ย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย

    ตอนที่30 มิวมิว

    ดิวมองหน้าทุกคนที่อยู่ในห้องประชุม ก่อนจะเริ่มว่า “ตอนนี้ Devil Run เป็นยังไงบ้าง”
    “รายงานค่ะ” ไอซ์ตอบ “ตอนนี้มีผู้ใช้บริการราวหนึ่งแสนคน และในเดือนถัดไปน่าจะขยับขึ้นเกือบหนึ่งล้าน!”
    จำนวนที่พูดมาถือว่ามากนะ แต่ยังไม่ทำให้ดิวพอใจเท่าไหร่ เขาคิดว่ามันควรต้องได้มากกว่านี้สิ ไม่งั้นแล้วคงไม่คุ้มกับสิ่งที่ลงทุนทำไป
    “หนึ่งล้าน ว้าว ว้าว นี่ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลยนะครับท่านประธาน!” ข้าวปั้นพยักหน้า และในขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
    “ใช่ มันไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ” ดิวเห็นด้วย “แต่ว่านะ สำหรับผมแล้วมันค่อนข้างน้อย Devil Run ควรที่จะมีผู้เล่นมากกว่านี้!”
    พวกเขารู้สึกตกใจกับสิ่งที่ดิวกล่าว นี่ยังไม่มากพอเหรอ สำหรับบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มทำ ถือว่าประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจแล้วนะ
    “เอาล่ะ ในเดือนถัดไปจะเป็นการเพิ่มตัว Devil หนึ่งตัว และในทุกสองเดือนเราจะทำการเพิ่ม Devil และสัตว์เลี้ยงจากฟาร์ม เพิ่มอุปสรรคและปรับปรุงด่าน ให้มีความท้าทายยิ่งขึ้น!”
    ถึงแม้ว่าเกม Devil Run จะเข้าถึงทุกเพศทุกวัยแต่มันต้องมีอุปสรรคบ้าง หากไม่แล้ว เล่นได้แต้มเยอะๆ จะไปสนุกอะไร
    “เข้าใจแล้วครับ ท่านประธาน” ข้าวปั้นกับมอสตอบ
    “เอาล่ะ ความจริงแล้วเรื่องของ Devil Run ไม่มีอะไรที่ผมต้องเป็นห่วงหรอก แต่ที่เรียกประชุมในวันนี้เป็นเพราะว่า Devil Chat” ดิวเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อว่า “แอปของเรามันค่อนข้างโล่งเกินไป เหมือนกับสนามหญ้าที่ไม่ได้ปลูกอะไร ผมคิดว่ามันคงดีนะถ้าหากเราเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้าไป น่าจะมีอะไรดึงดูดผู้ใช้บริการขึ้นเยอะ”
    “เอ่อ...” ข้าวปั้นพูดอะไรไม่ออก เพราะงานที่ทำอยู่ก็หนักอยู่แล้ว ในด้านของเกมเขาต้องรับไปเต็มๆ หากจะให้จัดการกับแอปแชทด้วย คงไม่ไหวหรอก
    “ในด้านนี้ ขอฉันลองทำดูได้มั้ยคะ” เห็นว่าทุกคนเงียบ มิวมิวเลยเสนอแนะ เธอมองไปที่ดิวด้วยรอยยิ้มหวาน หวังว่าเขาจะเห็นฉันอยู่ตรงนี้นะ
    “ว่ามาสิครับ” ดิวเอนหลังพิงเก้าอี้ เขาไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของทุกคนนัก นั่นเป็นเพราะว่าบริษัทไนต์แมร์ไม่ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์
    ประธานบริษัทเลยเป็นคนเขาคนเดียว ไม่มีผู้ถือหุ้นคนอื่น ทิศทางบริษัทจะกำหนดได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเงินที่นำมาลงทุนได้ก็ค่อนข้างน้อย เพราะงั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว พวกเขามักจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์นั่นเอง
    นั่นเป็นเพราะว่า มันคือแหล่งระดมทุนระยะยาว!
    บริษัทสามารถระดมทุนจากนักลงทุนเพื่อนำไปใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจได้โดยง่ายและรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน รวมทั้งช่วยให้มีโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมต่อการดำเนินกิจการ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสในการเลือกระดมทุนผ่านการออกหลักทรัพย์ประเภทอื่นๆ ได้ง่ายขึ้นภายหลังการเข้าจดทะเบียน เช่น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ เป็นต้น ฯลฯ
    บริษัทไนต์แมร์จะเติบโตมากเมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ว่าสำหรับดิว เขาได้มีความคิดอื่นแล้ว บริษัทนี้เขาจะต้องกุมอำนาจเพียงคนเดียว แต่หากมีบริษัทลูกในภายภาคหน้า บางทีเขาอาจให้นักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วมได้
    “ฉันคิดว่า เราควรจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่นเอาดารานักร้องมาทำเป็นสติ๊กเกอร์ รวมถึงธีมน่ารักๆ อื่นๆ ที่น่าสนใจ ฉันว่ามันดูเจ๋งมากเลยค่ะ” มิวมิวพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา เนื่องจากเธอเป็นนักศึกษาจบใหม่ ความคิดจึงค่อนข้างสร้างสรรค์ ต่างจากคนที่ทำงานนาน พวกนั้นจะเหมือนกับเต่า ที่คิดว่าตัวเองเจ๋ง
    เพราะงั้นความคิดของคนรุ่นใหม่จึงน่าสนใจไม่แพ้กัน
    “การเอาดารานักร้องมาทำสติ๊กเกอร์เหรอ? มันโอเคก็จริงนะ แต่มันต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาเนี่ยสิ” ดิวไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ กำไรบริษัทที่ลงทุนไปยังไม่ได้กลับคืน แล้วเขาจะเอาเงินจากส่วนนั้นมาผลาญเล่นกับการทำสติ๊กเกอร์ได้ยังไง
    “อืมม์...ถ้างั้น ท่านประธาน ไม่ทำสติ๊กเกอร์ของตัวเองล่ะค่ะ” ในที่สุด เธอก็พูดในสิ่งที่อยากพูดออกมา ใช่นี่แหละคือความคิดจริงๆ ของมิวมิว เธออยากเอาดิวไปทำเป็นสติ๊กเกอร์
    “ผมเหรอ?” ดิวมองหน้าของมิวมิว ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ “ทำไมคุณถึงคิดว่า สติกเกอร์ของผมจะน่าสนใจล่ะครับ”
    “เอ่อ...ก็ท่านประธานเป็นศิลปินดัง ใครๆ เขาก็รู้จัก และมันคงดีมากหากมีท่านประธาน อยู่ในนั้น...” มิวมิวไม่กล้ามองสายตานั้น เธอก้มหน้างุดอย่างอายๆ
    “ฉันเห็นด้วยกับมิวมิวนะคะ ท่านประธานควรที่จะทำสติ๊กเกอร์ของตัวเอง ในฐานะศิลปินคนดังแล้ว มันเจ๋งไม่ใช่เล่นเลย” ไอซ์สนับสนุนความคิดนี้ เธออาจจะไม่ได้ฟังเพลงนัก แต่พอรู้มาบ้างว่าดิวคือศิลปินคนดัง
    “เอาล่ะผมเข้าใจแล้ว ในด้านของสติกเกอร์น่ารักๆ อื่นๆ ก็ต้องจัดการด้วยเหมือนกัน รวมถึงธีมที่ดึงดูดผู้คนให้สนใจ หน้าที่นี้ผมยกให้คุณก็แล้วกัน มิวมิว!” เห็นว่าสาวไฟแรงคนนี้มีความคิดที่ดี ดิวจึงมอบหมายงานให้เธอซะเลย
    “ชะ...ชะ...ฉันเหรอคะ” มิวมิวเอามือชี้หน้าตัวเองเลิ่กลั่ก เธอไม่คิดเลยว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างนี้
    “ใช่คุณนั่นแหละ” ดิวเผยรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่ต้องกดดันไป งานนี้ผมจะช่วยคุณอีกแรง และให้คุณหาลูกทีมในแผนกได้หนึ่งคน” ดิวไม่ใช่เจ้านายใจร้าย ถึงขนาดไม่รู้ขีดจำกัดความสามารถของพนักงาน
    มิวมิวมีความคิดสร้างสรรค์ก็จริง แต่อย่าลืมไปว่า เธอยังไม่มีประสบการณ์นัก เป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ
    “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านประธาน” มิวมิวถอนหายใจอ่อน ยังไงซะก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้วนี่ สู้ทำมันให้ถึงที่สุดจะดีกว่า ยังไงซะยังมีท่านประธานช่วยอีกแรง คงไม่ยากเกินไปหรอกใช่มั้ย
    ประชุมเลิกเพียงเท่านี้ เหลือเพียงแค่ดิวในห้องเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะดูคู่มือเสริมในระบบ ตอนนี้ดิวมีเพียงการร้องเพลง กีตาร์ สร้างเกมมือถือ แฮกเกอร์เท่านั้น หากจะเพิ่มอย่างอื่นที่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชี
    ดิวหรี่ตาเล็กลง เขาไม่สามารถใช้เงินที่หมุนเวียนในบริษัทได้ ทำได้เพียงใช้เงินของตัวเองที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ตเท่านั้น
    บริษัทเพิ่งก่อสร้าง เกมเพิ่งเปิดตัว ผลกำไรยังไม่มี ต้องรอดูไปอีกสักระยะ แต่ดิวคิดว่าคงไม่ขาดทุนหรอก เพราะตัวเกมทำออกมาเจ๋งมาก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของเวลาเท่านั้น เพียงผ่านเดือนนี้ไปเขาคงได้นอนอย่างเต็มอิ่ม
    “งานศิลปะควบคุมการออกแบบทุกแขนง ทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ ใช่และเราก็ควรเลือกมัน!”
    ในหมวดหมู่ของศิลปะ มันครอบคลุมแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะวิศวกรใดๆ ก็ตาม ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ หากไม่แล้วผลงานที่สร้างออกมา จะสวยงามและเป็นที่น่าจดจำได้อย่างไร
    ในด้านของกราฟิกดีไซน์ ดิวไม่คิดสนใจ ในการออกแบบที่จำเพาะเจาะจงนั้น ทำให้เราเสียเงินไปเปล่าๆ ต่างจากคู่มือเสริมศิลปะพื้นฐาน มันทำให้ดิวมีองค์ความรู้ใหม่ๆ และสามารถพลิกแพลงได้หลากรูปแบบ ด้วยเหตุนี้เอง จึงซื้อคู่มือเสริมศิลปะพื้นฐานไปในราคา ห้าแสนบาท!
    มันอาจจะดูแพง แต่ว่าในด้านของผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้น ถือว่าคุ้มกับองค์ความรู้
    แต่อย่างใดก็ตาม นี่เป็นแค่คู่มือเสริมระดับกลางเท่านั้น หากเป็นระดับสูงราคาคือหนึ่งล้านบาท!
    มันแพงเกินไป ดิวไม่สามารถใช้จ่ายมือเติบได้ เขาต้องมีเงินสำรองไว้ในกรณีฉุกเฉิน ถ้าเอามาซื้อคู่มือเสริมทุกด้าน คงจนกันพอดี
    วันนั้น ดิวนั่งช่วยมิวมิวออกแบบสติกเกอร์และธีมที่น่าสนใจ ความจริงแล้วเขาไม่ได้ช่วยเธอมากนักหรอก เหตุนั้นเพราะว่า ดิวต้องการบ่มเพาะมิวมิวนั่นเอง
    ดิวต้องการทีมที่มีประสิทธิภาพ และคนที่เพิ่งเข้ามาตอนบริษัทเพิ่งจัดตั้งนี่แหละเหมาะจะส่งเสริม พวกเขาจะมีความทะเยอทะยานสูง ต่างจากบริษัทใหญ่เหล่านั้น ที่ประสบความสำเร็จแล้ว
    บริษัทนี้มีอะไรให้แสดงฝีมืออีกเยอะ และนั่นทำให้พวกเขาคิดว่า ตำแหน่งสูงๆ อาจจะตกเป็นของตัวเองก็เป็นได้ ไม่ใช่แค่มิวมิวเท่านั้นที่คิดอย่างนี้ นักศึกษาจบใหม่คนอื่นๆ เองก็คิดเหมือนกัน ไม่มีใครหรอกอยากจะอยู่ในตำแหน่งเดิมไปจนแก่ โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่แล้ว พวกเขาเหมือนกับเชื้อเพลิงดีๆ นี่เอง
    “ฮื้ด...เฮ้อ” มิวมิวยืดเส้นยืดสายอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะจำได้ว่าดิวนั่งอยู่ข้างๆ เธอถึงกับประหม่าทันทีที่ได้แสดงท่าทางแปลกๆ ให้เขาได้เห็น “เอ่อ...”
    “ไม่เป็นไร นั่งทำงานนานๆ ผมเองก็เป็นเหมือนกัน ถ้ามีใครสักคนมานวดให้หลังจากกลับบ้านไป คงดีสิน่า”
    มิวมิวไม่รู้เลยว่าทำไมท่านประธานถึงพูดอย่างนี้ นี่ใช่่เป็นความหมายพิเศษมั้ย ประมาณว่าชวนไปนวดที่บ้านงี้...แค่คิดถึงตรงนี้ มิวมิวพลันหน้าแดงปลั่ง
    “ท่านประธาน นี่มันก็สี่ทุ่มแล้ว ฉันว่าน้องๆ ที่บ้านคงห่วงแย่เลย...” หนึ่งในลูกทีมมองนาฬิกา เธอรู้สึกเป็นกังวลไม่น้อยที่ปล่อยให้น้องๆ อยู่ตัวคนเดียวในห้อง ถึงแม้ว่าจะได้เงินสำหรับค่าล่วงเวลาก็เถอะ แต่มันไม่คุ้มเลยหากเด็กเหล่านั้นเป็นอะไรไป “โอ้จริงสินะ ผมลืมดูเวลาไปเลย ถ้างั้นคุณกลับเถอะ บ้านคุณอยู่แถวนี้ใช่มั้ย”
    “ใช่ค่ะ ฉันขับรถมอเตอร์ไซค์มาเอง ไม่ถึงสองนาทีก็ถึงบ้านแล้ว”
    “ครับ กลับดีๆ ล่ะ”
    หลังจากที่ส้มออกไป ก็เหลือเพียงพวกเขาสองในที่ทำงาน มิวมิวอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ หัวใจเต้นตึกตักอย่างกับจะกระดอนออกมาจากหน้าอก
    “เราเองก็ควรกลับได้แล้ว”
    “เอ่อ...คือว่า ห้องที่ฉันพักอาศัยมันอยู่ไกลน่ะค่ะ แล้วตอนนี้รถก็หมดแล้วด้วย...” มิวมิวรู้ว่ามันเสียมารยาท แต่เธอไม่มีทางเลือกจริงๆ จะให้เดินกลับเองก็ยังไงอยู่ จึงหน้าด้านบอกท่านประธานไป
    “คุณไม่มีแฟนเหรอ?” ดิวถาม
    “ไม่ค่ะ” เธอตอบแทบจะทันที
    “โอเค งั้นผมจะไปส่งคุณเอง”

    คล้ายกับเรื่องย้อนอดีตกลับมาเป็นคนรวย ที่คุณอ่าน