กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วห้องพักฟื้นที่ตกแต่งอย่างหรูหรา แตกต่างจากเพิงพักซอมซ่อที่เยี่ยหลางคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง แสงแดดอ่อนๆ ยามสายสาดส่องผ่านม่านไหมสีขาวเข้ามา กระทบกับเปลือกตาของชายหนุ่มที่นอนพันผ้าพันแผลราวกับมัมมี่อยู่บนเตียงไม้สักทอง
"อือ..."
เยี่ยหลางครางเบาๆ พยายามขยับตัว แต่ความเ็ปที่แล่นริ้วไปทั่วร่างทำให้เขาต้องกัดฟัน "เหมือนโดนรถบรรทุกทับ... ไม่สิ โดนั์ทับนี่หว่า"
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นไม่ใช่เพดานผุพัง แต่เป็เพดานวาดลวดลายัเหินเวหา "ที่นี่ที่ไหน? ์เหรอ? ข้าตายแล้วเหรอ?"
เยี่ยหลางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่เขารู้สึกถึง 'น้ำหนัก' อันคุ้นเคยที่กดทับอยู่บนอก 'ท่อนเหล็กดำ' มันนอนสงบนิ่งอยู่บนตัวเขา (ใครเป็คนเอามันมาวางไว้ตรงนี้?) สภาพของมันดูเปลี่ยนไปอีกครั้ง ผิวสีดำสนิทของมันตอนนี้มีความมันวาวราวกระจกเงา และมี 'เส้นเืสีแดงฉาน' วิ่งวนเวียนอยู่ภายในเนื้อเหล็กราวกับมีชีวิต
"ไงเ้าลูกชาย... ยังอยู่ดีสินะ" เยี่ยหลางยิ้มแห้งๆ พยายามจะผลักมันออก "แต่ช่วยลุกไปหน่อยได้ไหม พ่อหนัก..."
ทันใดนั้น... เมื่อมือของเขาัักับท่อนเหล็ก เขารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านปลายนิ้วเข้าสู่สมอง ไม่ใช่ความเ็ป แต่เป็ความรู้สึก 'เชื่อมโยง'
ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว... ภาพของ 'มุกโลหิต' ที่แตกกระจาย และแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นที่เชื่อมต่อระหว่างเขากับท่อนเหล็ก
"หือ?"
เยี่ยหลางขมวดคิ้ว เขาลองปล่อยมือจากท่อนเหล็ก แล้วกลิ้งตัวลงจากเตียง (อย่างทุลักทุเล) ท่อนเหล็กกลิ้งตกลงไปที่อีกฝั่งของเตียง ตุบ!
เยี่ยหลางยืนหอบหายใจอยู่ที่พื้น พิงโต๊ะน้ำชา เขามองไปที่ท่อนเหล็กที่อยู่ห่างออกไปสามก้าว ในใจเขานึกภาพ... อยากให้มันมาอยู่ในมือ
"มานี่ซิ..."
วูบ!
ท่อนเหล็กดำสั่นระริกหนึ่งครั้ง ก่อนจะลอยหวือขึ้นจากพื้น! มันไม่ได้บินฉิวเหมือนกระบี่บินของไป่หยุนเฟย แต่มันพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยแรงดึงดูดแม่เหล็กที่รุนแรง ผัวะ! ด้ามเหล็กกระแทกเข้าที่ฝ่ามือขวาของเยี่ยหลางอย่างแม่นยำ (และแรงพอสมควรจนมือชา)
"โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิ!" เยี่ยหลางสะบัดมือ "แต่เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้มัน... บินมาเอง?"
เยี่ยหลางตาโตเท่าไข่ห่าน เขาลองวางท่อนเหล็กลงบนโต๊ะ แล้วเดินถอยหลังไปจนติดประตู (ประมาณ 5 ก้าว) เขาแบมือออก แล้วเพ่งสมาธิ "จงมา!"
ฟิ้ววว!
ท่อนเหล็กพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาเขาในพริบตา เข้ากระชับในอุ้งมือราวกับชิ้นส่วนที่ขาดหายไปกลับมาเติมเต็ม
"ฮ่าๆๆๆ! สำเร็จ! ข้ามีพลังจิตแล้วโว้ย!" เยี่ยหลางหัวเราะลั่นห้อง "ถึงจะไม่มีปราณควบคุมกระบี่ แต่ข้ามี 'แม่เหล็กโลหิต'! ทีนี้ข้าก็ปาท่อนเหล็กใส่หัวชาวบ้านแล้วเรียกกลับมาได้แล้ว!"
นี่คือความสามารถใหม่ที่ได้จากการกลืนกินเศษเสี้ยวของ 'มุกโลหิต' มุกโลหิตของประมุขมารมีความสามารถในการควบคุมวัตถุระยะไกลด้วยจิติญญา เมื่อท่อนเหล็กกินมันเข้าไป มันจึงสร้าง 'พันธะิญญา' (Soul Bond) กับเ้าของ ทำให้สามารถเรียกคืน (Recall) ได้ดั่งใจนึก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ตราบใดที่จิตยังเชื่อมถึงกัน
ตัวอักษรบนท่อนเหล็กเปล่งแสงสีแดงวูบวาบ 'เสา... ค้ำ... ์... หวน... คืน' (Returning Heaven Pillar)
แอ๊ด...
ประตูห้องเปิดออก หญิงสาวในชุดขาวเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารและถ้วยยา เมื่อนางเห็นเยี่ยหลางยืนหัวเราะร่าอยู่กลางห้องโดยมีท่อนเหล็กในมือ นางก็ถอนหายใจยาว
"ฟื้นปุ๊บก็ซนปั๊บเลยนะ เ้าลิงทโมน"
"อ้าว! ศิษย์พี่หญิงหลิว!" เยี่ยหลางรีบซ่อนท่อนเหล็กไว้ข้างหลัง (ทำไมต้องซ่อน?) "ข้าไม่ได้ซน ข้าแค่... เอ่อ... ตรวจสอบความเรียบร้อยของห้อง"
หลิวซืออินวางถาดลงบนโต๊ะ ใบหน้าของนางดูซูบซีดเล็กน้อยจากการต่อสู้เมื่อคืนก่อน แต่แววตายังคงคมกริบ "เ้าหลับไปสองวันเต็มๆ... รู้ไหมว่าข้างนอกเขาลือกันไปถึงไหนแล้ว?"
"ลือว่าข้าหล่อขึ้นรึ?"
"ลือว่าเ้าเป็ 'มารกลับใจ' บ้างล่ะ เป็ 'บุตรลับของเ้าสำนัก' บ้างล่ะ" หลิวซืออินส่ายหน้า "มีแต่คนพูดถึงศิษย์สายนอกที่ใช้ท่อนเหล็กทุบมุกโลหิตของประมุขมารจนแตก... เ้ากลายเป็คนดังแล้วนะ เยี่ยหลาง"
เยี่ยหลางยักไหล่ เดินไปหยิบไก่นึ่งในถาดขึ้นมากัด "ดังแล้วกินได้ไหม? ข้าขอแค่รางวัลที่ท่านพ่อ... เอ้ย ท่านเ้าสำนักสัญญาไว้ก็พอ"
หลิวซืออินหน้าแดงวูบเมื่อได้ยินคำว่า 'ท่านพ่อ' หลุดออกมา "กินให้เสร็จ แล้วตามข้ามา... ท่านพ่อเรียกพบเ้าที่ตำหนักใหญ่" นางหยุดเดินที่หน้าประตู แล้วหันกลับมามองเขาด้วยสายตาที่อ่อนลง "และ... ขอบใจนะ ที่ช่วยชีวิตทุกคนไว้"
เยี่ยหลางชะงักไก่ที่กำลังเคี้ยว เขายิ้มกว้างจนตาหยี "ด้วยความยินดีขอรับ ศิษย์พี่หญิง... ไว้ข้าจะไปคิดค่าบริการทีหลังนะ"
...
ตำหนักกระบี่์
บรรยากาศในตำหนักใหญ่นั้นเคร่งขรึมและศักดิ์สิทธิ์ เหล่าผู้าุโและศิษย์ระดับสูงยืนเรียงรายกันเต็มสองข้างทาง เมื่อเยี่ยหลางเดินเข้ามาพร้อมกับไม้เท้า (ท่อนเหล็ก) ทุกสายตาก็หันมาจับจ้อง
ไม่มีสายตาดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป มีแต่ความเคารพ ความสงสัย และความหวาดเกรง
เยี่ยหลางเดินกะเผลกไปหยุดอยู่หน้าบัลลังก์เ้าสำนัก แล้วคุกเข่าลง (แบบทุลักทุเลเพราะเจ็บแผล) "ศิษย์เยี่ยหลาง คารวะท่านเ้าสำนัก"
หลิวเฉิงเฟิงมองดูเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ "ลุกขึ้นเถิด วีรบุรุษแห่งสำนักกระบี่์"
คำว่า 'วีรบุรุษ' ทำให้เกิดเสียงฮือฮาเบาๆ "เยี่ยหลาง... ความชอบของเ้าในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เ้าทำลายแผนการของนิกายมาร ช่วยชีวิตศิษย์นับร้อย และยังทำให้ประมุขมาราเ็สาหัส... ข้าในนามของเ้าสำนัก ขอแต่งตั้งเ้าเป็ 'ศิษย์เอกพิเศษ' (Elite Disciple) แห่งหอศาสตรา มีสิทธิ์เข้าออกทุกสถานที่ในสำนักเทียบเท่าผู้าุโ!"
"ขอบพระคุณขอรับ!" เยี่ยหลางตาเป็ประกาย "แล้ว... เงินรางวัลล่ะขอรับ?"
เ้าสำนักหัวเราะ "ย่อมมีให้... ทองคำหนึ่งร้อยตำลึง และสิทธิ์ในการเลือกคัมภีร์ยุทธ์จากชั้นสูงสุดของหอตำราหนึ่งเล่ม"
"คัมภีร์ยุทธ์?" เยี่ยหลางเกาหัว "แต่ข้าฝึกปราณไม่ได้นะขอรับ"
"ข้ารู้..." เ้าสำนักลุกขึ้นเดินลงมาหาเขา "แต่ในหอตำราชั้นบนสุด มีหมวด 'กายาา' ที่ถูกลืมเลือนไปนาน มันคือวิชาที่เน้นการฝึกฝนร่างกายเนื้อให้แข็งแกร่งดุจศาสตรา โดยไม่ต้องพึ่งพาลมปราณ... ข้าคิดว่ามันเหมาะกับเ้า"
เยี่ยหลางหูผึ่ง วิชาฝึกร่างกาย? นี่แหละสิ่งที่เขาตามหา! "ข้ารับไว้ด้วยความเต็มใจยิ่งขอรับ!"
"แต่..." สีหน้าของเ้าสำนักเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด "มีข่าวร้ายที่ข้าต้องบอกเ้า"
เยี่ยหลางหุบยิ้ม "อะไรหรือขอรับ?"
"เสวี่ยอู๋จี... ประมุขมารโลหิต ก่อนที่มันจะหนีไป มันได้ทิ้ง 'ตราประทับมาร' ไว้ที่ตัวเ้า"
เ้าสำนักชี้ไปที่หน้าอกของเยี่ยหลาง เยี่ยหลางรีบแหวกเสื้อดู ที่กลางอกของเขา... มีรอยปานสีแดงจางๆ รูป 'ดวงตาปีศาจ' ปรากฏอยู่!
"เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน! ข้าไปสักมาตอนไหน!?"
"มันคือ 'คำสาปไล่ล่า'" เ้าสำนักอธิบายเสียงเครียด "ตราบใดที่ตรานี้ยังอยู่ ไม่ว่าเ้าจะหนีไปสุดขอบฟ้า สมุนของนิกายมารจะรู้ตำแหน่งของเ้าเสมอ... เ้ากลายเป็เป้าหมายอันดับหนึ่งของพวกมันแล้ว เยี่ยหลาง"
เยี่ยหลางยืนนิ่ง เขามองรอยสักรูปดวงตา แล้วก็หัวเราะแห้งๆ "ดีเลย... แบบนี้ข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาพวกมันสินะ"
เขากระชับ 'เสาค้ำ์' ในมือแน่น อาวุธคู่ใจสั่นตอบรับ... มันไม่ได้กลัว แต่มันตื่นเต้นที่จะได้ 'กิน' อีก
"ให้พวกมันดาหน้ากันเข้ามาเถอะ..." เยี่ยหลางแสยะยิ้ม แววตาเปลี่ยนเป็นักล่า "ข้าและลูกชายข้า... กำลังหิวอยู่พอดี"