วิวทิวทัศน์ยามบ่ายสองข้างทาง เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ ถนนสายหลักของโตเกียว ยังคงคึกคักไปด้วยรถราที่วิ่งสวนกันอย่างไม่หยุดนิ่งแม้ว่าโลกจะผ่านเหตุการณ์หายนะมาแล้วก็ตาม
ท้องฟ้าสีหม่นถูกปกคลุมด้วยหมอกควันบางๆ อาคารสูงระฟ้าตั้งเรียงรายกันเป็นแนว บางตึกรูปร่างแปลกตา ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาและความทันสมัยเสียงรถยนต์ที่แล่นผ่าน และเสียงพูดคุยของผู้คนดังคลอเคล้าในอากาศ สร้างบรรยากาศอันคุ้นเคยของเมืองหลวงอันวุ่นวายแห่งนี้
“รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้ได้เป็นฮันเตอร์แล้ว”
กาโต้มือกุมพวงมาลัยเอ่ยปากถามขึ้นขณะที่เรย์นั่งอยู่บนรถซีดานคันเก่าต้นศตวรรษที่ยี่สิบด้านฝั่งข้างคนขับ เขาละสายตาจากมุมเมืองหันมาตอบคำถามกาโต้
“รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยถึงคุณกาโต้จะเคยบอกว่ามันง่าย แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะง่ายระดับนี้น่ะครับ”
เรย์มองดูแท่งเข็มกลัดสีขาวรูปทรงเรียบๆ อันเป็นสัญลักษณ์ขั้นต่ำสุดซึ่งตนเพิ่งได้รับมาพลางนึกย้อนไปถึงยังสำนักงานย่อยของสมาพันธ์ฮันเตอร์ขั้นตอนยื่นเรื่องมีเพียงนิดเดียว แค่ระบุหมายเลขบัตรประชาชน สแกนลายนิ้วมือและมีเจ้าหน้าที่มาตัววัดระดับพลังของผู้ตื่นรู้เพื่อยืนยันก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“ที่ยากน่ะ...คือการเลื่อนระดับต่อจากนี้ต่างหาก หลังจากนี้พวกเราคงต้องขยันกันหน่อยแล้วนะ”
กาโต้กล่าวพลางยิ้มมุมปาก
“ครับผมจะพยายามทำให้เต็มที่”
เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นสายตาของเขามองออกไปยังถนนข้างหน้าที่ทอดยาวสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะก้าวผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในอนาคต
รถซีดานคันเก่าแล่นไปตามถนนสายยาวผ่านย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยอาคารกระจกสูง และเข้าสู่เขตชานเมืองกาโต้ใช้เวลาในการขับรถประมาณสามสิบนาทีก่อนที่จะมาถึงหน้าร้านขายอาวุธที่ตั้งอยู่ในย่านที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านป้ายไฟหน้าร้านขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า
‘เดปป้า&ลอว์ก้า มาสเตอร์สมิธ’
"หืม...เดปป้างั้นเหรอครับ?"
"ฟังดูแล้วเป็นชื่อที่โมเอะสุดๆ เลยใช่ไหมล่ะ ...แต่อย่าไปคาดหวังอะไรแบบนั้นจะดีกว่าเพราะเป็นตาลุงวัยย่างเลขห้าแล้ว"
กาโต้ทำสีหน้าอ่านยากพร้อมกับหัวเราะหึๆ ออกมา
หลังจากได้ยินเรื่องที่เขากำลังต้องการซ่อมแซมอาวุธอีกฝ่ายจึงอาสาพามายังร้านที่ตนเองคุ้นเคย และใช้บริการอยู่เป็นประจำ
กาโต้เดินนำเขาผลักประตูเข้าไปภายในร้านด้านในมีอาวุธชุดเกราะเรียงรายเต็มหมดทั้งสองฟากฝั่ง มีตั้งแต่แขวนติดผนังและบางส่วนใส่ไว้ในตู้กระจก ผนังร้านถูกประดับด้วยแสงไฟอ่อน ๆที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็แฝงไปด้วยความดุดันของอาวุธที่แขวนอยู่รอบด้านกลิ่นเหล็กและน้ำมันหล่อลื่นของอาวุธอบอวลอยู่ในอากาศเพิ่มบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกเหมือนเข้ามาในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานแห่งการต่อสู้
เรย์มองไปรอบ ๆ อย่างสนใจนี่เป็นครั้งแรกที่เข้ามาในร้านขายอาวุธแบบนี้ เขาเห็นทวินเบลดหรือดาบสองปลายที่มีลายสีเพลิงบนใบดาบมันดูคมกริบสะท้อนแสงเป็นมันวาว มองไปอีกตู้ก็เห็นหมวกเกราะอัศวินสีเงินสลักไว้ด้วยลวดลายประหลาด
“ไง... เดปป้า”
เสียงทักทายของกาโต้ดังขึ้นขณะผู้ที่ถูกทักทายกำลังหันข้างดูรายการวาไรตี้จากทีวีรุ่นเก่าซึ่งติดอยู่บนข้างผนังหลังเคาน์เตอร์บริการ
“โอ้~ นายนี่เองกาโต้...โผล่มาเร็วแบบนี้อย่าบอกนะว่ากำไลเหนี่ยวนำเวทที่สร้างจากเปลือกไม้ในป่าเมิร์ควู้ดจะชำรุดเสียแล้ว?”
ชายที่ชื่อเดปป้าลูบคางอย่างสงสัยว่าสิ่งที่ตนเพิ่งคราฟให้ไม่น่าจะชำรุดเร็วแบบนั้น
กาโต้รีบโบกมือหยอย ๆ ปฏิเสธ
“ฉันไม่ได้เอาอะไรมาซ่อมหรอกแต่พาลูกค้ามาให้ต่างหากล่ะ”
เรย์เดินขึ้นมายืนเทียบข้างกาโต้หน้าเคาน์เตอร์จึงได้เห็นชายที่ชื่อเดปป้าอย่างเต็มตา อีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติผิวดำไว้ผมทรงแอฟโฟร่ มีรูปร่างใหญ่โตสูงประมาณร้อยเก้าสิบได้จากการประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ
“ว่าไงเจ้าหนุ่ม...อยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไรดีล่ะ?”
อีกฝ่ายถามเรย์ด้วยสำเนียงญี่ปุ่นแบบชัดแจ๋วราวกับอยู่ประเทศนี้มาทั้งชีวิต
“ช่วยดูดาบเล่มนี้ให้หน่อยครับ...ผมอยากรู้ว่าพอจะซ่อมแซมมันไหวไหม”
เขาวางดาบคาตานะผุพังเล่มยาวลงบนเคาน์เตอร์
“โอ้! ความยาวนั่น... ด้ามจับสักสามสิบเซนรวมกับใบดาบแล้วคงประมาณร้อยหกสิบเซนได้ โนดาชิงั้นรึ... ไม่ใช่ดาบโค้งแต่เป็นดาบตรง”

เดปป้ากล่าวอย่างสนใจมือขยับดึงดาบออกจากฝักตรวจเช็กสภาพ ด้ามจับเป็นโลหะเปลือยที่ถูกผ้าสีขาวพันไว้ลวกๆ แทน จึงไม่มีส่วนโกร่งดาบคอยกั้นระหว่างใบดาบและด้ามจับ
เดปป้าลูบคล่ำไปบนตัวใบดาบซึ่งมีร่องรอยผุพังแตกเป็นสะเก็ดด้านคมขรุขระไม่เรียบเนียน
“ดูเหมือนเจ้านี่จะผ่านอะไรมาเยอะน่าดูเลยนะ”
“เป็นไงบ้างเดปป้าซ่อมไหวไหม”
กาโต้เป็นฝ่ายถามขึ้นแทนหลังจากเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังตั้งสมาธิ หลังจากพูดจบ
“ซ่อมน่ะ... พอไหวแต่ติดปัญหาตรงที่—”
“พ่อหยิบกระดูกสันหลังของเจ้าทิลดิไลอ้อนให้หน่อยสิหนูมีไอเดียเจ๋ง ๆ ใช้มันขึ้นรูปชุดเกราะตัวใหม่ตามใบสั่งแล้ว”
เสียงแหบห้าวของหญิงสาวคนหนึ่งดังแทรกขึ้นขัดจังหวะออกมาจากทางหลังร้านซึ่งมีผ้าม่านกั้นสายตาจากคนภายนอกไว้เห็นเพียงแสง ๆ สีเพลิงจากเตาหลอมรอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเพียงเท่านั้น
“ลอว์ก้า...ลูกออกมาดูอะไรนี่ให้แด๊ดดี้หน่อยสิ”
“หนูใช้พ่อหยิบของไม่ใช่ให้พ่อเรียกใช้หนูกลับนะ!”
น้ำเสียงหงุดหงิดมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ตรงใกล้เข้ามา
หญิงสาวคนหนึ่งยื่นหัวออกมาจากหลังม่านในสภาพที่มีรอยถ่านสีดำเปื้อนใบหน้าเป็นจุดๆ แต่ก็ยังไม่สามารถปกปิดความงามของเธอได้
เธอมีลักษณะเป็นลูกครึ่ง มีผิวสีเข้มถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทว่าโครงหน้าสวยคมแบบชาวเอเชีย เส้นผมสีม่วงเข้มถูกจัดเป็นลอนนุ่มแบบหลวม ๆที่ปลายผมเธอสวมเสื้อครอปแขนกุดสีดำรัดรูป โชว์ให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าได้รูปและกล้ามเนื้อที่มีความกระชับอย่างดีโชว์เอวที่แบนราบและเข้ากับรูปร่างที่แข็งแรงของเธอ

“หนูกำลังยุ่งอยู่ไม่เห็นรึไงถ้าไม่สำคัญพอล่ะก็... หนูจะเอาความลับของพ่อเรื่องวันเทศกาลดอกไม้ไฟปีที่แล้วไปขายให้กับแม่!”
เดปป้าที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มขำเพราะรู้นิสัยขี้หงุดหงิดของลูกสาวตัวเองดีเขาเพียงยื่นดาบยาวให้อีกฝ่ายตรวจดู
“โถ่! เบบี๋ อย่าเพิ่งโมโหแด๊ดดี้อย่างนั้นมาลองดูนี่ก่อนสิแล้วจะแปลกใจ”
“นี่มันอะไรอ่ะ”
เธอถามด้วยมาดนักเลงโต ดึงแว่นก๊อกเกิ้ลขึ้นไปคาดไว้บนหัวแล้วรับดาบมาถือด้วยใบหน้าขุ่นมัว
ทว่า...เธอก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีหลังจากได้ใช้ความสามารถของตัวเองวิเคราะห์องค์ประกอบอาวุธชิ้นนี้
“โอ้โหแค่ดูจากวัสดุดั้งเดิมที่ใช้ในการสร้างของมันก็รู้แล้วว่าเป็นของหายากไปหามาได้ยังไงน่ะพ่อ ใครเป็นเจ้าของสาวน้อยเล่มนี้เนี่ย”
“...ได้มาด้วยความบังเอิญน่ะครับ”
เรย์คิดว่าเจ้าของอย่างเขาควรกล่าวแสดงตัวสักหน่อยแม้จะแปลกใจไปบ้างที่เธอเรียกดาบของเขาด้วยสรรพนามเช่นนั้น
ลอว์ก้าหญิงสาวผู้มีใบหน้าบูดบึ้งเป็นนิจอยู่เสมออันเป็นเสน่ห์ประจำตัวที่มักดึงลูกค้าหนุ่ม ๆ เข้ามาไม่ขาดทว่าในวันนี้กลับเธอกลับแสดงความกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าปกติ เมื่อได้สัมผัสลูบคล่ำของชิ้นนี้
ประกายห้องตีอาวุธหม่น ๆ ยังดูสดใสตามไปด้วย
“นี่มีสิทธิ์เป็นของระดับเกรดเทียร์สีทองหรือมากกว่านั้นได้เลยนะถึงเธอจะดูมอมแมมไปบ้าง แต่หากได้รับการบำรุงล่ะก็หนูจะทำให้เธอกลับมาเลอโฉมเปล่งประกายเชิดฉายอย่างแน่นอน”
เธอมองมันด้วยแววตานกเหยี่ยวกำลังมองเหยื่อ
เรย์เห็นหญิงสาวเอาแก้มถูไถไปมาบนใบดาบด้วยความหลงใหลอย่างน่าประหลาดเมื่อมองผ่านสายตาของเขา
“หูยหอมจังเลย~ สาวน้อยอย่างเธอมีกลิ่นที่ดีมากเลยนะเนี่ย”
ลอว์ก้ายังคงพึมพำกับตนเองไม่หยุดด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้มซึ่งแตกต่างกับตอนแรกอย่างสิ้นเชิงไม่เปิดช่องให้ใครได้แทรก
เรย์กับกาโต้หันมาสบตากันแล้วกาโต้ก็ยักไหล่ประมาณว่า ‘ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ’
“หนูจะมีโอกาสได้ซ่อมมันจริงๆ เหรอพ่อ!?”
เธอถามขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
“อะแฮ่มเบบี๋ใจเย็น ๆ นะ... เขาไม่น่ามีวัตถุดิบเตรียมให้เราหรอกลูก”
ประโยคของเดปป้าทำให้ลูกสาวต้องชะงักงันไปพอได้ยินว่าไม่มีวัตถุดิบหายากสำหรับลงมือซ่อมแซมให้กลับคืนสภาพเดิมสีหน้าก็พลันห่อเหี่ยวจ๋อยลงทันทีทันใด หลอดอารมณ์จากขึ้นสูงสุดกลับสู่สามัญ
“นั่นสินะ...ถ้าสามารถมีวัตถุดิบเหล่านั้นมาไว้ในครอบครองได้ก็คงไม่มีทางมาโผล่เป็นลูกค้าในร้านต๊อกต๋อยแบบนี้หรอก”
แดดดี้เริ่มยิ้มอย่างเหนื่อยใจเมื่อฟังแต่ละคำของลูกสาว
“นั่น... ดูพูดเข้า”
“เอ่อขอโทษที่ต้องขัดบทสนทนาของพวกคุณนะฉันกำลังสงสัยว่ามันต้องใช้วัตถุดิบเกรดไหนกันแน่พวกคุณพ่อลูกถึงทำได้ท่าทางแบบนั้นน่ะ”
“อ่าวคุณกาโร่ก็อยู่ด้วยงั้นหรือคะ”
หญิงสาวทำเหมือนเพิ่งเห็นตัวตนของกาโต้
“ฉันก็อยู่ด้วยตั้งแต่แรกแล้วล่ะ...แต่ฉันชื่อกาโต้เฟ้ย! ไม่ได้สนใจกันเลยสินะลอว์ก้าจัง!”
กาโต้ทำหน้าขม ๆ บ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนัก
ลอว์ก้าหยิบสิ่งที่ดูเหมือนแท็บเล็ตออกมาจากใต้เคาน์เตอร์เธอก้มหน้าขยับรัวนิ้วมือจดอะไรบางอย่าง
“จากที่ฉันกับลูกสาวตรวจสอบแล้วดูเหมือนว่ามันเป็นของระดับหายากอย่างที่ได้ยินไปนั่นแหละการจะซ่อมมันต้องใช้วัตถุดิบระดับสูงเป็นจำนวนมาก เพื่อฟื้นฟูส่วนที่เสียหายและเรียกคืนคุณสมบัติดั้งเดิม”
เดปป้าเก็บดาบเข้าฝักและส่งกลับคืนสู่มือเจ้าของ
“อะ—นี่”
ลอว์ก้าเลื่อนหน้าจอหันกลับมาให้เขาดูกาโต้ที่ประกบอยู่ด้านข้างชะโงกหน้ามาดูด้วยบ้าง
“มันคืออะไรครับ?”
“รายการวัตถุดิบที่ต้องใช้ไง”
เด็กสาวกล่าวอย่างทื่อมะลื่อก่อนจะสะบัดผมเดินหันหลังเดินพลุบหายเข้าไปหลังม่านของร้าน
กาโต้ที่ได้เห็นใบรายการสบถออกมาอย่างลืมตัวมีรายชื่อวัตถุดิบมากมาย แต่สิ่งที่สะดุดตาถึงกับทำให้ตนสบถออกมาคือผงกระดูกยักษ์แห่งหอไตร มังสาเทวะอสูร เลือดอสุราระดับขัตติยวงศ์ แร่สีชาด ศิราอาบโลหิต บุปผาสีเลือด
“ของเหล่านี้ที่เธอเห็นอยู่พบได้แต่ในดันเจี้ยนระดับสูงแทบทั้งหมด เรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึง”
กาโต้ตบไหล่เด็กหนุ่มอย่างอับจนปัญญา
“บอกตามตรงว่าร้านไหนๆ ก็ไม่มีวัตถุดิบหายากพวกนี้หรอกนอกจากพวกกิลด์ใหญ่ และต่อให้มีพวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยขายในรูปแบบปกติแน่...ถ้ายังไงลองเลือกดาบเล่มอื่นในร้านไปใช้แทนก่อนดีไหม ฉันจะลดราคาให้เป็นพิเศษในฐานะเพื่อนของกาโต้เลย”
เดปป้าก็กล่าวอย่างเห็นใจเช่นกันเมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดหวังจากเด็กหนุ่มตรงหน้า
“ไม่เป็นไรครับผมยังมั่นใจที่จะใช้งานมันอยู่... เมื่อผมรวบรวมวัตถุดิบครบได้ในสักวันคงต้องกลับมาขอรบกวนคุณเดปป้าอีกครั้งนะครับ”
เรย์คิดว่าตนเองมีความทรงจำเกี่ยวกับดาบเล่มนี้อยู่มากมายในหลายๆ ความหมาย
“ฮ่าฮ่าแล้วฉันจะเฝ้ารอให้ถึงวันนั้นนะ ลอว์ก้าจะต้องดีใจมากแน่ ๆ เลยล่ะ”