ตอนที่ห้าสิบสาม Unification War 36
การปราบปราม สำนึกรวมยันเดเร่นั้นทำให้ผมได้รับเทคโนโลยีแอนดรอยด์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นและได้มีตัวอย่างมากขึ้นในการพัฒนาแอนดรอยด์ของผมต่อไป
ปรกติแล้วมันมีการอธิบายในเรื่องแนวของการมีขั้น rank หรือ ดาว star ของตัวละครว่า
คนที่ผ่านสงครามหรือผ่านเงื่อนไขมาก็จะได้มีความสามารถที่สูงกว่ายูนิทชนิดนั้นในสภาพปรกติ
ว่าผมได้กองทัพแอนดรอยด์ที่ผ่านสงครามมายาวนานก็แตกต่างกับแอนดรอยด์ที่พึ่งผลิตออกมาจากโรงงาน
กับผู้เชี่ยวชาญในการล้างสมองต่างๆที่ทำให้ประชานนั้นยอมมีแนวคิดแบบเดียวกันได้ง่ายดายกว่าเดิม
เสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ดีมากขึ้นจากเทคโนโลยีล้างสมองของผู้ครอบครอง
แต่อย่างว่าล่ะ
การล้างสมองนั้นดูอันตรายมากๆหากเราดูจากมุมมองสเกลของปัจเจคบุคคลแต่หากมองจากอารยธรรมหรืออาณาจักร
การที่เราเน้นการล้างสมองจะทำให้เราเอาชนะพวกไคจูหรือเอลดริธได้อย่างไรมิทราบ?
แน่นอนมีตัวละครฮีโร่ยูนิทระดับสูงที่สามารถสะกดจิตฐานทัพหรือเครื่องบินรบหรือวอล์กเกอร์หุ่นยนต์ยักษ์ได้
แต่ก็เท่ากับว่าสะกดจิตได้ทีละหนึ่งหน่วย
เท่ากับว่าเอาฮีโร่ยูนิทฝ่ายเราหนึ่งหน่วยไปแลกเปลี่ยนกับฝ่ายตรงข้ามหนึ่งหน่วย
ดูไม่ค่อยคุ้มเท่าไรหากมองในภาพรวมหรือเจอกับสิ่งทรงภูมิปัญญาที่ล้างสมองไม่ได้อย่างพวกเครื่องจักรกลอีก
(สายจักรกลนั้นโดนเจาะระบบHacking ได้จากสายจักรกลที่เทคโนโลยีสูงกว่าแต่สายจักรกลก็ไม่สามารถล้างสมองพวกสิ่งมีชีวิตชีวะได้ง่ายๆอย่างสายจักรกลด้วยกันเช่นกัน)
แน่นอนกองทัพการปราบปรามก็ยังมีอยู่ประปรายแต่ความสนใจของผมหันมาสนใจการเมืองการปกครองมากขึ้นหลังจากที่รู้ดีว่าประกายแสงอัจฉริยะหนีออกไปในอวกาศที่เราต้องเจอกับพวกเขาในอนาคต(และพวกอัจฉริยะบ้าคลั่งเหล่านั้นก็สร้างปัญหาให้แก่ผมได้จริงๆแต่เป็นเรื่องราวในโอกาสต่อไป)
ยิ่งสายศาสนาและพลังจิตมีจำนวนมากขึ้น
และสายวิทยาศาสตร์อย่างตัวผมเองกลายเป็นประชากรส่วนน้อยและแรงกดดันจากสภาให้ผ่านกฎหมาย
“ศาสนาประจำชาติReligion State”
เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลังจากที่ผู้ยึดครองกลายเป็นส่วนหนึ่งของผมแล้วทำให้ศาสนาหัวรุนแรงยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยความรวดเร็วเพราะพวกเขาสามารถเผยแพร่ความเชื่อของตนเองได้เร็วกว่านักบวชธรรมดา
แม้ผมจะพยายามใช้งบประมาณสร้างหุ่นยนต์แอนดรดอย์จำนวนมากแม้จะต้องเสียโลหะไปจำนวนมากก็ตาม
แต่ประชากรเมื่อผมได้ดินแดนเอเชียกับอินเดียมา
แหล่งเผยแพร่ศาสนาก็มากเกินกว่าที่การผลิตโลหะของผมจะรองรับการผลิตแอนดรอยด์ได้ทัน
ผมจึงใช้กลยุทธของประธานประเทศของผม
การเป็น
ประธานประเทศ
El Presidente
นั้นมีข้อดีคือเราสามารถยักยอกเงินงบประมาณประเทศของตนเองได้
ว่าต่อให้เราถูกกบฏขับไล่
ท่านประธานประเทศก็ยังมีลูกน้องจำนวนหนึ่งคอยติดตามพร้อมกับทรัพย์สินและเงินส่วนตัวที่จะหนีไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหรือเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งจากดินแดนเล็กๆ
กับกลุ่ม ผู้จงรักภักดี Loyalism
ที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาจะจงรักภักดีต่อท่านประธานประเทศเสมอ
และชอบเสนอนโยบายที่สร้างความสมเกียรติหรูหราสง่างามแก่ท่านประธานประเทศอย่างการสร้างรูปปั้นของท่านประธานประเทศ El Presidente Statue หรือบังเกอร์ส่วนตัวPersonal Bunker หรือ ฮาเร็ม Haremหรือกองทหารหญิงส่วนตัว Private FemaleArmy
ซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมเสียเท่าไรแต่สามารถเพิ่มค่าการเมืองของท่านประธานประเทศได้
ผมเลยใช้กลยุทธ
Personal Church
โบสต์ส่วนตัว
ของท่านประธานประเทศที่มีผมเป็นนักบวชและสาวกเพียงคนดียวและตั้งศาสนา
Church of One
โบสถ์หนึ่งเดียว
ให้เป็นศาสนาประจำชาติ
โดยการที่มีผมเพียงคนเดียวในศาสนาประจำชาติ
ทำให้ผมได้รับค่าสถานะ
Chosen One
ผู้ถูกเลือก
มาในที่สุดเพราะทั้งศาสนามีผมคนเดียวและแอนดรดอยด์มันเป็นผู้ถูกเลือกไม่ได้