ณ โกดังรกร้างแถบชานเมือง
กองกำลังตำรวจอวกาศที่นำทีมโดยจอมพลอัลดริชกำลังปะทะกับองค์กรค้ามนุษย์ระหว่างดวงดาวอย่างดุเดือดหลังจากทีม 2 เข้าช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้เรียบร้อยแล้ว
นายใหญ่ขององค์กรหลบหนีการจับกุมออกมาพร้อมกับลูกสมุนจำนวนหนึ่งอย่างเร่งรีบ แต่ก็ไม่สามารถสลัดการติดตามของจอมพลอัลดริชได้
" รีบไปที่หลุมอวกาศ "
ลูกสมุนคนหนึ่งเค้นเสียงเร่งกลุ่มคนที่หลบหนีด้วยความตึงเครียด นึกเสียใจที่นายใหญ่ของตัวเองไม่ฟังคำเตือนของ เทพพยากรณ์ใต้ดิน ที่คนในองค์กรใต้ดินนับถือเอ่ยเตือนว่าไม่ควรออกปฏิบัติการใน่นี้ ไม่เช่นนั้นองค์กรถึงคราวสิ้นสุดแน่ ตอนนั้นนายใหญ่ยังหัวเราะเย้ยหยันเทพพยากรณ์ทั้งยังท้าทายด้วยการลงพื้นที่ด้วยตัวเอง แล้วเป็ยังไงล่ะ ไม่ผิดจากคำเตือนเลยสักนิด!!
ด้านนายใหญ่เองก็นึกเสียใจภายหลังเช่นกัน ใครจะไปนึกเล่าว่าเื่งมงายไร้สาระพวกนั้นจะเป็จริง ทั้งที่พวกตนวางแผนเสียรอบคอบแล้วก็ยังรั่วไหลออกไปจนพวกตำรวจตามกลิ่นเจอ มันน่าเจ็บใจนัก
จอมพลอัลดริชมองเห็นการเปลี่ยนเส้นทางของกลุ่มคนร้ายจึงออกคำสั่งให้ทีม 3 และทีม 4 ไปสกัดด้านหน้าและรอบข้างเอาไว้ ส่วนตนเองและทีม 1 ติดตามไปอย่างเต็มกำลังไม่ปล่อยให้กลุ่มคนร้ายหนีรอดไปได้ ระหว่างทางจึงมีการปะทะกันอย่างดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร
ในขณะที่สองกลุ่มกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ถัดออกไปไม่ไกลจากบริเวณนั้นมากนัก บนต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านขึ้นรกเรื้อมีร่างอรชรกับแมวดำตัวหนึ่งนั่งมองดูเหตุการณ์อยู่อย่างเงียบเชียบ
" เ้านายคิตตี้ขอเลยได้ไหมเวลาจะร่ายคาถาอะไรช่วยเปิดพจนานุกรมประกอบด้วย ที่นี่ไม่มีเหล่าศาสตราจารย์คอยช่วยแก้มนตราให้เ้านายนะ "
เ้าแมวอ้วนยกอุ้งมือของมันกุมหน้าผากตัวเองอย่างหนักอกหนักใจ เมื่อครู่เ้านายจะส่งตัวเอมอนไปให้คุณนายเว่ยแต่ดันส่งตัวเองออกมาแทนเสียนี่ โชคดีที่ถูกย้ายมาไม่ไกลจากบ้านของพวกตนนัก ไม่อย่างนั้นคงได้เสียคอยน์ไปกับค่าโดยสารกลับบ้านอีกแน่
" โอเคๆ เธอเลิกบ่นได้หรือยัง ดูโน่นดีกว่า เหตุการณ์แบบนี้พวกเราไม่ได้จะเจอง่ายๆ นะ "
เจม่อนตอบรับแบบส่งๆ ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรเพราะภาพเบื้องหน้าน่าสนใจมากกว่า ที่อาณาจักรเวทมนตร์ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยนักเพราะกระทรวงเวทมนตร์มีผู้คุมกฎที่เข้มงวดมาก และผู้คุมกฎเ่าั้ก็แข็งแกร่งและน่ากลัวมากจริงๆ
เ้าแมวอ้วนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายรู้ดีว่าเจม่อนไม่ได้เก็บคำพูดของมันมาใส่ใจเลยสักนิด แต่มันก็สนใจเหตุการณ์ไล่ล่าตรงหน้าเหมือนกันจึงหยิบป๊อปคอร์นถังหนึ่งที่สั่งซื้อออนไลน์มาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนที่จะถูกส่งตัวออกมาแบ่งให้เจม่อนกินระหว่างนั่งสังเกตการณ์
ฝั่งจอมพลอัลดริชหลังจากติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายอย่างดุเดือดมาระยะหนึ่งก็สามารถเข้าจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมดก่อนที่พวกมันจะหลบหนีเข้าไปในหลุมอวกาศ
ในขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายกลุ่มคนร้ายเข้าคุกแม่เหล็กไฟฟ้า นายใหญ่ของกลุ่มเกิดคลุ้มคลั่งจะะเิพลังพลีชีพ แต่จอมพลอัลดริชไวกว่าก้าวหนึ่งนำหุ่นยนต์กักแรงะเิออกมาระงับแรงะเิรุนแรงของนายใหญ่ได้อย่างทันท่วงที นายใหญ่ของกลุ่มค้ามนุษย์ข้ามดวงดาวจึงจบชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ด้วยประการฉะนี้
หลังจากส่งตัวคนร้ายและเหยื่อออกจากพื้นที่และรอจนชุดปฏิบัติการครั้งนี้กลับไปหมดแล้ว จอมพลอัลดริชที่รอท่าอยู่ก็เดินตรงไปยังบริเวณหนึ่งอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ขนาดกลางที่มีเถาวัลย์รกเรื้อพันพัวจนแทบมองอะไรไม่เห็นก่อนแหงนเงยขึ้นมองไปยังจุดหนึ่งด้วยตาดวงทอประกายวาววับ
" สนุกไหมครับ การแสดงจบแล้วนะ คุณไม่คิดจะลงมาคุยกันหน่อยเหรอ "
เจม่อนและคิตตี้ถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบเผลอปล่อยถังป๊อปคอร์นหลุดมือ ผู้ชายคนนี้มองเห็นพวกตนได้อย่างไรในเมื่อทัศนียภาพไม่เอื้ออำนวยขนาดนี้
ว่าแต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อนเลยล่ะ?
" ว่ายังไง จะลงมาคุยกันดีๆ หรือจะให้ผมขึ้นไปพาคุณลงมาดีล่ะ "
อัลดริชยกยิ้มอ่อน ชายหนุ่มััได้ถึงการมีอยู่ของคน้าั้แ่ครั้งแรกที่เ้าตัวปรากฏตัวออกมาแล้ว แต่จนใจที่ไม่รู้ว่าคน้าเข้ามาในพื้นที่อันตรายแบบนี้ได้ยังไง ถ้าจะบอกว่าเ้าตัวอยู่มาก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาทำภารกิจก็แทบเป็ไปไม่ได้ อย่าว่าแต่ที่แห่งนี้เป็สถานที่พักเหยื่อของกลุ่มค้ามนุษย์ข้ามดวงดาวเลย เอาแค่ว่าด้วยค่าพลังระดับ SSS (1) ของเขาเมื่อมีการตรวจสอบพื้นที่ในขั้นแรกก่อนเข้าจับกุมก็ไม่มีทางที่จะปล่อยให้สิ่งแปลกปลอมใดเล็ดลอดสายตาเข้ามาในขอบเขตการเฝ้าระวังในระยะ 500 ไมล์ได้อยู่แล้ว
แต่เพื่อความปลอดภัย เขาจึงไม่คิดที่จะเปิดโปงถึงการมีอยู่ของคน้าออกมา ยิ่งเห็นชัดว่าคน้าเป็ใคร ชายหนุ่มก็ยิ่งไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเข้าไปอีก
เจม่อนหันมองหน้าสบตากับคิตตี้อย่างขอความเห็น แต่อัลดริชไม่ปล่อยให้เขาได้คิดนานนัก เมื่อเห็นว่าคน้าไม่มีทีท่าจะขยับเขยื้อนชายหนุ่มจึงพุ่งตัวขึ้นไปคว้าร่างคน้าลงมาเสียเอง
เจม่อนที่กำลังตัดสินใจจะลงมาตามคำบอกแต่กลับถูกอัลดริชรวบร่างเอาไว้โดยไม่ทันได้ตั้งตัวเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความใ มือไม้ก็พลอยปัดป่ายตบตีคนไปด้วยตามสัญชาตญาณ ส่วนเ้าแมวอ้วนนั้นะโลงมาบนพื้นรอท่าก่อนแล้วปล่อยให้เ้านายตบตีคนไปตามสะดวก
อัลดริชปล่อยให้เจม่อนตบตีโดยไม่ว่ากล่าวอะไรทั้งยังยิ้มแย้มให้เหมือนไม่เจ็บไม่คันสักนิด เมื่อทั้งสองลงมาบนพื้นชายหนุ่มจึงได้ปล่อยคนร่างบางออกอย่างเบามือ
" คุณคิดจะทำอะไร " เจม่อนอดที่จะตวาดคนตรงหน้าไม่ได้ อยู่ๆ ก็มาดึงคนเขาลงมาไม่บอกไม่กล่าวสักนิด ใจหายหมดเลย
" ขอโทษด้วย แต่ผมว่าเราน่าจะมีอะไรต้องพูดคุยกันนะ ว่าไหมเ้าแมวน้อย "
อัลดริชก้าวเข้ามายืนประจันหน้ากับเจม่อนที่ชะงักค้างไปทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามที่เขาเรียก
เจม่อนเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโตตรงหน้าทันทีด้วยความใ เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตาจนไม่รู้จะคุ้นยังไงก็แทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนั้นเลย
ว่าแต่ทำไมพ่อหนุ่มน้อยสุดเร่าร้อนคืนนั้นถึงได้กลายร่างเป็หมีั์น่ากลัวที่ตามไล่ล่าคนอย่างบ้าเืไปได้ล่ะ แล้วถ้าเกิดเขาคิดจะเอาเื่คืนนั้นขึ้นมาจะทำยังไง
อัลดริชนึกขำท่าทางทำตัวไม่ถูกของคนตัวเล็กนักแต่ต้องกลั้นไว้เพราะกลัวว่าเ้าแมวตัวนี้จะวิ่งหนีหายไปเสียก่อน
" เออ... คุณคือ.. "
" ผมว่าเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่านะ ตรงนี้ดูจะไม่เหมาะเท่าไร "
" อ้อ ใช่!! เอ่อ บ้านผมอยู่แถวนี้พอดี งั้น.. "
" โอเค ไปยานของผมแล้วกันครับ "
เจม่อนยิ้มแหยได้แต่เออออตามคนร่างใหญ่ไปอย่างสงบเสงี่ยมเพราะตัวเองมีชนักปักหลังอยู่ ระหว่างเดินทางกลับบ้านจึงได้แต่ส่งสายตาหมดอาลัยตายอยากไปให้เ้าแมวอ้วนที่นอนหมอบอยู่บนตักอย่างสิ้นหวังเท่านั้น
จอมพลอัลดริชมองสำรวจบริเวณสวนหน้าบ้านหลังเล็กที่เคยเห็นในคลิปบันทึกภาพการไลฟ์สดของเจม่อนด้วยความสนใจระหว่างรอเ้าของบ้านเอาน้ำมาเสิร์ฟ ไม่คิดเลยว่าพอได้มาเห็นด้วยตาตัวเองแล้วจะยิ่งดูอบอุ่นและน่าอยู่ขนาดนี้
" น้ำครับ "
" ขอบคุณครับ "
อัลดริชหันมารับแก้วน้ำพร้อมกล่าวขอบคุณเจม่อนที่เดินมานั่งลงตรงข้ามโต๊ะกลางลานบ้านด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เจม่อนที่ได้รับรอยยิ้มอบอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัวนั้นกลับทำตัวไม่ถูกจนต้องแสร้งทำเป็ลูบขนเ้าแมวอ้วนที่ะโขึ้นมานอนนิ่งอยู่บนโต๊ะแก้เก้อ
" เออ.. คือเื่วันนั้น "
ยังไม่ทันที่เจม่อนจะเรียบเรียงคำพูดได้เป็ประโยคอัลดริชก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
" เื่วันนั้นผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ "
" ครับ? "
อัลดริชยิ้มขำใบหน้างงงวยของคนตรงหน้าก่อนเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้งเป็การยืนยัน
" วันนั้นผมถูกคนลอบวางยาจนควบคุมตัวเองไม่ได้จนล่วงเกินคุณเข้า ผมต้องขอโทษคุณจริงๆ ครับ ผมยินดีรับผิดชอบการกระทำของผมทุกอย่างถ้าคุณไม่รังเกียจ "
เมื่อได้ยินว่าคนตัวโตก็ถูกวางยาเหมือนกัน เจม่อนพลันรู้สึกเบาใจลงไปเกือบครึ่ง อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่ฝ่ายที่บังคับขืนใจเขาฝ่ายเดียวแล้ว ถึงว่าคืนวันนั้นผู้ชายคนนี้ถึงได้คึกนัก
" ไม่ต้องครับๆ วันนั้นผมเองก็ถูกคนวางยาเหมือนกัน ผมเข้าใจว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ คุณไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น "
" ไม่ได้หรอกครับ ผมทำร้ายคุณผมก็ต้องรับผิดชอบคุณ "
" แต่ว่า "
" เรามาลองคบกันดูไหมครับ "
"??? "
เจม่อนกับเ้าแมวอ้วนคิตตี้เลิกคิ้วด้วยความใและคาดไม่ถึง นี่พวกตนไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ทำไมจู่ๆ จากการคุยเคลียร์ปัญหากันถึงกลายมาเป็แบบนี้ไปได้ล่ะ
" เออ... คุณอาจจะกำลังสับสน "
" ผมคิดทบทวนมาแล้วครับ อันที่จริงผมคิดเื่นี้มาั้แ่คืนนั้นแล้ว แต่เสียดายที่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เจอคุณซะแล้ว "
" เอ่อ... "
" หรือคุณมีคนรักอยู่แล้วครับ " เสียงเข้มที่เอ่ยถามกดต่ำลงโดยที่เ้าตัวเองก็ไม่ทันได้สังเกต แต่เจม่อนกับคิตตี้กลับััถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ได้อย่างชัดเจนจนต้องรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็พัลวัน
" เปล่าครับ ผมยังไม่มีคนรัก "
" ถ้าอย่างนั้นเรามาลองคบกันดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ หรือว่าคุณรังเกียจผม "
" มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือเรายังไม่รู้จักกันเลยอยู่ๆ ก็จะมาคบกันมันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ "
อัลดริชเห็นท่าทางลำบากใจของคนตัวเล็กก็ยอมถอยออกมาก้าวหนึ่ง
" จริงด้วยผมคงใจร้อนเกินไป งั้นเรามาทำความรู้จักกันก่อนดีไหมครับ ผมอัลดริช มรุค อายุ 200 ปี เป็ตำรวจ สถานะโสด ฐานะทางบ้านค่อนข้างดีครับ "
เจม่อนมองชายหนุ่มหน้าหล่อเหลาที่ยื่นมือมาตรงหน้าแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา รู้ว่าทำอย่างไรก็ไม่สามารถปฏิเสธความเป็มิตรของคนตรงหน้าได้ อีกอย่างเขาก็ดูไม่ได้แย่อะไร อืม.. ออกจะดูดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ คิตตี้เองก็เคยบอกว่าเขามีรัศมีคนดีโอบล้อมอยู่อย่างหนาแน่น ถ้าจะลองคบกันดูก็ไม่น่าจะเลวร้ายอะไรหรอกใช่ไหม
ใช่!! ก็แค่ลองคบกันเอง ถ้าไม่เวิร์คก็ยังหยุดความสัมพันธ์กันได้ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย
" โอเคครับถ้าอย่างนั้นเราก็มาทำความรู้จักกันก่อน " ว่าจบก็ยื่นมือไปจับมือใหญ่ที่ทั้งแข็งกระด้างแต่ก็อบอุ่นตรงหน้าไว้
" ผมเจม่อน คาร์เลเน่ อายุ 125 ปี เป็นักแสดงหน้าใหม่ สถานะโสด ฐานะทางบ้านกำลังสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ครับ "
หมายเหตุ
1) ด้วยระยะเวลายาวนานหลายร้อยปีที่มนุษย์มีการโยกย้ายถิ่นฐานจากดาวโลกมายังกาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์โดยยานอวกาศ ทำให้ร่างกายของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เป็อยู่ ดังนั้นทารกที่เกิดมาจากมนุษย์ที่มีการกลายพันธุ์แล้วจะมีค่าระดับพลังขั้นพื้นฐานติดตัวมาั้แ่กำเนิด โดยแบ่งออกเป็ระดับ F , D , P , S , SS , SSS ซึ่งระดับ F เป็ระดับค่าพลังต่ำสุด และค่าพลัง SSS+ คือค่าระดับพลังขั้นสูงสุด *อ้างอิงข้อมูลจากเื่ (ชอบคุณ) ครับ ที่รักของผม และ (ขอโทษ) ครับ ที่รักของผม
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)