ย้อนเวลาท่องยุทธภพ (meb e-book2เล่มจบ)

    บทที่ 35 เทพเซียนบรรพกาลปรากฏกาย

    “กลับขุนเขาอวี่เหวินกับข้า” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นในโสตของเด็กสาว ในใจก็พลันเกิดคำถามขึ้นมาทันที...ขุนเขาอวี่เหวินคือที่ใด?“เอ่อ เซียนน้อยขอบังอาจถาม...ท่านคือใครหรือเจ้าคะ?”ทันทีที่เด็กสาวเอื้อนเอ่ยออกมาก็ทำให้อวี่เหวินหนิงฉินถึงกับตะลึงงัน มิใช่ว่าครั้งนั้นที่เขาส่งฟางเจียวเฟยออกไปหานาง นอกจากส่งมอบกำไลหยกของเขาให้แก่นางแล้ว เจ้ากระเรียนเฒ่าตนนั้นยังมิได้เอ่ยนามของข้าอีกหรือ?“ข้าคืออวี่เหวินหนิงฉิน เทพเซียนบรรพกาลแห่งขุนเขาอวี่เหวิน” อวี่เหวินหนิงฉินกล่าวอย่างเนิบนาบแต่ก็ไม่ลืมเน้นย้ำน้ำเสียงในฐานะของตน
    ข้ารู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับคำว่า‘เทพเซียนบรรพกาล’แต่ก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าผู้ใดเคยพูดเอาไว้ ไม่นานร่างสูงโปร่งของชายอีกคนหนึ่งก็เดินตามมา “เจ้ากับข้าเคยพบกันมาก่อนแล้วนะ แม่นางน้อย” ชายหนุ่มพูดพลางหยิบพัดขนนกสีขาวราวหิมะขึ้นมาพัดโบกอย่างใจเย็น“ข้าเคยพบกับท่านด้วยรึ?” น่าแปลกที่ข้าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ข้าจะตัดสินใจมาบำเพ็ญเพียรไม่ค่อยได้เลย ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ความทรงจำของข้าเริ่มเลอะเลือนเช่นนี้?
    ฟางเจียวเฟยเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ดูมึนงงของนางก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา ก่อนจะค่อยๆกลับร่างเป็นนกกระเรียนดังเดิม แสงสว่างโอบล้อมร่างของเขาก่อนจะมลายหายไปและปรากฏเป็นร่างของนกกระเรียนสีขาวนวลงดงามขึ้นมาตัวหนึ่งปากเล็กไหวสั่นน้อยๆก่อนจะยกนิ้วเรียวของตนชี้ไปทางนกกระเรียน “ท่านคือ...กระเรียนเฒ่าตัวนั้นที่แอบลักลอบเข้ามาในสวนของผู้อื่นโดยพลการ!”เด็กสาวโพล่งออกมาอย่างไม่ไว้หน้า ส่งผลให้กระเรียนเฒ่าที่อายุนับแสนปีได้ฟังคำพูดของนางพลันเดือดดาลขึ้นทันใด ปีกที่มีขนนกสีขาวบริสุทธิ์เรียงกันอย่างงดงามและวิจิตรง้างขึ้นสูงก่อนจะทุ่มแรงทั้งหมดที่มีใส่หัวเล็กๆของนาง ภาพที่เห็นตรงหน้าช่างแปลกตาของผู้คนยิ่งนัก ภาพที่ว่านั่นก็คือนกกระเรียนตบหัวของเด็กสาวตัวเล็กผู้น่าสงสาร
    มุมปากเรียวกระตุก มิรู้ว่าเหตุใดอวี่เหวินหนิงฉินจึงรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของฟางเจียวเฟยเมื่อครู่ ยามเมื่อเขาเห็น‘ว่าที่ลูกศิษย์’ของตนถูกทำร้าย โทสะในใจก็ค่อยๆเริ่มบังเกิดขึ้นเทพเซียนบรรพกาลที่ใบหน้าเรียบนิ่งราวกับภูเขาน้ำแข็งอยู่แล้ว ยามเมื่อมีโทสะใบหน้าและวาจาของเขายิ่งเย็นเยียบมากขึ้นกว่าเดิม
    “เจ้าลองตีนางอีกสักหนสิ ครานี้ปีกของเจ้าได้ถูกตัดเอาไปโยนลงในบ่อปลาของข้าเป็นแน่!” อวี่เหวินหนิงฉินพูดเสียงเรียบและส่งแรงกดดันจากไอเซียนไปทางฟางเจียวเฟยอย่างคาดโทษ เมื่อรู้ว่าตนเองถูกคาดโทษโดยเทพเซียนบรรพกาลผู้นี้แล้ว เขาจึงยอมวางมือและรีบถอยห่างจากสาวน้อยหลี่หลินอย่างรวดเร็ว
    สายตาเหยี่ยวคมเห็นว่าร่างของกระเรียนเฒ่าได้ถอยห่างออกมาจากว่าที่ลูกศิษย์ของตนแล้ว มุมปากของเขาก็พลันยกยิ้มขึ้นอย่างยินดี ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะบางเบาลงและเลือนหายไปราวกับสายลมที่พัดผ่านร่างไม่รอคำตอบจากการเชื้อเชิญของเขา มือแกร่งก็พลันฉุดแขนเล็กของเด็กสาวขึ้น ก่อนจะออกแรงดึงให้นางออกเดินตามเขาไป เด็กสาวพยายามขัดขืนและส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเจ้าขุนเขาบูรพา แต่ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมาคือใบหน้าของชายมีอายุที่กำลังหันเหมองไปทางอื่นแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เมื่อมองไปทางปรมาจารย์ขุนเขาทั้งสี่ กลับพบว่าพวกเขากำลังทำสีหน้าแบบปลงตกขึ้นมาถึงอยากจะช่วยนางมากเพียงใดแต่ก็มิอาจฝืนสู้อิทธิฤทธิ์ของเทพเซียนบรรพกาลได้ แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้เองก็ยังมิกล้าประมือกับเทพเซียนบรรพาลอย่างอวี่เหวินหนิงฉินเลยแม้สักครั้ง
    ชั่วพริบตาที่ข้าถูกลากออกมาจากตำหนักหลัก ร่างของข้าก็พลันหยุดนิ่งอยู่ที่ทางเข้าของขุนเขาบูรพาแล้ว กระเรียนเฒ่าน้อมตัวลงให้เทพเซียนบรรพกาลขึ้นเหยียบเหาะกลับขุนเขาของตน และสายตาของเขาก็มองมาทางข้าราวกับจะเร่งให้ข้ารีบเข้ามายืนบนนกกระเรียนตามเขาแต่ทว่านกกระเรียนตัวนี้คงจะแคบเกินไปสำหรับสองคน ดังนั้นข้าจึงขัดขืนไม่ยอมเดินขึ้นไปอวี่เหวินหนิงฉินรู้สึกว่าว่าที่ลูกศิษย์ผู้นี้ของตนช่างเอาแต่ใจนัก ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะหิ้วร่างของนางไว้ที่ด้านข้างลำตัว“ไปยังขุนเขาอวี่เหวิน” น้ำเสียงอันไพเราะของเขาเปล่งออกมา นกกระเรียนพยักหน้ารับก่อนจะบินมุ่งตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของขุนเขาอวี่เหวิน
    เนื่องจากว่าตัวข้าถูกหิ้วเอาไว้ตรงข้างลำตัวของเขา ระหว่างทาง สายตาของข้าก็ได้เชยชมทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตามากมาย ขุนเขาเล็กใหญ่ขึ้นซ้อนทับกันไปมา เหมือนดั่งในม้วนภาพวาดจีนโบราณที่คุณครูเคยนำมาให้ดู ชื่นชมไปไม่ทันไร จู่ๆนกกระเรียนเฒ่าก็พลันเร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหันมีเพียงเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มเท่านั้นที่เอ่ยขึ้นกับข้า“อดทนอีกนิด...ตอนนี้เรากำลังอยู่ภายในเขตอาคมของขุนเขาอวี่เหวิน”ทิวทัศน์รอบตัวบิดเบี้ยวไปมาชวนให้เกิดความคลื่นเหียนยามจ้องมอง ข้าที่เริ่มจะไม่ไหวจึงอดไม่ได้ที่จะปลดปล่อยธารธาราสีรุ้งที่กำลังไหลมารวมตัวกันที่ลำคอของข้า
    อวี่เหวินหนิงฉินที่ได้รับรู้ถึงการมาของธารธาราสีรุ้งก็พลันหน้าเผือดสี เขาเขย่าตัวข้าไปมาแล้วร้องตะโกนด้วยความลนลาน“เด็กโง่! ถ้าเจ้าไม่ไหวก็เอ่ยปากบอกข้าสิ อย่ามาปล่อยของเช่นนี้ใส่ร่างของข้านะ!” เขาพูดพลางรีบจับหัวของข้าให้หันออกไปทางด้านข้างของตน เมื่อเห็นว่ารัศมีของธารธาราสีรุ้งห่างไกลปลอดภัยทั้งเทพทั้งนกกระเรียนแล้วเขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็มีเศษเสี้ยวของธารธาราสีรุ้งบางส่วนที่เปรอะเปื้อนบนเสื้อคลุมของเขา
    เหตุการณ์วุ่นวายเมื่อสักครู่ได้หยุดลงทันทีที่เข้าสู่ขุนเขาอวี่เหวิน ภาพทิวทัศน์ที่บิดเบี้ยวก็พลันกลับมาเหมือนดั่งปกติ ข้ารู้สึกอ่อนเพลียมากจึงขอนั่งพักในศาลาแปดเหลี่ยมที่วิจิตรงดงาม รอบด้านของศาลาแปดเหลี่ยมถูกโอบล้อมไปด้วยสระน้ำสีเขียวมรกตที่สวยงาม ดอกบัวสีขาวราวหิมะลอยเด่นประปรายอยู่ในสระ อากาศที่นี่ช่างบริสุทธิ์และเย็นสบาย เนื่องจากบาดแผลภายในยังไม่ประสานกันดีจึงทำให้ร่างกายยังคงรู้สึกอ่อนล้าอยู่ตลอดเวลา เปลือกตาของข้าเริ่มหนักอึ้งขึ้นมา แม้จะพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับไปก็ตาม ใช้เวลาไม่นานนักร่างเล็กก็เข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปโดยไม่รู้ตัว
    ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน ข่าวที่เทพเซียนบรรพกาลแห่งขุนเขาอวี่เหวินรับลูกศิษย์เข้าขุนเขาของตนก็แพร่สะพัดไปทั่วสารทิศ และมิรอดพ้นหูของจางอิงหลิวและจางมี่จิงด้วยเช่นกันจางมี่จิงเมื่อได้รับรู้ว่าน้องเล็กของตระกูลได้กลายเป็นศิษย์ของเทพเซียนบรรพกาล ในใจก็เต็มไปด้วยความยินดีมากมาย หากเป็นเช่นนี้ตัวเขาก็คงหมดห่วงกับน้องเล็กและจะได้เริ่มค้นหาวิธีแก้คำสาปของนางอย่างจริงจังเสียทีในขณะที่จางมี่จิงกำลังดีใจกับข่าวดีนี้ ทว่าจางอิงหลิวกลับไม่เห็นด้วย เทพเซียนบรรพกาลผู้นั้นดูแล้วไม่ค่อยน่าไว้วางใจสักเท่าใดนัก ปรมาจารย์คนอื่นๆได้คัดลูกศิษย์จากการชมการประลองของพวกลูกศิษย์หน้าใหม่อยู่หลายวัน ผิดกับเทพเซียนบรรพกาลผู้นี้ที่มาปรากฏตัวเฉพาะวันที่น้องเล็กประลองเท่านั้นอีกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าในตัวของน้องเล็กมีอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่ แต่เขาก็มั่นใจว่าอะไรบางอย่างในตัวของนางนั้นคงจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเทพเซียนบรรพกาลได้แล้ว...เป็นเพราะเหตุใดเล่าที่ทำให้เทพเซียนบรรพกาลสนใจในตัวของนาง?
    ฟางเจียวเฟยเดินตามสะพานทอดยาวของสระมรกตตรงไปยังศาลาแปดเหลี่ยม สายตาของเขาปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวตัวน้อยกำลังนั่งหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ ลมเย็นพัดเอื่อยๆมาหลายระลอกทำให้ผมสีน้ำหมึกและชุดกระโปรงสีขาวหิมะพัดปลิวไปตามแรงลมน้อยๆ ช่างเป็นภาพที่ชวนมองยิ่งนักชายหนุ่มเดินเข้ามาอุ้มร่างของเด็กสาวหวังจะพากลับที่พัก แต่ทว่าสายตาเรียวของเขาก็พลันสะดุดกับบางสิ่งบางอย่าง หากสังเกตให้ดีแล้วเขาก็พบเข้ากับกระแสพลังเทพที่บริสุทธิ์แห่งขุนเขาอวี่เหวินกำลังพากันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเด็กสาวทีละนิด เด็กสาวไม่รู้สึกเจ็บปวดเหมือนยามที่ดูดซับปราณธาตุ หากแต่รู้สึกสบายไปทั่วทั้งร่างต่างหากร่างที่เคยหนักอึ้งและร้อนรุ่มค่อยๆเบาสบายดุจดั่งทิ้งตัวลงบนปุยเมฆ กระแสไอเย็นสบายค่อยๆแผ่กระจายไปทั่วร่าง สาวน้อยรู้สึกสบายเป็นอย่างมากจนเผลอส่งเสียงในลำคอออกมาอย่างชอบใจ

    ฟางเจียวเฟยหัวเราะให้กับท่าทียามหลับสบายของนางก่อนจะมุ่งหน้าไปยังที่พักที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ให้

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาท่องยุทธภพ (meb e-book2เล่มจบ) ที่คุณอ่าน