หลังจากที่ขับรถออกมาจากบ้านกฤษณะอริสาก็เอาแต่นั่งนึกถึงคำพูดของเขา ว่าเหตุใดถึงพูดเช่นนั้นและสิ่งที่เขาพูดมันคืออะไรกันแน่!!
โดยใบหน้าหวานหม่นลงเล็กน้อยกับความรู้สึกดังกล่าวไม่เคยมีผู้ชายคนไหนดูถูกเธอได้มากขนาดนี้มาก่อนแต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมยังมีความรู้สึกดีๆ ให้เขาทั้งที่เพิ่งจะเจอกันเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นเอง
“มีอะไรรึเปล่าจ๊ะแม่เห็นลูกหว้านั่งเงียบมาั้แ่ออกมาจากบ้านน้ากรองแก้วแล้ว รึว่าไม่สบาย”นางผกาเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใยเมื่อเห็นว่าลูกสาวนั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“เปล่าหรอกค่ะลูกหว้าไม่ได้เป็อะไร” เธอยิ้มออกมาเพื่อให้มารดาคลายกังวลเพราะทุกครั้งที่เธอไม่สบายใจหรือเป็อะไรมารดาก็มักจะเป็ห่วงเธอตลอด
และไม่นานต่อมารถคันสวยของอริสาก็มาหยุดจอดหน้าบ้านหลังงามของตนตามด้วยเสียงแตรที่ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนจะมีคนวิ่งออกมาเปิดประตูรั้วบานใหญ่ให้อย่างเร่งรีบและเมื่อประตูเปิดกว้างเธอจึงขับรถเข้าไปในบริเวณบ้านทันที
“แม่ว่าหนูขึ้นไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะนะดูหน้าซีดๆ ถ้าถึงเวลาอาหารเย็นเมื่อไหร่แม่ค่อยให้คนขึ้นไปตาม”
นางผกาใช้มือลูบหัวอริสาอย่างอ่อนโยน แล้วค่อยเดินไปหานายอมรที่อยู่ในห้องนั่งเล่นจากที่นางสังเกตสีหน้าของลูกสาวดูเหมือนจะไม่สบายใจอะไรสักอย่างถึงแม้เ้าตัวจะบอกว่าไม่มีอะไรและยิ้มกลบเกลื่อนก็ตาม แต่คนเป็แม่อย่างนางก็พอจะดูออก
“ลูกเป็อะไรไปรึคุณ”นายอมรเอ่ยถามภรรยาเมื่อเห็นลูกสาวเพียงคนเดียวเดินขึ้นบันไดไป
“เปล่าหรอกค่ะสงสัยแกคงจะเหนื่อย ผกาเลยให้แกขึ้นไปพักผ่อนข้างบนห้องก่อน”นางบอกสามีพร้อมกับจะนั่งลงข้างๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเครียดอย่างเป็การเป็งาน
“แล้วเื่นั้นล่ะคะ จะบอกลูกว่ายังไงดีผกากลัวแกจะโกรธจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกคุณ เดี๋ยวผมพูดกับลูกเอง”
นายอมรบอกอย่างใจเย็นก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดภรรยาที่นั่งอยู่ใกล้ๆอย่างรักใคร่โดยอีกฝ่ายเอนศีรษะซบบนไหล่กว้างเช่นกัน และภาพที่แสดงถึงความรักที่ไม่เสื่อมคลายของคนทั้งสองก็ทำให้นางสีถึงกับยิ้มออกมาอย่างเป็สุข
เมื่อขึ้นมาบนห้องนอนอริสาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างทันทีคำพูดของกฤษณะวกกลับเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้งในขณะที่เปลือกตาสวยปิดลง
‘เธอใช้มารยาอะไรกันแน่ คุณแม่ถึงได้ชอบเธอนักหนาแต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลย ไม่ว่าเธอจะใช้มารยาอะไร ฉันก็ไม่สน เพราะฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงหน้าไม่อายอย่างเธอเด็ดขาด’
ไม่พอแค่นั้นยังมีต่อ
‘ไม่ต้องทำหน้าใสซื่อทำเป็ไม่รู้เื่อะไรหรอกฉันไม่เชื่อ อ่อ!!และวันนั้นเธอคงจะแกล้งเดินเข้ามาชนฉันเพื่อหวังเข้ามาตีสนิทสินะ หึ!!ดูท่าคงจะวางแผนมาอย่างดิบดี’
‘ดูๆ ไปเธอก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ แต่ว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอมท่าทางใสซื่อไร้เดียงสาแบบนี้คงจะผ่านอะไรมาเยอะน่าดู ไม่งั้นคงไม่หน้าด้านมาหาผู้ชายถึงบ้านหรอกจริงไหม’
และคำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้เธอเจ็บจี๊ดน้ำตาแทบไหล
‘ไม่ต้องห่วงหรอกนะเธอจับฉันไม่ติดหรอก เพราะฉันมีคนที่้าจะแต่งงานด้วยอยู่แล้ว ซึ่งคน ๆนั้นไม่ใช่เธอแน่นอนสบายใจได้เลย’
“...แล้วทำไมพี่กฤษณะต้องมาบอกกับลูกหว้าด้วยล่ะทำอย่างกับว่าเราสองคนต้องแต่งงานกันอย่างนั้นแหละ!!...”
ความไม่เข้าใจมีพอๆกับความเสียใจที่ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บที่โดนอีกฝ่ายดูถูก แต่มันก็ไม่เจ็บเท่ากับที่ได้รู้ว่าเขามีคนรักแล้วและกำลังจะแต่งงานกัน ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องมีความรู้สึกเช่นนั้นรู้แต่ว่าหัวใจมันบีบรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด
นางกรองแก้วที่เดินลงบันไดมานั่งประจำที่โต๊ะอาหารเพื่อกินมื้อเย็นแต่เมื่อมองไปรอบๆ แล้วไม่เห็นลูกชายนาง นางจึงเอ่ยถามแม่แช่ม
“ตากฤษยังไม่กลับมาอีกหรือแม่แช่ม”ถามออกไปและคำตอบที่ได้ก็เป็ดังที่คาดเอาไว้ไม่มีผิด
“ยังเลยค่ะเมื่อกี้คุณเตชิตโทรมาบอกว่าคืนนี้จะนอนค้างที่คอนโดฯ เลย ไม่ต้องเป็ห่วง”
“อื้ม!! งั้นตักข้าวได้เลยอ่อ!! ว่าแต่แม่แช่มล่ะกินรึยัง ถ้ายังไม่ได้กินก็มากินพร้อมกับฉันเลยแล้วกัน”นางตอบรับในลำคออย่างคนอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยถามแม่แช่มคนเฒ่าคนแก่ของที่นี่ซึ่งเปรียบเหมือนกับญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งก็ไม่ปาน
“ไม่เป็ไรค่ะคุณผู้หญิงกินเถอะ เดี๋ยวแช่มค่อยไปกินพร้อมกับนางน้อยมันในครัว”หล่อนบอกเมื่อได้ยินประมุขของบ้านเชิญชวนให้ร่วมโต๊ะอาหารด้วยซึ่งมักจะเป็แบบนี้อยู่บ่อยครั้งยามที่กฤษณะไม่อยู่
“แม่แช่มคิดว่าหนูลูกหว้าเป็ยังไงบ้าง”นางกรองแก้วเอ่ยถามในระหว่างที่รอให้แม่แช่มตักข้าวให้ โดยที่แม่แช่มเมื่อได้ยินคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยโพล่งถามอย่างไม่ทันตั้งตัวก็เงียบไปเล็กน้อย
“เอ่อ!!.นั่นสินะคะเท่าที่แช่มเห็นเธอก็เป็เด็กน่ารัก ถ้าได้แต่งงานกับคุณกฤษแช่มคงจะดีใจไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ” หล่อนบอกออกไปตามที่ใจคิดหลังจากตักข้าวเสร็จและนำโถข้าววางแล้วเรียบร้อย
“อีกไม่นานหรอก เป็จริงสมใจแม่แช่มแน่เพราะคนนี้แหละคือว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคตของฉันละ”ใบหน้าหญิงสูงวัยที่ยังคงความเยาว์อยู่ไม่เสื่อมแต้มรอยยิ้มเปี่ยมสุขนางใช้มือเอื้อมตักแกงเขียวหวานมาชิมแล้วตามด้วยข้าวคำเล็กๆ หนึ่งคำโดยที่อีกคนได้แต่มองอย่างหนักใจแทน
‘ว่าที่ลูกสะใภ้ที่คุณแม่ปลื๊มปลื้มแต่ลูกชายไม่ปลาบปลื้มด้วย ตกลงใครจะแต่งงานกันแน่ล่ะเนี่ย แม่ รึว่าลูกชาย’
.........................................................................................................................................