คืนนั้นเอง
จางหนิวเจี่ยวพาผู้ติดตามคนสนิทหลายร้อยคน เดินทางไปพบจางไป๋ฉีโดยตรง
“ท่านแม่ทัพจางมาหาข้า มีเรื่องอันใดหรือ?”
จางไป๋ฉีไม่ได้ปฏิเสธการเข้าพบของจางหนิวเจี่ยว แต่กลับสั่งให้คนสนิทหลายร้อยคนของอีกฝ่าย คอยท่าอยู่เบื้องนอกค่ายทหาร
จางหนิวเจี่ยวมีความคิดของตนเอง ขอเพียงหาทางพาคนออกจากค่ายทหารได้ คนสนิทหลายร้อยคนก็จะเปิดฉากจู่โจมทันที จางไป๋ฉีที่ไม่ได้ระวังตัวย่อมถูกจับกุมได้อย่างง่ายดาย และขอเพียงควบคุมตัวจางไป๋ฉีไว้ได้ ลูกน้องของจางไป๋ฉีไม่มีทางกล้าทำอะไรบุ่มบ่ามแน่นอน
เช่นนี้ก็นับว่าเขาเตรียม ‘ของกำนัล’ เพื่อแสดงความภักดีต่อโลติดไว้พร้อมแล้ว
กองทัพของราชสำนักเกรียงไกรถึงเพียงนี้ ซ้ำฝ่ายตนยังเกิดความขัดแย้งภายใน ไม่อาจสามัคคีกันได้ เมืองกว่างจงย่อมไม่อาจรักษาไว้ได้ จางหนิวเจี่ยวไม่อยากตาย เช่นนั้นก็ทำได้เพียงส่งผู้อื่นไปตายแทน
เขาเอ่ยว่า “ก่อนที่ท่านต้าเสียนเหลียงซือจะสิ้นใจ ได้มอบหมายให้ท่านรับช่วงดูแลทุกสิ่งทุกอย่างของกองทัพจริงหรือ?”
จางไป๋ฉีพยักหน้ารับ “ถูกต้อง ท่านต้าเสียนเหลียงซือเอ่ยเช่นนี้จริง ๆ แต่ข้าก็รู้ดีว่าพวกท่านไม่ยอมรับข้า เช่นนั้นที่ท่านมาหาข้า มีเรื่องอันใดกันเล่า?”
จางหนิวเจี่ยวถอนหายใจ “ข้าไตร่ตรองดูแล้ว หากยังคงแย่งชิงอำนาจกันต่อไป พวกเราย่อมไม่ได้ผลประโยชน์อันใด มีแต่ต้องสามัคคีกันเท่านั้น จึงจะสามารถรับมือกับโลติดด้านนอกได้ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะยอมฟังคำสั่งของท่านชั่วคราว”
“จริงหรือ!”
ดวงตาของจางไป๋ฉีทอประกายความยินดีวูบหนึ่ง
จางหนิวเจี่ยวเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ย่อมเป็นเรื่องจริง หากท่านไม่เชื่อ ตอนนี้ก็เดินทางไปที่ค่ายทหารของข้า ข้าจะมอบอำนาจการทหารให้แก่ท่าน”
จางไป๋ฉีเอ่ยโดยไม่ลังเลว่า “ตกลง ข้าจะไปตอนนี้เลย”
จางหนิวเจี่ยวนึกยินดีในใจ
เขาพาจางไป๋ฉีเดินออกจากค่าย และเรียกให้คนสนิทรีบเข้ามา แต่แล้วในขณะที่กำลังจะลงมือจับกุมจางไป๋ฉีนั่นเอง
“ท่านแม่ทัพจางคิดจะยอมจำนนจริง ๆ ด้วย!”
จางไป๋ฉีลงมืออย่างกะทันหัน ชักกระบี่คู่กายพุ่งเข้าหาจางหนิวเจี่ยวทันที
การเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหันนี้ทำเอาจางหนิวเจี่ยวตั้งตัวไม่ติด กำลังจะยกอาวุธขึ้นต้านทาน แต่วรยุทธ์ของจางไป๋ฉีกลับเหนือกว่าขั้นหนึ่ง กระบี่เล่มเดียวฟันดาบในมือของเขาจนหลุดกระเด็น ก่อนจะพาดกระบี่เข้าที่ลำคออย่างรวดเร็ว
“อย่าขยับ!”
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันเพียงสองกระบวนท่าก็จบลง จางไป๋ฉีจับตัวจางหนิวเจี่ยวไว้เป็นตัวประกันได้แล้ว
“ฉู่เฟยเยี่ยน ฆ่ามัน!”
จางหนิวเจี่ยวย่อมไม่ยินยอมถูกจับเป็นตัวประกัน ออกแรงดิ้นรนสุดกำลัง
ชายที่มีนามว่าฉู่เฟยเยี่ยนเป็นลูกน้องคนหนึ่งของเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นก็หมายจะแอบลอบโจมตีจางไป๋ฉีจากทางด้านหลัง ทว่าจางไป๋ฉีตอบสนองรวดเร็วยิ่งนัก ผลักจางหนิวเจี่ยวไปข้างหลังเพื่อใช้เป็นโล่กำบังคมดาบ
ฉู่เฟยเยี่ยนจำต้องยั้งคมดาบไว้
“หากขยับอีก ข้าจะฆ่าเขาก่อน”
ใบหน้าของจางไป๋ฉีเย็นชา มือออกแรงกดคมกระบี่จนบาดลำคอของจางหนิวเจี่ยวเป็นรอยเลือด
เมื่อจางหนิวเจี่ยวสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดก็ตระหนกตกใจยิ่ง รีบสั่งไม่ให้คนของตนบุ่มบ่ามอีก
เสี้ยววินาทีที่ความวุ่นวายเกิดขึ้น ทหารในค่ายของจางไป๋ฉีก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดฉากสังหารคนสนิทที่จางหนิวเจี่ยวพามา จนตายตกไปครึ่งหนึ่งในเวลาไม่นาน
“ท่านแม่ทัพ ข้าจะกลับไปพาคนมาช่วยท่าน!”
ฉู่เฟยเยี่ยนเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี ก็นำคนที่เหลือบุกตีฝ่าออกไป จากนั้นจึงรวบรวมทหารทั้งหมดในค่ายของจางหนิวเจี่ยว พุ่งเข้าโจมตีทางจางไป๋ฉีพร้อมกัน
ในขณะเดียวกัน เขายังปล่อยข่าวออกไปว่าจางไป๋ฉีต้องการชิงอำนาจ
เริ่มจากลวงจางหนิวเจี่ยวมาฆ่า จากนั้นค่อยสังหารแม่ทัพคนอื่น ๆ ต่อ
ทันใดนั้น ภายในเมืองกว่างจง แม่ทัพคนอื่น ๆ ต่างนำทหารบุกเข้าประชิดค่ายทหารของจางไป๋ฉี เมืองกว่างจงทั้งเมืองตกอยู่ในความระส่ำระสาย บรรยากาศตึงเครียดพร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นศึกตะลุมบอนได้ทุกเมื่อ
จางไป๋ฉีสงบนิ่งอย่างยิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ขณะมองแม่ทัพทุกคนที่นำทหารมาถึง เขาก็เอ่ยว่า “วันนี้ข้าได้ถามพวกท่านแล้ว ว่ามีความคิดจะยอมจำนนหรือไม่ คำตอบของพวกท่านคือปฏิเสธ โดยเฉพาะจางหนิวเจี่ยว”
เขาโบกมือสั่งให้คนนำตัวจางหนิวเจี่ยวที่ถูกมัดอย่างแน่นหนาออกมา แล้วเอ่ยต่อว่า “แต่ทหารสอดแนมใต้บังคับบัญชาของจางหนิวเจี่ยว กลับติดต่อข่าวสารกับโลติดนอกเมืองมาโดยตลอด คืนนี้เขาตั้งใจจะใช้ศีรษะของข้าไปมอบให้โลติดเพื่อสวามิภักดิ์ นอกจากนี้ หนังสือเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนนที่ยิงมาจากนอกเมือง ข้าก็อ่านแล้วเช่นกัน พวกท่านคิดว่าอย่างไร?”
แม่ทัพเหล่านั้นต่างตกอยู่ในความเงียบ
จางหนิวเจี่ยวได้สติกลับมา ที่แท้เรื่องที่ตนเองทำลงไปในช่วงหลายวันมานี้ ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของจางไป๋ฉีได้เลย
การมาของเขาในคืนนี้ จางไป๋ฉีย่อมตระเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว เหมือนว่าเขาจะคิดเรื่องราวรวบรัดเกินไปเสียแล้ว
“เหลวไหลสิ้นดี!”
“ญาติพี่น้องของข้าต่างถูกพวกขุนนางชั่วของราชสำนักฆ่าฟันจนหมดสิ้น ยามนี้ข้าเพียงอยากจะก่อกบฏให้ถึงที่สุด ไร้ซึ่งความคิดจะยอมจำนนโดยสิ้นเชิง”
“จางไป๋ฉีจงใจใส่ร้ายข้า ก็เพราะต้องการแย่งชิงอำนาจสั่งการทหารของข้า”
“ขอเพียงข้าตาย อำนาจสั่งการทหารก็จะตกอยู่ในมือเขา เขาใช้วิธีนี้จัดการข้าได้ วันหน้าก็สามารถใช้จัดการกับพวกท่านได้เช่นกัน ทุกท่านอย่าได้หลงกลเลย!”
จางหนิวเจี่ยวโต้แย้งเสียงดัง
เขาเข้าใจความคิดของแม่ทัพคนอื่น ๆ ดี คนที่คิดอยากจะยอมจำนนมีอยู่เป็นจำนวนมาก จิตใจของผู้คนต่างสั่นคลอนไปหมดแล้ว
“ปล่อยท่านแม่ทัพจาง!”
กวนไฮก้าวออกมาด้านหน้าเป็นคนแรก พลางเอ่ยเสียงเย็นชา
“ปล่อยท่านแม่ทัพจาง!”
แม่ทัพคนอื่น ๆ ภายในเมืองต่างค่อย ๆ แสดงจุดยืน ความหมายชัดเจนยิ่งว่า ต้องการยืนอยู่ฝั่งเดียวกับจางหนิวเจี่ยว
เมื่อเห็นดังนั้น จางไป๋ฉีก็ขมวดคิ้วมุ่น
เดิมทีคิดจะใช้เรื่องของจางหนิวเจี่ยวหยั่งเชิงความคิดของผู้อื่น แล้วค่อยหาทางรวบรวมอำนาจการทหาร สร้างความสามัคคีแก่แม่ทัพทุกคน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เหมือนว่าเขาจะคิดง่ายเกินไป
แม่ทัพเหล่านี้ต่างไม่อยากทำศึกอีกต่อไปแล้ว
“ปล่อยจางหนิวเจี่ยวหรือ?”
จางไป๋ฉีเดินไปตรงหน้าจางหนิวเจี่ยว เงื้อกระบี่ขึ้นแล้วสังหารเขาด้วยกระบี่เดียว
เขายังคงมีแผนการที่สอง นั่นคือทอดทิ้งเมืองกว่างจงโดยสมบูรณ์ ตีฝ่าออกไปข้างนอก เพื่อดำเนินแผนการก่อกบฏต่อ เช่นนั้นแม่ทัพคนอื่น ๆ ในสายตาของเขาก็จะไม่มีความสำคัญอีกต่อไป
ความเป็นตายของจางหนิวเจี่ยวก็ไม่สำคัญเช่นกัน สามารถทอดทิ้งได้
“ท่านแม่ทัพจาง!”
ฉู่เฟยเยี่ยนนึกไม่ถึงว่า อีกฝ่ายจะกล้าลงมือสังหารคน จึงเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “สังหารจางไป๋ฉีแก้แค้นให้ท่านแม่ทัพ!”
“ฆ่า!”
ทหารใต้บังคับบัญชาของจางหนิวเจี่ยวพลันเดือดพล่านขึ้นมา เดิมทีพวกเขายังคิดว่า หากติดตามจางหนิวเจี่ยวยอมจำนน ย่อมสามารถกลับไปเป็นราษฎรธรรมดา ไม่ต้องเป็นกบฏอีกต่อไป ตอนนี้ความฝันพังทลายลง จึงบุกเข้าหาจางไป๋ฉีอย่างบ้าคลั่ง
เหลยกงเอ่ยเสียงเข้มว่า “จางไป๋ฉีสังหารท่านแม่ทัพจาง ทำลายความสามัคคีของพวกเรา สังหารมัน!”
แม่ทัพคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์บานปลายจนไม่อาจกู้คืนได้ จึงนำทหารพุ่งเข้าโจมตีจางไป๋ฉี ทำให้ภายในเมืองยิ่งวุ่นวายมากขึ้น
จางไป๋ฉีไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขาเตรียมการรับมือไว้หมดแล้ว โดยการรวบรวมกำลังพลเพื่อต้านการบุกของพวกนั้นไว้ก่อน จากนั้นจึงนำทัพทั้งหมดถอยร่นไปยังประตูทิศเหนือของเมืองกว่างจง โดยมีพวกฉู่เฟยเยี่ยนตามไล่ล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ด้านนอกเมือง
พวกโลติดยังไม่ได้พักผ่อน
กองทัพใหญ่รวมตัวกันอยู่ใต้กำแพงเมือง พวกเขาได้ยินเสียงความวุ่นวายและเสียงตะโกนฆ่าฟันดังออกมาจากภายในเมืองอย่างชัดเจน
“แผนการของหยางซือหม่าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เมื่อโจโฉรู้ว่าภายในเมืองระส่ำระสายจนไม่เป็นชิ้นดี ก็ยิ่งเลื่อมใสในตัวหยางเจามากขึ้นเรื่อย ๆ
เพียงใช้อุบายผ่านทหารสอดแนมคนเดียว ก็สามารถกระตุ้นความขัดแย้งที่รุนแรงอยู่แล้วภายในกองทัพโพกผ้าเหลืองให้ปะทุขึ้นมาได้ ต่อให้เป็นตัวเขาเองก็คงทำได้ไม่ดีเท่านี้
หยางเจาเพียงยิ้มตอบอย่างถ่อมตน
โลติดเอ่ยเสียงดังว่า “ลั่นกลอง บุกตีเมือง!”
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองการบุกโจมตีดังขึ้นนอกเมืองกว่างจง
ทหารชั้นยอดจากทัพเหนือห้าค่ายเริ่มเปิดฉากบุกตีเมือง
เนื่องจากแม่ทัพภายในเมืองต่างก่อความวุ่นวายกันเอง จึงไม่มีใครคอยตั้งรับรักษาเมือง เพียงชั่วครู่ ประตูเมืองก็ถูกกองทัพใหญ่ของราชสำนักชนทำลายเปิดออก ทหารนับหมื่นนายพุ่งทะลวงเข้าไป เห็นทหารกบฏที่ใดก็สังหารที่นั่น ไร้ซึ่งความปรานี
เสียงการเข่นฆ่าดังก้องกังวานในความมืดมิด บ่งบอกถึงความโหดร้ายของสงคราม