หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ดุร้ายเหี้ยมโหดเป็นที่สุด

             “แค่คนเดียว?”

            หลินโม่ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มบาง “อย่าเสียเวลาอีกเลยให้สิบมหาอำนาจผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ใครก็ได้ของพวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเถอะ”

            ครั้นได้ยินคำนี้  ชื่อหงเหลียนที่อยู่ข้างกายเขาพลันกระทืบเท้าด้วยความโกรธสุดขีดเจ้าหนุ่มคนนี้บ้าระห่ำในวันปกติยังพอปล่อยไปได้อย่างไรเสียก็ไม่มีใครให้ความสนใจอยู่แล้ว แต่ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ไม่นึกเลยว่าจะยังบ้าระห่ำอยู่อีก คงไม่รู้ว่าคำว่า ‘ตาย’ เขียนอย่างไรจริงๆ สินะ

            สีหน้าของเหล่าศิษย์ทั้งสามสาขาดุร้ายขึ้นในพริบตาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าศิษย์ชายของสาขาเสวียนหลิงที่หลังจากเห็นหนานหมิงอู่ข้างกายหลินโม่แล้วก็พลันอิจฉาตาร้อนขึ้นนี่เป็นเทพธิดาแห่งสาขาเสวียนหลิงของพวกเขาเชียวนะคาดไม่ถึงว่าจะถูกคว้าพุงปลามันไปก่อนเสียแล้วหากอีกฝ่ายเป็นสิบมหาอำนาจผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ของสาขาลัวซาหรือสาขาซานเจว๋ล่ะก็พวกเขาก็คงไม่ได้ไม่พอใจถึงเพียงนี้

            หน้าตาของหลินโม่นั้นนับได้ว่าพอผ่านเท่านั้นเจ้าหนุ่มเช่นนี้เมื่ออยู่ในสำนักเทียนซิงสามารถใช้แค่คำว่า ‘ธรรมดาสามัญ’ เท่านั้นในการอธิบาย

            คิดจะจับหัวใจของเทพธิดาแค่จัดการเงียบๆ เสียก็สิ้นเรื่อง ยังจะบ้าระห่ำถึงเพียงนี้  อย่างไรก็ย่อมจุดชนวนไฟโทสะของเหล่าศิษย์ทั้งสามสาขามากมายขึ้นอย่างแน่นอน

            “เจ้าหนุ่มนี่...”

            หนานหมิงอู่มองหลินโม่ด้วยรอยยิ้มนัยน์ตากลมโตเต็มไปด้วยความประหลาดใจนางอยากเห็นว่าในที่สุดแล้วในช่วงเวลานี้หลินโม่จะเติบโตไปถึงระดับไหนกันทว่านางกล้าพูดได้เต็มปากว่า การประลองกับเหล่าผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ทั้งแปดคนคิดดูแล้วพลังของหลินโม่น่าจะแกร่งกว่าที่คิดเอาไว้ไปบ้างเป็นแน่

            ในเมื่อหลินโม่ขานชื่อไปแล้วเหล่าผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์จากทั้งสามสาขาใหญ่ที่อยู่ภายใต้การชี้แนะของเหล่าอาวุโสระดับสูงจึงทยอยสาวเท้าออกมาคนเหล่านี้คืออัจฉริยะที่ได้รับการสั่งสอนจากสาขาซานเจว๋มาโดยเฉพาะเป็นอย่างดีที่สุดและยังเป็นศิษย์ที่มีพลังและศักยภาพแข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย

            สำหรับเหล่าผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์พวกนี้ล้วนเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้อาวุโสแห่งสาขาซานเจว๋ต่อให้จะมีพลังเทียบเท่าเหลิงอู่เหยียนจริงๆก็มิอาจสู้หนึ่งต่อเจ็ดไปได้อย่างแน่นอน

            สิ่งสำคัญที่สุดคือหลินโม่จุดชนวนความโกรธของทุกคน ไม่เพียงแต่เหล่าศิษย์ ทว่าผู้อาวุโสระดับสูงของสาขาซานเจว๋ก็ถูกยั่วโมโหด้วยเช่นกันอำนาจของพวกเขามิได้อนุญาตให้ศิษย์หน้าไหนมาเหยียบย่ำตามใจชอบในเมื่อหลินโม่รนหาที่ตาย เช่นนั้นพวกเขาย่อมจะสนองให้กระอักสุขถึงใจเอง

            “น้องชายข้า เลี่ยวเจว๋ได้รับความกรุณาดูแลจากเจ้าเป็นอย่างดี ทุกบาดแผลที่เขาได้รับ ข้าจะฝากมันไว้บนตัวพวกเจ้าเป็นการเอาคืนเอง”

            เลี่ยวฉ่าวหลงที่เป็นคนนำมองหลินโม่อย่างเรียบเฉยราวกับกำลังมองซากศพอย่างไรอย่างนั้น เดิมทีเขาไม่สนใจที่จะร่วมมือกับคนอื่นหากแต่คำพูดโอหังนั้นได้ยั่วโทสะเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ผู้แข็งแกร่งทั้งเจ็ดกระจายตัวไปยังตำแหน่งรอบด้านแล้วล้อมรอบหลินโม่ไว้เป็นวง ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ดูเหมือนกระจัดกระจายไร้ระเบียบรู้สึกคล้ายกับกำลังเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วหากแต่เหล่าผู้ชมกลับเผยสีหน้าจริงจังขึ้นทุกคน

            เสียงจอแจหายไปรอบกายพลันเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงสายตาทั้งมวลต่างรวมกันอยู่ที่ร่างของคนกลุ่มหนึ่ง

            ชื่อหงเหลียนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นอกวงล้อมมีใบหน้าเคร่งตึงขึ้นในทันตาสองหมัดกำแน่นจนกระดูกลั่นอย่างไม่รู้ตัว ร่างอรชรค่อยๆ สั่นสะท้านนางไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้สักหน่อยแต่ผู้แข็งแกร่งทั้งเจ็ดที่รายล้อมทั่วสารทิศนั้นนำพามาซึ่งแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นแรงกดดันนี้ช่างน่าหวาดกลัวเกินไป แม้แต่ชื่อหงเหลียนที่อยู่ด้านนอกวงล้อมยังรู้สึกหนักหน่วงเหมือนมีหินก้อนใหญ่วางทับอกไว้จนหายใจหอบเลยทีเดียว

            นี่ยังแค่ยืนอยู่ด้านนอกหากว่าอยู่ในวงล้อมนั้นล่ะก็ แรงกดดันที่ได้รับต้องน่าสะพรึงกลัวกว่าเป็นแน่

            ต้องรู้ก่อนว่าผู้แข็งแกร่งทั้งเจ็ดนั้นพึ่งพาอาศัยตัวเองแทบทั้งหมดในการสู้ทุกวิถีทางพวกเขาเคยผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ไม่เพียงเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหลายมาได้แต่ยังออกล่าอสูรระดับต่ำนอกเมืองเป็นบางครั้งอีกด้วยนี่แตกต่างกับศิษย์ที่อยู่แต่ในสำนักมาโดยตลอดอย่างสิ้นเชิง  พวกเขาผ่านประสบการณ์โชกเลือดในสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายในแง่ของพลังรบนั้นย่อมเหนือกว่าศิษย์ที่บำเพ็ญในระดับเดียวกันแน่นอนและนี่ก็คือความแข็งแกร่งของเหล่าสิบมหาอำนาจผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์นั่นเอง

            สายลมบางเบาพัดผ่าน  จอนผมของหลินโม่ปลิวไสวตามแรงลม

            ปัง!

            ทั้งเจ็ดคนลงมือพร้อมกัน

            พลังเจินหยวนเข้มข้นขีดสุดถูกปลดปล่อยออกมากระแสอากาศในระยะร้อยจั้งกลายเป็นพายุคลั่งปราณวิญญาณแต่ละธาตุสร้างอสูรระดับสูงแต่ละชนิดขึ้นในนั้นปราณวิญญาณของเลี่ยวฉ่าวหลงน่าทึ่งที่สุด มันคือมังกรคะนองวารีตัวหนึ่งที่เทียบเท่ากับอสูรยักษ์ระดับสูงยิ่งประกอบกับการบำเพ็ญอันแข็งแกร่งของเขา พลังที่ปะทุขึ้นจึงเหนือกว่าคนที่เหลือไปมาก

            หยุดนิ่งแล้วเคลื่อนไหวความเร็วในการเปลี่ยนผันไวถึงเพียงนั้นเชียวล่ะ ทั้งแปดคนรวดเร็วสุดขีดปานสายลมถึงขั้นว่าศิษย์ที่เฝ้ามองเห็นเพียงเงาตามติดเท่านั้น

            ชายหนุ่มสวมหน้ากากครึ่งหน้าชี้นิ้วพลังวิญญาณธาตุทองพลันพวยพุ่ง ลำพลังอันแหลมคมราวกับด้ามศาสตราวุธเทพทั้งหมดเกือบพันด้ามรวมตัวพุ่งโจมตีไปยังหลินโม่ลำแสงสีทองเหล่านี้ที่แกร่งพอจะตัดอัคนีทองคำได้กว่านับพันด้ามที่พุ่งเข้ามาพร้อมกันนั้นอานุภาพจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงใดกันแน่

            ตามด้วยชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งอีกคนที่ร่างกายเลือนรางหายตัวได้สิ่งที่คนผู้นี้ชำนาญที่สุดคือการซ่อนตัวและซุ่มโจมตีซึ่งทุกคราที่ออกมือนั้นกะเอาถึงตาย ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของหลินโม่กระดูกข้อต่อมือดำสนิทนั่นคือวรยุทธ์สุดแกร่งชนิดหนึ่งของสาขาซานเจว๋ที่เรียกว่า ‘กรงเล็บพิษวูดู’  ที่ไม่เพียงเป็นการโจมตีอันร้ายกาจ หากแต่ยังมีพิษร้ายแรงอีกด้วยเมื่อผิวหนังถูกขีดข่วนพิษร้ายก็จะกระจายลามไปทั่วร่างอย่างง่ายดายและพบกับจุดจบคือความตาย

            เหล่าผู้แข็งแกร่งที่เหลือรีบตามประกบพร้อมปลดปล่อยวรยุทธ์ไม้ตายแต่ละรูปแบบออกมาแล้วพุ่งเป้าไปยังส่วนต่างๆ ของหลินโม่

            กระแสอากาศกระเพื่อมรุนแรงการโจมตีอันรวดเร็วรอบกายราวกับตาข่ายดักล้อมฟ้าดิน หยุดหลินโม่เอาไว้จนสิ้นนี่คือการโจมตีถึงตาย การโจมตีที่มิอาจหลบเลี่ยงได้  ไม่ว่าจะหลบหลีกไปทางใดต่างก็ต้องโดนเข้ากับการโจมตีของเหล่าผู้แข็งแกร่งคนอื่นทั้งนั้น

            ภายใต้การโดนรุมล้อมจากการโจมตีอันหนักหน่วงพื้นดินถูกแรงโจมตีจนสั่นสะเทือน ฝุ่นหนาตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ

            พลังเจินหยวนอันแข็งแกร่งรวมตัวโจมตีอยู่ในจุดเดียวไม่ต้องเอ่ยถึงร่างกายมนุษย์ แม้แต่เหล็กกล้าทองแดงก็ยังถูกทำลายจนแหลกละเอียดสิ้น

            ครั้นเห็นเบื้องหน้าเหล่าอาวุโสระดับสูงของสาขาซานเจว๋เผยสีหน้าเยือกเย็นขึ้นในทันทีการร่วมมือของเจ็ดผู้แข็งแกร่ง ไม่ต้องพูดถึงศิษย์ที่ดุร้ายเกรงว่าแม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับหลอมปราณขั้นท้ายที่แก่กว่าต่างก็มิอาจรับการโจมตีเช่นนี้ไหว

            ทันใดนั้นลำแสงสีทองแหลมคมพลันปรากฏแก่สายตา

            โฮก!

            เสียงคำรามสะเทือนถึงจิตดังขึ้นลำแสงสีทองแหลมคมราวศาสตราวุธเทพพุ่งฝ่าออกมา

            ตูม!

            พื้นถูกทุบจนแตกเป็นเสี่ยงๆ  ชายหนุ่มผู้สวมหน้ากากครึ่งหน้าเบี่ยงหลบไม่ทันกาลพลังเจินหยวนบนร่างถูกแรงสะเทือนจนแตกสลายออกร่างชายหนุ่มกระแทกลงสู่พื้นอย่างรุนแรง

            ชายหนุ่มจอนผมดำขลับปลิวไสวตามแรงลมยกสองแขนขึ้นร่างไม่ใหญ่โตนักเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง กวาดมือขึ้นกลางอากาศกระแสอากาศที่โถมเข้ามาถูกระเบิดไป ฝ่ามือห้านิ้วฟาดลงบนร่างของผู้แข็งแกร่งอีกคนครั้นได้ยินเสียงปะทะดังกังวานผู้แข็งแกร่งคนนั้นก็ถูกฟาดกระเด็นไถลไปไกลราวกับก้อนโคลน

            กรงเล็บสีดำกำลังเตรียมคว้าอีกครั้งพุ่งออกมาจากความมืดมิด ตรงเข้าคว้าหลังของชายหนุ่มไว้ได้

            ทันใดนั้นชายหนุ่มไม่ยอมถอย แต่กลับก้าวเท้าเดินเข้าไปในเงามืด

            สีหน้าของเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งสาขาซานเจว๋เปลี่ยนไปในพริบตาเขารู้สึกเหมือนชนเข้ากับยอดเขาอย่างไรอย่างนั้น ครั้นได้ยินเสียงแตกร้าวก็พบว่าแขนถูกหักไปจนสิ้นแล้วความรุนแรงของพลังที่หลงเหลือสะเทือนทั่วร่างเขาจนกระอักเลือดไม่หยุด

            ตูม ตูม ตูม...

            หลินโม่กระแทกสามหมัดติดต่อกันกระแสอากาศถูกกระตุ้นขึ้น ลำพลังทะลวงอากาศพุ่งระเบิดใส่ผู้แข็งแกร่งที่เหลือสามคนกระเด็นลงบนพื้น

            เวลานี้เสียงคำรามก้องกังวานของมังกรดังขึ้นเลี่ยวฉ่าวหลงบังคับมังกรวิญญาณมหึมาแฉลบลงสู่พื้นกระแสสายฟ้ากะพริบแฝงในพลังเจินหยวนสีเงินมหาศาลและแปรสภาพกลายเป็นตราเวทย์ขนาดใหญ่กางออกครอบคลุมปิดผนึกไว้ทั้งผืนฟ้าและปฐพีแล้วกดอัดลงมา

            นี่คือวรยุทธ์ย่อยของสาขาลัวซา—วารีมังกรผนึกสวรรค์

            การบำเพ็ญในระดับหลอมปราณขั้นท้ายของเลี่ยวฉ่าวหลงได้แสดงอานุภาพอันน่าทึ่งออกมาให้เห็นเบื้องหน้ามังกรสายฟ้าตัวหนึ่งกำลังทอดตัวลงมา

            ภายใต้การครอบงำของวรยุทธ์นี้  ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงเมื่อมีโอกาสหากแต่หลินโม่ไม่ทำเช่นนั้น สองเท้ากลับย่ำลงบนพื้นอย่างรุนแรง ผืนปฐพีสั่นไหวขึ้นฉับพลันออกหมัดชกไปกลางอากาศ

            บู้ม!

            สิ้นเสียงสะท้านฟ้ากายาของอสูรจูเยี่ยนพลันปรากฏ

            เดิมทีอาหารของสัตวอสุราจูเยี่ยนก็คือสัตว์เทพอย่างมังกรเงินจันทราอยู่แล้ว  ลำแสงสีทองของจูเยี่ยนตัดสะบั้นมังกรสีมรกตสองหัวแม้นจะเป็นเพียงร่างเงาของสัตวอสุราจูเยี่ยนทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือมันมีอำนาจในการยับยั้งและสร้างความสะพรึงกับสัตว์จำพวกมังกรไม่ต้องเอ่ยว่าเป็นมังกรวารี เกรงว่าแม้แต่อสูรมังกรต่างก็ต้องก้มหัวให้กับมัน

            มังกรอัสนีร่วงหล่นสู่ฝ่ามือของหลินโม่  การจู่โจมพลันหยุดลงราวกับโลกหยุดหมุนอย่างไรอย่างนั้นมังกรอัสนีไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป

            วินาทีต่อมาเสียงแตกร้าวดังขึ้นจากส่วนหัวของมังกรอัสนี รอยแตกมหาศาลปริร้าวตั้งแต่ส่วนหัวลามจรดหางทั่วทั้งร่างในที่สุดมังกรอัสนีก็ระเบิดตัวแหลกละเอียดอย่างรุนแรงเลี่ยวฉ่าวหลงเปล่งเสียงกรีดร้องน่าเวทนา คนทั้งเจ็ดกระเด็นไถลไปตามแรงระเบิด

            เจ็ดต่อหนึ่งเหล่าผู้แข็งแกร่งทั้งเจ็ดพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเวทนา

            เหล่าศิษย์แห่งสาขาซานเจว๋ตกตะลึงตาค้างกันถ้วนหน้า

            ตั้งแต่เจ็ดผู้แข็งแกร่งเริ่มลงมือจนถึงการปิดฉากนั้นทว่าในเวลาสั้นๆ ไม่กี่ลมหายใจ พวกเขากลับได้เห็นการกระบวนโจมตีของหลินโม่ทั้งสิ้นว่าแท้จริงแล้วดุร้ายเหี้ยมโหดเป็นที่สุด

            เหล่าอาวุโสระดับสูงของสาขาซานเจว๋เบิกตาค้างเติ่งพวกเขาไม่คาดคิดเลยสักนิดว่าเจ็ดผู้แข็งแกร่งจะแพ้พ่ายไปได้อีกทั้งยังพ่ายลงเร็วถึงเพียงนี้ แม้แต่เลี่ยวฉ่าวหลงที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังมิอาจรอดพ้นสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนระคนตกตะลึงจดจ้องหลินโม่พลังกายของเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าสะพรึงเกินไปแล้วไม่คิดว่าจะใช้เพียงร่างกายต้านรับพลังของเจ็ดผู้แข็งแกร่งหากแต่ยังได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจนเหนือความคาดหมายอีกด้วย

            ปราณวิญญาณรุ่ยจิน...

            เด็กหนุ่มผู้นี้ครอบครองปราณวิญญาณรุ่นจินทั้งยังหลอมกายาเรียบร้อยแล้ว ลักษณะของอสูรมหึมาเมื่อครู่เหล่าอาวุโสของสามสาขาใหญ่ต่างก็แยกไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วคืออสูรประเภทใดกันแน่ทว่าจากคุณสมบัติของมันคงอยู่ในระดับราชันอสูรไปแล้ว

            ครอบครองอสูรในระดับราชันอสูรปราณวิญญาณรุ่นจิน อีกทั้งพลังกายอันน่าสะพรึงกลัว อายุยังมิพ้นสิบหกสิบเจ็ดเด็กหนุ่มผู้นี้น่าหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าเหลิงอู่เหยียนแล้ว

    คล้ายกับเรื่องหมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน