ตอนที่9 หมาป่ากับกบ
การเจาะต้นไม้ให้เป็โพรงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าเล็ก ๆเหยียบย่ำใบไม้ดังขึ้นเป็จังหวะ เสียงะโเรียกพี่ชาย พี่ชายดังแจ้ว ๆมาตามจังหวะเพลงในฉบับของหนูน้อยนานะเธอะโโลดเต้นตามประสามาจนถึงที่ที่ไผ่กำลังทำงานอยู่พลันก็เรียกคำเดิมอีกครั้ง
“พี่ชายทำอะไรอยู่เหรอนานะอยากรู้” คำถามเอ่ยจากปากเด็กตัวเล็ก ๆด้วยน้ำเสียงที่ให้ความสนใจสิ่งที่เ้าไผ่กำลังทำอยู่
“เฮ้ยเชี่ย! เสียงไรวะ อะ เอ่อ นานะเหรอ เมื่อกี้เราพูดว่าไงนะ” เสียงของไผ่เอ่ยเนื่องจากเขามุ่งสมาธิไปกับงานที่ทำจึงไม่ไดสนใจสิ่งรอบข้าง
“บู่ว! พี่ชายไม่สนใจนานะ นานะถามว่าอะไรอยู่” เด็กน้อยบุ้ยสีหน้าด้วยความแง่งอนแต่ก็ยอมตอบคำถามไผ่โดยดี
“อ้อ พี่กำลังทำที่พักอาศัยอยู่น่ะ”ไผ่ตอบไปทำไป แม้การเจาะเข้าเปลือกไม้จะดูยากเย็นไปหน่อยแต่ก็ไม่เคยละความพยายามของเขา มือยังคงส่งแรงเข้าไปเรื่อย ๆ ไม่ย่อท้อ
“ที่พักเหรอพี่ชายจะทำไปทำไม นานะไม่เข้าใจ” เด็กน้อยถามอีก
“เอ้า! dHทำเพื่อที่จะเอาไว้ซุกหัวนอนไงนานะ ตอนกลางคืนน้ำค้างมันลงพื้นก็จะเปียก พี่ก็เลยสร้างที่พักกันน้ำค้าง”ไผ่ตอบ พลันก็เปลี่ยนข้างจับมีดแล้วดำเนินการเจาะต่อ
“เอ๋ จะทำให้ยุ่งยากทำไมไปอยู่บ้านนานะก็ได้ ไปเป็เพื่อนเล่นกับนานะ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ว่าแล้วด้วย”นานะยื่นข้อเสนอฉบับเด็ก ๆ
“ไม่เอาน่า จะให้ไปอยู่บ้านคนที่ไม่รู้จักมักจี่ได้ไงพี่จะอยู่ที่นี่แหละ” ไผ่ตอบอย่างรวดเร็วเหมือนกับข้อเสนอนั้นไม่ได้มีผลอะไร
“ง่างั้นก็แล้วแต่พี่ชายเถอะ บู่ว” นานะพูดแล้วเธอก็หยิบใบไม้มากองๆ เล่น เบื่อก็เอาใบไม้มานับ ไปเด็ดผลไม้มากินบ้าง และก็ไม่ไปไหนเลย เล่นอยู่แถว ๆที่ไผ่กำลังทำงานอยู่
ไผ่เจาะต้นไม้ไปจนถึงเที่ยงก็หยุดพักแล้วไปเด็ดผลไม้มากิน 4 ลูกพลันก็ทำงานต่อจนถึงเย็น ส่วนนานะเอก็มักจะวิ่งเล่นแถวๆ นั้น มีบางครั้งก็มาช่วยขนเสาไม้ออกไปกองข้างนอก แต่ก็แค่บางครั้งแหละนะเสียงแจ้ว ๆของนานะที่เล่นไปตามประสาเด็กก็กลายเป็ดนตรีให้ไผ่ได้ฟังคลายความเงียบเหงาไปได้บ้าง
จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านไปจนถึงวันที่ 7หนูน้อยนานะยังคงมาเล่นที่นี่ทุกวัน และช่วยขนเศษไม้บางครั้ง ตัวเ้าไผ่ก็ตั้งอกตั้งใจทำงานจะมีเวลาเล่นกับนานะก็่พักเที่ยง และวันนี้เองที่การเจาะโพรงไม้เสร็จสิ้นไปแล้วไผ่ก็ก่อไฟข้าง ๆ ทันที แล้วก็นำใบไม้แห้งอัดเข้าไปในโพรงไม้จนเต็ม
ไฟที่ก่อไว้ข้างนอกก็เอาไว้ย่างปลาและประกอบอาหารต่างๆ ส่วนใบไม้ที่อัดอยู่ในโพรงก็ทำการการจุดเชื้อเพลิง
“พี่ชายเผาต้นไม้ทำไมเหรอพี่ชายไม่เอามันแล้วเหรอเห็นทำตั้งหลายวัน” นานะน้อยเมื่อเห็นเ้าไผ่เอาใบไม้อัดเข้าไปในโพรงจนเต็มแล้วจุดไฟก็ถาม
“ก็เพราะโพรงไม้ที่พึ่งทำเสร็จมันเป็ไม้ดิบข้างในมันก็เปียกชื้นแถมส่งกลิ่นอับ เลยต้องเผาเพื่อให้มันแห้งและจดการกับกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์ออกนอกจากนี้ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ด้วยนะ” ไผ่ตอบตามเหตุผลของตน
“อื้อ เข้าใจแล้ว”เสียงเล็ก ๆ พร้อมกับการพยักหน้าเป็เชิงว่าเข้าใจของนานะพลันก็ะโวิ่งแจ้นไปเด็ดใบไม้มาปูจัดแจงที่สำหรับทานข้าวแบบทุกครั้ง
เมื่ออาหารได้ที่เ้าไผ่ก็นำมาวางจัดเรียงไว้ เนื้อปลาชุดสุดท้ายหมดลงในวันนี้แล้ว หากอยากทานเมนูเนื้ออีกก็คงต้องล่าอีกครั้งซึ่งไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างอีกหรือเปล่า
บรรยากาศการทานข้าวเต็มไปด้วยการแย่งเนื้อปลากันระหว่างเ้าไผ่กับนานะทั้งที่มีเยอะแยะ แต่สองคนนี้ก็ชอบเล่นเกมแย่งเนื้อปลากัน ใครแย่งได้คนนั้นก็ชนะ มันเป็เกมที่เล่นเพื่อทำให้นานะสนุก
“พี่ชายบ่ายนี้พี่ชายจะทำอะไรต่อ” นานะน้อยถาม
“อืม คงรอสุมไฟอีกครั้งสองครั้งให้โพรงไม้นี่แห้งนะแหละเสร็จเมื่อไหร่ก็พักยาวจนถึงเช้า” เ้าไผ่ตอบคำถาม
“เย้งั้นระหว่างรอก็มาเล่นกับนานะ นะพี่ชาย” นานะน้อยเริ่มอ้อนเธอส่งสายตาคาดหวังมาให้กะพริบตาปริบ ๆ ดูน่ารักน่าชัง
“เฮ้อ ก็ว่างอยู่แหละนะ แต่เล่นแถวนี้นะ”ไผ่ตอบไปด้วยรอยยิ้ม ทั้ง ๆ ที่ปกติจะหน้านิ่งๆ
“เย้ ๆ รักพี่ชายที่สุด”นานะน้อยะโโลดเต้นเข้ามาหอมแก้มทันทีโดยไม่มีการขออนุญาต
“เฮ้! มาหอมแก้มแบบนี้ทำเป็เด็กไปได้” ไผ่เอ่ย นานะเอียงคอสงสัย
“นานะเป็เด็กอยู่นะพี่ชาย” เด็กน้อยเอื้อเอ่ย ไผ่ถึงกับเอามือก่ายหน้าผาก
“เขาเรียกว่าเปรียบเปรยมันเป็การพูดเล่น” ไผ่กล่าว นานะพยักหน้า
เวลา่บ่ายจนถึงเย็นก็เป็การเล่นจิปาถะกับหนูนานะน้อยพร้อมกับแวะเวียนมาดูไฟเป็ระยะ จนถึงดึกก็เกลี่ยขี้เถ้าออกมาพร้อมกับรอให้มันเย็นลง เมื่อเห็นว่ายังไม่แห้งสนิท คืนนี้ไผ่ก็นอนนอกอีกเช่นเคยส่วนนานะน้อยก็กลับบ้านไปหาผู้ปกครองของเธอ
หลังจากนานะกลับบ้านไปแล้วไผ่ก็หาได้นอนไม่เข็มที่ถอดจากเกล็ดปลาถูกนำมาประกอบกับท่อนไม้ท่อนเล็ก ๆ เพื่อทำเป็กับดักไว้จับสัตว์ตัวใหญ่ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องรอดูสถานการณ์จริง
“เอาล่ะ เสร็จแล้วพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาทาพิษ” ไผ่พูดกับตัวเองแล้วเก็บกับดักที่ว่าไว้ใกล้ๆ โพรงไม้ จากนั้นเ้าตัวก็นอนข้างนอกอีกเช่นเคย เช้ามาก็นำกับดักมาทาพิษแล้วก็มัดเป็ชุด ๆ แบกสะพายบ่าขณะนั้นนานะได้มาถึงพอดีเธอวิ่งะโแล้วะโถามขณะที่จะเดินออกไป
“พี่ชาย จะไปไหน” เสียงแจ้ว ๆ แว่วมาแต่ไกล เ้าไผ่ก็หันมาดูแล้วยิ้ม
“พี่ชายจะไปล่าสัตว์มาให้เด็กแถวนี้กิน”คำตอบอันแสนสั้นพร้อมกระชับท่อนไม้ให้แน่น
“ไปล่าทำไมล่ะพี่ชายแล้วเด็กแถวนี้ก็มีแต่นานะ หรือว่าพี่ชายจะล่ามาให้นานะเหยอ” คำถามจากนานะเอ่ยขึ้น
“ก็ใช่น่ะสินานะยิ่งมีกระเพาะหลุมดำ ถ้าพี่ไม่หาเสบียงคงไม่มีอะไรจะกินแล้วล่ะ พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับดึก วันนี้นานะกลับไปเล่นที่บ้านก่อนนะ”เสียงเ้าไผ่พูดตัดบทพร้อมกับเดินออกไป แต่นานะน้อยก็วิ่งเข้ามาขวาง
“นานะไปด้วย” นานะน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอันแน่วแน่
“ไม่ได้ มันเกะกะพี่ นานะต้องอยู่ที่นี่ ถ้าเราเป็เด็กดีพี่จะให้กินขนมสีดำที่เราชอบ”เ้าไผ่ท้วงห้ามและหาวิธีรับมือกับนานะทันที หนูนานะะโดีใจพร้อมกับรับปากชัดเจน
ไผ่รีบเดินออกไปทันทีเมื่อเจอม่านสีดำก็เดินผ่านออกไปอย่างง่ายดายแววตาขี้เล่นเปลี่ยนไปเป็อีกบุคลิกหนึ่ง เป็แววตาของชายที่ชอบความเสี่ยงและความท้าทายกับอันตรายที่หนักเกินตัวท่อนไม้ที่แบกไว้บนบ่าเตรียมที่จะออกรบ ตรงเอวมีสายสะพายอาวุธครบครัน
อาณาเขตตรงนี้เป็ของเ้าหมาหลายหางส่วนอาณาเขตถัดไปเป็ของเ้ากบแสนแสบ ไผ่วางแผนคร่าวๆ เพื่อจัดการกับหมาหลายหางก่อนแล้วค่อยไปจัดการกบ ่เช้าเป็เวลานอนของหมาหลายหาง ระหว่างที่ไผ่ค่อย ๆเดินไปก็ไปเจอหมาตัวหนึ่งนอนขดตัวโดยใช้คางทาบหางของมัน เ้าหมาตัวนี้มีหาง 2 หางตัวมันขนาดใหญ่พอกับรถยนต์
ท่อนไม้ท่อนแรกถูกวางไว้และตามด้วยท่อนที่สองและสามวางในตำแหน่งใกล้กัน ส่วนท่อนสุดท้ายเ้าไผ่มันถือไว้แล้วค่อยๆ ย่องไปหาหมาที่นอนอยู่ตัวเดียวโดด ๆ พอได้จังหวะก็วิ่งแล้วะโด้วยความเร็วสูง
“ลูกเตะไผ่คิก! ขวย!”เสียงขานท่าไม้ตายแสนสิ้นคิดดังขึ้นดังจนหมาตัวนั้นสะดุ้งตื่น แต่ไม่สามารถหลบทันพลันโดนเท้าของเ้าไผ่กระแทกลงตรงคอเต็ม ๆ
ความแรงที่เ้าหมารู้สึกได้เหมือนกับโดนก้อนหินใหญ่กระแทกที่คอไม่มีเสียงร้องแห่งความเ็ป มันะโถอยฉากแล้วมองดูตรงตำแหน่งที่ถูกโจมตี
มันจ้องไผ่ด้วยสายตาอาฆาตจิตสังหารอันรุนแรงแสดงออกมาแล้วดิ่งไปยังเ้าไผ่ รอยยิ้มน้อย ๆของไผ่เกิดขึ้นเมื่อเจอจิตสังหารนั้น
หมาสองหางเกิดความสับสนและ งงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะจิตสังหารของมันสามารถทำให้เ้ากบล้มลงได้แต่ทำไมกับมนุษย์ตัวจ้อยคนนี้ถึงแสยะยิ้ม ความกลัวน้อย ๆ เริ่มบังเกิดภายในใจของหมาสองหาง
ไม้ในมือของไผ่กระชับแน่น พลันสองเท้าก้าวไปอย่างช้าๆ เพื่อสร้างภาพให้ตนดูมีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งได้ผล หมาสองหางก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งแต่มันก็หยุดอยู่ตรงนั้นพร้อมกับตัดสินใจพุ่งมาตะครุบเ้าไผ่อย่างรวดเร็ว
เท้าทั้งสองของไผ่ะโเป็จังหวะแล้วหลบฉากด้วยความพลิ้วไหวมือขวาที่ถือท่อนไม้หมุนควงตวัดเข้าที่ขาของเ้าหมาอย่างรวดเร็ว แม้ไม่มีเสียงร้องแต่ก็มีเืซึมออกมา พิษจากปลาไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า
ไผ่ะโถอยฉากไปยืนตรงหน้าหมาสองหางพลันก็หันหลังวิ่งไปตรงหน้าเ้าหมาคิดว่ามนุษย์น้อยนี้วิ่งหนีจึงได้ะโตามไปด้วยความเร็วพลันก็รู้สึกถึงความเจ็บเล็ก ๆ ที่เท้าหน้าของมันเป็ความเจ็บที่เหมือนกับโดนหนามทิ่ม หากมองดูดี ๆจะเห็นท่อนไม้กับดักของเ้าไผ่วางแถว ๆ นั้น หมาสองหางได้ติดกับดักเสียแล้วแต่มันก็หาได้สนใจไม่ ยังคงะโไล่ไผ่ต่อไป
ไผ่วิ่งซิกแซกไปเรื่อย ๆจนถึงระยะหนึ่งเมื่อจับััได้ว่าความเร็วของหมาลดลงก็เริ่มเตรียมแผนต่อไปพลันในใจก็กู่ร้องดีใจว่าแผนนี้ได้ผล
สองเท้ากระชากจังหวะสลับกันอย่างรวดเร็วท่อนไม้มือขวาหมุนหนึ่งรอบแล้วขว้างไปยังหน้าผากของเ้าหมาสองหาง
ดวงตาของเ้าหมาตอนนี้เริ่มฟ่าฟางจึงไม่เห็นท่อนไม้เล็กๆ ที่ขว้างมา ความเจ็บคล้ายเข็มทิ่มบังเกิดขึ้นตรงหน้าผาก
ไผ่เปลี่ยนจังหวะอย่างรวดเร็ว สองเท้าก้าวไปมาอย่างพิสดารพลันก็หายไปจากครรลองสายตาของมันแต่แล้วภาพตรงหน้าก็ค่อย ๆ กลายเป็สีแดงจนมันรู้สึกเหมือนว่ามีน้ำพุเืพุ่งออกมาจากพื้นคอของเ้าหมาถูกมีดปาดเป็แผลฉกรรจ์หลายแผลด้วยฝีมือไผ่สาเหตุที่ตอนนี้เ้าหมาไม่รับรู้ถึงความเ็ป ส่วนหนึ่งเป็เพราะพิษของเกล็ดปลาที่พ่วงความชาไปด้วยหมาสองหางค่อย ๆ ล้มลง ไผ่ก็เดินเข้าไปแล้วจัดการตรงจุดสำคัญต่าง ๆเพื่อให้มันตายสนิท เมื่อแน่ใจว่าหมาสองหางตายแล้วก็จัดการถลกหนังด้วยมีดสั้นซึ่งใช้เวลานานกว่าจะถลกทั้งตัวได้
เสื้อผ้าหลังจากถลกหนังเสร็จนั้นเต็มไปด้วยเืสีแดงของหมาสองหางและขนของมันบางส่วนก็ย้อมไปด้วยเื
ไผ่ไม่รอช้าลากหนังของหมาสองหางลากเข้าไปในม่านสีดำแล้วก็จัดการกางมันออกเพื่อผึ่งไว้
ไผ่เดินออกจากม่านอีกครั้ง จากนั้นเปลี่ยนทิศทางเดินไปยังอาณาเขตของสัตว์ประหลาดกบเมื่อเดินไปจนถึงอาณาเขตของเ้ากบ ไผ่รีบมองหาเหยื่อทันที ซึ่งพบเจอได้ไม่ยากเนื่องจากกบอยู่กันเป็ฝูงไผ่ค่อย ๆ ย่องไปเรื่อย ๆ เพื่อหาตัวที่มันอยู่ไกลจากฝูงหน่อยและในที่สุดก็เจอกบตัวน้อยตัวหนึ่ง กำลังนอนหงายท้องหลับอย่างสบายอารมณ์เผยจุดอ่อนให้เ้าไผ่จัดการได้อย่างง่ายดาย วิชาพิสดารถูกใช้อีกครั้งเ้าไผ่หายตัวไปอย่างรวดเร็วในเสี้ยววิก็ปรากฏตัวอีกด้านหนึ่งพร้อมกับตัวของกบน้อยที่นอนแน่นิ่ง
สองมือจับขากบลากไปกับพื้นด้วยแรงที่ไม่ใช่แรงของมนุษย์เสียงแซกๆๆ ดังเป็ทาง แต่ก็ไม่ได้มีกบตัวไหนจะตามเสียงนี้มาเลย
การจัดการที่ว่านี้อาจดูง่ายดาย แต่มันก็ยากเย็นเหมือนกันสำหรับคนธรรมดานี่ถ้าเป็ลูกทหารของลูกผู้มีอิทธิพลมาเจอแบบนี้คงหาโอกาสรอดยากเป็แน่แท้
ถึงตอนเย็นเ้าไผ่ก็ลากเ้ากบน้อยข้ามอาณาเขตสีดำเข้าไปข้างในเมื่อไปถึงที่พักปรากฏว่านานะได้เตรียมกองไม้สำหรับก่อไฟเป็ที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นไผ่ลากกบมาก็วิ่งเข้ามาหาแล้วตามไผ่ไปยังแม่น้ำ
“ของกน ของกิน” เสียงของนานะเอ่ยเจื้อยแจ้ว
กบตัวน้อยถูกล้างด้วยน้ำเปล่าเพื่อขจัดคราบสกปรกออกจากนั้นก็ล้างในส่วนหมาสองหาง เมื่อล้างทุกอย่างเสร็จไผ่ก็นำหนังหมาสองหัวมาตากข้าง ๆ บึง แล้วยกกบทั้งตัวที่ตอนนี้สะอาดแล้วไปยังที่พักด้วยมือทั้งสองข้างเมื่อไปถึงก็ก่อไฟแล้วเตรียมย่าง
การย่างกบในแบบไผ่ก็คือย่างทั้งตัวแล้วรอจนมันสุก กลิ่นของน้ำมันกบที่กระทบกับถ่านไฟส่งกลิ่นหอมละไม
“เนื้อสัตว์ของที่นี่มันหอมจังเลยนะ”ไผ่พูดขณะย่าง
เมื่อเนื้อสุกก็จัดการใช้มีดกรีดแบ่งมาทานไอร้อนของเนื้อกบเผยออกมาเมื่อมีดกระทบ ความหอมอ่อน ๆ กระตุ้นความอยากอาหารมากขึ้นอาหารมื้อนี้ก็คือกบย่างตามที่ได้ตั้งใจไว้ก่อนหน้า
ไผ่คิดถึงตอนที่จัดการเ้าหมาสองหางกับเ้ากบแล้วจู่ๆ ก็มีแสงพุ่งเข้ามาในตัวไผ่เหมือนกับเ้าปลาที่เคยจัดการไปแล้วเพียงแต่มันเป็สีคนละแบบมาพร้อมกับอาการคันหลังยิก ๆ ซึ่งเขายังหาคำอธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร
เสร็จจากการทานอาหารวันนี้นานะขอนอนด้วยแต่เ้าไผ่ยังไม่อนุญาตให้นอนเพราะยังไม่มีผ้าห่มและผ้าปูสำหรับเด็ก กลัวว่านานะจะไม่สบายแต่ก็ได้ให้คำสัญญาว่าวันอื่นจะจัดเตรียมที่นอนให้
นานะกลับบ้านเ้าไผ่เก็บงานและทำงานเสริมจิปาถะเล็กน้อย นั่นก็คือไปอาบน้ำและซักผ้าให้สะอาดส่วนการนอนวันนี้เขานอนในโพรงไม้ ส่วนเื่ผ้าห่มก็คงต้องรอให้หนังหมาสองหางแห้งได้ที่เสียก่อน
ไผ่ทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไปอย่างรวดเร็วอาการคันหลังได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยประทับที่เป็อักขระภาษาบางอย่างบนหลัง
............................................................
ระดับ0 ดาว
เลเวล: 32
เผ่า: มนุษย์
พลังกาย: 1 ดาว เลเวล 69
ความคล่องตัว: 1 ดาว เลเวล 41
พลังเวทย์: 0 ดาว เลเวล 1
สกิล:
-ไม่รู้จักระดับ (ไม่แน่ชัด) เลเวล (ไมชัดเจน)
ทักษะ:
-ก้าวสายลม2 ดาว เลเวล 55
-ทรหด2 ดาว เลเวล 26
-ทะลวงเกราะ5 ดาว เลเวล 5
-ต้านทานพิษ2 ดาว เลเวล 15
-ฟื้นฟู2 ดาว เลเวล 27
-ต้านจิตสังหาร2 ดาว เลเวล 46
...................................
ท่ามกลางร่างศพของหมาสองหางที่บัดนี้เต็มไปด้วยกองเืเท้าทั้งสีของสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังยืนมองศพนั้น ไอสีดำแผ่กระจายไปทั่วบริเวณหมาป่าที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ ในบริเวณอาณาเขตต่างตื่นกลัวพากันเห่าหอน
หางทั้ง 9 พลิ้วไสว ดวงตาสีน้ำเงินที่ส่องแสงระยับดูน่ากลัวจมูกสูดกลิ่นเข้าไปพลันก็หันไปทางด้านที่มีม่านสีดำกั้นอยู่ เพียงแวบเดียวสิ่งมีชีวิตนี้ก็หายไปโดยไร้ร่องรอยเสียงเห่าหอนของหมาป่าทั้งหลายดังระงมไปทั่ว อย่างกับมันกลัวอะไรสักอย่าง
....................................