อี้เฉิน ที่เห็นหญิงสาว งามสะพรั่งเอ่ยพูดออกมา รบกวนตัวเขา อี้เฉิน เขากระแอมไอออกมาน้อยๆ ในทันใด เมื่อรับรู้ถึงสายตาคมกล้า ของหลินเฟย ที่จ้องมองมา
อี้เฉินเอ่ยพูดพรางอธิบาย ออกมาให้หญิงสาวรับฟัง “แม่หนูเจ้ารู้จัก การหลอมกายาจากฟ้าดิน หรือไม่”
หงอัน นางมีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ไม่น้อย แม้แต่คนอื่นๆ ที่ได้ยินคำตอบเองก็ตาม ‘การฝึกเช่นนี้ มีแต่พวกเหล่าเซียนโบราณ ที่ถูกดินกลบฝังหน้า ตายตกลงไปตั้งแต่ยุคสมัยบรรพกาล กันแทบทั้งสิ้น’ ทว่าหญิงสาวก็อยากลองมันสักครั้ง “ไม่ทราบว่าข้าจะหาสถานที่ มีภัยพิบัติเช่นนั้นเพื่อฝึกปรือ ใช้ฟ้าดินเป็นเตากลั่นหลอมร่างกาย ได้จากที่ไหน ผู้อาวุโส โปรดชี้แนะด้วย”
อี้เฉินครุ่นคิด ก่อนเอ่ยพูดพึมพำออกมา “หากเป็นดินแดนเทพ สถานที่เช่นนี้มีมากมาย แต่หากเป็นดินแดนเบื้องล่าง คงจะมีแค่เขตมิติที่แตกสลาย สุสานจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น แล้วกระมัง”
ครั้นเด็กสาวได้ยินเสียงพูดพึมพำของอี้เฉิน นางลอบถอนหายใจ ออกมาด้วยความเสียดาย
ด้านอี้เฉินที่เห็นความตั้งใจของหญิงสาว พร้อมสายตาของเหล่าศิษย์ ที่คาดหวังอยากจะแข็งแกร่ง อี้เฉินจึงเอาเตาหลอมฟ้าดิน แหวกห้วงมิติออกมา เตาหลอมโอสถสีใสล้ำค่าปลดปล่อย ปราณพลังฟ้าดินออกมาไม่ขาด ในทันใด ที่มันเผยออกมาสู่สายตาหมู่ชน แถมด้านในยังเต็มไปด้วยปราณพลังสายฟ้า แลบแปลบปลาบ ขนาดที่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนใช้งาน
หมู่ชนที่เห็น เตาหลอมโอสถ ท่ามกลางท้องฟ้า แผ่ริ้วคลื่น ความน่าหวาดกลัวออกมาไม่ขาด พวกเขามองปราดเดียวก็ดูออกทันที มันคืออาวุธระดับสูง อย่างไม่ต้องสงสัย แม้แต่เทพสวรรค์แท้จริงบางคน ยังแววตาวาวโรจน์ เผยความโลภออกมาอยู่ในกรอบสายตา
อี้เฉินกล่าวพูด ราวกับเขาไม่ได้ใส่ใจ ออกไปหาหญิงสาววัยแรกแย้ม “เจ้าลองเข้าไปดู สาวน้อย แต่ข้าขอเตือน หากเจ้าทนไม่ไหว ให้รีบออกมาโดยเร็ว แม้การฝึกฝนเช่นนี้ จะมีประสิทธิภาพมาก ในการรีดเร้นศักยภาพด้านร่างกาย และปราณจิต แต่หากพลาดท่า เจ้าอาจตายตกได้”
แต่เกรงว่าคำพูดของอี้เฉินที่กล่าวย้ำเตือน จะไม่เป็นผลแม้แต่น้อย เมื่อน้ำเสียงของเหล่าศิษย์รุ่นหนุ่มสาว คนอื่นๆ เอ่ยพูดออกมาจอแจ
“ข้าขอลองด้วย”
“ข้าเองก็อยากลองด้วยเช่นกัน”
อี้เฉินส่ายหัวออกมาน้อยๆ ไม่คิดจะมีอนุชนรุ่นหนุ่มสาว ใจกล้าห่อฟ้าอยู่ไม่น้อย ภายในสำนักมังกร อี้เฉินไม่ได้กล่าวห้ามปราม พวกเขาแต่อย่างใด ถือว่าเขาเอ่ยเตือนพวกเขาแล้ว
ก่อนอี้เฉินจะให้หลินเฟยดูแล เตาหลอมฟ้าดิน เขานั้นจะออกไปทำธุระ สักครู่หนึ่ง หลินเฟยนางเองก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ว่าอี้เฉินเขาจะไปไหน เมื่อนางคลี่ยิ้ม ทอประกายออกมาให้อี้เฉิน เตาหลอมฟ้าดินก็ลอยมาอยู่ ในการควบคุมของหลินเฟยในทันใด
แต่สิ่งที่หลินเฟยไม่คาดคิด เมื่อนางได้ดูดซับปราณพลังฟ้าดิน จู่ๆ นางก็ราวกับนางตระหนักรู้ ถึงบางอย่างได้ เมื่อนางใช้เตาหลอมฟ้าดิน เป็นสือกลางในการรวบรวม ปราณพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ เข้าสู่ร่างกาย
แม้แต่วัฏจักร ก่อกำเนิดด้านหลังนาง ยังหมุนวนขึ้นมาขับเคลื่อนอย่างเร็วจี๋ ทว่ามันถูกปกคลุม ด้วยอายหมอกหนา บางอย่างที่เลือนราง ยากที่คนภายนอกจะมองออก ว่ามันคือสิ่งใด
...อี้เฉินที่สัมผัสได้ถึงคลื่นปราณพลัง ที่แปลกไปจากตัวหลินเฟย เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก ครั้นสืบฝีเท้ามาถึงร้านผลึกหินแร่เก่า มีคนของหอท้อมงคล มายืนขวางตัวเขาไว้ พร้อมเสียงข่มขู่ ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง อี้เฉินโบกฝ่ามือ ราวกับเขาไม่ได้ใส่ใจ
ชายหนุ่มเอ่ยพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ ราวกับเป็นคำเอ่ยเตือนตัวอี้เฉินออกมา เป็นคราสุดท้าย “เจ้าหนุ่มเจ้าไม่รู้หรือว่า หอท้อมงคล เป็นกลุ่มมหาอำนาจใหม่ ที่กำลังจะผงาดขึ้นมาในดินแดน5 อาณาจักร แล้วอีกอย่างท่านอาจารย์ของข้า บอกต้องประมูลผลึกหินแร่เก่านี้ไปให้ได้ หากเจ้าไม่อยากมีปัญหาข้าว่า เจ้าล้มเลิกราคา ประมูลของเจ้าไปเสียเถอะ”
ฉับพลันที่ชายหนุ่มเอ่ยพูดเสร็จสิ้น เขาก็ยืดอก คลี่ยิ้มออกมากว้าง ราวกับการวางอำนาจเช่นนี้ เป็นเรื่องที่เขาถนัดอย่างยิ่ง
ผู้คนไม่น้อยที่ได้ยิน ต่างก็เห็นใจชายแก่ ที่ถูกคนของหอท้อมงคล กดราคา จากจะกลายเป็นได้เงินก้อนใหญ่ ซื้อจวนหนึ่งหลังได้แบบสบายๆ การขุดเหมืองแร่เก่า ย่อมเต็มไปด้วยเรื่องที่เสี่ยงตาย ทว่าพวกเขากลับได้ราคาเท่ากับ ค่าจ้างรายวันของคนทั่วไป เสียงถอนหายใจ เฮ้อ!! จึงดังออกมาไม่ขาด
ทว่ามันก็ผิดคาดของหลายคนไม่น้อย เมื่ออี้เฉินเอ่ยพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากอยากได้ก็ประมูลเขียนราคา แข่งกับข้า หากไม่แล้วล่ะก็ของสิ่งนี้ก็เป็นของข้า”
ชายแก่เจ้าของร้านได้ยิน ถึงกับเอ่ยพูดเสียงสั่นออกมา “คุณชาย” แม้ภายในใจชายแก่ อยากจะห้ามปรามอี้เฉิน แต่เงินจำนวนนี้ก็ไม่น้อยให้คนภายในหมู่บ้าน ของเขาได้ลืมตาอ้าปาก ขึ้นมามีชีวิตที่ดีขึ้นได้
ชายหนุ่มได้ยิน ห่างคิ้วของเขาสั่นกระตุกถี่ยิบ ไม่คิดว่าจะมีคนใจกล้าห่อฟ้า ไม่กลัวเกรงหอท้อมงคล ของพวกเขาอยู่ภายในดินแดน 5อาณาจักรด้วย ครั้นเขาปรายตามองอี้เฉิน ด้วยความเหยียดหยาม เขาเอ่ยพูดขึ้นมาทันที “หากเจ้ามีปัญญาจ่าย เจ้าก็จ่ายให้ข้าดูเป็นบุญตาหน่อยซิ แต่หากไม่แล้วละก็เจ้าเจอดีแน่ เจ้าขอทาน”
อี้เฉิน เขาสัมผัสแหวนมิติบนฝ่ามือ นำเอาหินเซียน 5,000ก้อนอยู่ในถุงหนังใบใหญ่ วางกองตรงหน้า ให้ชายแก่ในทันที
ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชนไม่อยากเชื่อสายตา ว่าชายหนุ่มสวมใส่ผ้าป่านเก่า ให้ความรู้สึกไม่ธรรมดา จะใช้หินเซียนมากมาย จับจ่ายใช้สอย บางคนยังไม่เคยเห็นหินเซียน ของดินแดนเบื้องบนมากอง มากขนาดนี้มาก่อน “เขา! เขา! เป็นใครกันแน่”
แม้แต่ชายหนุ่มที่เอ่ยพูดด้วยความโอหัง เมื่อยามก่อน ใบหน้าเขายังบึ้งตึง ‘หรือว่าเขาจะเป็นคนของดินแดนเบื้องบนกัน ไม่ ไม่เป็นไปไม่ได้หรอก’ “น้องชายเจ้าเขียนว่า จะจ่าย 10,000เหรียญทองไม่ใช่หรือ เหตุใดจ่ายเป็นหินเซียนเล่า”
อี้เฉินเอ่ยพูดพรางอธิบาย “อัตราแลกเปลี่ยน เหรียญทอง กับหินเซียนถือเป็นหนึ่งต่อสองไม่ใช่หรือ ..เจ้าหยุดขวางข้าได้แล้วกระมัง” ก่อนอี้เฉินจะรับผลึกหินแร่เก่า ที่มี เลือดบริสุทธิ์ของจักรพรรดิโบราณ ติดอยู่หลายสิบก้อน มาจากชายแก่ ที่มีสีหน้าเป็นปีติ
ชายหนุ่มกำฝ่ามือเอาไว้จนแน่น มองแผ่นหลังอี้เฉิน บินทะยานจากไปยังทิศทางสำนักมังกร ด้วยสายตาโกรธแค้น ครั้นได้ยินเสียงหมู่ชน ป้องปากแอบขำกันออกมาน้อยๆ
...ก่อนเขาจะรีบไปรายงาน ผู้เป็นอาจารย์บัดนี้ ของที่ท่านอาจารย์หมายตา ยามนี้หลุดมือไปจากพวกเขาแล้ว บนหอท้อมงคลชั้นที่7 ซึ่งเป็นแหล่มรวมเหล่าผู้อาวุโส พวกเขาต่างก็ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ว่าจะมีคนประมูลผลึกหินแร่เก่า ที่พวกเขาหมายตา มองว่าภายในต้องมีของล้ำค่าบางอย่าง แต่ไม่คิดว่ามันจะมี มูลค่ามากขนาดนี้
ชายแก่สายตาชั่วร้าย ยกฝ่ามือถูคางครุ่นคิด อยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากพูดมันออกมา “จะเป็นไปได้หรือไม่ ภายในผลึกหินแร่เก่าเหล่านั้น มีของล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้อยู่”
ผู้อาวุโสคนอื่นๆ เขาเองก็พยักหน้าขึ้นมาเช่นกัน เกรงว่าพวกเขาจะมองข้าม ชายผู้นี้ไม่ได้เสียแล้ว “เขาเป็นใครเจ้ารู้หรือไม่”
น้ำเสียงที่แหบพร่า ส่งให้ชายหนุ่มผู้นั้นขาสั่นออกมาน้อยๆ “เกรงว่าเขาจะเป็นคนของสำนักมังกร ข้าเห็นเขาบินทะยานไปทิศทางนั้น”
ก่อนชายหนุ่มจะกล่าวพูดออกมาอีกครา “ทว่าชายผู้นั้นแปลกเป็นอย่างมาก ท่านอาจารย์ เขาใช้หินเซียนจ่ายค่าผลึกหินแร่เก่า ทั้งหมด ก่อนชายแก่จะนำหินเซียน ไปจ่ายส่วนต่างกับโรงประมูล ถูกคนของโรงประมูล คุ้มกันเป็นอย่างดี”
ชายชราเอ่ยถามออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ “เจ้าว่าอย่างไรนะ เขาใช้หินเซียนซื้อโดยตรง หรือว่าเขาจะเป็นคนของดินแดนเบื้องบนกัน”
ครั้นเหล่าเทพสวรรค์แท้จริง พยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณ เจ้าสำนักหอท้อมงคล แววตาชั่วร้าย ริมฝีปากดำสนิท คลี่ยิ้มออกมากว้างในทันใด ก่อนเอ่ยสั่งการเรียกรวมพล เหล่าเทพสวรรค์แท้จริง ภายในหอท้อมงคล เตรียมพร้อมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
“เกรงว่าพวกเรา คงต้องไปเยือนสำนักมังกร สักหน่อยแล้ว กระมัง ”