ซ่าๆ!”โอ้ย มาตกอะไรตอนนี้เนี่ย!” จู่ๆฝนก็ตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันรีบวิ่งเข้าไปในมหาลัยเพื่อหาที่หลบจนมายืนอยู่ใต้ตึกของคณะวิศวะ ฟ้าเริ่มมืดขึ้น คนแถวนี้ก็ไม่ค่อยมี หนาวก็หนาว วันนี้มันวันอะไรวะเปียกหมดแล้วเนี่ย “อ้าวเฮ้ย! ฝนตกเฉย มึงเอาบิ๊กไบค์มาไม่ใช่เหรอวะไอ้ริว ไปพร้อมกูกับไอ้เลย์มั้ยจะได้ไม่เปียก” “มึงไม่ต้องไปชวนมันหรอกไอ้เติ้ล คนอย่างมันเคยทิ้งรถสุดที่รักไว้ที่ไหน หวงยิ่งกว่าเมีย” ฉันไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยที่ดังอยู่ใกล้ๆเท่าไรเพราะมัวแต่ปัดเนื้อปัดหัวที่เปียกของตัวเองอยู่ โอ่ย หนาวจนสั่นแล้วเนี่ย เมื่อไรฝนจะหยุดตก”เออว่ะ แล้ววันนี้พวกมึงจะไปแดกเหล้าปะ””กูไป มึงล่ะไอ้ริว””อือ” “งั้นเจอกันบ้านไอ้ไทม์ เฮ้ย! ใครวะ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงที่ตะโกนอยู่ด้านข้างก็เจอกับคิริวและเพื่อนๆของเขาที่กำลังมองมาทางฉันอย่างสงสัย ซวยซ้ำซวยซ้อน! ดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจออีก ฉันหันหน้าหนีพวกเขาไปอีกทางทันที “แมร่งน่ารักว่ะ“”ไหนไอ้เลย์ ขอกูดูหน้าชัดๆหน่อยดิ เอ้า! ไอ้ริวมึงจะมายืนบังพวกกูทำไมวะ” ร่างสูงใหญ่ของคิริวยืนบังฉันจากเพื่อนๆของเขาจนมิด ”พวกมึงรีบกลับไปเลย“ เสียงเข้มต่ำของคิริวดังขึ้น ฉันได้แต่ยืนมองแผ่นหลังกว้างของคิริวอย่างสงสัย “อะไรของมึงเนี่ย จะมายืนทำหน้าโหดใส่พวกกูทำไม” เพื่อนของเขาคนที่น่าจะชื่อเลย์พูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด”...” คิริวยังคงเงียบไม่พูดอะไรต่อ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้าแบบไหนเพราะเห็นแต่แผ่นหลังกว้างของเขานี่ไง “มึงอย่าทำตัวโหดใส่พวกกูสิวะไอ้สัสนี่ กูไปก็ได้ เป็นเหี้ยไรของมันวะ” คนที่ชื่อเติ้ลบ่นอย่างหัวเสียแล้วเดินไปอีกทางพร้อมกับเลย์ทันที หลังจากเพื่อนๆของเขาเดินไปสักพักคิริวก็หันหน้ามามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เขายิ้มมุมปากแล้วสบตาฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์จนฉันต้องก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง ชิบ! เสื้อนักศึกษาสีขาวโดนฝนจนเปียกเห็นบราสีดำด้านในเลยให้ตายสิ! พรึ่บ! ฉันรีบเอากระเป๋าสะพายขึ้นมากอดไว้บดบังบราสีดำที่เห็นทะลุออกมานอกเนื้อนักศึกษา แล้วเงยหน้าขึ้นไปจ้องหน้าส่งสายตาขุ่นเคืองขั้นสุดให้คิริวทันที “มองอะไร!” “เห็นมาหมดแล้วจะอายทำไม” “ทุเรศ” ฉันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองไว้แน่น ใครมันจะไปหน้าด้านเท่าเขาล่ะ คิริวสบตากับฉันแล้วเขาก็เดินไปทางที่จอดรถใต้ตึกโดยไม่พูดอะไรออกมา นี่เขาแค่จะกวนประสาทฉันเล่นๆหรือไงเนี่ย! บรื้น บรื้นน! ฉันเงยหน้าไปมองตามเสียงบิ๊กไบค์สีดำเทาที่ดังอยู่ข้างหน้า คิริวตั้งขาตั้งรถไว้แล้วเดินเข้ามาในตึกตรงที่ฉันยืนอยู่ เขาถอดหมวกกันน็อคสีเดียวกับรถวางไว้ที่โต๊ะข้างๆแล้วเดินมายืนมองหน้าฉันนิ่ง “ขึ้นรถ”