มู่เวิ่นเซียนยังคงแกร่งกล้าหาผู้ใดเทียบ
เมื่อเผชิญหน้าศัตรู เขาจะลงมือก่อนเสมอโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด!
ฉัวะ!
ลำแสงสีดำทะมึนสายหนึ่งวาบผ่านฉีกกระชากห้วงอากาศรวดเร็วดั่งอสนีบาตถาโถมเข้าใส่ร่างมู่เวิ่นเซียนอย่างเหี้ยมโหดและเด็ดขาด
นั่นคือขาข้างหนึ่งของอสูรแมงมุมหมื่นขาที่เปรียบดั่งหอกยาวสีเงินเหนือขึ้นไปรายล้อมด้วยกลิ่นอายเทพอสูรอันน่าสะพรึง ทะลวงผ่านความว่างเปล่าคมกริบและไร้เทียมทาน!
ตู้ม!
แสงโกลาหลที่พุ่งออกจากลายฝ่ามือของมู่เวิ่นเซียนปะทะเข้ากับขาแมงมุมดั่งเหล็กเทพชนกันจนเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู
เพียงแค่อานุภาพที่หลงเหลือจากคลื่นเสียงก็ทำลายความว่างเปล่าโดยรอบจนแหลกละเอียดพลังอำนาจนั้นสุดจะหยั่งถึง!
“ก็พอมีฝีมือ”
มู่เวิ่นเซียนหลุบตาแล้วพึมพำเบาๆ
อสูรแมงมุมที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอดนี้กลับมีพลังบ่มเพาะถึงขอบเขตเซียนขั้นต้น
ทั่วร่างอาบไปด้วยพลังโลหิตมหาศาลขาแมงมุมเปรียบดั่งอาวุธคมเฉียบ เพียงโบกสะบัดครั้งเดียวกลับทรงพลังเทียบเท่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์
ทว่าก็แค่นั้น!
มู่เวิ่นเซียนคือกายาโกลาหลแต่กำเนิดเกิดมาก็เป็นถึงกึ่งเซียน ความทะนงตนไม่เป็นรองใคร
มั่นใจว่ามากว่ากดข่มได้ทุกยุคสมัยกวาดล้างศัตรูทั้งปวงในโลกหล้าแต่บรรพกาลจนถึงปัจจุบัน!
แสงศักดิ์สิทธิ์พลันไหลอาบร่างมู่เวิ่นเซียนดวงตาทั้งสองสลักอักขระสลับซับซ้อนและทอแสงประกาย
นี่คือเคล็ดวิชาโบราณทั้งสอง
ทั้งวิชาเทพคุนเผิงและมังกรสวรรค์สองสุดยอดเคล็ดวิชาสืบทอดสิบราชันย์!
เขาก้าวย่างข้ามผ่านระยะทางอันไร้สิ้นสุดประชิดกายเข้ามา ดั่งมือใหญ่ที่โขลกบดยิ่งกว่าโม่หิน ลมปราณมังกรพันรอบแขนทุกสิ่งล้วนเป็นดั่งการโจมตีทั่วไปที่ไม่ธรรมดา
ยามที่หัตถ์มังกรซึ่งแฝงเร้นพลังไร้สิ้นสุดซัดออกไปพลันแปรเปลี่ยนความผุพังเป็นสิ่งอัศจรรย์
ตู้ม!
อสูรแมงมุมหมื่นขาตอบสนองไม่ทันถูกแรงกระแทกจนร่างปลิวไปด้านข้างผิวหนังของร่างเทพอสูรยักษ์ใหญ่เกิดเป็นรอยปริแตก โลหิตสีดำเหนียวข้นไหลซึมออกมา
เพียงแค่การโจมตีที่ดูไร้ซึ่งสิ่งใดกลับทำให้มันบาดเจ็บไม่น้อย
นัยน์ตาของอสูรแมงมุมหมื่นขาเย็นเยียบขึ้นจ้องมองร่างตรงหน้าไม่ลดละ หลังจากการปะทะกันเพียงชั่วครู่ก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้นี้!
เพียงหนึ่งการวูบไหวเสียงหวีดแหลมก็ดังก้องมาจากปากและจมูกอันน่าเกลียดน่ากลัวของมันเส้นใยแมงมุมนับร้อยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วเหนือแสง
ทั่วทั้งร่างส่องประกายราวกับเป็นเคล็ดวิชาโบราณจากเผ่าอสูรผู้นี้
ทันใดนั้น แสงสีเงินก็ปกคลุมทั่วผืนดาวฟูซังพลังน่าสะพรึงกลัวเข้าถาโถมความว่างเปล่าราวกับกระแสน้ำที่กำลังท่วมท้น
“ลูกเล่นตื้นๆ!”
มู่เวิ่นเซียนส่งเสียงคำรามเย็นชาร่างกายแผ่แสงสีทองออกมา แสงโลหิตสีทองแกร่งถึงขีดสุดกระเพื่อมราวกับเทพเจ้าโบราณฟื้นคืนชีพ
กายเนื้อเซียนหาผู้ใดเทียบได้ไร้ซึ่งความกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้า กำหมัดเทพแล้วพุ่งเข้าปะทะอย่างแรง!
ตูม!!!
กระแสโลหิตสีทองที่ไหลออกมาทำลายแสงสีเงินที่คลี่คลุมไปทั่วห้วงนภาจนสลายหายไปในชั่วพริบตา
“อะไรกัน!?”
ใบหน้าอสูรแมงมุมหมื่นขาเผือดสี
พลังโลหิตของเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้นี้กลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพอสูรเสียอีก
เขาเป็นใครกันแน่!
และในตอนนั้นเอง
ร่างของมู่เวิ่นเซียนก็เยื้องย่างออกมาจากแสงสีทองไร้สิ้นสุดแสงศักดิ์สิทธิ์โกลาหลควบแน่นและไหลรินอยู่ที่ปลายนิ้ว ร่องรอยแห่งวิถีไขว้สลับกันปลดปล่อยคลื่นพลังอันมหาศาล
เขางอนิ้วชี้แสงศักดิ์สิทธิ์โกลาหลก็ทะลวงออกจากร่างอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแปลบปลาบไม่เห็นแม้ร่องรอยของพลัง
ฉัวะ!
แสงศักดิสิทธิ์โกลาหลพุ่งตรงไปยังหน้าผากของอสูรแมงมุมหมื่นขา
บริเวณนั้นบรรจุไว้ซึ่งพลังจิตที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งมีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สั่นไหวอยู่ข้างในซึ่งต้องเป็นพลังแห่งต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งของเทพอสูรตัวนี้แน่
ครืน!
อสูรแมงมุมหมื่นขาสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตจึงรีบประสานเคล็ดวิชาไร้ผู้ใดเทียบได้วิชาหนึ่งพลังเทพอสูรเปล่งออกมาจากบริเวณหน้าผากของมันแล้วปะทะเข้ากับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังพุ่งเข้ามา!
ตูม!!!
คลื่นพลังงานม้วนตัว ลมพายุโหมกระหน่ำสถานการณ์นั้นยุ่งเหยิงเกินจะบรรยาย
ทว่าหว่างคิ้วของมู่เวิ่นเซียนกลับกลายเป็นเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่กำลังทอแสงอยู่บนนภาส่องแสงจ้าตั้งแต่บรรพกาลจนถึงปัจจุบัน
ในหอคัมภีร์ของตระกูลมู่มีเคล็ดวิชาอักษรนิรันดร์หนึ่งในเก้าเคล็ดวิชาลับ สุดยอดวิถีแห่งการหล่อหลอมพลังเทพ!
กายเนื้อ พลังเทพ มรรคาวิถี
สามวิถีบ่มเพาะพร้อมกันมาเป็นเวลาสิบปีนี่คือรากฐานอันไร้เทียมทานของมู่เวิ่นเซียน!
เขาใช้จิตสัมผัสทะลวงผ่านภาพลวงตาตรงหน้าเปลี่ยนมือเป็นปีกคุนเผิงขนาดใหญ่ แล้วพุ่งโจมตีขึ้นไปบนห้วงเวหา!
ฉัวะๆๆ!
คลื่นกระบวนท่าอันยากหยั่งถึงเข้าถาโถมขาแมงมุมเหล่านั้นถูกฟันจนขาดสะบั้น แล้วร่วงลงไปกองอยู่บนพื้น
“อ๊าก!”
อสูรแมงมุมหมื่นขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้นี้แข็งแกร่งเกินไปมีแต่เคล็ดวิชาต้องห้าม พลังต่อสู้ไร้ขีดจำกัด
แม้แต่เผ่าพันธุ์ที่ราวกับเทพอสูรเช่นมันก็ยังยากที่จะต่อกรด้วย ความคิดถอยหนีจึงผุดขึ้นในใจ
ในชั่วพริบตาต่อมา
อสูรแมงมุมหมื่นขาไม่กล้าที่จะสู้กับเขาอีกต่อไปอ้าปากพ่นหมอกดำออกมา ปกคลุมน่านฟ้าครึ่งหนึ่งแล้วแปลงตัวเองกลายเป็นแสงสีดำสายหนึ่งเพื่อหนีไปให้ไกลแสนไกล
“หึ ไม่รู้จักเจียมตัว”
มุมปากของมู่เวิ่นเซียนยกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันพลังจิตพุ่งไปยังขาแมงมุมที่ถูกฟันขาดกองไว้ พลันส่งเสียงประหลาดใจ
“หืม? ขาเก้าข้าง…”
“เกินมาหนึ่งข้าง”
“ช่างเถอะ ข้า มู่เวิ่นเซียนบอกว่าจะฟันขาเจ้าแปดข้าง ก็คือแปดข้าง!”
“ขาที่เกินมาข้างนี้ ข้าคืนให้เจ้า!”
มู่เวิ่นเซียนยื่นมือออกไปคว้าขาแมงมุมสีเงินที่อยู่ในมือไว้ข้างหนึ่ง เหลือบมองไปยังร่างที่กำลังหนีไปพลังโลหิตทั่วร่างก็ระเบิดออกทันใด แล้วไปรวมตัวกันอยู่ที่จุดจุดเดียวก่อนจะเขวี้ยงหอกนี้ออกไปอย่างแรง
ฉัวะ!
ลำแสงสีเงินสายหนึ่งแหวกผ่านท้องฟ้าดั่งอัสนีสีเงินสายหนึ่งพลังที่บรรจุไว้ทำให้ความว่างเปล่าบริเวณที่ผ่านไปปั่นป่วน
ตูม!!!
ขาแมงมุมข้างหนึ่งพุ่งทะลวงหน้าอกของอสูรแมงมุมหมื่นขาที่กำลังหนีไปมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลังชีวิตเหือดแห้ง และอาการก็บาดเจ็บปางตาย
มันหันหลังกลับไปมองแวบหนึ่งดวงตาที่เย็นเยียบส่องประกายความอาฆาตแค้น ทว่าก็ไม่กล้าที่จะหยุดอยู่รีบเร่งความเร็วขึ้นอีกหลายส่วนหนีหายไป
“พวกเราไปกันเถิด”
มู่เวิ่นเซียนไม่คิดที่จะฆ่าและคร้านจะใส่ใจแล้วหันไปกล่าวกับผีเสื้อเทพไหมและกิเลนคำหนึ่งจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางสำรวจดาวฟูซัง!
และในเวลานั้นเอง
อัจฉริยะจากหมื่นเผ่าจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์จ้องมองไปยังทิศทางที่อสูรแมงมุมหมื่นขาหลบหนีไปด้วยแววตาที่ลุกโชน
เทพอสูรบรรพกาลเช่นนี้ทั่วทั้งร่างล้วนเป็นของล้ำค่า
โลหิตนั้นเทียบได้กับโอสถเม็ดใหญ่ขาแมงมุมก็เทียบได้กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์!
บัดนี้ถูกมู่เวิ่นเซียนโจมตีสาหัสพลังนั้นอ่อนแอลงไปอย่างน้อยก็เจ็ดส่วน!
เป็นโอกาสอันดีที่จะลงมือ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้อัจฉริยะจากหมื่นเผ่าจำนวนมากก็เคลื่อนไหว กระตุ้นความเร็วสูงสุดของตนเองไล่ตามอสูรแมงมุมหมื่นขาไป!
แม้แต่ธิดาจากเผ่าทวยเทพเมี่ยวโหรวก็ยังรู้สึกหวั่นๆ
นางก็สนใจเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุพลังจิตอันแข็งแกร่งบนหน้าผากนั้นไม่น้อย
ไปผ่าศีรษะของมันออกบางทีอาจจะได้เคล็ดวิชาโบราณหลายชนิด
ทันใดนั้นร่างงามก็หายไปจากผืนแผ่นดินแห่งนี้อย่างเงียบเชียบ