Tale of Tales Online: Age of Apocalypse อภิมหาสงครามภัยพิบัติถล่มจักรวาล

    ตอนที่ 16 ผิดเป็นครู(Lesson Learned)


    เพียงครู่หนึ่งความมืดมิดก็ถูกแทนที่ด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีบนพื้นที่ราบเรียบกว้างใหญ่มองดูสุดลูกหูลูกตา สัมผัสของบรรยากาศโดยรอบให้ความรู้สึกสดชื่น ทั้งกลิ่นไอดินที่โชยเข้าจมูกและความผ่อนคลายจากสายลม มันช่างคล้ายกับบรรยากาศที่เนินเขาเยลโลว์เฮย์ไม่มีผิดผมแปลกใจมากที่มันไม่ได้เป็นสถานพยาบาลตามที่คาดไว้ทันใดนั้นก็มีสุนัขตัวหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของผม ซึ่งหากมองดูจากลักษณะภายนอกแล้วมันช่างดูเหมือนกับเจ้าตูบที่ผมอัญเชิญออกมาโดยทักษะชีพด็อกไม่ผิดเพี้ยนผมเอื้อมมือไปลูบหัวมันอย่างนุ่มนวล ก่อนที่มันจะเริ่มเห่าแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปในคอกไม้ที่เต็มไปด้วยฝูงแกะที่จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ซึ่งเจ้าตูบก็ดูมีความสุขกับการได้วิ่งต้อนแกะเป็นอย่างมาก ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นวิ่งนำฝูงแกะออกจากคอกไปแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีฝูงหมาป่าฝูงหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเพื่อนสี่ขา ขนของพวกมันเป็นสีเทา มีนัยน์เป็นตาสีแดงเลือดจังหวะนั้นเองก็มีหมาป่าตัวหนึ่งวิ่งกระโจนเข้าใส่เจ้าตูบโดยที่มันไม่ได้ตั้งตัว ทำให้ทั้งสองสู้รัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่หมาป่าตัวอื่นๆ จะเริ่มพุ่งเข้าใส่ฝูงแกะที่ในตอนนี้ได้กระจัดกระจายออกไปรอบทิศราวกับผึ้งแตกรังสมองพยายามคิดหาเหตุผลและความเชื่อมโยงต่างๆ ที่สามารถเป็นไปได้ซึ่งเมื่อผมก้มมองดูตัวเอง ทำให้รู้ได้ทันทีว่าตัวผมนั้นไม่ใช่ตัวผมเองอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นเด็กชายร่างเล็กที่สวมเสื้อผ้าเก่าแถมยังขาดเป็นรูแลดูมอมแมม‘แม้ตัวของผมจะเป็นเด็ก แต่สมองของผมเป็นผู้ใหญ่’ผมจึงพยายามหาไม้กายสิทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ แต่ก็ไม่พบในสิ่งที่ต้องการ นอกจากนี้ผมยังพยายามเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาด้วยเช่นกัน แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของผลลัพธ์คาดหวังพลันปรากฏท่อนไม้สีเข้มขนาดเท่าไม้เบสบอลวางอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเด็กอีกคนหนึ่งที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เขาพยายามดึงแขนผมแล้วบอกให้วิ่งเข้าไปบอกคนในหมู่บ้านพร้อมกับเขา แม้ผมจะอ้าปากพูดตอบไปว่าไม่ แต่กลับไร้ซึ่งเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปากตอนนี้ผมจึงมีแค่สองทางเลือกคือ เข้าไปตามชาวบ้านตามที่เด็กคนนี้บอกหรือจะเข้าไปยุ่งกับเหตุการณ์ตรงหน้า ซึ่งไม่ว่าผมจะเลือกทางไหนก็ย่อมมีผลที่ตามมาทั้งนั้นและหากมันเป็นไปตามเนื้อเรื่องเด็กเลี้ยงแกะในเวอร์ชันที่ผมรู้จักแล้ว การที่จะวิ่งเข้าเมืองไปบอกชาวบ้านก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เพราะพวกเขาคงจะคิดว่าผมนั้นโกหกตามแบบฉบับนิทานเด็กเลี้ยงแกะเพียงครู่หนึ่งผมก็ได้ตัดสินใจที่จะแทรกแซงห่วงโซ่อาหารเส้นนี้ ตัดสินใจที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเจ้าตูบและฝูงแกะด้วยตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปในท้ายที่สุดผมก็สามารถสลัดจากการหน่วงรั้งได้สำเร็จ แล้วจึงออกวิ่งพลางก้มลงหยิบท่อนไม้เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่อันตรายเบื้องหน้าท่อนไม้ที่กลายเป็นเพียงอาวุธหนึ่งเดียวในมือถูกกำแน่น ก่อนจะวิ่งเข้าชาร์จใส่หมาป่าตัวหนึ่งที่กำลังวิ่งไล่ลูกแกะตัวน้อยหมาป่าอับโชคได้ถูกท่อนไม้หวดเข้าที่คอจนร้องหงิง ก่อนที่ร่างของมันจะหงายล้มทั้งยืนแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้กล้ามเนื้อแขนของผมนั้นปวดแปลบ ฝ่ามือเจ็บแสบระบมสายตาพลันเหลือบไปเห็นเจ้าตูบที่โดนหมาป่าตัวโตงับเข้าที่คออย่างจัง ผมจึงไม่ลังเลที่จะวิ่งเข้าไปขัดขวางท่อนไม้ในมือที่เคยถือได้อย่างไม่ยากเย็นนัก บัดนี้กลับรู้สึกหนักอึ้งกว่าแต่ก่อน ซึ่งทำให้ผมต้องเปลี่ยนจาการถือด้วยสองมือเป็นการการลากแทนเมื่อเข้าใกล้ระยะ สองมือจึงประคองท่อนไม้ แล้วใช้แรงที่มีเหวี่ยงอาวุธฟาดเข้าที่ท้องของหมาป่าตัวนั้น จนมันเผลอร้องหงิงแล้วคลายขากรรไกรที่งับเจ้าชีพด็อกออกในท้ายที่สุดดูเหมือนเจ้าหมาต้อนแกะจะได้โอกาส มันจึงงับหมับเข้าที่คอของหมาป่าตัวนั้นคืนบ้างซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่ผมโดนหมาป่าอีกตัวเข้ากระโจนเข้าใส่ ไม้ในมือถูกดึงขึ้นมาป้องกันตัวได้ทันเวลา ก่อนที่หมาป่าหิวโหยที่เล็งไว้ว่าจะงับลงมาที่คอกัดเข้าไปที่ท่อนไม้แทน ซึ่งต้องขอบคุณปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่ช่วยผมรอดพ้นจากคมเขี้ยวมัจจุราชในครั้งนี้ไปได้ไม่นานนักหมาป่าตัวอื่นๆ ที่เคยวิ่งไล่ฝูงแกะก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายกลายมาเป็นผมแทน ทำให้ในตอนนี้ทั้งเนื้อตัวหรือแขนขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากการกัดขย้ำอยู่หลายจุด ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นช่างสมจริงจนเกินจะทน ไม่นานนักทัศนวิสัยการมองเห็นก็ค่อยๆ ถูกย้อมเป็นสีแดงและก่อนที่ผมจะหมดสติไป พลันวัตถุเปียกชื้นปริศนาก็ได้สัมผัสเข้าที่ใบหน้า ผมพยายามอย่างหนักที่จะลืมตาขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งในบัดนี้ทุกอย่างรอบกายกลายเป็นสีดำมืด สิ่งสุดท้ายที่เห็นกลับเป็นเจ้าตูบที่กำลังใช้ลิ้นของมันเลียเข้าที่ใบหน้าของผม แล้วทุกอย่างก็ดำมืดไปอีกครั้งไม่นานนักเสียงระบบก็ดังขึ้นท่านไม่สามารถปกป้องฝูงแกะเอาไว้ได้ ภารกิจเรื่องราวของเด็กเลี้ยงแกะล้มเหลวท่านได้รับการยอมรับจากวิญญาณผู้พิทักษ์หนังสือเด็กเลี้ยงแกะ... บัดดี้  เพียงครู่หนึ่งผมก็กลับมาเคลื่อนไหวตัวเองได้อีกครั้ง ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาเจอกับวิญญาณโปร่งแสงสีขาวที่เป็นรูปร่างของสุนัขวิญญาณสุนัขเลียผมอีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่วิญญาณดังกล่าวจะสลายกลายเป็นแสงไปฝูงแกะหลงทางที่ผมได้เรียกมาก่อนหน้านี้ก็ได้หายไปแล้วเช่นกันตอนนี้สติของผมได้กลับมาที่เนินเขาเยลโลว์เฮย์ที่อยู่ในมิติปิดของอารีน่าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเดอไลล่าลามะที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นถือเป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีการที่ผมได้รับโอกาสครั้งที่สองในการแก้ตัวนั้น คาดว่าน่าจะเป็นเพราะผมได้รับการยอมรับของบัดดี้... สุนัขที่ถูกเรียกมาด้วยทักษะชีพด็อกและด้วยผลจากทักษะสนับสนุนของบัดดี้นั่นเองที่ชุบชีวิตผมให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งหลังเปิดหนังสือหน้าทักษะชีพด็อกและเห็นจากคูลดาวน์ที่ปรากฏในรายละเอียดสกิลแล้ว ผมคงไม่สามารถเรียกบัดดี้ออกมาได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้แน่ เพราะเวลาที่อารีน่ากำหนดเอาไว้คือสามสิบนาที ซึ่งบัดนี้น่าจะเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ… แต่เมื่อเปิดเมนูภารกิจขึ้นมาดูก็ต้องตกใจไปกับตัวเลข เพราะผมพบว่าเหลือเวลาในการตีบอสอยู่อีกตั้ง 22 นาทีกับอีก 15 วินาที ถ้าหากนับเวลาที่ผมเข้าไปทำเควสเรื่องราวของเด็กเลี้ยงแกะยังไงก็เกินแน่ๆ‘มันแปลกมาก’ผมใช้ทักษะเรียกฝูงแกะหลงทางขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะใช้คำสั่งการ์ดพอยท์เรียกเหล่าปุกปุยยักษ์ให้มาปกป้องรอบตัว พลางเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งพวกมันก็กลิ้งตามมาได้อย่างไม่ติดขัดนักโดยในขณะที่วิ่งนั้นผมก็ได้พลิกอ่านหนังสือตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย โดยพยายามสแกนอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อให้เนื้อหาภายในเล่มผ่านตาให้มากที่สุด และแล้วก็ดันพลิกไปเจอหน้าหนึ่งที่มีการระบุข้อควรระวังเอาไว้ ซึ่งมันอยู่แถวๆ เกือบท้ายเล่ม โดยข้อความดังกล่าวถูกเขียนเอาไว้ว่า…‘ไม่ควรนับจำนวนแกะในการต่อสู้’ผมรู้สึกเหมือนโดนฟาดหัวด้วยไม้หน้าสาม เพราะข้อมูลตรงหน้านั้นทำให้นึกถึงความผิดพลาดเมื่อครู่ที่เกือบทำให้ผมต้องเข้าแอดมิทในสถานพยาบาลเมืองอัลปาป้า ซึ่งถ้าผมอ่านเจอเนื้อหาดังกล่าวเร็วกว่านี้อีกหน่อยแล้วละก็... ข้อผิดพลาดทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถึงอย่างไรแล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ได้เป็นบทเรียนที่สอนให้ผมมีความรอบคอบในการใช้งานทักษะในหนังสือมากกว่าที่เคยหลังจากอ่านคร่าวๆ จบไปหนึ่งรอบ ทำให้ได้ข้อสรุปว่าหนังสือเด็กเลี้ยงแกะเล่มนี้มีทักษะที่ใช้ในการสร้างความเสียหายน้อยมาก ซึ่งทักษะที่มีโดยส่วนใหญ่จะเป็นทักษะที่เน้นการใช้งานซัมมอนแกะเสียมากกว่า แต่ยังไงก็ดีกว่าไม่มีเลยแรงสั่นสะเทือนจากด้านนอกทำให้ผมรู้ดีว่าโล่แกะคงปกป้องผมไว้ได้อีกไม่นาน ก่อนจะเอ่ยคำสั่งหนึ่งออกมา เมื่อคิดว่าปลอดภัยแล้ว“เมจิกพอยท์(Magic Point)”แย่หน่อยที่ในหนังสือไม่มีข้อมูลของแต่ละคำสั่งบอกไว้ อย่างมากผมก็ทำได้เพียงตีความจากรูปวาดที่ดูเหมือนภาพวาดของเด็กอนุบาลเท่านั้น โดยรูปของคำสั่งเมจิกพอยท์นั้น เป็นรูปที่แกะถูกวาดเป็นเหมือนกระสือที่มีแต่ส่วนหัวลอยอยู่ โดยจากในรูปมีพวกมันบางตัวพ่นบางอย่างออกมา ซึ่งสิ่งที่มันพ่นออกมาดันมีลักษณะไปคล้ายคลึงกับสิ่งที่ ‘คนก้าง’ ปาออกมา มันแตกต่างจากคำสั่งการ์ดพอยท์ที่เป็นเพียงรูปแกะขนฟูตัวอ้วนกลมเท่านั้นสิ้นเสียงคำสั่ง ร่างอ้วนกลมของเหล่าแกะยักษ์พลันหดลงจนมีขนาดพอๆ กับลูกบาสเกตบอลที่มีลักษณะเป็นเหมือนก้อนเมฆปุกปุย ร่างกายของพวกมันได้หายไป เหลือไว้แต่เพียงส่วนหัวที่มีขนาดใหญ่โตกว่าปกติเท่านั้น โดยลักษณะการเคลื่อนไหวของพวกมันคล้ายกับดาวเคราะห์ในระบบสุริยะซึ่งกำลังลอยโคจรอยู่รอบตัวผมที่เป็นจุดศูนย์กลางในจังหวะที่ผมกำลังหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมากเพื่อที่จะยิงออกไปนั้น หนังสือพลันหลุดมือ ซึ่งมันไม่ได้ตกลงสู่พื้นอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับ ‘ลอย’ อยู่ได้โดยไม่มีอะไรกั้น พลันเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่าตลอดเวลามานี้มันคืออะไร ผมจะถือมันไว้ให้เมื่อยมือทำไมกันไม้กายสิทธิ์ในมือถูกสะบัดเพื่อส่งกระสุนเวทมนตร์ออกไปหาเดอไลล่า พร้อมกับที่ดาวเคราะห์แกะในระบบวิคเตอร์จักรวาลสามัคคีรวมใจกันเปล่งเสียงร้องแบะๆ ออกมาก่อนที่พวกมันจะยิงลูกพลังออกจากปากออกไปเช่นเดียวกับผมไม่มีผิดเพี้ยนและจากบทเรียนครั้งก่อนที่เล่นเอาผมฟุบหลับไปเนื่องจากเผลอไปนับจำนวนแกะทำให้ผมไม่กล้านับแม้แต่จะนับจำนวนแกะที่เหลืออยู่หรือจำนวนกระสุนที่ปล่อยออกมาน่าเสียดายที่ผมไม่ได้เป็นอาชีพจอมเวทฝึกหัดและไม่มีทักษะเอมเบลมอีกต่อไปแล้ว ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีลุ้นว่ากระสุนเวทมนตร์จากก้อนขนเหล่าจะสามารถร่ายทักษะออโต้แคสต์ออกมาได้ด้วยหรือเปล่าดูเหมือนว่าแม้จะรวมพลังกับฝูงแกะในรูปแบบเมจิกพอยท์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระสุนเวทธรรมดาเหล่านั้นมีความรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด แต่ด้วยจำนวนที่ทวีคูณขึ้นหลายเท่าตัว น่าจะทำความเสียหายรวมกันรุนแรงขึ้นกว่ายิงคนเดียวราวห้าถึงสิบเท่า ซึ่งดูจากสภาพเดอไลล่าแล้วค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เดอไลล่าถึงขั้นบาดเจ็บรุนแรงได้ทักษะที่ผมกำลังจะใช้ออกมานี้เป็นทักษะเดียวกันกับทักษะที่ทำให้ผมเกือบถูกคัดออกจากกิจกรรมอารีน่าวันออนวัน“บอมบ์ ชีพอะ บอมบ์บอมบ์ ชีพ อะ… ชีพอะบอมบ์(Sheep A Bomb)” ทักษะ: ชีพอะบอมบ์(Sheep A Bomb) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 60 วินาทีคำร่าย: บอมบ์ ชีพอะ บอมบ์บอมบ์ ชีพ อะรายละเอียด: ด้วยผลของการฝึกแกะมาเป็นเวลานาน สามารถเปลี่ยนซัมมอนแกะหลงทางในครอบครองให้เป็นแกะพลีชีพ โดยค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะคำนวณจากครึ่งหนึ่งของพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของซัมมอนแกะหลงทางทั้งหมดรวมกัน*หากซัมมอนเป็นแกะดำค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะรุนแรงขึ้นเป็น 2 เท่า ผมพยายามร่ายเวทอยู่สองสามรอบจึงจะสำเร็จ เนื่องจากไม่สามารถกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้‘มันช่างเป็นคำร่ายที่น่าประหลาดใจดีแท้ ผมหมายถึงประหลาดใจในทางที่ดีนะ’สิ้นเสียงเรียกใช้ทักษะ เหล่าดาวเคราะห์ปุกปุยในวงโคจรก็หลุดลอยพุ่งเข้าหาเดอไลล่าทันที ก่อนจะเกิดเป็นเสียงระเบิดตู้มต้ามราวเจ็ดถึงแปดครั้งผมก็ไม่รู้หรอกว่าทักษะชีพอะบอมบ์แท้จริงแล้วได้สร้างความเสียหายให้เดอไลล่าลามะไปเท่าไร แต่ดูจากสภาพขนตามร่างที่ไหม้เกรียม เนื้อตัวที่มอมแมมนั้นทำให้เธอดูไม่เหมือนเจ้าหญิงน้อยลูกครึ่งลามะอีกต่อไปร่างของเดอไลล่าพุ่งตกลงมาบนพื้นดิน แรงกระแทกทำให้เกิดเป็นหลุมตื้น ไม่นานนักเธอก็ลุกขึ้นมาแล้วทำท่าคลานสี่ขา ก่อนจะก้มลงกินหญ้าที่มองดูแล้วไม่ต่างจากท่าทางของลามะจอมถุยที่ผมเคยเห็นสักเท่าไร‘ใครจะปล่อยให้กินหญ้าได้อย่างสบายใจกันเล่า’ผมได้โอกาสจึงเรียกแกะหลงทางขึ้นมาอีกครั้ง“แกะน้อยเอ๋ยจงตอบรับเสียงเพรียกของผู้เป็นนาย… สเตรแลมบ์(Stray Lamb)” ทักษะ: สเตรแลมบ์(Stray Lamb) ขั้น 10ประเภท: เรียกใช้งานคูลดาวน์: 30 วินาทีเวลาแสดงผล: เมื่อใช้งานจนหมดหรือจนกว่าจะยกเลิกคำร่าย: แกะน้อยเอ๋ยจงตอบรับเสียงเพรียกของผู้เป็นนายรายละเอียด: เนื่องจากประสบการณ์การเป็นเด็กเลี้ยงแกะมานับสิบปี จึงทำให้สามารถเรียกเหล่าแกะน้อยหลงทางมารับใช้ได้ เรียกสเตรแลมบ์ออกมาเป็นจำนวน 10 ตัว เพื่อใช้ในการจู่โจมหรือป้องกันตามใจนึก ผู้ใช้สามารถเรียกและควบคุมแกะน้อยหลงทางพร้อมกันได้สูงสุด 10 ตัว โดยค่าสถานะของซัมมอนจะแปรผันตรงกับเลเวลของผู้ใช้ ผมละสายตาจากเธอไปเพียงครู่เดียว จู่ๆ เหล่าลามะก็โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ตั้งเยอะแยะ ยิ่งรวมกับฝูงที่เธอเรียกมาก่อนหน้านี้ด้วยแล้ว ยิ่งดูเยอะเข้าไปใหญ่ พวกมันพลันวิ่งกรูกันเข้ามาพร้อมกับแสดงกิริยาถ่อยที่เป็นการถุยน้ำลายทักทายด้วยความชุลมุนทำให้ผมไม่สามารถมองหาร่างของเดอไลล่าพบได้ แต่คาดว่าเธอน่าจะซ่อนตัวอยู่ในโล่ลามะนี่แหละ ไม่น่าจะหนีไปไหนได้ผมจึงใช้คำสั่งเปลี่ยนรูปแบบของซัมมอนแกะที่เรียกออกมาให้เป็น...“วอริเออร์พอยท์(Warrior Point)”ซึ่งรูปวาดของคำสั่งวอริเออร์พอยท์นั้นเป็นเพียงแค่รูปแกะธรรมดากลุ่มหนึ่งที่ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากเขาสองข้างม้วนที่งอออกมาทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง ฝูงแกะก็พลันชักดิ้นชักงอด้วยความปวดอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเขางอกออกมาเสร็จสมบูรณ์ พวกมันจึงยืนขึ้นอีกครั้งร่างกายโดยรวมของมันดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นกว่าเมื่อครู่ ขนที่เคยนุ่มฟูบัดนี้หายไป เหลือให้เห็นเพียงขนสั้นที่เหยียดตรง นัยน์ตาของพวกมันก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่พวกมันจะเริ่มออกวิ่งไปยังทิศทางที่กองทัพลามะพุ่งเข้ามา