หลังจากที่อนาเธอร์ได้ก้าวเข้าไปในคลังสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ของตระกูล สายตาเขาจ้องมองไปยังชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือสกิลต่างๆ ซึ่งแต่ละเล่มต่างกักเก็บพลังอันยิ่งใหญ่ ราวกับมีจิตวิญญาณลี้ลับซ่อนเร้นอยู่ในผืนกระดาษโบราณเหล่านั้น
“เอาละ มาเริ่มกันเลยดีกว่า..”
ในขณะเดียวกัน ณ ฝั่งของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ ในอาณาเขตของนครศักดิ์สิทธิ์ซาริออน
ผู้เล่นเอลฟ์ทุกเพศทุกวัยต่างก็รวมตัวกันอย่างหนาแน่น ณ ลานขนาดใหญ่
บริเวณใจกลางเมืองลอยฟ้าแห่งนี้ สถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมและสง่างาม ทุกสิ่งทุกอย่างดูประหนึ่งกำลังเฝ้ารอคอยช่วงเวลาแห่งการประกาศชัยชนะ
เหล่าเอลฟ์รุ่นเยาว์ทั้งชายและหญิงพากันมารวมตัวอยู่หน้าช่องว่างมิติขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าดันเจี้ยน "ภาคีอัศวินคนตาย" ที่มีชื่อเสียงแห่งนี้
ดันเจี้ยนนี้มีเลเวลให้ผู้เล่นตั้งแต่เลเวล 200 เข้าไปได้ ซึ่งเป็นดันเจี้ยนที่เหล่าเอลฟ์นั้นนิยมเข้าไปเก็บค่าประสบการณ์
ทันใดนั้นเสียงประกาศก็ดังก้องทั่วทั้งบริเวณ
【ประกาศ! ดันเจี้ยนภาคีอัศวินคนตายระดับนรกถูกเคลียร์สำเร็จ!】
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ กลุ่มเอลฟ์รุ่นเยาว์ที่กำลังยืนรอคอยต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ
“สุดยอด! พวกแกเห็นไหม? องค์ชายเลโกลัสสามารถผ่านดันเจี้ยนระดับนรกได้ละ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านเป็นรุ่นเยาว์คนแรกเลยนะที่เคลียร์ดันเจี้ยนระดับนี้ได้”
“ไม่ผิด สมแล้วที่ท่านเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ เป็นถึงอวาตาร์ของเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่”
ชื่อของ "เลโกลัส" ไม่ต่างไปจากวีรบุรุษหนุ่มแห่งเผ่าเอลฟ์ เขาได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างยิ่งใหญ่ในหมู่เอลฟ์ทุกคนทันที
ท่ามกลางเสียงชื่นชมและโห่ร้องเหล่านี้ เหล่าเอลฟ์พากันเชิดชูและยกย่องเลโกลัสในฐานะผู้เล่นที่แข็งแกร่ง เป็นแบบอย่างที่น่าเลื่อมใส
คำถามในใจหลายคนผุดขึ้นมาว่า องค์ชายเลโกลัสนั้นจะเป็นผู้ที่พาเหล่าเผ่าพันธุ์เอลฟ์ก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้นได้หรือไม่
เสียงประกาศอันกึกก้องที่แจ้งข่าวการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับนรกนั้นทำให้หัวใจของเหล่าเอลฟ์สั่นสะเทือน พวกเขาทั้งหมดต่างตื่นเต้นดีใจ
พวกเขาต่างมองไปยังทางออกดันเจี้ยนด้วยสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
ทว่าเมื่อแสงสีเงินที่ฉายออกมาจากช่องว่างมิติกระจายตัวออก ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมทองที่กำลังเดินโซเซออกมาจากภายใน
“อะ..อะไรน่ะ?!!”
เหล่าฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่พลันตะลึงงัน เงียบงันอย่างไม่คาดฝัน องค์ชายกลับออกมาในสภาพที่บอบช้ำรุนแรง แขนข้างหนึ่งของเขาขาดหายไป
ทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยขีดข่วนสีแดงฉาน สีหน้าอ่อนล้าจนไร้สีเลือด ดวงตาที่เคยฉายแววสง่างามตอนนี้กลับพร่ามัว ดุจดังผู้ที่ล่องลอยอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย
“ระ..รีบเข้าไปรักษาองค์ชายเร็วเข้า!”
“กรี๊ด! องค์ชายอย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะ!”
“ไปตามผู้อาวุโสมาเร็วเข้า ไม่ใช่สิ พวกนายรีบไปตามเหล่าเอลฟ์ชั้นสูงมา!”
ฝูงชนที่รายล้อมต่างพากันอุทานด้วยความตกใจ เหล่าเอลฟ์บางคนถึงกับเบือนหน้าไม่กล้ามองสภาพที่เลวร้ายของเขา
ผู้เล่นที่เป็นนักบวชหญิงคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาใกล้ พนมมือร่ายเวทเพื่อเยียวยาอย่างเร่งด่วน เปล่งเสียงสวดมนต์ด้วยความรวดเร็วและตั้งใจ
พลังเวทสีเขียวที่เปล่งออกมาจากฝ่ามือ ค่อยๆหล่อเลี้ยงร่างกายที่บอบช้ำของเลโกลัส ราวกับหยดน้ำที่ค่อยๆคืนชีวิตให้ต้นไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉา
ขณะที่แสงสกิลการรักษาค่อยๆฟื้นฟูบาดแผลให้กับเขา นักบวชอีกหลายคนต่างรีบเข้ามาช่วยกัน โดยใช้ทั้งพลังที่ตนมี และความรู้ในการรักษาเพื่อให้เลโกลัสฟื้นตัวอย่างเร็วที่สุด
ทว่าท่ามกลางการรักษาอย่างเร่งรีบ
ร่างกายของเลโกลัสยังคงอ่อนล้าไร้แรงเหมือนสภาพจะร่วงลงไปได้ทุกขณะ เขายืนตัวแข็งทื่อ ราวกับจะดึงพลังที่เหลืออยู่เพียงเศษเสี้ยวในร่างกายมาใช้ยืนหยัดครั้งสุดท้าย
ใบหน้าที่เคยงดงามของเขาบัดนี้ เต็มไปด้วยฝุ่นและคราบเลือด รอยแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกทำให้ทุกคนต้องเบือนหน้าด้วยความสะเทือนใจ นัยน์ตาสีฟ้าของเขามองผ่านผู้คนไปอย่างเลื่อนลอย เหมือนไม่สามารถรับรู้ถึงเสียงเรียกหรือสัมผัสรอบตัวได้
ในที่สุด ร่างของเลโกลัสก็อ่อนแรงลง เขาทรุดตัวลงกับพื้น หายใจแผ่วเบาด้วยความเหน็ดเหนื่อย เสียงหายใจของเขานั้นเบาจนแทบไม่มีใครได้ยิน เหล่านักบวชที่อยู่ใกล้ๆรีบร่ายคาถาเพิ่มพลังอย่างเร่งด่วน พยายามดึงพลังชีวิตกลับคืนมาให้เขามีชีวิตอีกครั้ง แต่เลโกลัสกลับดูเหมือนไม่ได้รู้สึกถึงพลังที่หล่อเลี้ยงเข้ามาในร่างกายเลย
“ข้า...ทำสำเร็จแล้ว...หรือยัง...”
คำพูดของเลโกลัสแผ่วเบาออกมา
เสียงนั้นเบาหวิวราวกับสายลม จนแม้แต่คนที่ยืนใกล้สุดยังแทบจะไม่ได้ยิน สิ้นเสียงนั้น ดวงตาของเขาก็ค่อยๆปิดลง ทิ้งตัวลงสู่ความมืดสนิทในห้วงลึกของความหมดสติ
“ทักษะสกิลของพวกเราไม่พอ.. ”
“รีบไปตามหัวหน้านักบวชมาเร็วเข้า!”
เหล่าเอลฟ์ที่ยืนอยู่รอบๆต่างจับมือแน่นกันด้วยความกังวล
“ข้ามาแล้ว!”
พริบตานั้น หนึ่งในนักบวชระดับสูงได้รุดหน้าเข้ามา และรีบเปิดใช้ทักษะสกิลเพื่อเรียกพลังชีวิตกลับมา นางพยายามเต็มกำลัง ส่งพลังเวทเข้าไปในร่างของเลโกลัสจนกระแสแสงสีทองอ่อนสาดส่องไปทั่ว แต่แม้ว่าร่างกายของเลโกลัสจะเริ่มมีสีเลือดกลับคืนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงไร้การตอบสนอง
เหล่านักบวชต่างถอยหายใจด้วยความผิดหวังและกังวลใจ เขาอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกยาวนานกว่าจะกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง
ท่ามกลางความเป็นห่วงนี้ เหล่าเอลฟ์รุ่นเยาว์ที่เคารพเลโกลัสผู้เป็นวีรบุรุษต่างรวมตัวกันใกล้ๆ เพื่อรอฟังคำประกาศจากนักบวช
“เขาต้องการเวลาฟื้นตัวอีกหลายวัน แต่ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าองค์ชายเลโกลัสจะปลอดภัย!”
คำพูดเหล่านั้นทำให้เหล่าฝูงชนค่อยๆเงียบลง บ้างก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในขณะที่บางคนยืนขมวดคิ้ว และบ่นพึมพำถึงความน่ากลัวของดันเจี้ยนระดับนรกที่แม้แต่องค์ชายอย่างเลโกลัสยังต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้
ไม่นาน ท่ามกลางการพูดคุยของเหล่าเอลฟ์ระดับสูงที่รวมตัวกันอยู่ในนครศักดิ์สิทธิ์ซาริออน
หัวข้อสนทนาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็คือวีรกรรมของเลโกลัส ชายหนุ่มผู้เป็นความหวังแห่งอนาคตของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ เขาเพิ่งจะผ่านดันเจี้ยนระดับนรก ซึ่งเป็นบททดสอบอันยิ่งใหญ่ที่น้อยคนนักจะสามารถเคลียร์ได้
ทุกคนต่างรู้ดีว่าดันเจี้ยนระดับนี้ไม่ธรรมดา ทั้งมอนสเตอร์ที่มีพลังมหาศาลและบอสที่มีทักษะวิปลาส ขนาดว่าผู้เล่นที่มีอาชีพระดับตำนานหลายคนยังไม่อาจผ่านได้ หากพวกเขาไร้การเตรียมตัวหรือความสามารถพิเศษเฉพาะทาง
"หึ? ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้ภารกิจ 7 ดาวนั้นทั้งสิ้น หากองค์ชายเลโกลัสได้ใช้ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ของท่านมิคาเอล เทพเจ้าแห่งแสงบริสุทธิ์ เขาคงสามารถฝ่าฟันผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องมาเสียแขนข้างนึงไปเช่นนี้หรอก!”
หนึ่งในเอลฟ์นักรบสูงวัยกล่าวออกมา พลางหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ของมิคาเอลนั้นเป็นหนึ่งในพลังศักดิ์สิทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง
และว่ากันว่าเลโกลัสเองก็มีสายสัมพันธ์กับท่านมิคาเอลด้วย แต่กระนั้นเขากลับเลือกที่จะไม่ใช้อำนาจของร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์นี้
“ไม่ใช่ใช้ไม่ได้!”
“แต่เงื่อนไขในภารกิจระดับ 7 ดาวคือห้ามใช้ร่างจำแลงในการเคลียร์ดันเจี้ยนต่างหาก”
เอลฟ์นักเวทหญิงในชุดคลุมสีเงินกล่าวขึ้นอย่างเคร่งครึม จากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แฝงความชื่นชมเอาไว้
“การที่เขาผ่านบททดสอบโดยไม่พึ่งพาร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความพยายามอันยิ่งใหญ่”
เหล่าเอลฟ์ระดับสูงต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น ความสามารถของเลโกลัสไม่เพียงแค่ทำให้เขาเป็นที่ยกย่องเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเอลฟ์รุ่นเยาว์ทั้งหลายอีกด้วย
พวกเขานึกไปถึงเลโกลัสที่ยังคงพักฟื้นในห้องพัก ดวงตาของเขาปิดสนิท สีหน้าเคร่งขรึมที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นได้เลือนลางยามหลับสนิท
เสียงพึมพำและทักษะสกิลของเหล่าผู้เล่นที่มีอาชีพนักบวชยังคงไม่ขาดสาย
อีกฟากหนึ่ง ณ ห้องโถงของกลุ่มผู้เฒ่าผู้ปกครอง ซาราเรส เอลฟ์สูงวัยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อันงามสง่า สายตาของเขาฉายแววสงบนิ่งแต่ลึกล้ำ
เขาเป็นผู้นำสูงสุดของเผ่าเอลฟ์และหนึ่งในผู้พิทักษ์นครซาริออน ซาราเรสได้จ้องมองไปยังเหล่าผู้อาวุโสและพูดขึ้น
“ภารกิจระดับ 7 ดาวที่เลโกลัสผ่านไปได้โดยไม่ใช้ร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ของมิคาเอลนั้น ไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งภายในของเขา แต่ยังเป็นการแสดงถึงความศรัทธาและความมุ่งมั่นอันบริสุทธิ์ของเขาด้วย ถึงจะบาดเจ็บสาหัส ทว่าก็ผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไปได้!”
เหล่าผู้เฒ่าเอลฟ์ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย และเริ่มสนทนากันถึงศักยภาพที่เลโกลัสมี ทว่าตอนนั้นเองก็มีเอลฟ์สูงวัยคนนึงได้กล่าวออกมา
“ว่าแต่ท่านได้ยินเรื่องทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟรีดหรือไม่?”