รุ่งสาง
เมื่อแสงอาทิตย์เปล่งประกายพ้นขอบฟ้าบ้านตระกูลเฉาก็คึกคักขึ้นในทันใดท่ามกลางวิหารใหญ่นั้นมีผู้คนมารออยู่มากมาย ซึ่งนั่นก็รวมถึงเฉาติ่ง เฉาหลัน ผู้อาวุโสของตระกูลและเหล่าผู้รับใช้ทั้งหลายด้วย
ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าการต่อสู้ในวันนี้จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของตระกูลเฉาซึ่งมันสำคัญเป็นอย่างยิ่ง!
โดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายร้อยชีวิตทว่ามันกลับค่อนข้างที่จะเงียบงัน และเวลานี้เองที่มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ซึ่งผู้ที่สวมชุดสีครามนั้นก็คือเมิ่งฝานนั่นเองเมื่อเห็นว่าเขาเข้ามาผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างพากันเข้าไปล้อมรอบ ส่วนที่ด้านหลังผู้คนทั้งหลายก็คือเฉาหลันที่มีใบหน้าแดงก่ำ
ทว่าเฉาจื่อที่อยู่ข้างกายนางกลับยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“ท่านพี่เมิ่งฝานเก่งที่สุดแล้วเจ้าค่ะวันนี้ท่านจะต้องเอาชนะได้แน่ ว่าแต่...ท่านพี่ ท่านไม่สบายใจหรือเจ้าคะ?”
“เปล่า!” เฉาหลันคลี่ยิ้มแล้วรีบบอกไป
ยามนี้สายตาทุกคู่ล้วนแต่จับจ้องไปยังเมิ่งฝานทั้งสิ้นจากนั้นเฉาติ่งจึงเดินขึ้นหน้าแล้วเอ่ยว่า “ขอบใจสหายน้อยเมิ่งฝานที่ช่วยเหลือตระกูลเฉาของข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้ตลอดกาล!”
เมิ่งฝานส่ายหน้าแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของตระกูลเฉาแล้วล่ะขอรับมันยังมีเรื่องของตัวข้าเองด้วย ไม่ต้องห่วงไปหรอกขอรับวันนี้ข้าจะต่อสู้อย่างสุดกำลังอยู่แล้ว แต่จะพ่ายแพ้หรือชนะนั้น...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉาติ่งก็พยักหน้ารับ แล้วเอ่ยเสียงเข้ม “สหายน้อยเมิ่งฝาน วันนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ตระกูลเฉาของข้าจะไม่โกรธแค้นต่อสิ่งใด!”
เมิ่งฝานพยักหน้ารับแล้วยืนอยู่กับที่อย่างเงียบงันหลังจากนั้นไม่นานพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากจุดที่ไม่ไกลนัก ตามมาด้วยเหตุการณ์วุ่นวายและองครักษ์ของตระกูลเฉาที่ดูเหมือนว่าจะถูกบีบให้กรูกันเข้ามาภายในวิหาร...ซึ่งนี่เป็นเหตุการณ์ที่บ่งบอกว่าคนของตระกูลเมิ่งมาถึงแล้ว!
เมื่อเห็นว่าคนของตระกูลเมิ่งไร้ซึ่งความยำเกรงผู้คนที่อยู่ในวิหารใหญ่ต่างก็พากันโกรธเคืองขึ้นมาในทันใดหากไม่ใช่เพราะมีคนแก่อย่างผู้อาวุโสและเด็กเล็กทั้งหลาย ป่านนี้บรรดาคนหนุ่มคงจะเข้าไปประมือกับคนพวกนั้นอย่างสุดชีวิตแล้วคนของตระกูลเมิ่งที่เดินเข้ามาในวิหารคือเมิ่งหุนและคนอื่นๆ ที่มีใบหน้าค่อนข้างหยิ่งทะนงนั่นเอง
ยังคงเหมือนเช่นเมื่อวานพวกเขาคือชนรุ่นหลังของตระกูลเมิ่งแต่กลับมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกผู้หนึ่ง นางสวมชุดกระโปรงสีแดงสัดส่วนอรชร เป็นสตรีที่สามารถทำให้บุรุษเหม่อลอยได้เพียงใช้สายตา โดยเฉพาะส่วนเว้าโค้งในกระโปรงสีแดงบนกายนาง
มีรูปร่างดุจดั่งเทพธิดามีใบหน้าดุจดั่งนางมาร!
เวลานี้ หลังจากที่บุรุษในห้องโถงแห่งนี้มองเห็นนางต่างก็พากันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่คงจะมีเพียงคำว่า ‘สิ่งล้ำเลิศ’ ถึงจะสามารถบรรยาภาพตรงหน้าของพวกเขาได้ ยามนี้รูม่านตาของเมิ่งฝานหดเล็กลงเพราะถึงแม้ว่านางจะเป็นสตรีที่งามเลิศแต่เมิ่งฝานกลับสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่แฝงเร้นอยู่ในความงามนั้น
ผู้ที่อยู่ในขั้นเกลาวิญญาณนั้น หาใช่เพียงขั้นพลังดั่งเช่นแจกันที่ถูกวางไว้ไม่!
เมื่อสบตากับเมิ่งฝานนางก็เลียริมฝีปากสีแดงสวยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ามีนามว่าเมิ่งเฟยเอ๋อร์ได้ยินว่าเจ้าคือทหารรับจ้างที่ตระกูลเฉาจ้างมา แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีแซ่เดียวกับตระกูลเมิ่งและข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่า...เจ้าคู่ควรแล้วหรือ?”
เห็นได้ชัดว่าก่อนจะเดินทางมายังตระกูลเฉาเมิ่งเฟยเอ๋อร์ได้รู้ข้อมูลของเมิ่งฝานมาก่อนแล้วเมื่อสิ้นเสียงของนางเมิ่งฝานก็ยังไม่ได้ขยับไปที่ใด ทว่านัยน์ตาของเขากลับมีความเดือดดาลลุกโชนก่อนจะเอ่ยว่า“จะคู่ควรหรือไม่มิใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถตัดสินได้! มาแสดงพลังให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงเสียเถอะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าคิดว่าตนเองสามารถต่อกรกับข้าได้อย่างนั้นหรือ?ต่อให้เจ้าเอาชนะน้องหุนได้แล้วอย่างไร? ว่าแต่...ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเองรู้จักวิธีใช้หมัดเงี้ยวโลกันตร์ด้วยเช่นกันหึหึ หรือเจ้าจะเป็นศิษย์ของตระกูลเมิ่งจากแดนไกล?”
เมิ่งฝานได้ยินดังนั้นก็ลูบปลายจมูกแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ดูเหมือนว่าเจ้าจะพูดมากเกินไปแล้วล่ะ!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นบรรยากาศโดยรอบพลันเย็นยะเยือกลงไปในชั่วพริบตาไม่ว่าผู้ใดต่างก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเมิ่งเฟยเอ๋อร์จากบรรดาบุรุษทั้งหมดที่นางเคยได้พบพานนั้น บุรุษที่เอ่ยวาจาเช่นเมิ่งฝานในยามนี้ก็มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น!
แล้วในวินาทีต่อมานัยน์ตาของเมิ่งเฟยเอ๋อร์พลันมีจิตสังหารปะทุขึ้นมานางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ดี ดี ดีมากจริงๆ!”
เป็นน้ำเสียงที่ดุร้ายขึ้นเรื่อยๆซ้ำยังแฝงไปด้วยจิตสังหารที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งหัวใจด้วย
แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าขณะเดียวกันฝ่ามือของนางพลันตวัดไปเบื้องหน้าด้วยความเร็วปานสายฟ้าพลังปราณอันแข็งแกร่งปะทุออกมาเกิดเป็นสิ่งที่คล้ายดั่งวิญญาณร้ายสำหรับจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณ เพียงปล่อยพลังออกไปก็สามารถทำให้มันปกคลุมอาณาบริเวณหลายสิบเมตรได้ในชั่วพริบตาแล้วเมิ่งเฟยเอ๋อร์แข็งแกร่งยิ่งกว่าสวีจ้าน เพราะนางอยู่ในขั้นเกลาวิญญาณระดับสาม!
ลงมือแล้ว!
เพียงชั่วพริบตาผู้คนโดยรอบแทบจะหยุดหายใจต่างพากันล่าถอยออกไปไม่กล้าบุ่มบ่ามขยับไปที่ใดทางฝั่งของเมิ่งฝานก็ขนลุกไปทั้งร่างพร้อมกับรูม่านตาที่หดเล็กลงการโจมตีเบื้องหน้าของเขาช่างร้ายกาจเป็นอย่างยิ่งไม่เสียแรงที่อีกฝ่ายเป็นถึงจอมยุทธ์ที่น่าภาคภูมิใจของตระกูลเมิ่ง เพราะมีพลังที่น่าสะพรึงยิ่ง
หลังจากกระตุกยิ้มฝ่ามือใหญ่ของเมิ่งฝานพลันขยับก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาอีกฝ่ายด้วยพลังของยาตราเซียนเหิน ขณะเดียวกันก็ชกออกไปด้วยหมัดที่ดุดันและรวดเร็วปานสายฟ้าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณผู้ทรงพลังเมิ่งฝานหาได้ออมมือแต่อย่างใดเขาปล่อยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองออกไปตั้งแต่ต้น
ปัง!
พลังปราณปะทะกันในอากาศ ขณะเดียวกันทั้งเมิ่งเฟยเอ๋อร์และเมิ่งฝานก็ประมือกันอยู่กลางอากาศด้วยหมัดที่เชื่อมต่อกันเอาไว้เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วบริเวณในทันใด ท่ามกลางเสียงนั้นก็คือเงาร่างของจอมยุทธ์น้อยทั้งสองที่ประมือกันโดยแสดงทั้งความสามารถและฝีมือออกมาอย่างไม่ปรานี
หมัดของเด็กหนุ่มพุ่งเข้าชนฝ่ามือสวยของเมิ่งเฟยเอ๋อร์เวลานี้เมิ่งฝานไม่ได้ออมแรงในพลังของหมัดเงี้ยวโลกันตร์เลยแม้แต่น้อยหลังจากที่ได้ประมือกับเมิ่งหุนเมิ่งฝานก็รู้ดีว่าหากประมือกับจอมยุทธ์ในระดับนี้แล้วยังปรานีผู้อื่นย่อมเท่ากับว่าเป็นการทำร้ายตนเองต่อให้อีกฝ่ายเป็นสตรีก็ยังนับว่าเป็นดั่งผีสาวที่กลืนคนไม่คายกระดูก
ในชั่วพริบตาพลังปราณในฝ่ามือของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็แตกซ่านจากนั้นร่างของเมิ่งฝานพลันขยับด้วยความเร็วปานสายฟ้าแล้วชกออกไปด้วยหมัดทั้งสองข้าง
หมัดของเด็กหนุ่มราวกับลูกปืนใหญ่พุ่งตรงไปหาเมิ่งเฟยเอ๋อร์อย่างดุดันเมื่ออยู่ภายใต้พลังอันน่าสะพรึงเช่นนี้ต่อให้นางใช้พลังปราณเป็นเกราะคุ้มกันร่างก็ยังแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี
พลังของหมัดเงี้ยวโลกันตร์อันทรงพลังด้วยสี่สุริยันสอดผสานทำให้เมิ่งเฟยเอ๋อร์จำต้องใช้แรงมหาศาลนี่เป็นวิชายุทธ์ประจำตระกูลเมิ่ง ท่วาเวลานี้เมิ่งฝานกลับนำมาใช้ จึงทำให้คนของตระกูลเมิ่งทั้งหลายรู้สึกราวกับกำลังเจอผีก็ไม่ปาน
เมื่อได้เห็นพลังของหมัดเงี้ยวโลกันตร์ของเมิ่งฝานนัยน์ตาของเมิ่งเฟยเอ๋อร์มีความประหลาดใจปรากฏ จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น“พลังหมัดเงี้ยวโลกันตร์ของเจ้าได้มาจากเมิ่งซีใช่หรือไม่ เจ้าคือผู้ที่สังหารเมิ่งซี!”
“ตอบถูกแล้ว ข้ามีรางวัล!”
กลางอากาศเมิ่งฝานกระตุกยิ้มอย่างเยือกเย็นก่อนจะขยับท่อนแขนแล้วในชั่วพริบตาต่อมาระลอกคลื่นแห่งพลังของวิชายุทธ์อันน่ะสะพรึงพลันระเบิดออกมา
สายธารหลั่งสมุทร!
การชกออกมากลางอากาศทำให้เกิดระลอกคลื่นแห่งพลังปราณคล้ายดั่งสายธารหลากขึ้นพุ่งไปยังเมิ่งเฟยเอ๋อร์จนเกิดเป็นเส้นแนวตรงในอากาศ เมื่ออยู่ภายใต้พลังที่น่าสะพรึงเช่นนี้เมิ่งเฟยเอ๋อร์จึงกำหมัดแน่นแล้วในวินาทีต่อมาพลันมีโล่กำบังปรากฏขึ้นที่หมัดของนาง
ปัง!
เพียงชั่วพริบตาหมัดของเมิ่งฝานก็พุ่งปะทะเข้ากับโล่พลังปราณนั้นมันแตกออกเป็นสี่ห้าส่วนขณะเดียวกันร่างของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็ล่าถอยออกไปนับสิบกว่าเมตรจึงจะสามารถกลับมายืนหยัดอยู่ได้อีกครั้งและนางยังกระอักเลือดออกมาอีกด้วย
เสียงฮือฮาพลันดังไปทั่วบริเวณในทันใดทุกคนต่างก็นึกไม่ถึงว่าจอมยุทธ์ในขั้นเกลาวิญญาณอย่างเมิ่งเฟยเอ๋อร์จะถูกเมิ่งฝานชกจนกระเด็นออกมาเช่นนี้คนของตระกูลเฉาทั้งหลายต่างก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
ทว่าหลังจากที่ยืนหยัดได้จิตสังหารในดวงตาของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็เข้มข้นขึ้นยิ่งกว่าเดิมก่อนจะเอ่ยว่า “นับว่ามีฝีมืออยู่เล็กน้อยแต่สำหรับข้าแล้วมันยังไม่พอหรอกนะ แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยชอบหน้าเมิ่งซีเท่าใดนักแต่ในเมื่อเจ้าบังอาจแตะต้องคนของตระกูลเมิ่ง...ก็จะต้องตาย!”
เมื่อคำสุดท้ายเล็ดลอดออกมาจากปากนัยน์ตาของเมิ่งเฟยเอ๋อร์พลันวาวโรจน์ด้วยแสงแปลกประหลาดต่อมากลิ่นอายแห่งพลังปราณในร่างของนางก็บ่งบอกถึงความร้ายกาจอย่างที่สุด
สายตาของนางทำให้เมิ่งฝานรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ เพราะรู้ดีว่าเมิ่งเฟยเอ๋อร์นั้นแปลกประหลาดจริงๆ
แล้วในวินาทีต่อมาฝ่ามือสวยของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ก็ขยับบรรยากาศโดยรอบพลันสั่นสะเทือนไปชั่วครู่ ก่อนที่เสียงอันเยือกเย็นจะดังออกมาจากปากของนาง“ไปตายเสียเถอะ เหมันต์ทมิฬ!”
วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับอักษรหง!
เมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงจิตสังหารร้ายอาจที่ถาโถมมาจากทั่วสารทิศในทันใดพลังปราณในมือของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ผสานตัวกลายเป็นน้ำแข็งอย่างคาดไม่ถึง นางพลันพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานเพียงชั่วพริบตาน้ำแข็งที่คล้ายดังลูกศรอันคมกริบนับหมื่นก็ถาโถมเข้าหาเมิ่งฝาน
มันถาโถมมาจากทั่วสารทิศจนทำให้เมิ่งฝานรู้สึกว่าตนเองเป็นใจกลางของจิตสังหารทั้งปวงถึงอย่างไรก็ไม่อาจหลบหลีกได้!
สีหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปแล้วในวินาทีต่อมาแขนทั้งสองข้างจึงเคลื่อนขยับก่อนจะมีพลังอันแข็งแกร่งแผ่ซ่าน จากนั้นเมิ่งฝานจึงพุ่งทะยานเข้าไปยังจุดที่เมิ่งเฟยเอ๋อร์อยู่ในเมื่อไม่อาจหลบหลีกได้ก็คงจะเหลือเพียงการเผชิญหน้ากับมันเพียงทางเดียวแล้วเพียงชั่วพริบตาหมัดทั้งสองที่เป็นดั่งขุนเขาพลันปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานออกมา
“สองหมัดสะท้านสิงขร!”
สองเท้าเหยียบย่ำในอากาศแล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานดูคล้ายกับสัตว์อสูรก็ไม่ปาน พลังอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านออกมาจากแขนทั้งสองข้างก่อนจะชกเข้าไปยังลิ่มแข็งแกร่งเบื้องหน้า
ปัง!
เสียงน้ำแข็งแตกกระจายดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องร่างของเมิ่งเฟยเอ๋อร์ที่อยู่ด้านหลังพลันปรากฏให้เห็น
เมื่อมองเห็นเมิ่งเฟยเอ๋อร์นัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์ขึ้นมาแล้วก้าวเข้าหาทว่าแม้จะอยู่ภายใต้ระลอกคลื่นแห่งพลังของเมิ่งฝานนางก็หาได้ล่าถอยไม่ ในทางกลับกันเมิ่งเฟยเอ๋อร์กระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“ผสาน!”
เพียงชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานพลันรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งร่างก่อนจะพบว่าน้ำแข็งเบื้องล่างผสานตัวแล้วคืบคลานเข้ามาใกล้ตน เพียงไม่กี่อึดใจร่างของเมิ่งฝานก็ถูกยึดเอาไว้กับพื้นด้วยน้ำแข็งของเมิ่งเฟยเอ๋อร์จนไม่อาจขยับไปที่ใดได้
แย่แล้ว!
เพียงชั่วพริบตาที่ผู้คนทั้งหลายได้เห็นว่าเมิ่งฝานถูกน้ำแข็งของเมิ่งเฟยเอ๋อร์แช่เอาไว้ก็เงียบงันลงไปบรรดาคนของตระกูลเฉาต่างก็มีใบหน้าที่คล้ายดั่งความตายกำลังมาเยือน เฉาหลันเดินก้าวขึ้นหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบาและมีน้ำสีใสปรากฏขึ้นในดวงตา“ต่อให้เป็นเขา...ก็ยังไม่อาจทำให้ตระกูลเฉาหลบเลี่ยงการล่มสลายในครั้งนี้ได้ซ้ำยังทำให้เขา...ต้องสิ้นชีพไปอีกด้วย!”
ทางฝั่งของเมิ่งฝานนั้น เวลานี้เขาถูกพลังความเย็นของเมิ่งเฟยเอ๋อร์แช่แข็งเอาไว้แล้วและนั่นก็ทำให้คนของตระกูลเมิ่งต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะหากเมิ่งเฟยเอ๋อร์ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งฝานก็คงจะไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะเขาได้แล้ว
“หึ สังหารเขาเสีย พี่เฟยเอ๋อร์!”
ไม่ไกลนัก เมิ่งหุนมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความไม่สบอารมณ์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น
ส่วนเมิ่งเฟยเอ๋อร์ที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่กลางลานต่อสู้ก็กระตุกยิ้มขึ้นมานางกลับเข้าสู่ท่วงท่าอันสง่างามอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยความน่าหลงใหล ขณะเดียวกันนัยน์ตาอันเยือกเย็นก็มองไปยังเมิ่งฝานที่ถูกแช่แข็งแล้วเอ่ยว่า“ตอนนี้...ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะอวดดีอย่างไร!”
และแล้วในชั่วพริบตาที่นางเอ่ยวาจากลับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นจากน้ำแข็งที่ปกคลุมกายของเมิ่งฝานตามมาด้วยเสียงระเบิดดังราวกับสายฟ้าฟาดเพราะน้ำแข็งนั้นได้ระเบิดจนกระจายไปทั่วสารทิศ!