58 1-2
ตอนที่101 ทดสอบ
ได้ฟังสิ่งที่เซียถงกล่าวชี้แจงท่านอธิบดีเคราขาวก็ยกมือขึ้นลูบเคาตนเอง หรี่สายตาจ้องพินิจอยู่สักครู่ก่อนจะพยักหน้ากล่าวว่า
“ก็มีเหตุผลข้าเพียงสอบถามเท่านั้น มิได้หมายความถึงอื่นใด ในเมื่อทุกอย่างชัดแจ้งดีแล้วเช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากออกไปทันทีคนอื่นๆเองต่างไล่ติดตามกันออกไปเช่นกันพอหน้าห้องพักกลายมาเป็นความว่างเปล่าปราศจากผู้คนจะเหลือก็แค่ไป๋หลี่หานที่ยังคงยืนจับจ้องเซียถงแน่วแน่ไม่ขยับจากไปไหน เชิดคางสูงขึ้นเล็กน้อยพร้อมก้าวย่างตรงเข้าห้องพักของเซียถงโดยไม่ปริปากขออนุญาตใดๆลากเก้าอี้ไม้แกะสลักมานั่งแช่ม กวาดสายตามองดูการตกแต่งภายในห้องอย่างสบายอารมณ์
เซียถงเหลียวศีรษีหันมาจับจ้องท่าทีอันเฉยเมยของเขาเล็กน้อยและเอ่ยถามขึ้นว่า
“มิทราบว่าท่านอาจารย์หานยังมีธุระอันใดกับข้าอีก?”
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก ข้าเหนื่อยเล็กน้อย จึงอยากจะหาที่นั่งพักผ่อนไปพลาง โอ้ใช่แล้วคุณหนูเซียรบกวนท่านชงชามาให้ข้าสักถ้วย ลำบากเจ้าแล้ว”
ไป๋หลี่หานวางแขนเท้าคางลงบนโต๊ะอย่างเกียจคร้านส่งสายตายิ้มแย้มไปทางเซียถงพร้อมเอ่ยปากกล่าวดูมีความสุขมิใช่น้อย
“เกรงว่าเวลานี้จะไม่สะดวกชายเหงากับหญิงโสดไม่ควรอยู่ร่วมชายตาเดียวกัน เกรงว่าหากใครล่วงรู้เข้าจะทำให้ท่านเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้”
เซียถงยืนนิ่งภายในใจแอบคิดรังเกียจมิใช่น้อย เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นห้องส่วนตัวของนางแต่แล้วไป๋หลี่หานกลับทำตัวตามใจราวกับเป็นห้องตัวเองอย่างใดอย่างนั้นนี่จะมาไม้ไหนอีก?
“ไม่ต้องเกรงใจข้าคนนี้ไม่รังเกียจ”
ไป๋หลี่หานหรี่สายตาแคบกล่าวยิ้มปลิ้มอารมณ์ดี
“ท่านไม่เป็นแต่ข้าเป็นเชิญท่านอาจารย์หานกลับไป”
เซียถงกล่าวน้ำเสียงเย็นตอบ
“เจ้าไม่มีชื่อเสียงให้เสียอยู่แล้วดังนั้นอย่าได้คิดมากไปเลย”
ขณะที่เขาปริปากกล่าวออกมาก็พลันสังเกตเห็นสีหน้าของเซียถงที่ค่อยๆมืดขรึมจมลงริมฝีปากสีอมชมพูภายใต้หน้ากากเชิดกระตุกเผยรอยยิ้มเล็กน้อย กล่าวเพิ่มเสริมต่อว่า
“ทันทีที่ดื่มชาเสร็จข้าคนนี้จะไปทันที”
“เช่นนั้นท่านอาจารย์หานใช้ห้องของข้าพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย ข้าขอตัว”
เซียถงเห็นแววตาเปี่ยมสุขปนขี้เล่นของอีกฝ่ายก็พึงทราบแล้วราชาหมาปาสวรรค์คนนี้กำลังจงใจปั่นประสาทนางอยู่เท่านั้นแต่นางกลับไม่มีเวลาว่างมากมายมาเล่นอะไรไร้สาระเช่นนี้จึงขอเป็นฝ่ายจากไปแทนเสียดีกว่า
พูดจบนางหันหลังเดินตรงไปที่ประตูทันที
“เซียถงเจ้าเป็นคนวางยาพิษในบ่อน้ำใช่หรือไม่?”
พอเซียถงเดินไปถึงประตูจู่ๆก็ได้ยินสุ้มเสียงของไป๋หลี่หานเอ่ยถามขึ้น
ได้ฟังเช่นนั้นเซียถงหยุดฝีเท้าลง เหลือบหางตาปรายมองไปที่ไป๋หลี่หานเล็กน้อยกล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“บางทีคนที่วางยาพิษในน้ำอาจจะเป็นตัวท่านเองก็เป็นได้”
“โอ้? ไฉนเจ้าถึงคิดว่าข้าคนนี้ถึงต้องทำเช่นนั้นล่ะ?”
ไป๋หลี่หานเลิกคิ้วเรียวตาคู่ยาวระหงภายใต้หน้ากากสีดำทอประกายสว่างวับ จับจ้องเซียถงด้วยความสนใจ
“กลับเป็นข้าที่ต้องเป็นฝ่ายถามองค์ชายกลับสำหรับเรื่องนี้เป็นไปได้ไหมว่า บางทีท่านอาจจะหลงรักองค์หญิงมาโดยตลอดแต่อีกฝ่ายกลับมองว่าท่านมีใบหน้าอัปลักษณ์น่าเกลียด จึงพยายามสลัดท่านออกจากชีวิตส่งผลให้ท่านรู้สึกโกรธแค้นนางเป็นอย่างมาก จึงต้องการทำลายรูปโฉมโดยการวางยาพิษลงในบ่อน้ำเรื่องจำพวกแต่งงานในวงศ์ตระกูลเดียวกันเพื่อรักษาสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้ใช่ว่าจะไม่เคยมี? ในทางตรงข้ามกับพำวกเชื้อพระวงศ์แล้ว กลับพบเห็นได้บ่อยครั้งจริงหรือไม่?”
เซียถงเร้นประกายสายตาหรี่ลงกล่าวสันนิษฐานขึ้นพร้อมน้ำเสียงมากเล่ห์ชั่วร้าย
“อืมเหตุผลน่าสนใจดี หากข้า...ไม่บังเอิญไปเห็นเจ้าลอบใส่ผงพิษลงบ่อน้ำในป่าไผ่เขียวบางทีข้าอาจจะเชื่อที่เจ้าพูดไปแล้วจริงๆ”
ทันใดนั้นพลันปรากฏธารแสงสาดระยิบเผยออกมาจากดวงตาคู่นั้นของไป๋หลี่หานจ้องมองไปทางเซียถงไม่คลายอ่อน ชะงักหนึ่งจังหวะก่อนกล่าวอีกว่า
“เมื่อคืนนี้ข้าเฝ้ามองเจ้าใส่ยาพิษลงในบ่อน้ำด้วยตาคู่นี้เลย”
เซียถงใจหายวูบลงไปยังตาตุ๋มชั่วขณะเมื่อคืนนี้ไป๋หลี่หานแอบมองนางกระทำการอย่างลับๆตั้งแต่แรกแล้ว? แต่ไฉนนางถึงไม่สามารถจับสัมผัสของอีกฝ่ายได้เลย?นี่มัน...น่ากลัวเกินไปชายคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว! รอยความตื่นตระหนกยังคงตราตรึงภายในใจไม่จางหายความคิดนับร้อยพันถาโถมเข้ามาในหัวของนาง แต่ถึงแบบนั้น บนใบหน้าผิวเผินยังคงสงบนิ่งปราศจากแววตื่นตระหนกใดๆ
“ปรากฏว่าท่านปรากฏตัวขึ้นในบ่อน้ำไผ่เขียวเมื่อคืนจริงๆในเวลานี้กลับเป็นท่านที่น่าสงสัยที่สุด ข้าพูดถูกหรือไม่?”
ไป๋หลี่หานนั่งนิ่งไม่ปริปากกล่าวใดๆ สบเข้ากับสายตาของเซียถงแน่นหนาไม่คลายอ่อนแต่เมื่อเห็นว่า นัยน์ตาคู่นั้นของเซียถงไม่ส่อแววตื่นตระหนกรวนเรเลยแม้แต่น้อยเขาดก็อดรู้สึกผิดหวังมิได้ เขาลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกล่าวกับนางว่า
“นั่งมาตั้งนานกลับไม่มีน้ำชาริมจิบให้ชุ่มคอแม้นสักถ้วยสงสัยคงต้องกลับไปดื่มที่บ้านแทนเสียแล้ว”
ทันทีที่พูดจบไป๋หลี่หานก็ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปที่ประตูในจุดที่เซียถงยืนอยู่ร่างของเขาเคลื่อนเข้าไปใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้น...แต่สุดท้ายก็มิได้ลงไม้ลงมือทำอะไรนางดั่งครั้งก่อนๆเขาเดินจากออกไปจากห้องโดยตรง
เหม่อมองแผ่นหลังของไป๋หลี่หานที่ลาลับหายไปเซียถงอดถอนหายใจแรงมิได้สองสามเฮือกใหญ่ นางเกือบจะหลุดปากบอกความจริงกับชายคนนี้ไปเสียแล้วว่าตนไปที่บ่อน้ำในผ่ไผ่เขียวจริงๆเมื่อคืนแต่ชั่วขณะที่เห็นแววความผิดหวังเร้นประกายออกมาจากแววตาของอีกฝ่ายนางก็ตอบสนองเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที ปรากฏว่าเขาไม่เคยเห็นตัวนางลงมือวางยาพิษลงในบ่อด้วยตัวเองเลย ทั้งหมดก็แค่หลอกถามให้นางคายความจริงออกมาเท่านั้น
ช่างเป็นชายที่ฉลาดแกมโกงอันใดปานนี้ข้าจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังต่อตัวของอีกฝ่ายให้มากกว่านี้แล้วในอนาคต
ในช่วงเช้าเป็นคาบเรียนวิชาแขนงโอสถแม้ว่าเซียถงจะตระหนักดีอยู่แล้วว่าไม่มีใครหน้าไหนกล้าโผล่หัวมาเรียนแน่นอนในวันนี้ ซึ่งภายในห้องเรียนก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนจริงๆกระทั่งหยุนซีผู้ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชานี้เองก็ไม่มามีเพียงเซียถงคนเดียวที่อยู่ในห้องเรียน
จู่ๆก็มีเสียงดีดนิ้วดัง‘ป๊อก’จากตรงหน้าเลื่อนสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก็พบว่าเป็น ฝ่ามือสีขาวผ่องประดุจหิมะต่อหน้าต่อตาเมื่อเซียถงเงยหน้าขึ้นมองก็สบเข้ากับดวงตาคู่สวยสีดอกท้อของเซียถงที่กำลังจ้องมองนางด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เซียถงครั้งนี้เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่?”
หยุนซียืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าโต๊ะเรียนของเซียถงมือข้างหนึ่งใช้ดีดนิ้วเรียก ส่วนอีกข้างกำลังเท้าสะเอวจ้องกันตาเขม็งด้วยความโมโห
“ข้าไม่เข้าใจว่าท่านกำลังกล่าวถึงเรื่องอะไร?”
เซียถงแสร้งตีหน้างุนงงแหงนหน้ามองหยุนซีตาแป๋วอย่างใส่ซื่อบริสุทธิ์
“เจ้าเป็นคนวางยาพิษลงในบ่อน้ำเพื่อแก้แค้นพวกไป๋หลี่อวี๋อิงใช่ไหม?ส่วนเมื่อวานที่เจ้าไปที่หน่องน้ำในป่าสนก็เพื่อจับกิ้งก่าพิษข้าพูดถูกหรือไม่?”
หยุนซีกัดฟันกรอดพร้อมเอ่ยถามน้ำเสียงขุ่นมัว
หลังจากตรวจสอบอาการและลักษณ์การออกฤทธิ์เบื้องต้นของสารพิษที่ไป๋หลี่อวี๋อิงและคนอื่นๆได้รับหยุนซีก็ได้ข้อสรุปว่า พิษตัวนี้มีส่วนผสมจากกิ้งก่าพิษ แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่หากไม่มีโอสถล้างพิษที่ได้รับการหลอมกลั่นโดยระดับชั้นปราญ์โอสถขึ้นไปพิษบนใบหน้าของพวกนางก็จะไม่มีทางหายภายในสามเดือนกล่าวคือต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในสภาพเช่นนี้ถึงสามเดือนเต็ม
และที่สำคัญคือกิ้งก่าพิษชนิดดังกล่าวสามารถเสาะค้นได้ในเฉพาะบริเวณหนองน้ำในป่าใหญ่เท่านั้นและเมื่อคืนนางก็บังเอิญพบเข้ากับเซียถงที่ริมหนองน้ำพอดีพอมาในวันนี้ไป๋หลี่อวี๋อิงกับคนอื่นๆต่างติดพิษจากมีต้นเหตุมาจากพิษที่ปนเปื้อนในบ่อน้ำผ่าไผ่เขียวหากนำแต่ละเหตุการรณ์ลำดับไล่เรียงกันให้ดี จะพบว่าทุกอย่างจะลงตัวพอดีสมบูรณ์
หากว่ากันด้วยเรื่องศาสตร์แห่งพิษไม่มีใครสามารถเป็นคู่มือกับหยุนซีได้ภายในสถานศึกษาแห่งนี้ ต่อให้เป็นเซียถงก็ตาม
แต่สิ่งที่นางรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านใจที่สุดคือช่วงเช้าที่คณบดีเคราขาวกลับไม่ลงโทษหรือทำอะไรกับเซียถงเลย เพราะว่ากันตามกฎครั้งนี้เซียถงถือว่ามีผิดในโทษละเมิดกฎระเบียบภายในสถานศึกษา
หลังจากกลับไประงับเพลิงความโกรธจนดีขึ้นหน่อยแล้วหยุนซีก๋มุ่งหน้าตรงมาห่าเซียถงทันที เพื่อเค้นความจริงให้นางยอมสารภาพโดยเฉพาะ
“ท่านอาจารย์หยุนซีท่านต้องการจะฟังความจริงหรือความเท็จดีล่ะ?”
จ้องมองหยุนซีที่สีหน้าท่าทางปะทุเดือดดาลสุดขีดเซียถงกลับเอ่ยถามอย่างใจเย็น
“ทั้งจริงทั้งเท็จเล่าให้ข้าฟังทุกอย่าง!”
หยุนซีขมวดคิ้วแทบชนกันยกฝ่ามือหวดกระแทกโต๊ะพร้อมเปล่งเสียงตะโกนลั่นรุนแรง