Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 56 - หึงหวง

    ตอนที่ 56 – หึงหวง

     

                ทวินนาค่อยๆ ตักเนื้อปลาแซลม่อนกินเข้าไปอย่างไม่รู้รสชาติ ท่าทางเธอดูเหม่อลอยจนกมลสังเกตได้ กมลเลยภามเธอขึ้นมา “พี่นา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

                แต่ทวินนาก็ไม่ตอบ ดูเหมือนเธอจะคิดอะไรอย่างหนึ่งอยู่ ก็เลยตกอยู่ในภวังค์และไม่สนใจใครทั้งนั้น จนกมลต้องเรียกเป็นครั้งที่สอง ค่อนข้างเสียงดัง ทำเอาทหารเด็กม.ปลายคนอื่นๆ หันมามอง

                “พี่นา!” กมลร้องเสียงดังนิดหนึ่ง ทวินนาจึงรู้สึกตัว เธอวางช้อนส้อมลงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดปาก

                “มีอะไรเหรอ?” ทวินนาถามกมล กมลก็เลยบอก

                “เรียกพี่นาตั้งสองครั้งแต่พี่นาไม่สนใจมลเลย” กมลบอกออกมา ทำเอาอัมพรมองตามด้วย “พี่คิดอะไรอยู่คะ? ดูเหม่อลอยจังเลย?”

                “ไม่มีอะไรหรอก” ทวินนาปฏิเสธ แต่กมลรู้ดีว่าต้องมีอะไรแน่นอน ไม่งั้น ทวินนาไม่นั่งเหม่อลอยแบบนี้หรอก แต่เธอก็หมดความสนใจที่จะสอบถามก็เลยกินข้าวต่อ

                “ปลาแซลม่อนอร่อยจัง” ปฏิคมพูดขึ้นหลังจากตักเนื้อปลาแซลม่อนย่างเข้าปากไปแล้ว “ที่อาณาเขตเก่าของผม แทบจะไม่มีปลาแซลม่อนเลย ปลาทูด้วย”

                “งั้นพรุ่งนี้น้าทอดปลาทูให้ด้วยดีไหม?” ณปภาที่ยืนอยู่ในครัวหันมาถาม ปฏิคมก็บอกว่าดี เพราะเขาชอบกินปลาทู พอนึกขึ้นได้เรื่องปลาทู พันธกรก็นึกไปถึงพสุ ที่เคยเอาปลาทูแบ่งมาให้พวกเขากินกัน

                “ไอ้ดินจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้?” พันธกรเอ่ยขึ้นมา ทำเอาทุกคนหันมามอง แล้วเขาก็พูดต่อ “เมื่อไหร่แม่มันจะหายก็ไม่รู้? ความทรงจำไม่กลับมาเสียที”

                “ที่น้องบอกว่าแม่เขาสูญเสียความทรงจำไปน่ะเหรอ?” ปราชญาถามขึ้นมา “น่าสงสารน้องดินเนอะ พ่อก็ไปแล้ว แม่ยังมาเป็นแบบนี้อีก”

                “แต่จิตใจมันเข้มแข็งนะครับ” พันธกรบอกปราชญา “มันพยายามจะทำให้แม่มันนึกอะไรขึ้นได้ทีละอย่าง ทีละอย่าง มันไปเฝ้าแม่มันทุกวันเลย เมื่อเขาเปิดให้เฝ้า โรงเรียนก็ไม่ยอมไป นี่ไม่รู้ว่าจะเรียนทันคนอื่นหรือเปล่า?”

                พันธกรบอกออกมาแบบนั้น ปราชญาก็ถอนหายใจ แล้วก็คิดว่าพสุคงจะสำนึกผิดจริงๆ เสียทีที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของแม่ และมาออกรบกับพวกเขา เขาค่อนข้างพอใจที่พสุทำตามที่แม่เขาขอไว้แล้ว ว่าจะไม่ออกรบร่วมกับพวกเขาเด็ดขาด แต่ต้องคอยดูแลแม่ไม่ให้ห่าง เรื่องนี้ พันธกรเป็นคนบอกทุกคนเอง

                หลังจากเสร็จมื้อเย็น ณปภากับวรรณสาก็เอาจานไปล้างเช่นเคยเหมือนที่เคยทำทุกวัน ส่วนทวินนาขึ้นไปบนชั้นสาม กมลที่เห็นดังนั้นก็เลยลองเรียกทวินนาดู พอเธอหันมา เธอก็ถาม “มีอะไรเหรอ? น้องมล?”

                “พี่ไม่มานอนห้องเดียวกันละคะ? จะไปอยู่ชั้นสามทำไม? อยู่คนเดียวไม่กลัวเหรอ?” กมลถาม ฝ่ายทวินนาก็ส่ายหน้า

                “ไม่กลัว” ทวินนาบอก “แล้วพี่ก็ไม่อยากเห็นหน้าน้องสาด้วย เพราะงั้น ให้พี่ขึ้นไปนอนบนชั้นสามเถอะ”

                แล้วทวินนาก็ขึ้นบันไดไปยังชั้นสามทันที ทำเอากมลทอดถอนใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ ก่อนจะเข้าไปในห้องนอนพร้อมกับอัมพร แล้ววรรณสาก็เดินเข้ามาภายในห้องทีหลัง

                “พี่นาอยู่ชั้นบนใช่ไหมคะ?” วรรณสาถามอัมพรกับกมล กมลก็พยักหน้าและตอบว่าใช่

                “เฮ้อ” วรรณสาถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเจอหน้ากัน”

                “น้องสาแน่ใจเหรอว่าจะไม่เอาเรื่องจริงๆ” อัมพรถามขึ้นมา ท่าทางเธอดูเป็นเดือดเป็นร้อนแทนวรรณสาเสียอีก “ถ้าเป็นพี่นะ พี่ไม่ยอมหรอก เล่นตบหน้ากันแบบนี้ พี่จะตบคืน”

                “ใจเย็นๆ ยัยพร” กมลเอามือแตะบ่าเพื่อน ส่วนอัมพร เธอก็หันมาพูดกับกมลทันใด

                “จะเย็นได้ไง? ไม่เย็นแล้ว มันทำกันถึงขนาดนี้?” อัมพรบอกออกมา “พี่นานะ ไม่เคยรู้เลยว่ามีนิสัยขี้อิจฉา นึกว่าจะเรียบร้อยเป็นคนดีเสียอีก ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้”

                วรรณสาถอนหายใจออกมา เธอตัดสินใจยกโทษให้ทวินนาแล้ว เพราะเธอเองก็รู้สึกสงสารเหมือนกันที่ทวินนาโดนพันธกรปฏิเสธคำขอ เธอมองขึ้นไปยังเพดาน ก่อนจะเดินมาที่เตียงนอน ฝ่ายทวินนา เธอก็นั่งอยู่ในห้องคนเดียว นั่งบนเตียง และคิดถึงแต่เรื่องที่วนเวียนในสมองตอนนี้

                ผมขอโทษครับ ผมไม่บังคับคุณละ

                “บ้าน่า ยัยนา แกไม่รู้สึกอะไรหรอก” ทวินนาบอกแล้วส่ายหน้าอย่างแรง แต่ก็ไล่ความคิดเกี่ยวกับเรื่องชองชนินทร์ไปไม่ได้ ใบหน้าของเขาตอนโดนเธอตะคอกใส่นั้นคอยหลอกหลอนเธอจนไม่เป็นอันทำอะไร กินข้าวก็ไม่รู้รสชาติ เธอรู้สึกผิดจริงๆ ที่ไปตวาดใส่เขา แม้ปากจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรในใจก็เถอะ แต่ทวินนารู้ตัวดีว่าในใจเธอรู้สึก

                “เฮ้อ” ทวินนาล้มตัวลงนอนบนเตียงทันใดโดยไม่กลัวกรดไหลย้อนเลย เธอนึกถึงแต่ใบหน้าของชนินทร์ที่ก่อนจะเดินจากลาเธอไป เธออยากขอโทษเขา ยิ่งตอนนี้ได้เลยยิ่งดี แต่เธอก็ไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน?

                เธอถอนหายใจออกมา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงต้องรู้สึกผิดขนาดนี้? ทั้งที่ชนินทร์ก็เป็นคนแปลกหน้า เพิ่งจะเจอกันสองครั้งเอง เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเธอต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย

                “เอาเถอะ” เธอว่ากับตัวเอง “พรุ่งนี้ไปขอโทษละกัน” ว่าเสร็จ เธอก็เดินไปปิดไฟแล้วเข้านอนเลย เธอนอนอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมา อยากจะหลับแต่ก็หลับไม่ลง ภาพใบหน้าของชนินทร์ยังคงอยู่ในความจำของเธอ จนเธอนอนไม่หลับเลย

                เช้าวันรุ่งขึ้น พวกผู้ชายก็พากันมาอาบน้ำเปลือยกายล่อนจ้อนกันอย่างไม่อายเลย ส่วนพวกผู้หญิงเข้าไปอาบน้ำทีละคน ทวินนาเดินพลางหาวออกมาและถือผ้าเช็ดตัวสีขาวเอาไว้ด้วย เมื่อกมลออกมาจากห้องน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอก็ทักทายทวินนา

                “อรุณสวัสดิ์ พี่นา” กมลทักอย่างยินดี “เข้ามาอาบน้ำสิคะ”

                “จ้ะ” ทวินนาพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าไปในห้องอาบน้ำ จัดการแก้ผ้าออกจนหมด แล้วปล่อยให้ฝักบัวชำระล้างร่างกายพร้อมกับถูสบู่ให้ตัวเองจนสะอาดไปหมดทั้งร่าง ที่อาณาเขตเก่าของเธอ ไม่มีฝักบัวแบบนี้ เธอต้องตักน้ำในโอ่งมาราดตัวแทน ซึ่งพอถึงเวลาหน้าหนาว เธอก็ไม่อยากจะอาบน้ำเลย เพราะน้ำในโอ่งที่ถูกปล่อยไว้นั้นเย็นมาก แต่ที่นี่มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย ทวินนาจึงอาบอย่างสบายอารมณ์

                แล้วพวกทหารเด็กทหารม.ปลายก็ลงมากินข้าวกัน วันนี้ พันธกรลงมือทำกับข้าวด้วยตัวเองด้วย เป็นไข่เจียวหมูสับ แต่แค่ไข่เจียว เขายังทำไหม้เลย ชัชชัยที่เห็นจานใส่ไข่เจียวซึ่งไหม้ของพันธกร เขาก็บ่นออกมา

                “จะให้ฉันกินจริงๆ เหรอ?” ชัชชัยถามอย่างระแวง “ท้องไม่เสียแน่นะ?”

                “เออ ฝีมือฉันมันห่วยเอง” พันธกรยืนเท้าเอวพลางยกมือเกาศีรษะ ทำเอาชัชชัยหัวเราะออกมาเล็กน้อย ทวินนายังคงนั่งทานอาหารเงียบๆ ไม่พูดอะไร ไม่มองหน้าวรรณสา ไม่ทำอะไรทั้งนั้นนอกจากกินข้าว จนกมลต้องสงสัยว่าเธอเป็นอะไรกันแน่? ทำไมท่าทีเธอถึงแปลกไปหลังจากตบหน้าวรรณสาแล้ว เธออยากจะถาม แต่พอคิดอีกที ไม่ถามดีกว่า

                แล้ววรรณสาก็ทำข้าวผัดไก่ไปให้พสุกิน เธอเทข้าวผัดร้อนๆ ใส่ถุงพลาสติกก่อนจะมัดปากถุงและใส่ถุงพลาสติกอีกทีแล้วส่งให้พันธกร “อ่ะ นี่ พัน ข้าวเช้าของดิน เอาไปให้เขากินสิ ตอนนี้ เขาคงอยู่โรงพยาบาลมั้ง?”

                “ขอบคุณมากนะ สา” พันธกรรับถุงข้าวผัดมา แล้วเดินออกจากบ้านไปโรงพยาบาลทันที ส่วนวรรณสาไปโรงเรียน เมื่อพันธกรมาถึงโรงพยาบาล เขาก็ขึ้นบันไดไปห้องพักคนไข้รวม แล้วก็เจอพสุอีกเช่นเคย กำลังเฝ้าแม่ของเขาที่กำลังหลับอยู่

                “ไง?” พันธกรทักทายพสุ พสุหันขวับมามองเขา แล้วก็พูด

                “อ้าว? ไอ้พัน” พสุมองดูถุงใส่กับข้าวที่พันธกรถือมาด้วย “วันนี้สาทำอะไรให้กินล่ะ?”

                “ข้าวผัดมั้ง? ไม่รู้เหมือนกัน เห็นแว่บๆ” เขาว่าแล้วก็ถือถุงออกมาจากถุงพลาสติก “เออ ข้าวผัดจริงๆ ด้วย เป็นข้าวผัดไก่ นี่สาอุตส่าห์ทำมาให้แกโดยเฉพาะเลยนะเว้ย”

                “โห ฝากบอกขอบคุณสามากนะ” พสุรับถุงใส่ข้าวผัดมา แล้วเขาก็ไปเอาจานมาจากนางพยาบาล ก่อนจะเทข้าวผัดลงไปในจานแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย พันธกรเห็นดังนั้น เขาก็ยินดีที่พสุชอบอาหารที่วรรณสาทำ วรรณสาทำอาหารได้อร่อยจริงๆ

                แล้วแม่ของพสุก็ตื่นขึ้นมาระหว่างที่พสุกำลังกินข้าวอยู่ เธอลืมตาขึ้นมา พสุที่สังเกตเห็นดังนั้น เขาก็ถึงกับวางจานลง และเข้าไปดูแลแม่ “แม่ ตื่นแล้วเหรอ? อยากดื่มน้ำไหม? หรือหิวข้าว?”

                “ขอดื่มน้ำดีกว่า” แม่ของพสุบอกเช่นนั้น ก่อนจะหันไปมองพันธกร “อ้าว น้องพัน มาเยี่ยมแม่เหมือนกันเหรอ?”

                “มาเยี่ยมทั้งคุณแม่และไอ้ดินน่ะครับ” พันธกรตอบอย่างสุภาพ “แล้วก็เอาข้าวมาฝากไอ้ดินด้วย เพราะมันคงทำอาหารไม่เป็นหรอก”

                “แหม ได้ทีขี่แพะไล่” พสุบอกออกมาอย่างงอนๆ เล็กน้อย พันธกรก็บอกออกมาเช่นกัน

                “แกเองก็เหมือนกัน ตอนที่ฉันเล่นไพ่แพ้ แกก็ใช้งานฉันยังกะทาส” พันธกรบอก ทำเอาพสุหัวเราะออกมา แม่ของพสุเห็นทั้งสองคนคุยกันก็ยิ้มอย่างยินดี

                “แล้วเดี๋ยวแกจะไปโรงเรียนหรือเปล่า?” พสุถามขึ้นมา พันธกรนิ่งไปพักหนึ่ง เพื่อนของบ๊อบยังคงอาฆาตแค้นเขาอยู่ ขืนเขาเข้าห้องเรียนไป มีหวังโดนแกล้งอีกแน่ๆ

                “ไป แต่อาจจะไปเรียนห้องอื่นละกัน” พันธกรตอบคำถามของพสุ “ฉันว่าฉันย้ายห้องดีกว่า”

                “ไอ้เพื่อนของไอ้บ๊อบ นิสัยมันเหมือนกันล่ะสิ ถึงเป็นเพื่อนกันได้” พสุกล่าวอย่างโมโหเล็กน้อย “มันยังคิดอีกเหรอว่านายฆ่าไอ้บ๊อบ? ทั้งที่คุณชานนท์ประกาศออกไปแล้วเนี่ยนะ?”
                “ช่างมันเหอะ ไอ้ดิน” พันธกรว่าอย่างปลงตก “มีแค่มันนั่นแหละที่คิดแบบนั้น มีแค่มันคนเดียว ไม่เป็นไรหรอก คนอื่นเขาก็เข้าใจกันหมดแล้ว”

                “เออ รีบไปเหอะ” พสุมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “นี่ก็จะใกล้เข้าแถวแล้ว รีบไปโรงเรียนดีกว่า”

                พันธกรกำลังจะเดินออกไป แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็หันมาถามพสุอีกครั้ง “ว่าแต่แกเถอะ เมื่อไหร่จะไปโรงเรียน ฉันไม่มีเพื่อนนะเว้ย”

                “ไอ้พัน ฉันต้องเฝ้าดูแลแม่” พสุบอกออกมา “คงไม่ไปสักระยะหนึ่งล่ะ”

                “แล้วแกไม่กลัวเรียนไม่ทันเพื่อนเหรอ?” พันธกรถาม พสุก็ส่ายหน้าพร้อมกับบอก

                “เรื่องแม่สำคัญกว่าเว้ย” เขาบอก “แถมเรียนจบมาก็ไม่รู้จะเอาความรู้ไปทำอาชีพอะไร? ในอาณาเขตแบบนี้ มีอาชีพไม่มากเท่าไหร่หรอก นอกจากพวกขายของในตลาด”

                “เออๆ” พันธกรเลยบอกลาพสุก่อนจะออกจากห้องพักคนไข้รวมไป แล้วเขาก็มุ่งตรงไปยังโรงเรียนของอาณาเขต ก็พบว่ามีแต่คนมองเขา ทำเอาเขาประหลาดใจว่าทำไมทุกคนต้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียวด้วย? และเขาก็ได้เห็นสิ่งที่เฉลยออกมา มีกระดาษแปะไปทั่วทั้งตัวอาคารและโรงอาหาร พันธกรสังเกตขึ้นมาเลยเดินเข้าไปดู ก็พบข้อความในกระดาษถูกเขียนว่า ‘ไอ้พันธกร มันเป็นฆาตกรฆ่าบ๊อบ’

                “เฮ้อ!” เขาคิดว่าคงเป็นฝีมือเพื่อนสนิทของบ๊อบแน่ๆ แล้วเขาก็หันไปมองคนรอบๆ ก็เห็นคนยังมองเขาอยู่ นี่สรุปชานนท์ไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยใช่ไหม? พันธกรเหนื่อยเกินกว่าจะขึ้นเรียนแล้ว เขาเลยขึ้นไปห้องสมุดแทน

                หลังจากอ่านหนังสือมาสองสามเล่ม เขาก็รู้สึกเบื่อเลยออกจากห้องสมุดและเดินเล่นไปทั่วโรงเรียน นี่คือครั้งแรกที่เขาเดินสำรวจโรงเรียน เขาเดินไปเดินมา จู่ๆ ก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งเดินตัดหน้าเขาพอดี ทำเอาเขากับเธอตัวชนกัน จนเธอทำสมุดหล่น

                “อ๊ะ ขอโทษค่ะ” ฝ่ายเด็กสาวที่น่าจะอยู่ชั้นมัธยมปลายเอ่ยขอโทษขึ้นมาพลางจะเก็บสมุดที่ตกบนพื้น แต่พันธกรเก็บให้เธอเสียก่อน พลางบอกว่าตัวเองนั่นแหละที่ผิดเองที่ดันเดินมาไม่ดูทาง แล้วมาชนเธอเข้า

                “เอ๊ะ?” ฝ่ายเด็กสาวดูจะสังเกตขึ้นมาได้ “ไม่ทราบ....คุณเป็นทหารเด็กม.ปลายที่ชื่อพันธกรใช่ไหมคะ?”

                พันธกรออกจะแปลกใจที่เด็กสาวรู้จักเขา แต่ก็ไม่แปลก เพราะเรื่องของพวกทหารเด็กม.ปลายที่ช่วยปกป้องอาณาเขตนั้นดังไปทั่วอาณาเขตแล้ว เขาก็เลยพยักหน้าบอกว่าใช่ ฝ่ายเด็กสาวที่ไว้ผมหางม้าสีดำก็ยิ้มออกมา ก่อนจะแนะนำตัวเอง

                “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อกชพรรณนะคะ เรียกว่าพรรณเฉยๆ ก็ได้” เด็กสาวที่ไว้ผมหางม้าพูดขึ้นมา “อยู่ชั้นม.สี่ เราอยู่ระดับชั้นเดียวกันใช่ไหม?”

                “อ๋อ ครับ” พันธกรยกมือเกาศีรษะเล็กน้อย อีกฝ่ายจ้องหน้าเขาจนเขาแปลกใจ และพันธกรก็ถามคำถามหนึ่งขึ้นมา เขาอยากจะรู้จริงๆ

                “แล้วคุณพรรณเชื่อหรือเปล่าว่าผมเป็นฆาตกร?” เขาถามออกมาตรงๆ เลย ฝ่ายกชพรรณก็หัวเราะออกมา ก่อนจะโบกไม้โบกมือ

                “ไม่เชื่อค่ะ ก็คุณนนท์อุตส่าห์บอกถึงขนาดนั้น ฉันก็ต้องเชื่อคุณนนท์สิ” กชพรรณบอกออกมา “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณฆ่านายบ๊อบ แต่ฝ่ายนายบ๊อบนั่นขโมยระเบิดมาจากพวกคุณ และทำตัวเอง ใช่ไหมล่ะ?”

                “อา ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ” พันธกรขอบใจเธอจริงๆ ที่เธอไม่ได้งี่เง่าเหมือนคนอื่น “ได้ยินแค่นี้ ผมก็สบายใจละ”

                “ค่ะ” กชพรรณว่าแล้วก็บอกขึ้นมา “ตอนเที่ยงมากินข้าวด้วยกันไหมล่ะ? คุณพัน...”

                “ไม่ต้องเรียก ‘คุณ’ ก็ได้ครับ เรียก ‘พัน’ เฉยๆ ก็ได้ครับ” พันธกรบอกอย่างเป็นกันเอง กชพรรณได้ยินอย่างนั้นจึงยิ้มออกมาแล้วก็พูด

                “งั้นเรียกพันเฉยๆ ได้นะ” กชพรรณบอกขึ้นมา “พันเองก็เรียกชื่อตัวฉันว่าพรรณก็ได้”

                “ครับๆ” พันธกรพูดพลางหัวเราะออกมา “งั้นตอนเที่ยงเจอกันนะ ผมไม่ค่อยมีเพื่อนเลย ไม่สิ ก็มีหรอก แต่มันไม่ว่าง”

                “สัญญาแล้วนะ” กชพรรณพูดขึ้นมาพลางชี้ไปที่เขา “แล้วเจอกันตอนเที่ยงนะคะ พรรณจะมารอที่โรงอาหาร”

                “ครับ” พันธกรให้คำสัญญากับกชพรรณไปแล้ว แล้วเขาก็ขอตัวไปเดินสำรวจโรงเรียนต่อ ฝ่ายกชพรรณ พอเขาเดินจากไป เธอก็มีสีหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย

                ครั้น พอตอนเที่ยง พันธกรก็เดินมายังโรงอาหาร หลังจากสำรวจโรงเรียนจนทั่วและแอบฟุบหลับที่เก้าอี้ไปแล้ว เขาเดินมาถึงโรงอาหารก็เจอกชพรรณพอดี เขาเลยเรียกเธอขึ้นมา

                “คุณ...เอ่อ พรรณ” เขาเรียกเธอ กชพรรณหันมามองเขาอย่างดีใจ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเขา

                “มาตามสัญญาจริงๆ ด้วย” เธอบอก “พรรณชอบคนรักษาสัญญา”

                แต่ในตอนนั้นเอง วรรณสาก็ลงมาด้วย แล้วก็เห็นพันธกรกำลังคุยกับกชพรรณอยู่ เธอคิดจะเข้าไปพูดคุยด้วยแล้ว ถ้าไม่ได้ยินพันธกรพูดออกมาเสียก่อน

                “เหรอครับ? พรรณชอบคนอย่างผมเหรอ?”

                “หา?” วรรณสาได้ยินชัดเจนเต็มสองหู เธอเลยแอบตรงกำแพงพลางดักฟังทั้งสองคนคุยกัน ฝ่ายกชพรรณที่มองไม่เห็นวรรณสา เธอก็ยิ้มให้พันธกรก่อนจะบอก

                “ชอบสิคะ ผู้ชายแบบพันมีน้อยจะตาย” กชพรรณเอ่ยออกมา แล้วก็จูงมือเขา “ไปหาข้าวกินดีกว่า ไป”

                วรรณสาเฝ้ามองกชพรรณที่จู่ๆ ก็ดึงมือพันธกรออกไปเลย เธอตัดสินใจเดินออกมาจากกำแพง แต่ไม่คิดจะไปยุ่งกับพันธกรและกชพรรณ เธอได้ยินชัดเจน แล้วเธอก็เริ่มโกรธเคืองขึ้นมา

                กชพรรณสั่งก๋วยเตี๋ยวมากินขณะที่พันธกรกินข้าวราดแกง วรรณสาได้แต่มองทั้งสองอย่างเงียบๆ จากโต๊ะที่อยู่ไกลกัน ก็เห็นพันธกรกำลังคุยกับกชพรรณอย่างออกรส พอดี ทรัพย์สินเดินเข้ามา เขาทักทายวรรณสา

                “น้องสา” ทรัพย์สินทักเธอ แต่เธอไม่รู้ตัว ทรัพย์สินออกจะแปลกใจว่าเธอมองอะไรอยู่? เขาเลยเรียกเธออีกที ด้วยเสียงอันดังขึ้นมาเล็กน้อย

                “น้องสา!” ทรัพย์สินเรียกเธออีกครั้ง วรรณสาถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว เธอหันมาหาทรัพย์สิน

                “อ้าว? พี่สิน มีอะไรคะ?” วรรณสาถามอย่างงุนงง ทรัพย์สินก็เลยมองไปทางที่วรรณสามอง ก็เห็นพันธกรกำลังนั่งคุยอยู่กับเด็กสาวที่เขาไม่รู้จัก แล้วเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมวรรณสาถึงจ้องมองไปทางนั้น

                “ไม่มีอะไรหรอก” ทรัพย์สินตอบ “ก็แค่ทักทายเท่านั้น พี่ไปซื้อของกินก่อนนะ”

                “ค่ะ” วรรณสาตอบรับแล้วก็จ้องมองพันธกรกับกชพรรณต่อ เธอไม่ได้แตะต้องข้าวของเธอเลย ได้แต่เฝ้ามองทั้งสองคนคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอเริ่มมีความรู้สึกหึงหวงขึ้นมา และไม่พอใจเลยที่เรื่องเป็นแบบนี้

                ฝ่ายทวินนา เธอก็เข้ามาในห้องเรียนตอนคาบบ่าย เธอถอนหายใจออกมาเพราะอยากเจอชนินทร์ แต่ก็ไม่เจอ แล้วเธอก็ตัดสินใจว่าจะไม่เรียนดีกว่า แต่พอเธอจะเดินถือกระเป๋าออกจากห้อง ก็บังเอิญพบชนินทร์พอดี

                “เอ้อ” ทวินนาที่อยากจะคุยกับชนินทร์ แต่พอเจอหน้าจริงๆ คำพูดก็กลืนหายลงท้องไปหมด ฝ่ายชนินทร์ทักทายเธอ แล้วก็เดินเลี่ยงไป ทำเอาทวินนาต้องรีบบอกออกมา

                “ฉันขอโทษนะ” 

                ชนินทร์ถึงกับหยุดเดินและหันกลับมามองทวินนา แล้วเขาก็ถาม “เมื่อกี้ นาพูดว่าอะไรนะ?”

                “ขอโทษ” ทวินนาเลยย้ำอีกที “ขอโทษที่ไปตวาดใส่หน้านาย ความจริงฉันไม่น่า...”

                “โอ๊ย ไม่เป็นไรหรอกครับ” ชนินทร์บอกปัดไปอย่างไม่ใส่ใจ “ผมไม่ได้คิดโกรธเคืองอะไรเลย”

                นั่นทำให้ทวินนาแปลกใจอย่างมาก เธอคิดว่าเขาจะโกรธเธอเสียอีกที่เล่นไปตะคอกใส่หน้าเขา ฝ่ายชนินทร์ก็เลยเดินเข้ามาหาเธอ

                “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่มีวันโกรธนาหรอก” เขาบอกออกมาพลางเดินเข้ามาใกล้ๆ ทำเอาทวินนาหน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย แล้วเธอก็บอก

                “วันนี้ให้ฉันไปบ้านนายก็ได้นะ” เธอบอกออกมาแบบนั้นเพราะรู้สึกผิดจริงๆ ฝ่ายชนินทร์ที่ได้ยินเข้า ก็ขอให้เธอพูดอีกครั้ง ทวินนาเลยถอนหายใจก่อนจะบอกอีกรอบ

                “นี่ผมฝันไปหรือเปล่าเนี่ย?” ชนินทร์ลงมือหยิกแขกตัวเองเพื่อให้รู้ตัว “นาอยากไปบ้านผมเหรอ?”

                “มันก็...” ทวินนาถอนหายใจออกมา “ก็นิดหน่อย...”

                “ยินดีต้อนรับครับ บ้านผมยินดีต้อนรับพวกเด็กทหารม.ปลายอยู่แล้ว” ชนินทร์เผลอเข้ามาจับมือเธอเอาไว้ ทำเอาทวินนาสะดุ้งเฮือก แล้วเหมือนชนินทร์จะรู้ตัว เขาก็เลยปล่อยมือเธอ

                “งั้นตอนเลิกเรียน เจอกันนะครับ” ชนินทร์บอกออกมา “นาสัญญาแล้วนะ”

                “ค่ะ ไม่ผิดสัญญาหรอก” ทวินนาบอกแล้วก็ยิ้มให้ ก่อนจะบอกต่อ “ต้องขอโทษอีกครั้งนะที่ไปเผลอตวาดใส่หน้านาย”

                “ก็บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้อาฆาตแค้นหรืออะไรเลย” เขาบอก “ผมเข้าใจนานะ”

                ทวินนาจ้องมองหน้าเขา น่าแปลก ที่เพิ่งเคยเจอกันไม่กี่ครั้ง แต่ทวินนากลับมีความรู้สึกผูกพันกับชนินทร์เข้าให้แล้ว เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

                “ขอบคุณค่ะ” ทวินนาบอกกับชนินทร์ “ไว้เจอกันตอนเย็น”

                ครั้น เมื่อเลิกเรียน กชพรรณก็เดินออกมาพร้อมกับพันธกร สรุป พันธกรก็ได้ไปเรียนห้องเดียวกับเธอ กชพรรณอยู่ม.สี่ทับแปด พันธกรออกจะดีใจที่ได้เพื่อนใหม่อย่างกชพรรณ มาแทนที่พสุได้ นั่นทำให้เขาไม่เหงาอีกต่อไป

                “ไปทานก๋วยเตี๋ยวเรือกันไหมคะ?” กชพรรณชักชวน พันธกรมองนาฬิกาข้อมือ ยังพอมีเวลาอยู่ที่จะไปเยี่ยมพสุ เขาก็เลยบอกว่าได้ ไปได้ ขณะนั้นเอง วรรณสาที่เดินออกมาจากโรงเรียนเช่นกัน ก็เจอพันธกรกำลังยืนคุยกับกชพรรณอยู่ เธอรีบหลบฉาก ก่อนจะดักฟังสองคนนั่นพูดคุยกัน

                “พันเก่งนะ เป็นเด็กม.สี่แท้ๆ แต่ออกรบ ใช้อาวุธปืนได้” กชพรรณชื่นชมพันธกรออกมา ซึ่งพันธกรก็เกาศีรษะด้วยความเขินอาย วรรณสาเห็นรอยยิ้มของพันธกรที่ยิ้มให้กชพรรณ เธอก็รู้สึกโมโหในใจ

                หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จแล้ว พันธกรก็ไปเยี่ยมพสุเช่นเดิมพร้อมกับเอากับข้าวไปฝากด้วย ก่อนจะพูดอะไรกับพสุนิดหน่อยแล้วก็ขอลากลับบ้านณปภา ในตอนนั้นเอง วรรณสาก็กลับมาตั้งนานแล้ว และกำลังรอพันธกรอยู่ พอพันธกรเดินเข้ามาภายในบ้าน เธอก็เดินเข้ามาหาทันที

                “ว่าไง พัน?” เธอถามเสียงราบเรียบ “ทำไมกลับช้าจังล่ะ?”

                “อ๋อ พันไปเยี่ยมไอ้ดินมาไง” พันธกรตอบอย่างไม่ได้รู้สึกอะไร ทำเอาวรรณสาแอบเจ็บใจที่พันธกรปิดบังเรื่องที่ไปกินก๋วยเตี๋ยวกับกชพรรณ

                “แค่ไปเยี่ยมดินแค่นั้นเหรอ?” วรรณสาถามเสียงเรียบอีกครั้ง “มีไปไหนอีกหรือเปล่า?”

                พันธกรมองวรรณสาอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะตอบ “ก็ไปแค่เยี่ยมไอ้ดินน่ะสิ จะมีอะไรมากไปกว่านี้ล่ะ?”

                วรรณสารู้สึกเสียใจที่พันธกรโกหกตน เธอเลยสะบัดหน้าหนีจากเขาแล้วเข้าไปในครัวทันที เพื่อช่วยณปภาเตรียมอาหาร เล่นเอาพันธกรงุนงงไปเลย

                “อะไรของเขา?” พันธกรเกาศีรษะที่มีแต่ผมเส้นดำขึ้น “เออ ช่างเหอะ เตรียมกินข้าวดีกว่า”

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน