“เคล็ดดาบวังอเวจี กระบวนท่าที่ 1 ปกรณัมมรณะ”
เมื่อเซนเริ่มวาดดาบจากข้างบนลงมาข้างล่างอยู่ๆ สีหน้าของชายชราชุดเขียวก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือสีหน้าที่เคยสงบนิ่งก่อนหน้ากลายเป็นตกตะลึงและลนลานอย่างสุดขีด
“บึ้ม!”
พื้นดินที่รองรับฝ่าเท้าของมันในการใช้กระบวนท่าดาบอยู่ๆ ก็เกิดรอบแตกขึ้น จากรอยเล็กๆ ขยายขึ้นเป็นรอยใหญ่อย่างรวดเร็วราวกับพื้นที่บริเวณนี้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหว
ดาบที่เซนใช้ออกมานั้นเชื่องช้าอย่างมากอย่างไรก็ตามแทนที่มันจะไม่ดูน่ากลัวและน่าหวาดระแวงเพราะความเชื่องช้าของมัน มันกลับทำให้ชายชราไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นใดๆ ไว้ได้ทั้งสิ้น
การต่อสู้ไม่ว่าจะใช้เคล็ดวิชาใดนั้นส่วนใหญ่ล้วนต้องการพื้นเหยียบเพื่อที่จะสร้างสมดุลและควบคุมกระบวนท่าที่ใช้ออกมา อย่างไรก็ตามในขณะนี้สมดุลของชายชราได้ถูกพังอย่างกะทันหัน ส่งผลให้มันต้องเลือกที่จะเป็นฝ่ายป้องกันโดยสัญชาตญาณ
“เคร้ง!”
ดาบทั้งสองเล่มระหว่างเซนและชายชราชุดเขียวปะทะกันเกิดเสียงที่รุนแรง โดยที่ฝ่ายแรกนั้นโจมตีและฝ่ายหลังทำได้เพียงตั้งรับ ทันทีที่ดาบกระทบกันแขนทั้งสองข้างของชายชราชุดเขียวที่คุมกระบี่อยู่ก็เกิดการสั่นอย่างรุนแรงก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงปริแตกของผิวหนังบนมือของมัน
“อั๊ก!”
ชายชราเผลอส่งเสียงครวญครางออกมาเพราะเจ็บปวด อย่างไรก็ตามดาบของเซนนั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นมันกลับคล้ายมีน้ำหนักเท่ากับภูเขาลูกใหญ่ที่ตกลงมาจากห้าบดขยี้ชายชราในสภาพตั้งรับนี้ เพียงแค่การปะทะก็ทำให้ชายชรากลับกลายเป็นเกิดอาการบาดเจ็บภายในอย่างหนัก
“จบแล้วสินะ…”
ชายชราชุดเขียวคิดว่าตนเองคงสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้แล้วและเตรียมจะใช้กระบวนท่ากระบี่ส่วนกลับอย่างทุลักทุเล อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาใบหน้าของชายชราก็ต้องกระตุกพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว
“ม่ายยยย…”
“บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมม!”
เสียงปฐพีพังทลายลงรัศมีไปไกลหลายกิโลดังขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับดาบของเซนที่ทะลุทะลวงและหักกระบี่สีเขียวของชายชราอย่างไร้ปรานี พร้อมกับร่างของชายชราที่ถูกดาบนั้นผ่าออกเป็นสองท่อนตั้งแต่หัวไหล่ข้างซ้ายลงมาถึงข้างลำตัวข้างขวา
“ครืนนนนนนน”
ชาวเมืองที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณประตูเข้าออกดินแดนแห่งการทดสอบต่างก็ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของกระบวนท่านี้เต็มๆ บางคนถึงกับเกิดอาการหวาดกลัวครอบงำแต่บางคนก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงสั่นสะเทือน แต่โดยรวมแล้วถือว่าไม่มีใครเสียชีวิต
บาเลียผนึกพลังได้หายไปพร้อมกับร่างสองท่อนของชายชราชุดเขียวตกลงถึงพื้นและถูกบดขยี้ด้วยผืนปฐพีที่เคลื่อนเข้ามา พร้อมๆ กับความตกตะลึงของมารีนที่เห็นเซนใช้กระบวนท่าดาบที่น่าหวาดหวั่นนี้ ร่างของวิหคอัคคีสวรรค์ก็ได้กลับมาอีกครั้งมาพร้อมกับพลังวิญญาณของหญิงสาวที่ฟื้นคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม
“เคล็ดดาบวังอเวจี? มันถึงขนาดได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรเรียนมาจากยมโลก”
เสียงของวิหคอัคคีสวรรค์ได้กล่าวขึ้นบนไหล่ข้างซ้ายของมารีน นั่นทำให้มารีนสงสัยและกล่าวถามมันไปว่า
“เคล็ดดาบอเวจีคือเคล็ดดาบจากยมโลกเหรอ มันเป็นวิชาที่สุดยอดเลยใช่ไหม?”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเคล็ดดาบอเวจีนั้นเป็นวิชาที่สุดยอดแม้ว่าหญิงสาวจะไม่กล่าวถามแต่เธอย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจเมื่อเห็นการทำลายล้างที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า
“เหอะ! มันเป็นเคล็ดดาบที่สุดยอดจริงๆ นั่นแหละ นอกจากนี้การฝึกยังยากและน่าเบื่ออย่างมาก ว่ากันว่าการจะฝึกกระบวนท่าเดียวอาจจะต้องใช้เวลากว่าร้อยปี และกระบวนการการฝึกจะซ้ำๆวนไป เจ้าคิดว่าใครจะบ้าฝึกแกว่งดาบท่าเดียวเป็นเวลาร้อยปีกัน?”
หญิงสาวเมื่อได้ฟังก็ตกตะลึงอย่างมาก เธอนั้นรู้ว่าการฝึกกระบวนท่านั้นไม่ได้ฝึกกันง่ายๆ แต่เธอไม่คิดเลยว่าจะมีเคล็ดวิชาที่ต้องฝึกกระบวนท่าเดียวถึงร้อยปีจริงๆ เธอความตกตะลึงของเธอยังไม่หยุดแค่นั้นเพราะวิหคอัคคีสวรรค์ยังคงกล่าวต่อไปอีกว่า
“กระบวนท่าที่มันใช้เรียกว่า ‘ปกรณัมมรณะ’ เป็นกระบวนท่าแรกในเคล็ดวังดาบอเวจี แต่พลังของกระบวนท่าที่มันใช้เมื่อครู่เป็นพลังแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์จากของจริงเท่านั้น!”
“สามสิบเปอร์เซ็นต์!”
มารีนกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ อย่างน้อยเธอคิดว่าบนโลกใบนี้นั้นไม่มีเคล็ดวิชาดาบใดที่ไร้เทียมทานเหมือนกับที่เซนได้ใช้อีกแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อรู้ว่าพลังเมื่อสักครู่ใช้ออกมาแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ยิ่งทำให้เธอหวั่นเกรง
“ถูกต้องสามสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ขาดไม่เกินแน่นอนเพราะมันคือระดับที่มนุษย์สามารถฝืนใช้มันออกมาได้ด้วยร่างกายของมนุษย์ นอกจากนี้กระบวนท่าอื่นๆ นั้นมนุษย์ไม่มีทางใช้มันออกมาได้หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่าเคล็ดประตูอเวจี!”
วิหคอัคคีสวรรค์ยังคงกล่าวต่อ เมื่อรู้ถึงความไม่เข้าใจและความสงสัยที่แสดงออกมาทางแววตาของหญิงสาว
“เคล็ดประตูอเวจีและเคล็ดดาบวังอเวจี เป็นของคู่กัน อย่างที่ข้าได้กล่าวเคล็ดดาบอเวจีกระบวนท่าแรกร่างกายมนุษย์สามารถฝืนใช้ออกมาได้ แต่หากมีเคล็ดประตูอเวจีที่เป็นการบังคับร่างกายให้ระเบิดพลังออกมานั้นจะช่วยทำให้กระบวนท่าสมบูรณ์”
“ถ้าอย่างนั้นท่านหมายความว่าเซนไม่ได้เรียนรู้เคล็ดประตูอเวจีมาจึงไม่สามารถดึงพลังของกระบวนท่าออกมาได้เต็มที่เหรอ?”
มารีนถามต่อ ในขณะเดียวกันวิหคอัคคีสวรรค์ก็กล่าวตอบมาทันที
“ถูกส่วนหนึ่ง ที่ถูกที่สุดคือมนุษย์ทุกคนไม่มีทาง! ที่จะฝึกเคล็ดประตูอเวจีได้ เพราะเคล็ดประตูอเวจีนั้นจำเป็นจะต้องเปิดประตูพิภพที่อยู่ในหัวใจ แต่หัวใจของมนุษย์ไม่สามารถรับมันไหวแม้จะมีประตูพิภพถึงสี่ประตูก็ตาม อย่าว่าแต่สี่ประตูเลยแค่เปิดประตูเดียวร่างกายก็แหลกสลายกลายเป็นจุณไปแล้ว”
…..
เมื่อวิหคอัคคีสวรรค์กล่าวจบร่างของเซนก็ได้ทรุดลงทันที มารีนตื่นจากความคิดอย่างรวดเร็วพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูอาการของชายหนุ่ม เมื่อเธอเข้ามาใกล้เธอก็ได้พบว่าบาดแผลของเซนที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายก่อนที่จะเริ่มต่อสู้นั้นได้ปริแตกและปากแผลขยายขึ้นกว่าเก่ามาก
“เซนเจ้าเป็นอะไรไหม”
มารีนกล่าวถามชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง อย่างไรก็ตามเซนกลับลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับส่ายหัวไม่ได้กล่าวสิ่งใด จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปยังทิศทางหนึ่ง เป็นทิศทางที่เฟิงหยุนที่มีสภาพเหมือนกับจะปางตายได้หนอนอยู่อย่างอ่อนล้า
มารีนกลัวว่าเซนนั้นจะทำอะไรที่ไม่สมควรจะทำจึงรีบกล่าวขึ้นมาก่อนทันทีว่า
“เจ้าไม่สามารถสังหารมันได้ ตัวตนของมันนับว่ายิ่งใหญ่กว่าอาวุโสที่เจ้าสังหารไปมาก หากเจ้าสังหารมันเกรงว่าคนทั้งสำนักจะตามสังหารเจ้า”
เซนมองไปที่มารีนเล็กน้อย เฟิงหยุนที่อยู่บนพื้นพยายามจะกล่าวบางอย่างเช่นกัน มันเห็นท่าทางของเซนก็คิดไปเองว่าตัวของชายหนุ่มนั้นไม่กล้าทำอะไรมัน แต่ในเวลาต่อมาเซนก็ได้กล่าวขึ้นมาซึ่งคำกล่าวนั้นทำให้เฟิงหยุนมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว
“ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไว้ชีวิตมัน แน่นอนว่าหากมันมีชีวิตรอดย่อมเอาเรื่องไปบอกคนเบื้องหลังมันทั้งหมด และส่งคนมาตามล่าข้าอยู่ดี แต่ถึงข้าเอาชีวิตมันก็ถูกสืบหาเรื่องราวในภายหลัง…ข้าคิดว่าแบบหลังน่าจะดีกว่าเยอะ”
เซนกล่าวจบก็ยกเท้าขึ้นและเหยียบไปที่หัวของเฟิงหยุนทันที นายน้อยที่เคยมีสีหน้าเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นคนละคน ตอนนี้สภาพของมันอนาถเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตา น้ำลาย และน้ำมูกที่เกิดจากการร้องไห้อ้อนวอนต่อชีวิตของมัน หรือว่าท่าทางประจบประแจงของมัน
“โปรดไว้ชีวิตข้า หากเจ้าต้องการสิ่งใดข้า….”
มันยังไม่ทันกล่าวจบเท้าของเซนก็เพิ่มน้ำหนักขึ้นในพริบตาเกิดเสียงดัง “โพล๊ะ!” พร้อมกับหัวของเฟิงหยุนถูกบดขยี้ไม่เหลือชิ้นดี สภาพการตายของเฟิงหยุนนั้นแม้แต่มารีนเองก็ยังไม่กล้ามอง เธอหลบสายตาออกไปด้านข้าง ในขณะเดียวกันวิหคเพลิงสวรรค์ก็ได้กล่าวชื่นชมเซนออกมาจากใจจริง
“เจ้านับว่าตัดสินใจได้ดีทีเดียว การสังหารศัตรูอย่างไม่ลังเลเป็นคุณสมบัติขั้นต้นของทรราช และเจ้าในตอนนี้มีนิสัยใจคอแบบนี้ย่อมไม่ห่างไกลจากคำว่าทรราชมากแล้ว…”