ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่54 ประลองถามนาม

          “อย่าได้กังวลไป ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย ข้ามาเพื่อหามิตรที่นี่ยินดีต้อนรับข้าหรือไม่?”ชายหนุ่มอาภรณ์ขาวมองเห็นเหอเจี๋ยเกิดความวิตกจึงเอ่ยขึ้นเพื่อให้คลายกังวล

             

            สีหน้าของเหอเจี๋ยเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย มันจ้องมองหน้าชายอาภรณ์ขาวอีกครั้งก็พลันนึกขึ้นได้ว่าชายผู้นี้คือคนที่จัดการคุณชายถูและเคยพบปะกับชายอาภรณ์ฟ้ามาก่อนทั้งสองสัญญาจะประลองกันสักครั้งก่อนจะบอกกล่าวนามของตนหลังการประลอง

             

            ชายอาภรณ์ฟ้าที่อาการดีขึ้นแล้วก็ลุกขึ้นเดินมายังเหอเจี๋ยด้วยท่าทางองอาจไม่แพ้กันกับชายอาภรณ์ขาวเลยแม้แต่น้อย ที่แตกต่างคือท่วงท่าที่หยิ่งทะนง

             

            “ยินดี? จะยินดีได้อย่างไร? เจ้ามีคุณสมบัติเป็นสหายข้าหรือ?”ชายอาภรณ์ฟ้ากล่าวขึ้นอย่างไม่ยีระ ทว่าสายตากลับดูตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

             

            “ดีเช่นนั้น เราก็มาประลองกัน เมื่อประลองแล้วท่านจะได้ไตร่ตรองใหม่ว่าข้าสมควรได้รับเป็นสหายท่านหรือไม่?”ชายอาภรณ์ขาวกล่าวตอบพร้อมเผยรอยยิ้ม

             

            ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังทางขวาของมันใบหน้าประดับด้วยปานดำก็เดินแทรกขึ้นมาและกล่าวขึ้น “พี่หนิงเฟยหลง ครั้งนี้ข้าขออาสาเอง อย่าได้ลำบากท่านเลย”

             

            “อย่าเลย เจ้าสู้เขาไม่ได้ พวกเจ้าพากันไปพักฟื้นพลังเถอะ”หนิงเฟยหลงไม่ได้กล่าวเท็จ มันสัมผัสได้ถึงพลังหยวนของชายอาภรณ์ฟ้านั่นแสดงให้เห็นถึงระดับกำเนิดพลังไม่ผิดแน่!แล้วซ่งจิ่นติ้งที่อยู่ขอบเขตแดนกายขั้นที่สิบจะไปสู้ได้อย่างไร

             

            ก่อนที่จะมาถึงที่นี่กลุ่มของหนิงเฟยหลงได้เข้าปะทะกับสัตว์อสูรระดับสามมาด้วยกันถึงสองตัวที่มีพละกำลังมหาศาลนั่นคือคชสารสี่งาและมูซเขาเงินที่มีความแข็งแกร่งทั้งการป้องกันและโจมตีทั้งสองตัวนี้เคยล้อมกลุ่มของหนิงเฟยหลงร่วมกับสัตว์อสูรอีกห้าตัวศึกแรกทำพันธสัญญากับจิ้งจอกขาว และสังหารแมงมุมหกขา

             

            ต่อมาหลังออกจากถ้ำได้หนิงเฟยหลงก็นำกลุ่มตามล่าสัตว์อสูรที่เคยล้อมพวกมันไว้ไปทางตะวันตกก็พบกับสัตว์อสูรทั้งสองตัวนี้กว่าจะสังหารมันทั้งสองได้เล่นเอาซะใช้เรี่ยวแรงกันเกือบหมดแม้แต่หนิงเฟยหลงที่มีเคล็ดวิชา ประสบการณ์ และพื้นฐานลมปราณที่สูงส่งยังไม่อาจเอาชนะพวกมันได้โดยง่าย(จำกัดระดับพลังอยู่ที่ระดับกำเนิดพลังขั้นที่หนึ่ง)

             

            ยังเหลืออีกสามตัวเท่านั้นนั่นคือสัตว์อสูรที่กลุ่มของหนิงจินและชายอาภรณ์ฟ้าสู้ก่อนหน้านี้นั่นคืออสรพิษสองหัวและกิ้งก่าหัวระเบิดนี่คือชื่อที่แท้จริงของมันส่วนตัวสุดท้ายที่ต้องตามล่าคือ หมีคลั่ง!

             

            หลังจากนั้นจึงจำเป็นต้องพักฟื้นพลังกันก่อนเดินทางต่อทว่าที่พักนั้นไม่ได้อยู่ไกลจากที่นี่อยู่บนยอดเขามองลงมาด้านล่างก็เห็นถึงการสู้รบที่ดุเดือด

             

            แววตาที่คอยจ้องมองนั้นก็คือสายตาของหนิงเฟยหลงที่จดจ้องลงมา เดิมทีมันอยากจะลงมาช่วยกลุ่มอาภรณ์ฟ้านานแล้วแต่ติดตรงที่ยังมีกลุ่มของหนิงจินอยู่ จึงไม่อยากลงมาช่วยเท่าใดนักหากลงมาช่วยก็เท่ากับว่าต้องมาช่วยคนเจ้าเล่ห์อย่างหนิงจินซึ่งหนิงเฟยหลงไม่เคยเชื่อมั่นในความจริงใจของหนิงจินที่มีต่อผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย

             

            หนิงเฟยหลงรอจนเห็นกลุ่มของหนิงจินหักหลังกลุ่มของชายอาภรณ์ฟ้าที่อยู่ในช่วงคับขันจึงรีบเร่งลงมาช่วยได้ทันท่วงทีจากสัตว์อสูร

             

            อันที่จริงมันตั้งใจจะลงมาจัดการหนิงจินและเหรินอวิ้นอวี้ตั้งแต่เริ่มลงมือแล้วแต่ระยะทางนั้นห่างกันเกินไปประจวบกับคนในกลุ่มยังฟื้นพลังได้ไม่เพียงพอหากมันละทิ้งลงมาช่วยแล้วสัตว์อสูรมาเจอเข้ากับกลุ่มที่ถูกทิ้งไว้ผลลัพธ์ก็จะยิ่งแย่กว่าเดิมถึงอย่างไรมันที่เป็นผู้นำก็ต้องคำนึงถึงกลุ่มของตนมาก่อน

             

            ชายอาภรณ์ฟ้าแสยะยิ้มขึ้น “ดี เช่นนั้นก็เข้ามา!”แม้ว่าอาการบาดเจ็บของมันจะยังไม่หายแต่มันก็เชื่อมั่นเต็มเปี่ยมจะสามารถเอาชนะหนิงเฟยหลงได้ไม่ยากเพราะการคาดเดาถึงระดับพลังของหนิงเฟยหลงว่าเป็นแค่ขั้นสิบของขอบเขตแดนกายเท่านั้นทว่าความจริงแล้วมันหาได้เป็นเช่นนั้น

             

            รอยยิ้มที่แสดงถึงความเยาะเย้ยได้ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหนิงเฟยหลงหนิงเฟยหลงจ้องมองชายอาภรณ์ฟ้าด้วยสายตาว่างเปล่าคราหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยว่า“เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะเป็นผู้ฉลาด ทว่ากลับโง่เขลาเช่นนี้”

             

            คำพูดของหนิงเฟยหลงทำให้ชายอาภรณ์ฟ้ามีใบหน้าที่เย็นชาขึ้นไฟโทสะเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจอีกครั้งแต่แววตาก็ยังคงเหลือประกายแห่งความตื่นเต้นอยู่

             

            ชายอาภรณ์ฟ้าเมื่อได้ยินคำถากถางดังนั้นจึงไม่รอให้บุรุษตรงหน้าลงมือก่อนมันเริ่มลงมือทันทีหวังจะแสดงถึงความต่างชั้นสยบบุรุษผู้นั้นให้ได้ในคราเดียว

             

            “วารีถาโถม!” ชายอาภรณ์ฟ้ากล่าวพร้อมกับวาดกระบี่ในมือออกชี้ไปด้านหน้าจากนั้นก็เงื้อกระบี่ขึ้นฟาดฟันลงมา เกิดเป็นเงากระบี่รูปร่างสีครามคล้ายน้ำจากมหาสมุทรเงากระบี่นับร้อยพวยพุ่งออกมาการเคลื่อนที่ของมันเหมือนคลื่นยักษ์ที่โหมมากระทบฝั่งหวังจะกลืนกินพสุธาให้สิ้นไป

             

            หนิงเฟยหลงไหนเลยจะอยู่เฉย มันหยิบเอากระบี่ของตนขึ้นมา แล้วหันมองไปยังหนิงอันอันพลางกล่าวขึ้นว่า “อันอัน เจ้าดูให้ดี” หนิงเฟยหลงหวังจะใช้สถานการณ์จริงนี้ชี้แนะน้องสาวของตนให้เข้าถึงเจตจำนงกระบี่มากยิ่งขึ้น

             

            เงากระบี่ของชายอาภรณ์ฟ้ามาถึงด้านหน้าของหนิงเฟยหลงในระยะห้าฉื่อหนิงเฟยหลงก็วาดกระบี่ออกหมุนควงพร้อมกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวจากนั้นก็หยุดหมุนกระบี่กระบี่ชี้ตรงไปเบื้องหน้าถีบพสุธาส่งตัวไปด้านหน้าพุ่งทะยานเข้าไปอย่างรวดเร็ว

             

            มันไม่ได้เกรงกลัวต่อกระบี่นับร้อยที่ถาโถมเข้ามาเลยแม้แต่น้อยในเมื่อการโจมตีของชายอาภรณ์ฟ้ามาดั่งคลื่นยักษ์เช่นนั้นตัวมันเองก็สมควรจะทะลวงคลื่นยักษ์ไป หากตั้งรับก็สมควรจะพ่ายแพ้แต่หากโจมตีก็อาจเสี่ยงต่อชีวิตได้

             

            หากแต่การต่อสู้ครั้งใดจะไม่เสี่ยงบ้างแววตาของหนิงเฟยหลงฉายประกายสีเขียวอ่อนวาบครั้งหนึ่งก่อนที่ความเร็วนั้นจะพุ่งทะลุขีดสุดทะลวงฝ่าคลื่นกระบี่นั่นไป

             

            ชายอาภรณ์ฟ้าเบิกตากว้าง มันไม่อาจจะทำใจยอมรับได้วิชากระบี่ที่มันใช้หาได้สามัญไม่ มีพลานุภาพสามารถสยบคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายมาโดยตลอดแต่เหตุใดจึงไม่สามารถทำอันตรายชายผู้นี้ได้จะมีก็แต่รอยขาดของอาภรณ์สีขาวก็เท่านั้นเมื่อแต่รอยขีดข่วนบนร่างกายก็ยังไม่มี “เจตจำนงแห่งกระบี่ของชายผู้นี้ล้ำลึกนัก”ชายอาภรณ์ฟ้าอดที่คิดเช่นนี้ไม่ได้เลย

             

            อันที่จริงที่ร่างกายหนิงเฟยหลงไม่มีรอยขีดข่วนนั่นก็เพราะการผลัดเปลี่ยนเนื้อหนัง กระดูก เส้นเอ็น และหลายๆอย่างมามันช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งของชายหนุ่มให้มากยิ่งขึ้นทำให้ตั้งแต่ออกจากถ้ำมาในการต่อสู้ทุกๆครั้งหนิงเฟยหลงจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยจะมีเพียงอ่อนเพลียจากพลังที่ใช้ออกไป กับการเสแสร้งก็เท่านั้น

             

            ชายอาภรณ์ฟ้าไม่ได้รู้เรื่องราวนี้ด้วยแม้กระทั่งคนในกลุ่มของหนิงเฟยหลงเองก็ยังไม่รู้ มันจึงเข้าใจว่าเจตจำนงแห่งกระบี่ของหนิงเฟยหลงก้าวข้ามตนเองไปไกลแล้ว 

             

            ครานี้ถึงคราวที่ชายอาภรณ์ฟ้าต้องต้านรับบ้างแล้ว ไหนเลยชายหนุ่มที่เป็นผู้อัจฉริยะจะพ่ายแพ้โดยง่ายมันเริ่มทำการป้องกันร่ายรำท่วงท่าอย่างต่อเนื่องกวัดแกว่งกระบี่ไปมา

             

            หนิงเฟยหลงค่อยๆทะยานมาช้าๆด้วยอยากให้ชายอาภรณ์ฟ้าแสดงฝีมือให้ถึงที่สุดก่อน ท้ายสุดของกระบี่ของชายอาภรณ์ฟ้าก็วาดตวัดขึ้นเป็นเส้นโค้งที่สวยงามปราณกระบี่สีฟ้าอ่อนในช่วงแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามขึ้นในทุกท่วงท่าจวบจนถึงท่าวาดกระบี่ขึ้นปราณกระบี่ก็ได้กลายเป็นสีครามดุจห้วงสมุทรแล้ว

             

            คลื่นพลังหยวนปรับเปลี่ยนแปลงไปตามท่าทางเสมอเคลื่อนที่ไปพร้อมกับปราณกระบี่ก่อเกิดเป็นรูปร่างคล้ายคลื่นทะเล ค่อยๆใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นคลื่นสูงกว่าสิบจั้ง

             

            “นี่มัน!”

             

            หนิงเฟยหลงหดนัยน์ตาแคบลงมันไม่คาดคิดว่าชายอาภรณ์ฟ้าจะมีเคล็ดวิชาที่กล้าแกร่งเช่นนี้ได้และคลื่นลูกนี้เมื่อมองดูตรวจสอบโดยละเอียดก็พบว่าแทบจะไร้ช่องโหว่โดยสมบูรณ์หนิงเฟยหลงเริ่มจะเสียใจแล้วที่ปล่อยให้ชายอาภรณ์ฟ้าร่ายกระบี่จนเสร็จสรรพแทนที่จะโจมตีอย่างต่อเนื่องเลย

             

            ทว่าหนิงเฟยหลงก็ไร้ซึ่งความลังเลกลับแสยะยิ้มกว้างแววตาฉายประกายความตื่นเต้นอย่างที่สุด!

             

            “หนิงเฟยหลงเจ้าไม่สามารถฝ่าปราการคลื่นสมุทรนี่ได้หรอกแม้แต่จอมยุทธ์ระดับแก่นพลังก็ไม่อาจทลายมันลงได้ ยอมแพ้ซะเถอะ!” ชายอาภรณ์ฟ้ากล่าวขึ้นด้วยความสะใจในใจก็กระหยิ่มยิ้มย่องไม่น้อย

             

            “หึหึ อย่างไรเสียข้าก็ต้องเป็นผู้ชนะ!” ชายอาภรณ์อดไม่ได้ที่จะนึกขึ้นเช่นนี้

             

            และสิ่งที่มันคิดและกล่าวมานั้นก็ไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด อย่างที่มันพูดปราการคลื่นสมุทรนี้ถึงแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งดุจหินผา แต่ก็ไม่ได้อ่อนแออันที่จริงมันมีความไหลลื่น ยืดหยุ่น และทำลายได้ยากมากกว่าหินผาเสียอีก

             

            มันสามารถเสริมพลังให้ตนเองได้ทุกเมื่อ จากผู้ใช้เคล็ดวิชา และยิ่งมีแหล่งน้ำอยู่ด้วยก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่นั่นเพราะวิชานี้จำเป็นต้องใช้ธาตุวารีเป็นแกนหลัก นั่นเท่ากับว่าศัตรูของมันต้องโจมตีจนกว่าน้ำในแหล่งนั้นจะเหือดแห้งและพลังของผู้ใช้หมดลงมันถึงได้ชื่อว่าปราการของมหาสมุทรนั่นเพราะมันยากจะสั่นคลอนหากต้องการทำลายมันคงต้องทำลายทั้งมหาสมุทรเป็นแน่!

             

            “ถึงจะเป็นอย่างนั้นแล้วอย่างไรไม่ลองก็ไม่รู้!!”

             

            หนิงเฟยหลงระเบิดพลังลมปราณพลังหยวนจำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาเล่นเอาใบหน้าของชายอาภรณ์ฟ้ากระตุก สีหน้าหมองคล้ำลงหลายส่วน

             

            ไม่เพียงเท่านั้นหนิงเฟยหลงโยกย้ายตำแหน่งเคลื่อนที่อย่างฉับไวมันตั้งใจจะลงมือโจมตีปราการนี้โดยตรงสักครั้ง นั่นเป้นความบ้าบิ่นถึงเพียงใดกัน!รู้ทั้งรู้ว่าระดับแก่นแท้พลังยังไม่อาจทะลวงได้แต่ตนเองอยู่เพียงระดับกำเนิดพลังกลับกล้าลงมือ!

             

            ในระยะยี่สิบก้าวก่อนถึงกำแพงชายหนุ่มเก็บกระบี่กลับคืนท่ามกลางสายตาที่งุนงงของคนที่เฝ้าชมพวกมันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคุณชายท่านนี้ถึงเก็บกระบี่ที่ตนเองถัดใช้ไปโดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มถนัดที่สุดไม่ใช่กระบี่ แต่เป็น...

             

            หมัดพิฆาต!!!!

             

            ชายหนุ่มเอี้ยวตัวยกแขนขวาขึ้นกำหมัดแน่น พร้อมกับพลังหยวนที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงพิฆาต! ห้อมล้อมกำปั้นนั้นไว้ ชายหนุ่มเอี้ยวตัวจนสุดกำปั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเส้นผ่านศูนย์กลายยาวกว่าสิบจั้งเทียบเท่ากับปราการสมุทร!

             

            ปล่อย!

             

            หนิงเฟยหลงปล่อยหมัดออกแววตาส่องแสงสีแดงออกมาหมัดของมันได้ถูกปล่อยออกมาแล้วอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเกิดเสียงอื้ออึงไปทั่วในช่วงที่เร็วที่สุดของหมัดนั้น ร่างของมันได้เปลี่ยนเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่โหมลุกไหม้ไปด้วยเพลิงอัคคีโชติช่วง! ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งอย่างให้แหลกลาญ!!!!

             

            ช่วงเวลานี้ทุกคนอยู่ในช่วงตกตะลึงกับการที่หนิงเฟยหลงปลดปล่อยวิชาที่แท้จริงของตนออกมาไม่คิดเลยว่าจะทรงพลังถึงเพียงนี้ถึงแม้กลุ่มของหนิงเฟยหลงจะได้เห็นในตอนที่จัดการกับสัตว์อสูรระดับสามตัวแรกก็ตามทีแต่นั่นยังไม่รุนแรงถึงเพียงนี้!

             

            “หรือว่าที่ผ่านมาเขาออมพลังไว้โดยตลอด!” พวกมันอดไม่ได้ที่จะขบคิดเช่นนี้

             

            แต่อันที่จริงหนิงเฟยหลงก็ยังคงไม่แสดงพลังที่แท้จริงให้พวกมันได้เห็นอยู่ดีการแสดงให้ดูครั้งนี้ เป็นเพียงพลังสามในสิบส่วนเท่านั้นเรียกได้ว่าแค่ยืดเส้นยืดสายก็เท่านั้น

             

            คงเป็นชายอาภรณ์ฟ้าเองที่บัดนี้ไร้ซึ่งสีหน้าที่หมองคล้ำแล้วแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่แสดงถึงความยินดีมันตื่นเต้นถึงสูงสุดแล้วและไม่อาจหักห้ามไม่ให้ตนเองทำสีหน้าท่าทางที่เย็นชาได้อีกต่อไปการที่จะมีคู่ต่อสู้อายุไล่เลี่ยและมีฝีมือทัดเทียมกันนั้นหาได้ยากยิ่งกว่ายาก

             

            ในคราแรกนั้นมันกังวลว่าตนจะพ่ายแพ้ต่อมากับนึกขึ้นได้ว่า “หากพ่ายแพ้แล้วจะอย่างไรเรามานี่ก็ไม่ใช่เพื่อแสวงหาคู่ต่อสู้อย่างนั้นหรือจะให้ประสบกับชัยชนะอย่างเดียวเช่นนั้นเราจะไม่กลายเป็นคนอ่อนแอหรือ”มันสรุปความในใจตนเท่านี้ใบหน้าก็ได้กลับมาสว่างใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ยากจะหุบลง

             

            มันนึกว่าหนิงเฟยหลงจะใช้ฝีมือมาสู้กับมันทั้งหมดแล้วจึงหัวเราะร่ายิ้มออกมาอย่างสะใจ!

             

            “เข้ามา!ส่งพลังทั้งหมดของเจ้าโจมตีมา!ให้ข้าประสพพบความพ่ายแพ้เสียที!”ชายอาภรณ์ฟ้าคำรามลั่นสร้างความฮึกเหิมให้ตนเองและในทางเดียวกันก็สร้างความฮึกเหิมให้คู่ต่อสู้ด้วย

             

            วินาทีลุ้นระทึกก็มาถึงเมื่ออุกกาบาตไฟลูกยักษ์กระแทกเข้ากับปราการสมุทร

             

            ตู้ม!!!!สวบ!! ครืน!!

             

            การปะทะกันของพลังทั้งสองที่ยิ่งใหญ่ทำให้เกิดแสงสว่างวาบไปทั่วหุบเขาพวกมันเองก็ไม่อาจต้านทานได้ต้องปิดตาลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปานจะแยกพสุธาให้ขาดจากกันควันฝุ่นผงปลิวว่อนตลบอบอวน ประหนึ่งพายุใหญ่เคลื่อนผ่านหน้าไปฉะนั้น

             

            ไร้ซึ่งเสียงอื่นใดให้ได้ยินนอกเสียจากเสียงการปะทะหมอกควันเริ่มจากลงในใจของพวกมันต่างตื่นระทึก!

             

            ใครกันจะเป็นผู้ชนะ ปราการสมุทร! หรือ หมัดพิฆาต!

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011