“ปกติคุณิฮุ่ยกับคุณเหมยลี่จะเปิดร้านตอนหกโมงเช้าแล้วปิดร้านตอนหกโมงเย็น” อันนามองไปที่ป้ายบอกเวลาทำการ “แต่ตอนนี้พวกเธอเปลี่ยนมาเปิดร้านตอนตีห้าแล้วปิดร้านตอนห้าโมงเย็น ทำไมพวกเธอถึงคิดจะเปลี่ยนเวลาล่ะ”
“ฉันกับเฉินซีสังเกตว่ามีหลายคนที่ตื่นเช้าแล้วอยากลงมาหาเครื่องดื่มหรือมาหาที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ถ้าเราเปิดร้านเร็วหน่อย พวกเขาก็จะได้ไม่ไปนั่งรอตามม้านั่งข้างทาง และที่เราเลื่อนเวลาปิดร้านเร็วขึ้นเพราะหลังห้าโมงเย็นจะไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้บริการแล้ว ฉันกับเฉินซีก็เลยตกลงกันว่าถ้าปิดร้านให้เร็วขึ้น เราจะได้ใช้่เวลานั้นไปดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันทุกวัน ถือเป็่เวลาพักผ่อนของเราน่ะค่ะ ” เหอหลี่น่าตอบ
“เป็ความคิดที่ดีเหมือนกันนะ ฉันเคยเห็นบางคนไปนั่งรอที่ม้านั่งข้างทางเพื่อรอเวลาให้ร้านเปิดจริงๆ” อันนายิ้มเมื่อมองไปเห็นขนมปังอบ “นาน่า เธออบขนมปังเป็ด้วยเหรอ”
“ฉันทำได้แค่ไม่กี่อย่างหรอกค่ะ” เหอหลี่น่า
ฮั่วเฉินซีเดินมาพร้อมกาแฟหนึ่งถ้วย “พี่อันนาลองชิมฝีมือผมหน่อย นี่เป็กาแฟแก้วแรกของวันเลยนะครับ ผมจำได้ว่าพี่ชอบดื่มคาปูชิโน่หวานน้อยใช่ไหม”
อันนามองกาแฟหอมกรุ่นที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพอใจ “ถ้าลูกค้ารู้ว่านายทำเมนูลาเต้อาร์ตได้ รับรองว่านายได้ทำเครื่องดื่มจนมือหงิกแน่”
“เป็อย่างนั้นก็ดีสิ ผมจะได้อ้อนให้ที่รักของผมนวดมือให้ทุกวัน” ฮั่วเฉินซีหันไปยิ้มกรุ้มกริ่มให้เหอหลี่น่า “ที่รัก ต่อไปผมคงต้องพึ่งคุณแล้วนะ อยากจะนวดมือหรือนวดตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น”
เหอหลี่น่าเดินเข้ามาทุบไหล่ชายหนุ่มเต็มแรง “คุณนี่หน้าไม่อายจริงๆ เลย!”
“เห็นไหมที่รัก ใครๆ ก็ชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน” ฮั่วเฉินซีหอมแก้มหญิงสาวอย่างเร็ว “ถ้างั้นเราตกลงเป็แฟนกันเถอะนะ”
เหอหลี่น่ายกมือขึ้นปิดแก้มตัวเองอย่างใ “ฮั่วเฉินซี! ใครอนุญาตให้คุณมาหอมแก้มฉัน”
“หอมแก้มแฟนตัวเองยังต้องขออนุญาตอีกเหรอ” ฮั่วเฉินซีแสร้งทำหน้างง
“พี่อันนาดูสิคะ อยู่กับเขาทุกวันฉันคงได้โมโหตาย” เหอหลี่น่าหันไปหาคนช่วย “มีที่ไหนยังขาดพนักงานอยู่ไหมคะ พี่ให้เขาไปทำงานที่อื่นเถอะ ส่วนที่นี่ฉันจะรับสมัครคนใหม่”
“เฮ้ย! ไม่ได้นะที่รัก คาเฟนี้ต้องเป็เราสองคนเท่านั้น ถ้าให้คนอื่นมาทำ ยอดขายจะไม่ตกเอาเหรอ”
“ถ้าอย่างนั้นนายก็ทำตัวดีๆ หน่อยสิ”
“แล้วผมทำตัวไม่ดีตรงไหน ผมแค่อยากหอมแก้มที่รักของผมเท่านั้นเอง อีกอย่างที่ผมกล้าทำเพราะอยู่ต่อหน้าพี่อันนาหรอกนะ พี่อันนาไม่ใช่คนอื่นสำหรับเราสักหน่อย คุณไม่เห็นจะต้องอายขนาดนั้นเลย” ฮั่วเฉินซีหอมแก้มหญิงสาวอย่างเร็วอีกครั้ง “โอเค! ผมไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้ ครั้งนี้ถือเป็การขอโทษก็แล้วกัน”
“ฮั่วเฉินซี! คุณจะไม่หยุดใช่ไหม” เหอหลี่น่าเขินจนหน้าแดง
อันนาหัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ “แม่สามีฉันพูดถูก อยู่ใกล้พวกเธอแล้วบรรยากาศรอบตัวมันมีความสุขจริงๆ”
“เห็นไหมที่รัก พี่อันนายังชอบที่ผมเป็แบบนี้เลย” ฮั่วเฉินซีมองคนรักด้วยสายตาหวานซึ้ง “แต่ว่าที่รัก คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยนะ ตกลงวันนี้เราเปลี่ยนสถานะกันได้หรือยัง”
“คุณมาหอมแก้มฉันต่อหน้าคนอื่นขนาดนี้แล้วยังจะเรียกกันว่าเพื่อนได้อีกเหรอ” เหอหลี่น่าบิดเอวคนรักอย่างหมั่นไส้ “ต่อไปคุณห้ามทำให้ฉันเสียใจแล้วก็ห้ามไปมองผู้หญิงคนอื่นเป็อันขาด”
ฮั่วเฉินซีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอดแล้วหอมแก้มเธอสลับซ้ายขวาอยู่หลายที “ขอบคุณนะครับที่รัก ผมสัญญาเลยว่าตลอดชีวิตนี้ผมจะมีคุณแค่คนเดียว ถ้าควักหัวใจออกมาได้ ผมจะเอามันมาให้คุณเก็บไว้คนเดียวเลย ถ้าผมทำผิดกับคุณเมื่อไหร่ ผมจะให้คุณโยนหัวใจของผมไปให้หมากินทันที”
“ปล่อยฉันก่อนสิ ฉันอายคนอื่นเขานะ” เหอหลี่น่าบอกเมื่อเห็นลูกค้าเดินเข้ามา
“โอ้! พอเปลี่ยนคนดูแลก็มีธรรมเนียมปฏิบัติใหม่เลยเหรอเนี่ย” โจอี้เดินเข้าไปหาอันนาแล้วจุมพิตเธอ “ผมต้องแสดงความรักกับคุณแบบนี้ด้วยใช่ไหมผมถึงจะได้ดื่มกาแฟ”
“คุณไม่อายเด็กๆ บ้างหรือไง” อันนามองค้อนคนรัก
“จะอายทำไมล่ะ พอเดินเข้ามาผมก็เห็นคุณนั่งดูเด็กๆ แสดงความรัก ผมก็เลยนึกว่าคุณอยากแสดงความรักแบบนั้นบ้างน่ะสิ”
“นาน่า ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้วตอนนี้”
เหอหลี่น่าพยักหน้าให้อันนาอย่างเข้าใจ “เราสองคนหาคนรักได้ดีจริงๆ ใช่ไหมล่ะคะ”
“ที่รัก คุณจะไม่แนะนำให้ผมรู้จักพวกเขาหน่อยเหรอ แต่ไม่เป็ไรหรอก ผมแนะนำตัวเองเลยก็ได้” โจอี้พูดจบก็หันไปมองเหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซี “สวัสดี ฉันคือสุดที่รักของพี่อันนาสุดสวย พวกเธอจะเรียกฉันว่าพี่โจอี้ก็ได้นะ”
“สวัสดีครับพี่โจอี้ ผมฮั่วเฉินซีเป็คนรักของนาน่าสุดสวยเหมือนกันครับ” ฮั่วเฉินซียื่นมือไปทักทายอีกฝ่าย
“สวัสดีค่ะพี่โจอี้ ฉันชื่อนาน่านะคะ” เหอหลี่น่าทักทายอย่างเรียบร้อย
“ทำไมพอผมเห็นพวกเขาแล้วมันรู้สึกเหมือนผมเห็นเราเมื่อหลายปีก่อนเลยล่ะที่รัก” โจอี้หัวเราะก่อนจะหันไปพูดกับคนรักอย่างชอบใจ “ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าตอนนั้นคุณแม่ของคุณมองเรายังไง”
“ไม่ใช่เราค่ะ แต่คุณแม่มองว่าคุณเป็จอมกะล่อนมากกว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านจะนึกเสียใจหรือเปล่าที่ยอมให้เราแต่งงานกัน”
“แน่นอนว่าแม่ยายต้องดีใจมากแน่ๆ เพราะจอมกะล่อนคนนี้รักแล้วก็มอบหัวใจให้คุณคนเดียวนะครับ”
“นาน่า คุณเห็นไหม เทียบกับการแสดงออกของพี่โจอี้แล้วผมยังอ่อนหัด” ฮั่วเฉินซีหันไปกระซิบกับคนรัก
เหอหลี่น่าพยักหน้า “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
“ถ้างั้นผมแสดงความรักกับคุณให้มากกว่านี้ดีไหม”
“ไม่ดี! ฉันไม่เห็นด้วย” เหอหลี่น่าเผลอพูดเสียงดัง
โจอี้หันไปมองก่อนถาม “น้องนาน่า เธอไม่เห็นด้วยกับการที่ฉันจะลงระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เกาะของเราเหรอ”
เหอหลี่น่าไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้โจอี้กับอันนาพูดกันถึงเื่อะไร เพราะเธอมัวแต่คุยอยู่กับคนรัก “ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกพี่พูดอะไรกันอยู่ แต่เฉินซีเอาแต่ยั่วโมโห ฉันก็เลยเผลอพูดเสียงดังใส่เขาไปหน่อย พี่อย่าเข้าใจฉันผิดนะคะ”
“ดูสิ คุณทำหน้าจริงจังจนเธอใไปหมดแล้ว” อันนาหันมายิ้มให้เหอหลี่น่า “เธออย่าไปถือสาเขาเลย พอเป็เื่งานเขาก็จะจริงจังอย่างนี้เสมอ”
“พี่โจอี้ครับ ผมขอถามได้ไหมครับว่าพี่จะว่าจ้างบริษัทไหนให้เป็ผู้วางระบบ” ฮั่วเฉินซีขมวดคิ้วถาม หากดูจากระยะทางและความพร้อม ประเทศ C น่าจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด และบริษัทที่มีศักยภาพในการที่จะวางระบบเครือข่ายมากที่สุดก็หนีไม่พ้นฮั่วกรุ๊ป
“ที่ปรึกษาหลายคนเลือกฮั่วกรุ๊ป แต่ฉันกลับสนใจบริษัทเล็กๆ บริษัทหนึ่งมากกว่า” โจอี้หันไปมองฮั่วเฉินซี “อันนาบอกว่านายเรียนจบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช่ไหม ฉันได้ยินมาว่ารุ่ยจื้อเป็บริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานแค่ไม่กี่คนก็จริง แต่หุ้นส่วนทั้งสองคนที่ก่อตั้งบริษัทกลับเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ถ้าฉันว่าจ้างให้พวกเขามาวางเครือข่าย ฉันก็อยากให้พวกเขาวางระบบความปลอดภัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาอำนวยความสะดวกให้ประชากรในเกาะของเราด้วย นายพอจะรู้จักบริษัทรุ่ยจื้อหรือเปล่า”
“เดี๋ยวผมจะส่งอีเมลให้นะครับ พี่ส่งข้อมูลโครงการเข้าอีเมลผมเลย แล้วเดี๋ยวผมจะติดต่อกับทางนั้นให้”
“เฉินซี! นายรู้จักบริษัทรุ่ยจื้อด้วยเหรอ”
“ก็พอจะรู้จักอยู่ครับ แต่เขาคนนี้ค่อนข้างเก็บตัวนิดหน่อย ผมก็เลยไม่กล้าให้พี่ติดต่อกับเขาโดยตรง”
“จะเป็ใครติดต่อก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่ถ้าผ่านขั้นตอนแรกไปได้ ถึงตอนพิจารณาและว่าจ้าง ยังไงฉันกับเขาก็ต้องได้พบกันอยู่ดี”
โจอี้กับอันนากลับไปทำงาน จากนั้นก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ยิ่งรู้ว่าคาเฟมีขนมปังอบสดใหม่วางขาย รวมถึงฮั่วเฉินซีที่ทำลาเต้อาร์ตได้ วันนี้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการจึงมีมากเป็พิเศษ เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซียุ่งอยู่กับงานทั้งวัน จนกระทั่งปิดร้าน ทั้งคู่ไม่แม้แต่จะมีเรี่ยวแรงจะเดินไปดูพระอาทิตย์ตกตามที่ได้ตกลงกันไว้ พวกเขารีบตรงกลับบ้านพักทันที
“เหนื่อยไหม” ฮั่วเฉินซีนวดไหล่ให้คนรัก “ผมนวดให้นะ”
“ขอบคุณค่ะ” เหอหลี่น่านั่งเก้าอี้อย่างหมดแรง “ไม่คิดว่าคาเฟของเราจะได้รับความสนใจมากขนาดนี้นะคะ”
“มีแต่คนชมว่าขนมปังอบของคุณทั้งหอมทั้งอร่อย ผมคิดว่าพรุ่งนี้คุณน่าจะเหนื่อยขึ้นอีกมากเลยล่ะ ให้ผมไปปรึกษากับพี่อันนาดีไหมว่าเรา้ารับสมัครผู้ช่วย”
“ฉันคิดว่าเราต้องหาผู้ช่วยมาเพิ่มสักสองสามคนจริงๆ นั่นล่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นเราสองคนคงได้เหนื่อยตายแน่ เอาเป็ผู้ช่วยทำขนมหนึ่งคน ดูแลหน้าร้านหนึ่งคน แล้วก็พนักงานล้างจานแล้วก็ทำความสะอาดอีกหนึ่งคนนะคะ”
“ได้ครับ หลังมื้อค่ำผมจะไปปรึกษากับพี่อันนาเลย”
“เฉินซีคะ ที่คุณคุยกับพี่โจอี้ บริษัทรุ่ยจื้อใช่บริษัทของคุณหรือเปล่า” เหอหลี่น่าถาม
“ทำไมคุณถึงถามอย่างนั้นล่ะ” ฮั่วเฉินซียิ้ม
“ฟังจากพี่โจอี้ บริษัทรุ่ยจื้อเป็บริษัทเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คน และผู้ก่อตั้งสองคนยังเป็อัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ฉันก็นึกถึงคุณกับคุณจางฟานขึ้นมาน่ะค่ะ”
ฮั่วเฉินซีก้มลงหอมศีรษะคนรัก “บริษัทรุ่ยจื้อเป็บริษัทของผมกับเสี่ยวฟานจริงๆ”
“แล้วทำไมคุณไม่บอกพี่โจอี้ไปล่ะคะว่าเป็บริษัทของคุณ”
“ผมกับเสี่ยวฟานชอบความเป็ส่วนตัว เพราะฉะนั้นหน้าที่ติดต่อประสานงานจะเป็หน้าที่ของผู้จัดการน่ะครับ”
เหอหลี่น่าหันกลับไปมองคนรัก “ที่คุณยังไม่อยากเปิดเผยตัวเพราะฮั่วกรุ๊ปหรือเปล่า”
ฮั่วเฉินซีเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่างก่อนจะมองออกไปที่ท้องทะเลกว้าง “รอให้รัฐมีการแถลงข่าวเปิดประมูลผู้รับผิดชอบโครงการเครือข่ายอัจฉริยะเสียก่อนผมถึงจะเปิดเผยตัว”
“ถึงตอนนั้นคุณจะเดินหน้าสู้กับฮั่วกรุ๊ปอย่างจริงจังเลยใช่ไหมคะ” เหอหลี่น่าเดินเข้าไปกอดเอวคนรัก “เฉินซีคะ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันจะเป็กำลังใจให้คุณอยู่ตรงนี้เสมอนะคะ”
ฮั่วเฉินซีกอดตอบคนรัก “นาน่า ต่อให้ใครจะไม่้าผม แต่ผมก็หวังว่าข้างๆ ผมยังจะมีคุณอยู่นะครับ”
“ฉันสัญญาว่าฉันจะอยู่กับคุณ และฉันจะไม่มีวันทิ้งคุณไปแน่นอนค่ะ
10.00 p.m.
เหอหลี่น่าเริ่มจดบันทึก ‘รับหน้าที่ดูแลคาเฟวันแรกก็ได้ต้อนรับลูกค้าแสนดีอย่างพี่อันนากับพี่โจอี้ ฉันสังเกตสายตาที่พี่โจอี้มองพี่อันนามีแต่ความรักและการแสดงออกของเขาก็ทำให้รู้เลยว่าเขารักพี่อันนามาก ส่วนพี่อันนาก็มีความสุขและยิ้มอย่างสดใสเวลาที่อยู่ต่อหน้าพี่โจอี้ พวกเขาบอกว่าั้แ่วันแรกที่พวกเขาคบกัน พวกเขาก็ปฏิบัติต่อกันแบบนี้ จนตอนนี้ผ่านมาแปดปีแล้ว แต่ความรู้สึกที่พวกเขามีให้กันก็ไม่เคยเปลี่ยน ฉันก็หวังว่าความรักของฉันกับเฉินซีจะเป็เหมือนคู่ของพี่อันนากับพี่โจอี้เหมือนกัน...’