ภายในโถงอพาร์ตเมนต์หมายเลข 27 มีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลที่กะพริบติด ๆ ดับ ๆ ตอนนี้เชือกดึงสวิตช์ไฟได้กลายมาเป็ของเล่นชิ้นใหม่ของหลินโยวโยวไปเสียแล้ว
เด็กหญิงดึงเล่นอยู่พักใหญ่จนพอใจ จึงเริ่มออกเดินสำรวจรอบ ๆ ชั้นหนึ่ง
ทั้งโถงกว้างของอพาร์ตเมนต์และห้องนอนส่วนตัวของเธอ ล้วนตั้งอยู่บนชั้นนี้ทั้งหมด เธออยากจะลองขึ้นไปดูบนชั้นสองใจจะขาด ทว่าตรงทางเดินขึ้นบันไดกลับถูกปิดกั้นไว้ด้วยประตูเหล็กแ่า
[ตรวจพบว่าโฮสต์ยังมีแพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ได้เปิด โฮสต์้าเปิดใช้งานตอนนี้เลยหรือไม่?]
หลินโยวโยวเบิกตากว้างด้วยความคาดหวัง "เปิดเลย!"
[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับเหรียญทองเริ่มต้นจำนวนห้าร้อยเหรียญ เหรียญทองนี้สามารถนำไปใช้ในการปลดล็อกห้องพักและอัปเกรดระบบได้]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนนั้น เบื้องหน้าของหลินโยวโยวก็ปรากฏแผงควบคุมเรืองแสงแบบกึ่งโปร่งใสขึ้นมา
บนแผงนั้นมีไอคอนเพียงสองอันเท่านั้นที่มีสีสันสว่างไสว ส่วนไอคอนอื่น ๆ ที่เหลือล้วนเป็สีเทามืดมน ที่มุมล่างสุดของแผงควบคุม มีตัวเลข 500 ปรากฏอยู่เด่นหรา
เนื่องจากหลินโยวโยวเป็เด็กสี่ขวบที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก เธอจึงอาศัยความเดียงสา รู้แค่ว่าตรงไหนมีแสงสว่างก็ใช้นิ้วจิ้มตรงนั้นทันที
เธอเอื้อมมือไปกดไอคอนสีอันที่ใหญ่ที่สุด ทันใดนั้นไอคอนอีกอันที่อยู่ด้านล่างก็แปรเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น พร้อมกับตัวเลข 500 ที่ลดฮวบลงมาเหลือเพียงแค่ 100
[ยินดีด้วย โฮสต์ทำการปลดล็อกห้องเดี่ยวสำเร็จหนึ่งห้อง ขาดอีกเพียงสี่ร้อยเหรียญทองอพาร์ตเมนต์จะได้รับการอัปเกรดเป็ เลเวล.1 ขอให้โฮสต์พยายามต่อไป!]
แกรก!
ท่ามกลางความเงียบสงัดของโถงอพาร์ตเมนต์ เสียงกลไกบางอย่างปลดล็อกก็ดังขึ้น
หลินโยวโยวหันขวับไปตามเสียงทันที แล้วก็พบว่าประตูเหล็กที่เคยล็อกทางขึ้นบันไดเอาไว้แ่า จู่ ๆ กลับเปิดอ้าออกเองอย่างน่าอัศจรรย์
เด็กน้อยตกตะลึงตาค้างอีกหน เธอค่อย ๆ เดินเตาะแตะไปที่ปากทางขึ้นบันได ชะโงกศีรษะเล็ก ๆ แอบมองขึ้นไป้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
เธอยืนซุ่มดูอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่า้าเงียบเชียบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว จึงค่อย ๆ ย่องเหยียบขั้นบันไดขึ้นไปชั้นบนอย่างแ่เบา
เมื่อขึ้นมาถึง ฝั่งซ้ายมือของชั้นสองเป็ห้องน้ำรวม ซึ่งมีอ่างล้างหน้าตั้งตระหง่านอยู่ และมันก็สูงเกินกว่าตัวเธอไปมาก
เด็กน้อยยื่นมือเล็ก ๆ ไปหมายจะแตะก๊อกน้ำ พยายามเขย่งปลายเท้าอยู่นานสองนานแต่ก็ยังเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี
เธอละมือลงอย่างนึกเสียดาย แล้วออกเดินสำรวจรอบ ๆ ห้องน้ำด้วยความอยากรู้อยากเห็นราวกำลังสวมบทบาทเป็ลูกแมวตัวน้อย จากนั้นจึงหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องพักห้องแรกที่อยู่ทางฝั่งขวา
และทันทีที่ร่างเล็กก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้องเดี่ยว อุปกรณ์เซนเซอร์อัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่บนประตูก็ส่งเสียง ‘ติ๊ด’ พร้อมกับบานประตูที่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกเอง
ั้แ่ก้าวเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเมนต์หลังนี้ ริมฝีปากเล็ก ๆ ของหลินโยวโยวแทบจะไม่เคยหุบลงได้เลยด้วยความตื่นตาตื่นใจ
เธอเบิกตากลมโตมองฝ่าความมืดเข้าไปข้างใน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา "มีใครอยู่ไหมคะ?"
ทว่ามีเพียงความเงียบงันที่ตอบกลับมา
หลินโยวโยวจึงก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างในอีกสองสามก้าว และภาพสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องก็ปรากฏสู่สายตา
มันเป็ห้องพักขนาดกะทัดรัด ผนังและพื้นเป็ปูนเปลือยสีเทาเรียบ ๆ แต่กลับสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นละอองจับ
ภายในจัดวางเตียงเดี่ยวไว้หนึ่งหลัง มีชุดโต๊ะเก้าอี้ และตู้เสื้อผ้าอีกหนึ่งใบ บนโต๊ะยังมีกาต้มน้ำวางเตรียมพร้อมไว้ ซึ่งของทุกชิ้นในห้องนี้ล้วนเป็ของใหม่เอี่ยมแกะกล่องทั้งสิ้น
รูปแบบการจัดวางสิ่งของแทบจะถอดแบบมาจากห้องนอนของเธอไม่มีผิดเพี้ยน
จุดที่แตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ ห้องนอนของเธอนั้นมีห้องน้ำส่วนตัวในตัว และขนาดความสูงของตู้เสื้อผ้ารวมถึงฝักบัวอาบน้ำ ก็ถูกปรับขนาดให้พอดีกับส่วนสูงของเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเธอโดยเฉพาะ
หลินโยวโยวเดินมองรอบ ๆ จนทั่วหนึ่งรอบ แล้วจึงหมุนตัวเดินกลับออกมา และทันทีที่เท้าเล็ก ๆ ก้าวพ้นธรณีประตู บานประตูก็เลื่อนปิดลงเองโดยอัตโนมัติ
เด็กหญิงเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา เธอจึงหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับประตูอีกครั้ง ระบบส่งเสียง ‘ติ๊ด’ แล้วบานประตูก็เปิดอ้าออกอีกหน
หลินโยวโยวมองว่ามันเป็เื่แปลกใหม่ที่น่าสนุกเหลือเกิน จึงลองเดินเข้าเดินออกเล่นแบบนี้อยู่ซ้ำ ๆ หลายรอบ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงท้องร้อง ‘โครกคราก’ ก็ดังประท้วงขึ้นมา จนทำให้เด็กน้อยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ั้แ่เช้าจนถึงป่านนี้เธอยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลยแม้แต่เม็ดเดียว!
หิวจังเลย... อยากหาอะไรกินจัง
หลินโยวโยวใช้มือลูบท้องที่แบนแฟบของตัวเองพลางออกเดินหาของกินไปทั่วอพาร์ตเมนต์ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบสิ่งใดที่พอจะเคี้ยวกลืนลงคอได้เลย
เธอหิวโซจนตาเริ่มพร่าเลือน มองไปที่โต๊ะไม้ก็เห็นภาพลวงตาเป็บิสกิตอัดแท่งชิ้นั์ จึงโผเข้าไปกอดขาโต๊ะแล้วอ้าปากกัดลงไปเต็มแรงคำหนึ่ง
"ถุย! ถุย!..."
แข็งก็แข็ง แถมยังไม่อร่อยเลยสักนิดเดียว!
[หากทำการอัปเกรดอพาร์ตเมนต์เป็ เลเวล.1 โฮสต์จะได้รับรางวัลเป็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โฮสต์สู้ ๆ นะ! รีบออกไปตามหาลูกค้ามาเช่าห้องเพื่อสะสมเงินทุนในการอัปเกรดเร็วเข้า!]
เสียงของระบบดังแว่วขึ้นมาในหัวของหลินโยวโยวอีกครั้ง
ดวงตาคู่กลมโตของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน "แล้วหนูต้องทำยังไงถึงจะหาเงินได้คะ?"
[เพียงแค่ปล่อยเช่าห้องพักบนชั้นสองให้ได้เหรียญทองครบห้าร้อยเหรียญ โฮสต์ก็จะสามารถส่งคำสั่งอัปเกรดอพาร์ตเมนต์ได้ทันที!]
"เช่าห้อง... เหรอคะ?"
หลินโยวโยวเอียงคอคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนสมองน้อย ๆ พอจะจับใจความอะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว
เธอะโลงจากม้านั่ง จากนั้นก็ซอยเท้าวิ่ง ตึก ๆ ๆ ออกไปทางประตูหน้าของอพาร์ตเมนต์ทันที
ทว่าเมื่อโผล่หน้าออกไป เธอกลับไม่พบสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงซอมบี้หน้าตาน่ากลัวหลายตัวที่กำลังเดินกะโผลกกะเผลกวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวตึก
หลินโยวโยวใกลัวจนใบหน้าถอดสี รีบหดหัวพาร่างเล็ก ๆ ถอยร่นกลับเข้ามาซ่อนตัวข้างในแทบไม่ทัน
"ข้างนอกไม่มีคนเลยค่ะ มีแต่ซอมบี้เต็มไปหมด... ถ้าหนูยอมปล่อยให้พวกซอมบี้เช่าห้อง พวกเขาจะมีเงินทองมาจ่ายให้หนูไหมคะ?"
ระบบได้ยินเช่นนั้นถึงกับเงียบกริบไปทันที
เดิมทีโฮสต์ที่มันเลือกสรรมาอย่างดิบดีกลับเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันในนาทีสุดท้าย ทำให้มันจำใจต้องฝืนผูกมัดระบบเข้ากับเด็กหญิงวัยเพียงสี่ขวบคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก
มาถึงตอนนี้... หากมันคิดจะขอยกเลิกการผูกมัดระบบ จะยังทำทันอยู่ไหมนะ?
"ท่งท่ง*[1] ทำไมไม่พูดล่ะคะ? ข้างนอกไม่มีคนเดินผ่านเลยสักคนเดียว แล้วหนูจะไปหาลูกค้าจากที่ไหนมาเช่าห้องได้ล่ะ?"
ทางด้านระบบเลือกที่จะรูดซิปปากเงียบ และเริ่มแสร้งทำตัวล่องหนหายสาบสูญไปเสียดื้อ ๆ
หลินโยวโยวลูบท้องตัวเองพลางพ่นลมหายใจออกทางปากเบา ๆ เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องส่วนตัว จากนั้นก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มประทังความหิวดัง กึก ๆ ๆ จนหมดแก้ว
เธอหิวมากจริง ๆ หากไม่ใช้น้ำลูบท้องเอาไว้ เกรงว่ายังไม่ทันค่ำคืนนี้ที่ลูกค้าจะมาเช่าห้อง เธอคงต้องนอนหิวตายกลายเป็ศพเฝ้าตึกไปเสียก่อน
หลินโยวโยวนั่งแปะอยู่บนพื้นโถงอพาร์ตเมนต์ นั่งรอแล้วรอเล่าจนกระทั่งท้องฟ้าภายนอกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดำสนิทก็ยังไม่มีวี่แววของลูกค้าเลยสักคน
เด็กน้อยอ้าปากหาวหวอดด้วยความง่วงงุน ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะยันกายลุกขึ้นเพื่อกลับไปนอน เสียงแจ้งเตือนไร้อารมณ์อันแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู
[โฮสต์มีผู้มาเยือนคนใหม่ โปรดออกไปต้อนรับโดยเร็ว!]
ดวงตาของหลินโยวโยวพลันเบิกกว้างเป็ประกายวับ ความง่วงงุนสลัดหลุดหายไปเป็ปลิดทิ้งในพริบตา
เธอยกขาเล็ก ๆ สั้น ๆ ออกวิ่ง ตึก ๆ ๆ ตรงไปยังประตูหน้าอพาร์ตเมนต์ด้วยความตื่นเต้น
ภาพที่ปรากฏคือ ร่างของซูมู่หยางที่นอนฟุบหมดสติอยู่ตรงหน้าประตูอพาร์ตเมนต์ มือขวาของเขายังคงกุมาแฉกรรจ์ที่หน้าท้องเอาไว้แน่น โดยมีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมทะลักออกมาตามง่ามนิ้วไม่ขาดสาย
ดวงตาของเขาปิดสนิท พร้อมกับใบหน้าที่ขาวซีดไร้สีเื
และถัดออกไปด้านหลังของเขา มีฝูงซอมบี้กลุ่มใหญ่กำลังยืนออกันอยู่ ทว่าพวกมันกลับถูกกั้นเอาไว้ด้วยกำแพงล่องหนในระยะห่างสามเมตรจากตัวอพาร์ตเมนต์ ไม่สามารถก้าวล้ำเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียว
หลินโยวโยวเห็นสภาพของเขาก็ใจนตาโต
เธอค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ หมอบราบร่างเล็ก ๆ ลงกับพื้นอพาร์ตเมนต์แล้วชะโงกหน้าออกไปแอบดูสถานการณ์ภายนอกอย่างระมัดระวัง
เมื่อมั่นใจเต็มร้อยว่าพวกซอมบี้ด้านนอกไม่มีปัญญาเข้ามาทำร้ายได้ และบนพื้นก็มีเพียงพี่ชายคนนี้นอนอยู่คนเดียว
เธอจึงค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเคียงข้างร่างนั้น แล้วยื่นนิ้วเล็ก ๆ ไปจิ้มที่แก้มของซูมู่หยางเบา ๆ "พี่ชายคะ... พี่ยังไม่ตายใช่ไหมคะ?"
ซูมู่หยางขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยด้วยความเจ็บแปลบ
เขายังมีลมหายใจอยู่... ดีจังเลย!
หลินโยวโยวลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าพอสายตากลมหันไปสบเข้ากับาแเหวอะหวะที่หน้าท้องของเขา คิ้วเรียวเล็กของเธอก็ขมวดมุ่นเข้าหากันจนยุ่งเหยิง
ทำไมพี่ชายคนนี้ถึงได้าเ็สาหัสขนาดนี้กันนะ?
หากปล่อยทิ้งให้เขานอนตากลมหนาวอยู่ข้างนอกนี้ต่อไป เขาจะต้องตายแน่ ๆ เลยใช่ไหม?
ในวินาทีนั้น จิตใต้สำนึกของหลินโยวโยวก็นึกถึงใบหน้าของแม่ขึ้นมา ตอนนี้แม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกบ้านคนเดียวเหมือนกัน หากแม่เกิดได้รับาเ็ขึ้นมาบ้าง จะมีใครใจดีคอยช่วยเหลือแม่เหมือนอย่างเธอไหมนะ?
พอนึกถึงตรงนี้ความเศร้าสร้อยก็เกาะกินใจ และเมื่อหันกลับมามองซูมู่หยาง เธอก็ยิ่งรู้สึกสงสารจับใจมากขึ้นไปอีก
เด็กหญิงตัดสินใจคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของเขา แล้วออกแรงลากร่างที่ใหญ่กว่าตัวเธอหลายเท่าเข้ามาข้างในบ้านอย่างทุลักทุเล
"พี่ชาย... ตัวหนักจังเลย!"
หลินโยวโยวรีดเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่างกาย แต่ก็ทำได้เพียงช่วยขยับร่างของเขาให้เคลื่อนตามมาได้ทีละนิดทีละหน่อยเท่านั้น
ในระหว่างที่ลาก ข้อเท้าของซูมู่หยางบังเอิญไปกระแทกเข้ากับขอบประตูอพาร์ตเมนต์ ความเ็ปที่แล่นริ้วส่งผลให้เขาต้องขมวดคิ้วแน่นกว่าเก่า
กระแสความเจ็บทำให้สติสัมปชัญญะที่ดับวูบเริ่มฟื้นคืนกลับมา ซูมู่หยางค่อย ๆ ปรือเปลือกตาคู่นิลสนิทขึ้นมองอย่างยากลำบาก
เขามองเห็นเด็กหญิงตัวผอมแห้งคนหนึ่ง ซึ่งดูจากกะเกณฑ์สายตาแล้วน่าจะมีอายุอานามไล่เลี่ยกับน้องสาวของเขา กำลังนั่งหอบแฮ่ก ๆ อยู่ข้าง ๆ พลางอ้าปากเอาอากาศเข้าปอดด้วยความเหน็ดเหนื่อย
บนร่างของเด็กน้อยสวมเพียงเสื้อไหมพรมตัวโคร่งขนาดใหญ่เกินตัว ซึ่งไม่รู้ว่าไปเก็บตกมาจากกองขยะไหน คอเสื้อที่กว้างขวางเกินไปนั้นแทบจะลื่นไหลหลุดลงมาจากลาดไหล่อันบอบบางของเธออยู่รอมร่อ
เธอผอมโซจนแทบเห็นกระดูก มีเพียงพวงแก้มสองข้างเท่านั้นที่มีเนื้อหนังอยู่บ้าง ส่วนดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นก็ดูโดดเด่นจนกินพื้นที่ไปเกือบหนึ่งในสามของใบหน้าเล็ก ๆ เสียแล้ว
"พี่ชาย ตื่นแล้ว!" หลินโยวโยวอุทานออกมาด้วยความดีใจ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยแววตาแห่งความคาดหวัง "พี่ชายสนใจจะเช่าห้องพักไหมคะ? ห้องพักของหนูทั้งสะอาดแล้วก็ถูกสุขลักษณะมาก ๆ เลยนะ!"
ซูมู่หยางยังไม่มีแรงเอ่ยปากตอบคำถามนั้น เขาทำเพียงกวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ ก่อนจะเค้นเสียงถามคำแรกออกมา "ที่นี่... มียาไหม?"
หลินโยวโยวส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ
ซูมู่หยางกัดฟันฝืนความเ็ป ค่อย ๆ พยุงร่างกายลุกขึ้นนั่งพิงผนัง "แล้วผู้ใหญ่ในบ้านของเธอไปไหนเสียล่ะ?"
หลินโยวโยวเม้มริมฝีปากแน่น หัวกลม ๆ ก้มต่ำลงมองพื้นในทันที
เมื่อเห็นปฏิกิริยาเงียบงันหลบสายตา ซูมู่หยางก็พอจะคาดเดาชะตากรรมของเด็กน้อยตรงหน้าได้ไม่ยาก ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกเวทนาสงสารเด็กหญิงคนนี้จับใจ เพราะเธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสาวผู้ล่วงลับของเขาไม่มีผิด
ตอนที่น้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยเธอก็ยังมีพี่ชายอย่างเขาคอยปกป้องอยู่เคียงข้าง
ทว่าเขานึกภาพไม่ออกเลยจริง ๆ ว่า เด็กหญิงตัวเล็กแค่นี้ จะเอาชีวิตรอดท่ามกลางความโหดร้ายในวันสิ้นโลกเพียงลำพังได้อย่างไร?
"แล้ว... ค่าเช่าห้องคิดยังไง?"
หลินโยวโยวใช้มือขยำชายเสื้อไหมพรมตัวเก่งเอาไว้แน่น พลางส่งเสียงเรียกหาระบบในใจอย่างเร่งด่วน
โชคดีที่ครั้งนี้ระบบไม่ได้แกล้งตายทอดทิ้งเธอ เสียงแจ้งเตือนอันเ็าดังขึ้นข้างหูของเธอในทันที
[ปัจจุบันอพาร์ตเมนต์เปิดให้บริการเช่าพักแบบรายวัน โดยคิดอัตราค่าเช่าอยู่ที่วันละหนึ่งร้อยเหรียญทอง]
ระบบเอ่ยปากนำมาประโยคหนึ่ง หลินโยวโยวก็อ้าปากเอ่ยขยายความตามประโยคนั้นไปทีละประโยคว่า "ปัจจุบันอพาร์ตเมนต์เปิดให้บริการเช่าพักแบบรายวัน โดยคิดอัตราค่าเช่าอยู่ที่วันละหนึ่งร้อยเหรียญทองค่ะ"
เมื่อได้ยินราคา ซูมู่หยางถึงกับชะงักนิ่งตะลึงงันไปทันที
วันละหนึ่งร้อยเหรียญทองงั้นหรือ? ราคาค่าเช่าห้องพักของตึกนี้ คิดเป็เพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในสิบของราคาเช่าห้องพักซุกหัวนอนภายในฐานผู้รอดชีวิตเสียด้วยซ้ำ!
อีกทั้งห้องพักในฐานผู้รอดชีวิต ใช่ว่าคนธรรมดาทั่วไปมีเงินแล้วจะก้าวเท้าเข้าไปขอเช่าได้ตามใจชอบ
เพราะเงื่อนไขขั้นพื้นฐานที่สุดของการได้สิทธิ์เช่าห้อง คือในสมาชิกครอบครัวนั้น ๆ จะต้องมีผู้ปลุกพลังพิเศษอย่างน้อยหนึ่งคนขึ้นไปคอยคุ้มครอง
ทว่าตอนนี้ครอบครัวของเขาเหลือตัวเขาเพียงคนเดียวโดดเดี่ยว และเมื่อไม่นานมานี้เขาก็เพิ่งจะปลุกพลังพิเศษได้สำเร็จ จึงตั้งใจจะเดินทางไปยื่นเื่ขอเช่าห้องพักที่ฐานผู้รอดชีวิต
แต่ยังไม่ทันจะได้เหยียบย่างเข้าเขตฐานผู้รอดชีวิต เขากลับโชคร้ายโดนฝูงซอมบี้รุมล้อมโจมตีเข้าเสียก่อน
หากประเมินาแฉกรรจ์ของตนเองในตอนนี้ เกรงว่าสภาพปางตายเช่นนี้คงยากที่จะฝืนเดินทางไปถึงฐานผู้รอดชีวิตได้อย่างปลอดภัยแบบมีชีวิตรอด
เมื่อเห็นซูมู่หยางนิ่งเงียบไปนาน หลินโยวโยวผู้ซึ่งยังไม่มีแิเื่มูลค่าของเงินตรา จึงทึกทักเอาเองในใจว่าพี่ชายคนนี้กำลังมองว่าราคาค่าเช่าห้องพักของเธอนั้นแพงหูฉี่จนสู้ราคาไม่ไหว
เด็กหญิงขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือเล็ก ๆ ไปกระตุกชายเสื้อของซูมู่หยางเบา ๆ เชิงอ้อนวอน
"พี่ชายคะ... อพาร์ตเมนต์ที่นี่มันดีมาก ๆ เลยนะ ตอนกลางวันหนูลองทดสอบดูแล้ว พวกซอมบี้น่ากลัวพวกนั้นไม่มีทางเข้ามาข้างในนี้ได้เลยจริง ๆ ค่ะ"
ซูมู่หยางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ "ที่นี่... มีระบบป้องกันการโจมตีงั้นเหรอ?"
[1] ชื่อที่หลินโยวโยวตั้งให้กับระบบ