ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 ปีศาจระดับ s (1)

            “ซู้ดดดดด...” เมาปาเอ้อเสียวสันหลังวาบ มองมู่ตันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“จิน จิน จินตันเจินเหริน?! นี่ นี่เป็นไปได้อย่างไร?!”

            “ใช่แล้ว” ใบหน้าของมู่ตันไร้แววยิ้ม “เมื่อปีค.ศ. 1954 เกิดปรากฏการณ์ดอกพลับพลึงเบ่งบานขึ้นที่หลุมยุบ[1]พิภพสวรรค์ในเมืองซวงชิ่งที่เป็นพื้นที่สีแดงเป็นที่ประจักษ์สู่สายตาผู้คนทั่วทั้งภาคตะวันตก”

            “มีจินตันเจินเหรินไร้นามคนหนึ่ง... พากองกำลังขั้นจู้จีระดับสมบูรณ์สิบคนและขั้นเลี่ยนชี่อีกสี่ร้อยคนลงไปสำรวจหลุมยุบที่ลึกลงไปใต้ดินจนมองไม่เห็นก้นหลุม...ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตกลับมาแม้แต่คนเดียว”

            ภายในห้องเงียบสงัดไร้สุรเสียง

            สวีหยางอี้ร่นแขนเสื้อสีขาวขึ้นมาถึงศอก นาฬิกาฝังเพชรยี่ห้อโอเมก้าต้องแสงนีออนระยิบระยับชวนมึนหัวทรงผมกลับมาเป็นทรงอันเดอร์คัตสั้นตามเดิม รูปร่าง หน้าตา และสไตล์การแต่งตัวของเขาวันนี้เมื่ออยู่ภายใต้แสงนีออนสาดส่อง ก็ไม่หลงเหลือเค้าของผู้ฝึกตนแม้แต่น้อยดูเหมือนดาราวัยรุ่นติดกระแสเสียมากกว่า

            จินตันเจินเหรินหนึ่งคน ขั้นจู้จีระดับสมบูรณ์สิบคนขั้นเลี่ยนชี่อีกสี่ร้อยคน... ทั้งหมดตายลงที่หลุมยุบแห่งนั้น!

            ในบรรดาขั้นจู้จีสองหมื่นคน ไม่รู้มีระดับสมบูรณ์ถึงสิบคนหรือไม่...แต่นี่กลับตายพร้อมกันทีเดียวสิบคน!

            สวีหยางอี้จ้องมองบนแผนที่ด้วยแววตาแน่นิ่ง

            บึงสวรรค์แห่งเทียนฉือ ทะเลสาบสุริยันแห่งผอหยางหลุมยุบพิภพสวรรค์แห่งเสี่ยวจ่าย หมู่บ้านเทพกสิกรแห่งหนงเจี้ยแม่น้ำเหลืองแห่งช่องเขาจิ้นซ่าน เขามรณะแห่งหุบเขาคุนหลุนหลุมยุบฟ้าครามแห่งหมู่เกาะซีเจียว เสาตำหนักอัสดงแห่งเจียงซู 

            ทั้งหมดแปดที่ด้วยกัน

            ทั่วทั้งแผ่นดินหวาซย่ามีพื้นที่สีแดงทั้งหมดแปดที่ด้วยกันเมื่ออยู่บนแผนที่แล้ว มันดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก

            แต่มันกลับ... แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่เย้ายวน ชักชวน และท้าทายให้ผู้ฝึกตนเข้าไปสำรวจค้นหาความจริงของโลก

            ความเสี่ยงยิ่งสูง ผลลัพธ์ยิ่งคุ้มค่า...สถานที่ที่คร่าชีวิตจินตันเจินเหรินจะต้องมีของขวัญแห่งวาสนาจากสรวงสวรรค์อยู่แน่นอน!

            บางที... อาจเป็นบำเพ็ญสถาน[2]โบราณของผู้ฝึกตนยอดฝีมือทะลุฟ้าสักคนในอดีตก็เป็นได้!

            “เข้าใจแล้ว” สักพักใหญ่ น้ำเสียงอันยากจะแยกแยะอารมณ์ของสวีอยางอี้ก็ดังขึ้น

            “หัวหน้าคะ...” มู่ตันสายตาเลิ่กลั่ก เธอคาดเดาความคิดของสวีหยางอี้ไม่ได้“คุณจะ... ไม่รับภารกิจในสถานที่พวกนี้ใช่ไหมคะ?”

            สวีหยางอี้คีบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวน พลิกไปพลิกมาระหว่างนิ้วอย่างคล่องแคล่วและมีมาด“MAYBE (อาจจะ)”

            กรี๊ดดดดด!!! เทพบุตรสุดหล่อก็คือเทพบุตรสุดหล่อ ทำอะไรก็เท่ไปหมด

            หลังจากมองดูท่วงท่าคีบบุหรี่อันเท่สุขุมจนเคลิบเคลิ้ม มู่ตันก็กระแอมเสียงเรียกสติตัวเองก่อนเอ่ย“หากรักชีวิตตัวเอง ได้โปรดอยู่ห่างจากพื้นที่สีแดง...”

            “จากที่เธอพูดมา เขาเข้าใจอยู่แล้ว... ถ้าเขาอยากไปที่นั่นจริงๆฉันจะกัดขารั้งเขาไว้เอง เธอวางใจเถอะ...” เมาปาเอ้อแสร้งทุบอกตัวเองเรียกความกล้า

            สวีอยางอี้ควักช็อกโกแลตออกมาจากไหนไม่รู้หนึ่งแท่ง ทันใดนั้นก็มีเงาร่างขาวดำร่างหนึ่งโฉบผ่านด้วยความเร็วเหนือแสงและคาบมันไว้คาปาก แลบลิ้นเลียตรวจสอบสองครั้ง จากนั้นก็จ้องมองสวีอยางอี้ตาเขม็ง“ทำไมนายใจร้ายแบบนี้!”

            “...” สวีอยางอี้กับมู่ตันต่างเงียบลง

            “สุนัข... กินแบล็คช็อกโกแลตแล้วตายจริงๆ เหรอ?” มู่ตันอดคลี่ยิ้มถามขึ้นไม่ได้

            “มันมีสุนัขบางตัวที่สมควรโดนแบบนี้” สวีหยางอี้พูดเสียงเรียบ

            มู่ตันไอกระแอมปรับน้ำเสียง “หัวหน้าคะ หากไม่มีธุระอะไรแล้วดิฉันต้องขอตัวออกไปรอรับคำสั่งอยู่ด้านนอกจะดีกว่า เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากไว้ภายในห้าปี กองกำลังระดับ A จะต้องบรรลุหนึ่งภารกิจไม่งั้นจะถูกลดระดับลง เมื่อถูกลดระดับ ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลของปีศาจระดับ S หรือระดับที่สูงกว่านั้น”

            “เข้าใจแล้ว” สวีหยางอี้รับปากพร้อมกับหันหน้าจอคอมฯ ไปหามู่ตัน “ฉันต้องการห้องฝึกตนแบบนี้แล้วก็ค่ายกลหลอมปราณระดับสูงภายในเดือนนี้”

            มู่ตันมองดูไม่นานก็เงยหน้ามองด้วยแววตาตกตะลึงเจือความไม่อยากเชื่อรำไร

            มันเป็นห้องหินสีดำสนิทรอบด้าน มียันต์อักขระสะดุดตาแปะอยู่ตามผนังแค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่หินธรรมดาทั่วไป แม้ว่าจะดูมีราคาอยู่บ้างแต่โดยรวมดูเป็นสภาพห้องที่อุดอู้ ทึบทะมึน ดูอึดอัดไม่น่าอยู่เป็นสภาพแวดล้อมที่ดูลำบาก เป็นสภาพห้องที่ขัดกับสถานะทางการเงินของเขาในตอนนี้ยิ่งนัก

            เขาต้องการฝึกตนในสภาพแวดล้อมแบบนี้เหรอ?

            เขาเป็นผู้ฝึกตนที่ชอบความลำบาก

            ใช้สภาพแวดล้อมที่ลำบากนี้ขัดเกลาจิตใจของตัวเอง หล่อหลอมความมั่นในสร้างความตระหนัก และดำรงยืนหยัดต่อเส้นทางที่ตัวเองเลือก ขัดกับผู้ฝึกตนสมัยนี้อย่างสิ้นเชิงทุกคนล้วนต้องการความสะดวกสบาย ยิ่งพวกผู้ฝึกตนขั้นจู้จีขึ้นไปสถานที่ฝึกตนของพวกเขาหรูหราอู่ฟู่ประหนึ่งเป็นการแข่งขันรูปแบบหนึ่ง

            ความรู้สึกของการนั่งขัดสมาธิเข้าฌานอยู่บนพื้นเย็นยะเยือกเป็นอย่างไรนะ?ร่างกายท่อนร่างคงเหน็บชากิน เลือดลมไหลไม่สะดวกอย่างแน่นอน

            นอกจากนี้ โดยปกติ หลังจากเข้าฌานฝึกตนเป็นเวลานานสิ่งแรกที่ผู้ฝึกตนส่วนต้องการคือการได้อาบน้ำอุ่นอย่างสบายอุราดังนั้นสำหรับผู้ฝึกตนกระเป๋าหนัก อย่าว่าแต่มีห้องอาบน้ำในสถานที่ฝึกตนเลยบางคนมี แม้กระทั่งสระว่ายน้ำหรือบ่อน้ำร้อนออนเซ็นภายในห้องด้วยซ้ำ

            “หัวหน้าคะ... ในเมื่อคุณตัดสินใจไม่รับสมัครสมาชิกพวกเราไม่จำเป็นต้องประหยัดขนาดนี้ก็ได้นะคะ...”

            คุณไม่จำเป็นต้องมัธยัสถ์ขนาดนี้ก็ได้! ได้โปรดทำตัวรวยๆหน่อยได้ไหมคะหัวหน้าสุดหล่อของฉัน! 

            “ฉันเข้าใจ” สวีอยางอี้พยักหน้า “แต่ฉันเคยชินแบบนี้”

            “……”

            มู่ตันอึ้งค้างสักพัก จากนั้นก็ก้มดูเอกสารในมือ ก่อนคลี่ยิ้มเอ่ย“หัวหน้าคะ ขอรายงานตารางนัดงานของคุณในช่วงสองสามวันนี้ค่ะ พรุ่งนี้หัวหน้าต้องไปพบปะกับคณะรัฐบาลในเมืองผานซานค่ะ...เพื่อสะสาง...”

            ยังพูดไม่ทันจบ สวีอยางอี้ก็พยักหน้ารับรู้ทันที สะสางเรื่องที่เกิดขึ้นที่บึงบงกชจตุทิศสินะก็ได้! ตามไปสะสางหน่อยแล้วกัน

            มู่ตันโค้งคำนับอีกครั้ง ก่อนเดินจิกรองเท้าส้นสูงออกไปอย่างกระฉับกระเฉงครั้นเธอจากไป เมาปาเอ้อก็เข้ามายกขาหน้าพาดบนตักเขา

            “นึกไม่ถึงจริงๆ เวลาสามปีทำนายเปลี่ยนเป็นคนเย็นชาขนาดนี้เลยเหรอ!”ขาสองข้างพาดอยู่บนหน้าตัก ดวงตาพยายามบีบน้ำตาออกมาแล้วแต่ก็ไม่มีไหลออกมาสักหยด“นายมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่แล้วเหรอ นายไม่รักฉันแล้วเหรอ!นายกำลังจะทิ้งฉันแล้วสินะ!”

            สวีหยางอี้ไม่สนใจเขา ซ้ำยังพูดขึ้นอย่างเย็นชา “กินช็อกโกแลตหน่อยไหม?”

            เมาปาเอ้อกัดฟันกรอด “นายอยากให้ฉันตายจริงๆ เหรอ?”

            “ใช่”

            “...”เมาปาเอ้อลงไปกลิ้งเกลือกกลั้วอยู่บนพื้นทำตัวน่ารักเรียกร้องความสนใจ

            “ติ๊ง...” อยู่ๆ เสียงแจ้งเตือนก็ดังมาจากหน้าคอมฯ สีหน้าของสวีหยางอี้เยือกเย็นลงปานน้ำแข็งมุมปากเขาผุดยิ้มอย่างกระหายเลือด “ออกไปก่อน”

            “อะไรนะ! นี่นาย!” เมาปาเอ้อเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตกใจ 

            แต่เพอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นสีหน้าของสวีหยางอี้ทันที

            ไม่ต่างจากปกติเท่าไร แต่จากการคลุกคลีกับเขามาสิบกว่าปีประสาทสัมผัสของเมาปาเอ้อก็รับรู้ถึงบางอย่างขึ้นมา...

            จิตสังหาร!

            จิตสังหารแผ่พุ่งออกมาเป็นคลื่นรังสีกระเพื่อมจนสายตามองเห็น!

            หรือว่าจะเป็น...

            คล้ายเมาปาเอ้อนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบวิ่งออกนอกประตูไปและปิดประตูลงอย่างระวัง

            มือสวีอยางอี้ถือแก้วน้ำเย็นเยียบ ดวงตาจ้องมองหน้าคอมฯ แน่นิ่ง

            สิบกว่าปีมาแล้ว... ตัวเขาเข้ามาอยู่ในองค์กรอวี้หลินเว่ยได้แล้วเขารอโอกาสนี้มาสิบหกปีเต็ม เหตุผลทั้งหมดก่อนหน้านี้หาใช่เหตุผลแท้จริงที่เขาเข้าร่วมงานกับองค์กรนี้ไม่

            ตอนนี้ สีหน้าของเขาเป็นเหมือนภาพแกะสลักไม้แข็งทื่อ สีหน้าไร้ทุกข์ไร้สุขไม่มีอารมณ์ใดๆ ไหวกระเพื่อมบนใบหน้า

            ผ่านไปห้านาทีเต็ม อยู่ๆ แก้วที่เขาถือก็เกิดรอยร้าวทั่วทั้งใบ “แกรกๆๆ”เสียงรอยร้าวเรียกสติเขากลับมา รู้สึกเหมือนดวงตาชุ่มชื้นอุ่นผ่าวรำไร

            นี่เป็นความรู้สึกของน้ำตางั้นเหรอ? ผ่านมานานจนเขาแทบจะลืมไปเสียแล้ว

            ด้านหน้าของเขา คือหน้าเว็บไซต์พื้นหลังสีดำ ข้างๆมีตราองค์กรอวี้หลินเว่ย ด้านล่างมีตัวหนังสือปรากฏขึ้นหนึ่งแถว

            บันทึกปีศาจฆาตกรแห่งองค์กรอวี้หลินเว่ย

            เสียง “ติ๊งๆๆๆ” ดังขึ้นหลายระลอก หน้าจอแสดงผล “ดาวน์โหลดสำเร็จ”

            นี่คือเหตุผลหลักที่เขาเลือกอวี้หลินเว่ย!

            ตอนที่อยู่สนามประลองหนึ่งในใต้หล้าวันนั้นตัวเลือกของเขาวันนี้มีแต่อวี้หลินเว่ยเท่านั้นเพราะมีแต่อวี้หลินเว่ยเท่านั้นที่มีภาพบันทึกของปีศาจทุกตัวที่มีอยู่ในปัจจุบัน!

            เป็นคลังข้อมูลปีศาจที่ถูกรวบรวมสร้างขึ้นด้วยการสังเวยชีวิตผู้ฝึกตนไปทีละคนด้วยประสบการณ์ของผู้ฝึกตนแต่ละคน ด้วยรายงานของกองกำลังทุกกองจนกลายเป็นคลังข้อมูลปีศาจขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศหวาซย่า

            เขาหลับตาหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง เมื่อตั้งสติได้ก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งและมองหน้าจอคอมฯด้วยดวงตาแดงเรื่อ

            ตำแหน่งหัวหน้ากองกำลังระดับ A มีสิทธิ์เข้าถึงแฟ้มข้อมูลระดับA หรือต่ำลงไปกว่านั้น และที่สำคัญยังสามารถเข้าถึงแฟ้มข้อมูลระดับ S ได้อีกด้วย

            “ไหน! ขอดูหน่อยแล้วกัน คนดี...” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งเฮือกพยามยามสะกดจิตสังหารอันพลุ่งพล่านของตัวเองลง “สิบหกปีผ่านไปเพิ่งได้พบกันอีกครั้ง แกกำลังรอฉันอยู่ใช่หรือไม่?”

            “กำลังรอวันที่ฉันฉีกกระชากแกเป็นเศษเนื้ออยู่ใช่หรือไม่?”

             

    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] หลุมยุบ Sinkhole ธรณีพิบัติภัยประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะพื้นผิวพังทลายเป็นหลุม สามารถเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์ก็ได้เกิดขึ้นได้ทั้งบนบกและในน้ำ

    [2] บำเพ็ญสถาน เป็นศัพท์แสงนิยามขึ้นใหม่ หมายถึงสถานที่ฝึกตนบำเพ็ญเพียรของผู้ฝึกตนที่ตบะแกร่งกล้าเช่นขั้นจินตันหรือหยวนอิง คำเดิมคือ ‘พุทธคยา’ หรือ ‘สังเวชนียสถาน’หมายถึงสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า