โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 113 ห้าต่อหนึ่ง

    “วืดดดดดด…”

    เสียงของมิติฉีกกระชากได้ดังขึ้นเมื่อเซนเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งหายนะ ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนไปในพริบตาจากที่ข้างนอกสว่างเพราะเป็นตอนเช้า แต่เมื่อเข้ามาภายในชายหนุ่มกลับค้นพบว่ามันเป็นเวลาตอนกลางคืนที่น่าตกใจก็คือมีดวงจันทร์อยู่เหนือหัวของเขา

    “นี่คือโลกอีกใบ?”

    เซนกล่าวออกมาในขณะที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายใต้แสงจันทร์ความรู้สึกที่ได้รับในโลกใบนี้นั้นสมจริงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของความชื้นและกลิ่นของหญ้า หรือแม้แต่เสียงของแมลงตัวเล็กๆ ที่ออกหากินในเวลากลางคืน รอบข้างของเซนนั้นไม่มีมนุษย์แม้แต่คนเดียว ในตอนแรกเขาคิดว่าจะพบกับผู้คนที่ข้ามาก่อนเขา อย่างไรก็ตามชายหนุ่มเลือกที่จะรอเผื่อว่าจะมีใครสักคนเข้ามาที่นี่ แต่ยิ่งรอเขาก็ยิ่งพบว่ามันไม่มีความหมาย เพราะไม่มีมิติใดรอบๆ เปิดขึ้นอีกเลย

    “บางทีประตูทางเข้าอาจจะสุ่มเคลื่อนย้ายคนเข้ามาที่นี่ ทำให้เราแยกกับคนอื่นๆ”

    เซนสันนิษฐานซึ่งข้อสันนิษฐานนั้นน่าจะถูกต้องและเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อรอต่อไปไม่มีความหมายเซนจึงหาทางทำอะไรสักอย่าง เขาสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว และพบว่ามันเป็นที่โล่งกว้างและมีป่าขึ้นเล็กน้อย เซนพยายามจะหาร่องรอยของผู้คนแต่เขากลับพบว่าสถานที่แห่งนี้นั้นไม่เคยมีใครผ่านมาก่อน

    เซนออกสำรวจ ชายหนุ่มวิ่งไปรอบๆ และพบกับกำแพงมิติ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มได้ทราบความจริงว่าสถานที่แห่งนี้เป็นโลกเสมือนที่ถูกสร้างขึ้น และดินแดนแห่งนี้มีจุดสิ้นสุด

    “ตัวตนแบบไหนกันที่สามารถสร้างโลกใบย่อยแห่งนี้ได้ อาจจะเป็นเทพแท้จริงอย่างที่มาเอลได้กล่าวถึง”

    เซนกระซิบออกมาเบาๆ ในจังหวะเดียวกันสายตาของชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นสิ่งปลูกสร้างแห่งหนึ่ง ด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยป่าสีเขียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งปลูกสร้างนั้นดูจะเตะตาอย่างมาก เซนเคลื่อนที่มาหยุดเบื้องหน้าของมัน ทำให้เขาสามารถมองเห็นสิ่งปลูกสร้างนั้นได้อย่างชัดเจน

    “ประตู?”

    สิ่งปลูกสร้างนั้นไม่ต้องสงสัยว่ามันถูกสร้างขึ้นด้วยสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา มันเป็นประตูที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ประตูนั้นเป็นบานประตูแบบธรรมดามีลูกบิดและลวดลายสลักง่ายๆ มันทำมาจากไม้สีขาว บนบานประตูนั้นยังสลักไว้ด้วยตัวอักษรถ้อยคำสั้นๆ ที่เซนสามารถอ่านมันและเข้าใจมันได้

    “เปิดเข้ามาสิ”

    เซนทวนถ้อยคำที่ขีดเขียนอยู่บนประตูสีขาว มันดูไม่น่าไว้วางใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามเซนไม่ได้สนใจเขายื่นมือไปบิดลูกบิดประตูและเปิดมันเข้าไปทันที

    เมื่อเซนเปิดประตูออกมาชายหนุ่มก็พบว่าบางสิ่งบางอย่างในบานประตูนั้นพยายามที่จะดูดร่างกายของเซนเข้าไปภายในนั้น แม้แต่จะใช้พลังกายทั้งหมดที่มีก็ยังไม่สามารถต่อต้านมันได้ ในที่สุดเซนก็ได้ยอมแพ้และปล่อยให้ร่างกายของตนเองถูกดูดเข้าประตูไป

    เมื่อร่างของเซนผ่านประตูไปภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง นั่นหมายความว่าชายหนุ่มถูกเคลื่อนย้ายมาสถานที่อื่นอีกแล้ว แต่ครั้งนี้แตกต่างอีกไปเพราะเขาอยู่ในสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมที่สร้างจากอิฐและไม่ได้ซับซ้อนอะไร

    ห้องสี่เหลี่ยมนั้นเพียงแค่เซนมองผ่านๆ เพียงรอบเดียวก็รับรู้ได้ว่าไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ นอกจากประตูสีขาวแบบเดียวกันสองบานที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าเขา ประตูทั้งสองต่างปิดสนิท และเซนคิดว่าหากเขาเลือกเปิดบานใดบานหนึ่งมันจะดูดเขาเข้าไปภายในประตูโดยทันที เหมือนกับที่โดนก่อนหน้า

    บริเวณกึ่งกลางที่ตั้งของประตูทั้งสองมีป้ายไม้เก่าๆ เขียนไว้ด้วยตัวหนังสือโง่ๆ อยู่ไม่กี่คำ เมื่อเซนเห็นมันเข้าก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าคนสร้างสถานที่แห่งนี้นั้นขี้เกียจอย่างมาก

    ‘โชคชะตาของท่านขึ้นอยู่กับการเลือกประตู’

    นั่นคือเนื้อหาที่เขียนอยู่ที่ประตู มันดูไม่มีความซับซ้อนและไม่มีอะไรเลย แม้ว่าเซนจะพยายามคิดจนปวดหัวแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ต้องยอมแพ้และต้องเลือกบานประตูสักบานเบื้องหน้า

    “ซ้ายหรือขวาดี?”

    เซนตัดสินใจภายในใจตนเองเงียบเขาเลือกเดินไปที่ประตูบานขวา มีคำกล่าวเอาไว้ว่าขวาร้ายซ้ายดี แต่เซนไม่เชื่อแบบนั้นเพราะเขาคิดว่าผู้สร้างนั้นอาจจะต้องการให้ผู้คนเลือกเดินไปทางซ้าย

    เมื่อเซนเดินไปแตะลูกบิดประตูด้านขวาที่เขาเลือกอยู่ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับประตูด้านซ้าย บานประตูที่นิ่งมาตลอดอยู่ๆ ก็เปิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเกิดแรงดึงดูดที่เซนไม่สามารถต่อต้านได้

    “บัดซบ!”

    เซนถึงกับสบถออกมาในขณะที่มือทั้งสองของเขายึดติดอยู่กับลูกบิดประตูที่เขาเลือกอย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถเปิดประตูบานนั้นได้ นอกจากนี้แรงดึงดูดยิ่งมายิ่งรุนแรงขึ้นจนทำให้เซนตัวลอยและไม่สามารถเกาะประตูด้านขวาไหวอีกต่อไป ถูกดูดเข้าไปเหมือนกับครั้งแรกที่เขาโดน

    ‘ถ้าจะไม่ให้ข้าเลือกเจ้าจะสร้างประตูมาสองบานทำเพื่อ? นอกจากนี้ป้ายไม้นั่นเขียนไปทำไม’

    เซนได้แต่คิดอย่างหงุดหงิดในใจ อย่างไรก็ตามสิ่งใดจะเกิดมันก็ต้องเกิด เซนถูกส่งมาที่ห้องโถงกว้างที่ปิดล้อมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ห้องโถงถูกจุดไฟขึ้นทำให้ชายหนุ่มสามารถมองเห็นสภาพรอบๆ ได้อย่างชัดเจน

    “บัดซบประตูบ้านั่นมันกำลังทำให้ข้าโกรธแทบตาย”

    เสียงของชายชราเข้าสู่หูของเซนทำให้เซนค้นพบว่ามีกลุ่มคนที่อยู่ที่นี่นอกจากเขาด้วย กลุ่มคนนั้นเมื่อเซนมองเห็นเขาก็จำได้ทันทีเพราะเขาเคยพบกับกลุ่มคนพวกนั้นตอนก่อนที่จะเข้ามายังดินแดนแห่งหายนะแห่งนี้

    “ปรมาจารย์มังกรเขียว ดูเหมือนจะมีคนอื่นอยู่ที่นี่นอกจากเราด้วยขอรับ”

    ชายวัยกลางคน คนหนึ่งที่ปลดปล่อยพลังวิญญาณระดับกึ่งเทวะออกมากล่าวบอกกับปรมาจารย์มังกรเขียวตัวตนขั้นเทวะ

    ปรมาจารย์มังกรเขียวเมื่อได้ยินเช่นนั้นมันก็แค่นเสียงออกมาอย่างหงุดหงิดพร้อมกับมองมาที่เซนด้วยสายตาดุร้าย หากเกิดการต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายขึ้นมาจริงๆ เซนเกรงว่าเขาคงจะลำบาก เพราะอีกฝ่ายนั้นมีตัวตนเทวะอยู่หนึ่งคน แถมยังมีคนอื่นๆ อีกสี่คนที่เป็นตัวตนกึ่งเทวะ

    ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายต่างหวาดระแวงและจ้องมองกันอยู่นั้น ได้ปรากฏกลิ่นอายพลังวิญญาณปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา ก่อนที่มันจะก่อตัวกันกลายเป็นแหล่งพลังวิญญาณขนาดใหญ่

    “นี่อะไรกัน?”

    หนึ่งในตัวตนกึ่งเทวะของสำนักมังกรมรกตได้กล่าวขึ้นอย่างสงสัย ภาพต่อมาก็ทำให้พวกเขาตกตะลึง แต่คนที่ตกใจที่สุดก็น่าจะเป็นเซนเพราะกลุ่มพลังวิญญาณเหล่านั้นได้ก่อตัวและรวมตัวกันจนเกิดเป็นตัวอักษรแถวหนึ่ง เขียนเอาไว้สั่นๆ ว่า

    “สังหารศัตรูเท่านั้นจึงจะได้ไปต่อ…”

    ปรมาจารย์มังกรเขียวอ่านออกเสียงตัวอักษรที่ปรากฏขึ้น เมื่อทราบถึงเนื้อหาแล้วมันก็ได้จ้องมองมาที่เซนด้วยสายตาที่เปี่ยมไว้ด้วยจิตสังหาร ไม่ต้องสงสัยเลยพวกมันต้องการจะไปต่อเร็วๆ และพวกมันจะต้องสังหารเซนแน่ๆ

    ถึงแม้ว่าเซนจะถูกจ้องมองด้วยสายตาฆ่าฟันหลายจำนวน และล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งพอๆ กับเขา แต่ชายหนุ่มกลับมีท่าทางสงบตลอดเวลา เมื่อเห็นท่าทีของเซนทำให้ฝั่งของสำนักมังกรมรกตประหลาดใจอยู่ไม่น้อย มันเริ่มหวาดระแวงว่าเซนนั้นจะเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง

    อย่างไรก็ตามเมื่อปรมาจารย์มังกรเขียวกล่าวขึ้นทำให้พวกคนที่เหลือรู้สึกเบาใจลงพร้อมกับมองมาที่เซนด้วยสายตาเวทนา

    “ระดับกึ่งเทวะ น่าเสียดายทั้งที่ยังเยาว์วัยอยู่แท้ๆ แต่กลับต้องมาจบชีวิตที่นี่ แต่ไม่ต้องเสียใจไปเพราะ…”

    ปรมาจารย์มังกรเขียวพยายามที่จะกล่าวโน้มน้าวเซนไม่ให้ต่อต้าน และให้มันฆ่าแต่โดยดี อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาร่างของเซนก็หายไปจากสายตาของมัน แต่มีหรือการเคลื่อนไหวของเซนนั้นจะสามารถรอดพ้นจากสายตาของตัวตนระดับเทวะไปได้ มันหันกลับมาหาพรรคพวกของมันพร้อมกับคำรามเสียงดังก้องเพื่อเตือนอีกฝ่าย

    “มันอยู่ข้างหลังเจ้า…”

    ยังไม่ทันที่สหายร่วมสำนักจะตอบสนองใดๆ ดาบรูปร่างประหลาดของชายหนุ่มแปลกหน้าก็ทางเข้ามาที่กลางหลังของมันเสียแล้ว ดาบไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นชายหนุ่มยังดึงดาบออกและฟาดฟันไปสามที ตัดร่างของกึ่งเทวะผู้หนึ่งขาดเป็นสามส่วน ไม่ต้องสืบก็รู้ว่ามันตายอย่างแน่นอน

    “เจ้า…เจ้ามันขี้ขลาดเหตุใดจึงใช้วิธีโจมตีเช่นนี้ หากว่า…”

    เมื่อเห็นว่าสหายของตนถูกสังหารโดยที่ไม่ทันเรียกใช้พลังวิญญาณตัวตนกึ่งเทวะผู้หนึ่งก็ได้กล่าวออกมาต่อว่าเซน อย่างไรก็ตามเซนกลับกล่าวออกมาทันทีโดยไม่ได้สนใจ

    “การต่อสู้มันเริ่มขึ้นตั้งนานแล้ว ห้าต่อหนึ่งเจ้ามีสิทธิ์มาพูดถึงวิธีของข้าด้วย?”