เวลายิ่งผ่านไปนานเข้าและนานเข้ามันก็ยิ่งจะทำให้ลมหายใจของเหล่าผู้มีอำนาจเกิดหายใจติดขัดด้วยความหวาดหวั่นนี่มันไม่ใช่สงครามอีกแล้วแต่มันเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กเสียมากกว่าไร้ทางต้านและไร้ซึ่งหนทางขัดขืนมีเพียงแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเท่านั้นเป็นการชนะทุกสมรภูมิอย่างเด็ดขาดและไร้ปราณี
อู๋ซวงในยามนี้นั้นดูราวกับเป็นเทพเซียนเหล่าผู้มีอำนาจมากมายต่างจ้องมองมันด้วยสายตาวาววับราวกับเป็นมหาสมบัติล้ำค้าฝีมือในการรบของเด็กหนุ่มนั่นเหนือชั้นยิ่งกว่าแม่ทัพที่แท้จริงเสียอีกทางด้านแม่ทัพอู๋ซางตัวมันนั้นจ้องมองบุตรชายของมันด้วยความภูมิใจในยามนี้นั้นมีเหล่าผู้มีอำนาจมากมายที่ต้องการตัวบุตรชายของมันไว้ใช้งานตัวมันเองก็ต้องการคนดีมีฝีมือมาช่วยงานด้วยเช่นกัน
หากบุตรชายของมันยอมมาทำงานให้กับมันนั้นก็คงจะดีไม่น้อยแต่นั่นอาจจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเพราะตนเองและบุตรชายมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันตัวมันนั้นย่อมไม่เลือกวิธีการในการได้มาซึ่งได้ผลประโยชน์สูงสุดของตระกูลแต่อู๋ซวงนั้นยังไม่ใช่เพราะเจ้านี่มันมีคุณธรรมมากจนเกินไปในการที่มันเป็นคนที่มีจิตใจดีและสูงสงนั้นตัวมันอาจจะไปขัดผลประโยชน์ของตระกูลอย่างมากมายมหาศาลและนั่นอาจจะทำให้ตระกูลอู๋ถึงกับล้มสลายเพราะด้วยเนื้อมือของบุตรชายผู้มากไปด้วยคุณธรรมเพียงชั่วอึดใจการประลองของสุดยอดแม่ทัพรุ่นเยาว์ก็ได้จบลงเป็นการชนะที่เด็ดขาดในการประลองในครั้งนี้ผู้ชนะมีเพียงนึงเดียวเท่านั้นงานเลี้ยงและพิธีการมอบรางวัลจะมอบในค่ำคืนถัดไป
หลังจากการประลองสิ้นสุดลงอู๋ซวงสั่งทหารของตนให้ปลดปลอกคอระเบิดให้กับเหล่าผู้นำกองกำลังอื่นๆด้วยความรวดเร็วเพราะตัวเด็กหนุ่มนั้นเพียงแค่ต้องการที่จะสั่งสอนพวกมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและตนเองก็ไม่อยากจะข่มเหงกับคนอื่นมากจนเกินไปเพราะในยามนี้นั้นชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีของตนนั้นมันมีเยอะอยู่แล้ว
หลังจากกับมาค่ายพักเด็กหนุ่มเรียกทหารทุกนายมารวมตัวกันพร้อมทั้งแจกจ่ายรางวัลอย่างเท่าเทียมตามแต่ผลงานของแต่ระคนผู้ที่ได้รับรางวัลใหญ่ที่สุดคงจะต้องยกให้กับตาเฒ่าผู้ชรากับแผนการอันยอดเยี่ยมของมันถึงแม้วิธีการจะโหดเหี้ยมไปบ้างแต่มันก็แรกกับผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
ยาวค่ำคืนของวันถัดมาผู้คนต่างเนื่องแน่นงานเลี้ยงถูกจัดรับลองอยู่ภายในเมืองแห่งสายน้ำมีบุคคลมากมายต่างมาร่วมงานพวกมันต่างยืนล้อมหน้าล้อมหลังเด็กหนุ่มราวกับเป็นฝูงมดมีผู้คนมากมายต่างชักชวนมันพูดคุยแทบจะไม่หยุดพักลมหายใจ
"ฮ่า ฮ่า เดียวนี้เจ้าชักจะมีชื่อเสียงกับเขาขึ้นมาบ้างแล้วนะอู๋ซวง ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่าดังมาแต่ไกล จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากอู๋ซางผู้เป็นบิดา
"หือ…ท่านพ่อ ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกันทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย
"ข้ามาที่แห่งนี้ได้สักพักนึงแล้วที่ข้าไม่ไปทักทายเจ้าแต่แรกเพราะไม่อยากจะลบกวนสมาธิของเจ้าตัวข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีความสามารถมากถึงขนาดนี้
"หืม...แล้วผลงานของข้าเป็นเช่นไรบ้างตัวท่านรู้สึกพึงพอใจรึไม่
"ฮ่า ฮ่ายอดเยี่ยมมากช่างน่าประทับใจจริงๆ ตัวเจ้าในยามนั้นไม่ต่างอะไรไปจากเทพสงครามเลยหืม แล้วว่าแต่เจ้าเถอะเจ้าคิดเข้าร่วมกับกองกำลังฝ่ายใดกันตอนนี้พวกมันต่างยินดีที่จะอ่าแขนเปิดรับเจ้าของเพียงแค่เจ้าเอยปากเท่านั้นมันจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดีเรากับเป็นสมบัติล้ำค่า
"ข้าและกองกำลังของข้าตั้งใจจะประจำการอยู่ตามแนวชายแดนของแคว้นสถานที่แห่งนี้มันช่างสงบสุขและเรียบง่ายจนเกินไปตัวข้าเชื่อว่าภายในสถานที่แห่งนั้นคงมีสิ่งให้ข้าทำมากมาย
@@##$เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชายผู้เป็นบิดาตัวมันถึงกับมีสีหน้าถอดสีจนดูหน้ากลัว
"ด้วยพรสวรรค์และความสามารถของเจ้าเจ้าจะไปทนลำบากไปยังสถานที่ ห่างไกลความเจริญอย่างงั้นทำไมกันขอเพียงแค่เจ้ากล่าววาจาออกมาเหล่าผู้มีอำนาจมากมายต่างยินดีที่จะสนองความต้องการของเจ้าชายแดนของแคว้นมันไม่ใช่สถานที่ที่ดีนัก เป็นสถานที่กฎหมายเข้าไปไม่ถึง และเป็นสถานที่เกิดสงครามอยู่บ่อยครั้ง
"ข้าตัดสินใจแล้วท่านพ่อสถานที่แห่งนั้นน่าจะเป็นที่ให้ประสบการณ์ที่ดีกับข้าได้
"ได้ตามใจเจ้าแต่อย่าเอาชีวิตไปทิ้งยังสถานที่แห่งนั้นอย่างเด็ดขาดอู๋ซางพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่น่าดูนัก
เด็กหนุ่มนั้นย่อมรู้อยู่แก่ใจดีว่าสถานที่แห่งนั้นมันอันตรายถึงขนาดไหนถึงแม้มันจะเป็นถิ่นทุรกันดาร แต่ที่แห่งนั้นมันเต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมายจำนวนมหาศาลและมันยังเป็นสถานที่กฎหมายเข้าไปไม่ถึงเขาต้องการที่จะเห็นด้วยตาของตนเองว่าสถานที่แห่งนั้นมันจะดำมืดได้ใจขนาดไหนกัน หากว่ามันไม่มีกฎ ข้าก็จะสร้างกฎขึ้นมาเอง