้ว
"ระวังตัวด้วย" โจเซฟกำชับ ข้อเท้าที่บิดเบี้ยวทำให้เขาขยับตัวไม่ได้
ชาร์ลส์พยักหน้า พลางขยับตัวเล็กน้อย ความเจ็บปวดจากผลของกล่องดนตรียังคงแล่นริ้วไปทั่วร่าง
"โจเซฟ... ขอยาหน่อยได้ไหม? ของฉันใช้กับนายไปหมดแล้ว"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นโจเซฟจึงล้วงกระเป๋าหยิบขวดยาอีกขวดส่งให้ ชาร์ลส์รับมาทาตามจุดที่ปวดที่สุด ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านออกมาจากยา ทำให้อาการทุเลาลง เขาส่งยาคืนให้โจเซฟก่อนจะเดินออกจากห้องใต้ดิน
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นแรก ภาพที่เห็นตรงหน้าคือความวุ่นวาย สมาชิกองค์กรแปรอักษรกำลังวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามไล่จับกุม เสียงปืนดังเป็นระยะ กลิ่นดินปืนกระจาย บางคนถูกจับเป็น บางคนถูกยิงล้มลง แต่ดูเหมือนสถานการณ์โดยรวมจะอยู่ภายใต้การควบคุม
ชาร์ลส์รู้ว่าเขาต้องรีบออกไปตามหมอจากด้านนอก แต่การสื่อสารทางจิตใช้ไม่ได้เพราะเอ็ดเวิร์ดยังติดอยู่ในมิติกระจก เขาจึงต้องวิ่งออกไปหากลุ่มสนับสนุนด้วยตัวเอง
แต่เมื่อวิ่งออกมาได้ไม่ไกล ภาพตรงหน้าทำให้ชาร์ลส์ชะงัก เหตุการณ์ที่คุ้นเคยฉายเข้ามาในดวงตา ชายผมยาวที่หนีออกจากห้องใต้ดินก่อนหน้านี้กำลังจับเด็กชายคนหนึ่งเป็นตัวประกัน มือของเขารัดรอบคอเด็ก ด้วยหน้าเหี้ยมเกรียม
ชายที่ชื่อธีโอดอร์ยืนอยู่ไม่ห่าง กำลังพยายามกันเด็กหญิงอีกคนให้ถอยออกมา มือของเขากำปืนแน่น แต่ไม่กล้ายิงเพราะกลัวจะพลาดไปโดนตัวประกัน เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็เล็งปืนไปที่ชายผมยาว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
"อย่าเข้ามา!" ชายผมยาวตะโกน มือรัดคอเด็กชายแน่นขึ้น "ถ้าใครขยับ ไอ้หนูนี่ตายแน่!"
ชาร์ลส์ยืนมองดูไกล ๆ อยู่นอกสถานการณ์ กับเหตุการณ์คุ้นเคยที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับบ่นออกมาในใจ
'ทำไมไอ้หมอนี่ชอบจับเด็กเป็นตัวประกันเนี่ย?'
'อีกอย่างเด็กพวกนี้มาจากไหน?'
ชาร์ลส์ขมวดคิ้วขณะประเมินสถานการณ์ตรงหน้า สมองของเขาประมวลผลทางเลือกต่างๆ อย่างรวดเร็ว
'ใช้พลังทำให้มันเผลอ...' เขาคิด แต่แล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ 'ไม่ทัน... ต่อให้มันเผลอแค่วินาทีสองวินาที ระยะห่างขนาดนี้ พวกเจ้าหน้าที่ก็วิ่งไปไม่ทัน'
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่ธีโอดอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดกับตัวประกัน 'แม้ชายที่ชื่อธีโอดอร์ที่อยู่ใกล้ขนาดนั้นยังไม่แน่ว่าจะทัน... ยิ่งถ้าลองยิง...' เขานึกภาพกระสุนพุ่งเฉียดใบหน้าเด็กชาย 'เสี่ยงเกินไป อาจโดนเด็กได้'
ชาร์ลส์สูดลมหายใจลึก รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่มีพลังสื่อสารทางความคิดเหมือนเอ็ดเวิร์ด 'ถ้าจะส่งสัญญาณให้พวกเขาลงมือ มันก็ช้าเกินไปสำหรับสถานการณ์แบบนี้...'
เขาต้องคิดหาวิธีอื่น... และต้องคิดให้เร็ว ชีวิตของเด็กคนหนึ่งกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
แต่แล้วเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแว่วมาจากด้านข้าง "ถ้าอยากช่วยเด็ก จงตั้งสมาธิ อย่าเพิ่งหันมา"
ชาร์ลส์ชะงัก เสียงนี้... เขาคุ้นหูกับมันมาก
"นายเป็นคนที่อยู่กับโจเซฟเมื่อตอนนั้นใช่ไหม?"
ในวินาทีนั้นเอง ความทรงจำก็แล่นเข้ามา... เขารู้แล้วว่าเจ้าของเสียงคือใคร
"นายเป็นผู้ยกระดับตัวตนหรือเปล่า?" เธอถามต่อ
ชาร์ลส์แปลกใจที่เธอรู้เรื่องผู้ยกระดับตัวตน แต่ก็ตอบไปตามตรง "ใช่"
"มีความสามารถอะไร?"
"ทำให้เผลอ... กับทำให้มุ่งความสนใจจดจ่อ"
"ดี" เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายแผน "ถ้าฉันให้
สัญญาณ ทำให้มันเผลอซะ แล้วฉันจะยิงแขนให้ปล่อยเด็ก"
"ไม่ได้!" ชาร์ลส์ขัดทันที เสียงเขาเต็มไปด้วยความกังวล "เสี่ยงที่จะโดนเด็กเกินไป"
"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่พลาดหรอก" น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ชาร์ลส์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า "ยังไงก็..."
"ฉันก็เป็นผู้ยกระดับตัวตนเหมือนกัน" เธอตัดบท "ความสามารถของฉันคือความแม่นยำและควบคุมความน่าจะเป็น"
"เข้าใจแล้ว" เขาตอบเสียงเบา "เริ่มกันเลยไหม?"
รอสัญญาณฉัน" เธอกระซิบ มือกระชับปืนแน่นขึ้น
ชาร์ลส์สูดลมหายใจลึก สมาธิของเขาจดจ่อไปที่ชายผมยาวที่ยังคงจับตัวประกันอยู่ รอคอยสัญญาณ
"เริ่ม!" เสียงดังขึ้น
ทันทีที่ได้ยินสัญญาณ ชาร์ลส์ปล่อยพลังของเขาออกไป บิดเบือนการรับรู้ของชายผมยาวให้เผลอเพียงชั่ววินาทีเดียว
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดกัน กระสุนนัดแรกพุ่งแทรกผ่านช่องว่างระหว่างศีรษะเด็กชายกับแขนของชายผมยาว เจาะทะลุกล้ามเนื้อต้นแขนที่รัดคอตัวประกันอยู่พอดิบพอดี ในขณะที่นัดที่สองแทงทะลุต้นขาซ้ายอย่างแม่นยำ
"อ๊ากก!" ชายผมยาวร้องลั่น แขนที่รัดคอเด็กชายหมดแรงในทันที ร่างของเขาทรุดลงเมื่อขาถูกยิง
เด็กชายรีบวิ่งหนีทันทีที่หลุดจากการเป็นตัวประกัน ธีโอดอร์พุ่งเข้าไปรวบตัวเด็กออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ รีบเข้าควบคุมตัวชายผมยาวที่บาดเจ็บ
ชาร์ลส์หันไปเห็นหญิงสาวผมสีดำยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าเข้มเป็นประกายทอง... มิแรนดา คาเว็นดิช พี่สาวของโจเซฟ
แต่ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เขาได้พบ เธอไม่ได้สวมชุดคลุมยาวสีเข้มที่ปกปิดร่างกาย แต่อยู่ในชุดทางการ เดรสผ้าไหมสีกรมเนื้อละเอียดที่ตัดเย็บอย่างประณีต เสื้อรัดรูปประดับลวดลายปักด้ายเงินวิจิตร กระโปรงบานกว้างยาวสง่างาม แขนเสื้อยาวตกแต่งด้วยลูกไม้ละเอียดอ่อน ผมสีดำขลับของเธอถูกเกล้าขึ้นสูงอย่างพิถีพิถัน ประดับด้วยไข่มุกเรียงรายและริบบิ้นสีเงินที่พลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว
เมื่อได้เผชิญหน้ากันจริงๆ ชาร์ลส์รู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ต่อหน้าพลตรีผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคนนี้ เขาแทบจะลืมความกล้าที่เคยต่อเถียงก่อนหน้านี้หายไปในทันที
"โจเซฟอยู่ไหน?" เธอถามเสียงเรียบ แต่แฝงความเป็นห่วงอยู่ในน้ำเสียง
"อยู่ในห้องใต้ดินครับ" ชาร์ลส์รีบตอบทันที "เขาบาดเจ็บที่ข้อเท้า ต้องการความช่วยเหลือด่วน"
"แล้วทางไปห้องใต้ดินมันอยู่ตรงไหน?"
ชาร์ลส์ชี้มือไปยังทางเดินด้านในคฤหาสน์ "อยู่ใต้บันไดหลัก ใกล้กับห้องโถงกลางครับ"
พลตรีมิแรนดาพยักหน้ารับรู้ สายตาของเธอจับจ้องไปทางประตูคฤหาสน์ที่นำไปสู่ห้องใต้ดิน
"ไปทำงานของนายต่อได้แล้ว" มิแรนดาพูดสั้นๆ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว ท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้
ชาร์ลส์มองตามร่างของพลตรีที่เดินจากไป ก่อนจะสะบัดศีรษะเบาๆ เขายังมีงานต้องทำ 'ต้องรีบไปตามหมอกับหน่วยวิทยาการมาจัดการกับกล่องดนตรีนั่น' เขาคิดพลางเร่งฝีเท้าออกไปนอกรั้วคฤหาสน์ ที่ซึ่งกองกำลังสนับสนุนตั้งฐานปฏิบัติการอยู่
ทันใดนั้น เสียงของเอ็ดเวิร์ดก็ดังขึ้นในหัวของชาร์ลส์ "ภารกิจสำเร็จแล้ว จัดการหัวหน้าองค์กรแปลอักษรได้แล้ว"
ชาร์ลส์หยุดชะงัก ความโล่งใจแล่นผ่านร่างกาย อย่างน้อยการต่อสู้ในมิติกระจกก็จบลงด้วยดี แต่เขาไม่มีเวลามาดีใจ เขาต้องรีบไปตามหมอมาช่วยโจเซฟ และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือต้องตามหน่วยวิทยาการมาจัดการกับกล่องดนตรีอาถรรพ์นั่น