ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    บทที่ 59 คนมีความสามารถ

            บทที่ 59

            คนมีความสามารถ

            บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆยืนอยู่กลางถนนกวาดสายตามองไปบริเวณรอบๆคนผู้นี้เเต่งกายด้วยชุดธรรมดาธรรมดาผ้าเนื้อไม่ได้พิเศษ

            เขากำลังสังเกตเมืองแห่งนี้ที่ตนเองเพิ่งเดินทางมาถึงแต่ในขณะที่บุรุษหนุ่มผู้นี้กำลังกว่าสายตาไปมองบริเวณรอบๆอยู่นั่นเอง

            เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณข้างกาย “ เพิ่งเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้อย่างงั้นรึ?”

            หลังจากที่ได้ยินเสียงนั้นบุรุษหนุ่มหันใบหน้าของตนเองไปมอง

            สิ่งที่ตัวของมันพบเห็นก็คือคนหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตัวเองราวๆประมาณสองถึงสามปียืนอยู่บริเวณข้างกาย

            ทว่าที่น่าแปลกประหลาดคือพลหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียวบริเวณด้านหลังมีชายวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่ยืนอยู่ด้วย 

            ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังมีบุคลิกน่าเกรงขามใบหน้าที่ดูดุดัน

            ผู้ที่ปรากฏกายบริเวณด้านหน้าของมันคือจางหยวนและหย่งคัง

            ทั้งสองยืนอยู่ด้านหน้าเข้ามาทักทายคนหนุ่มผู้นี้ที่กำลังยืนและควาทสายตาไปมองบริเวณรอบๆ

            บุรุษหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆแสดงใบหน้าสงสัยมันจำได้ว่าไม่เคยพบเจอคนพวกนี้มาก่อน

            “ ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นผู้ใด? ”

            จางหยวนแสดงรอยยิ้มที่เป็นมิตรและก็ตอบกลับไปอย่าง “ เป็นคนภายในเมืองแห่งนี้”

            “ เห็นท่านกำลังกวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆเหมือนกับว่ากำลังสำรวจอะไรสักอย่างอยู่ข้าเลยเอ่ยถามขึ้นมาว่ากำลังสำรวจอะไร ”

            “ ดูท่าทีแล้วคงจะไม่ใช่คนเมืองจินหยวนสินะ ” จางหยวนถามถึงแม้ว่าตนเองจะรู้คำตอบอยู่แล้ว

            “ ข้าเพิ่งเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ไม่กี่วันที่ผ่านมากำลังอยู่ในช่วงสำรวจเมือง”

            “ เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่กี่วันแล้วเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ตั้งใจจะมาเที่ยวอย่างงั้นรึ”

            “ ตั้งใจมาสร้างรากฐานของตนเองที่เมืองแห่งนี้เมืองจีนหยวนเป็นเมืองขนาดใหญ่จากการทำความเข้าใจแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางการค้าขายก่อนจะไปถึงเมืองหลวง”

            “ ตัวของข้าคิดว่าที่เมืองแห่งนี้น่าจะมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ” ชายผู้นั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่ได้ยินจางหยวนก็เห็นที่ว่าเข้าที่ที่ตนเองต้องการ “ แสดงว่าท่านมาหางานทำสินะ”

            “ ไม่ผิดตัวของข้ามาหางานทำที่เมืองแห่งนี้คิดจะหาลู่ทางปักหลักและสร้างรากฐานครอบครัวที่เมืองแห่งนี้”

            “ ที่เมืองเก่าไม่ดีอย่างงั้นรึ? ”

            “ ที่เมืองเก่าก็ดีแต่ไม่ใหญ่โตเท่าที่เมืองแห่งนี้โอกาสยอมมากับสถานที่ใหญ่ๆ ” ชายผู้นั้นตอบกลับคำถามของจางหยวน

            จางหยวนได้ยินคำตอบยิ่งยิ่งชอบใจถามคำถามของตนเองออกไป “ ท่านมีนามว่าอะไร”

            “ ผิงเว่ย ”

            “ ผิงเว่ย… เขียนหนังสือแล้วก็อ่านหนังสือเป็นหรือไม่ ”

            “ เป็นตัวของข้าเคยร่ำเรียนมีอาจารย์ข้างบ้านเคยสอน  ”

            “ เขียนหนังสืออ่านหนังสือเป็นก็ดีถ้าเช่นนั้นตัวของท่านมาทำงานกับข้าดีหรือไม่” จวนหยวนกล่าวชักชวนออกไปอย่างรวดเร็ว

            เขารู้ดีว่าเรื่องราวเช่นนี้แน่นอนว่าเมื่อยิงอ้อมค้อมมันยิ่งเสียเวลา

            แถมดูลักษณะและท่าทางของผู้ที่อยู่ด้านหน้าดูเหมือนว่าจะไม่ใช่พวกที่ชอบอะไรที่อ้อมค้อมแบบนั้นด้วย

            แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “ ทำงานกับท่าน?”

            ผิงเว่ยใช้ดวงตามองจางหยวนตั้งแต่ด้านบนลงด้านล่างสำรวจการเเต่งกายภายนอกและท่าทางจากสายตาของตนเอง

            หลังจากที่มองสำรวจเกาะทำการคิดภายในใจ “ คนผู้นี้น่าจะอายุราวๆสิบแปดถึงสิบเก้ายังไม่ย่างเข้ายี่สิบเลยด้วย”

            “ เป็นคุณชายตระกูลใหญ่อย่างนั้นรึถึงชักชวนให้ข้าไปทำงาน ”

            “ แต่ว่าคุณชายตระกูลใหญ่ที่ใดจะแต่งกายดูธรรมดาและเรียบง่ายแบบนี้ ”มันมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้ารู้สึกสงสัยภายในใจ

            เพราะว่าจางหยวนเเต่งกายดูธรรมดามากกว่าจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นคนที่มองดูแล้วอายุเองก็ยังไม่เยอะจะเป็นเจ้าของกิจการหนึ่งก็คงจะเป็นไปไม่ได้

            จางหยวนเห็นคนผู้นี้กำลังแสดงใบหน้าลังเลเขารู้ดีถึงความลังเลภายในใจของมันจากสายตาที่มันกำลังแสดงออกมา

            จางหยวนจึงถือโอกาสนี้พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ถ้าเช่นนั้นลองตามมาดูสถานที่ทำงานของข้าน้อยเป็นอย่างไร”

            “ บางทีมันอาจจะช่วยทำให้ตัวของท่านตัดสินใจได้ ”

            หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นผิงเว่ยก็มองเห็นว่าการไปมองดูมันเองก็ไม่ใช่เรื่องราวอะไรที่เสียหาย

            มันจึงพยักหน้าแล้วก็ตัดสินใจเดินตามคนหนุ่มผู้นี้ไป

            มันเดินตามคนหนุ่มผู้หนีไปอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปยังถนนทางทิศใต้ในขณะที่เดินไปภายในใจของผิงเว่ยเต็มไปด้วยความสับสน

            เพราะตอนนี้เดินทางมาทางถนนทางทิศใต้หลุดออกจากเขตการค้าจะมีอันใดอยู่บริเวณนี้

            นั่นเป็นเพราะว่ามันเพิ่งเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่กี่วันจึงไม่รู้ว่าถนนทางทิศใต้มีอะไร

            เดินทางมุ่งตรงมายังถนนทางทิศใต้ถึงเป้าหมายผิงเว่ยเต็มไปด้วยความตกตะลึงมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้ามีผู้คนมากมายต่อแถวยาว

            เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยพบเจอผู้คนมากมายมาต่อแถวยาวถึงขนาดปิดถนนเช่นนี้มาก่อนเลย

            ภายในใจเต็มไปด้วยคำถามก่อนที่จะใช้ดวงตามองตรงไปยังร้านที่ถูกผู้คนห้อมล้อม

            หลังจากที่มองไปดูก็พบเห็นว่ามันเป็นร้านขายผักวิญญาณ “ นี่มันร้านขายผักวิญญาณ?”

            “ ถูกต้องร้านขายผักวิญญาณ ร้านแห่งนี้เปิดมาได้ไม่นานเป็นร้านของข้าเองข้ากำลังหาคนงานอยู่ตัวของท่านมาทำงานได้ฆ่าดีหรือไม่ ” จางหยวนชักชวน 

            หลังจากที่ได้ยินคำชักชวนผิงเว่ยเมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้ามันก้มหน้าและคิดกับตัวเองอีกครั้ง “ ถ้าต้องได้ทำงานที่สถานที่แห่งนี้จริงๆก็ดีนะ”

            “ มองดูจากการที่เป็นที่สนใจแก่ผู้คนแล้วการที่ร้านแห่งนี้จะเติบโตขึ้นในวันข้างหน้าย่อมมีโอกาสสูงเป็นอย่างมาก ”

            “ คนหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่อายุเพียงแค่นี้กับสามารถสร้างร้านค้าผักวิญญาณใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นมาได้” 

            มันตัดสินใจอยู่ภายในใจสักพักใหญ่

            ก่อนที่มันจะพยักหน้าและมันก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ ได้ขอรับ!!”

            “ ถ้ายอมทำงานกับท่านในฐานะที่ท่านชักชวนข้าทำงานด้วย ”

            “ แล้วการทำงานที่สถานที่แห่งนี้ท่านต้องการจะให้ค่าทำงานตำแหน่งอะไร”

            จางหยวนมุมปาก “ เจ้าอ่านเขียนเป็นมองดูแล้วเป็นคนช่างสังเกตถ้าเช่นนั้น ตำแหน่งที่เจ้าจะได้รับเป็นตำแหน่งแรกคือนักบัญชี”

            “ นักบัญชี? ”

            “ คนจัดการบัญชีภายในร้านแห่งนี้จะต้องทำการสร้างสรรค์บัญชีรายรับและก็รายจ่ายของร้านออกมาทำออกมาเป็นเล่มบัญชีอย่างโปร่งใส ”

            “ ท่ามกลางสรุปยอดแต่ละเดือนและก็ส่งมาให้กับข้าดูแลร้านเกี่ยวกับเรื่องเงินทอง”

            “ เรื่องแค่นี้เขาคิดว่ามันคงจะไม่ยุ่งยากหรือว่าเหนือบ่ากว่าแรงของเจ้าอย่างแน่นอน”

            จางหยวนมองเห็นความสามารถภายในตัวของคนผู้นี้แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การมองผิวเผินเท่านั้นตำแหน่งที่เขาให้ไปเป็นเพียงตำแหน่งที่ไม่เล็ก

            นี่ถือว่าเป็นการทดสอบด้วยว่าความสามารถของชายผู้นี้อยู่ในระดับไหน “ ”

            “ เจ้าทำได้รึเปล่า ”

            “ ได้ขอรับ!!! ” มันก้มศีรษะของตนเองอย่างรวดเร็ว

            “ ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มงานในวันพรุ่งนี้เลย ” จางหยวนตอบกลับ

            หลังจากที่สนทนากันผิงเว่ยกลับไปเตรียมตัวอย่างรวดเร็วจางหยวนและหย่งคังยืนอยู่บริเวณบนถนนจ้องมองร้านผักของพวกเขาที่กำลังเต็มไปด้วยผู้คน

            หย่งคังถามขึ้นมา “ ข้าคิดว่าเกี่ยวกับเรื่องบัญชีพวกนี้เจ้าจะเป็นคนจัดการเองซะอีก”

            “ พวกเรามีหลายสิ่งที่จำเป็นต้องทำแน่นอนว่าการจ้างคนมาทำหลายๆเรื่องเพื่อลดเวลาให้กับพวกเรามันเป็นสิ่งที่ดี”

            “ นี่เป็นเพียงแค่คนที่มีความสามารถคนแรกเท่านั้นพวกเราจำเป็นจะต้องหาพวกเขาอีก ”

            “ เอาแหละแต่ในตอนนี้พวกเราควรจะกลับบ้านกันได้แล้ว ” จางหยวนพูดขึ้นมาเพราะท้องนภาตอนนี้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว

            ทั้งสองค่อยๆเดินทางกลับบ้านของตนเองที่ตั้งอยู่บริเวณที่ดินชานเมือง 

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน