หลินตงก็เหมือนกับเด็กหนุ่มคนนึงทั่วๆไปที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นจะมีก็เพียงแค่เส้นผมสีเงินยาวที่ถูกรวบไว้ด้วยเชือกเส้นนึงเพียงเท่านั้น โดยปกติแล้วคนภายในทวีปชิงหลงแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีเส้นผมสีดำเพียงเท่านั้นและอีกกรณีนึงก็คือเส้นผมสีเงินและสีขาวที่เปล่งประกาย
ว่ากันว่าผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเส้นผมสีเงินนั้นคือบุตรของัที่จุติลงมาใหม่และจะมีอนาคตพร์อันไร้ที่สิ้นสุด ในตอนแรกคนในหมู่บ้านก็ประคบประงมเขาอยู่ยกใหญ่เมื่อเห็นว่าเส้นผมที่งอกออกมาเป็สีเงิน พวกเขาถึงกับสรรเสริญและบอกว่านี้คือบุตรของัที่กำเนิดมาใหม่และจะช่วยให้หมู่บ้านของพวกเขาทะยานไปอย่างสูงล้ำแต่ทว่าเมื่อปีที่แล้วทุกสิ่งก็แปรเปลี่ยนไป เขาไม่มีจิติญญายุทธเหมือนกับคนอื่นๆ ต่อให้จะเป็บุตรของัที่ว่าจริงๆแต่ถ้าไม่มีจิตยุทธละก็เขาก็เป็ได้เพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น
แล้วนับแต่นั่นมาคนในหมู่บ้านก็ตีตัวออกห่างจากเขาในทันที เด็กหนุ่มเพียงแค่อายุสิบสองปีต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอดนับปีมันยิ่งทำให้เขานั้นดูเปี่ยวเหงาเป็อย่างมาก
ระหว่างนั้นหลินตงก็สังเกตเห็นว่าแสงของดวงอาทิตย์หายไปแล้วก็พลันได้สติ
"หือ..? ค่ำแล้วหรอเนี่ย เรากลับดีกว่า เฮ้อ"
เด็กหนุ่มว่าจบก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆพลางปัดฝุ่นที่ด้านหลังของกางเกงที่ดูสกปรกอยู่นิดๆจากนั้นก็ค่อยๆหันหลังเดินออกจากเชิงเขาแห่งนี้ไป
ภายในหมู่บ้านหลินตงเดินไปเรื่อยๆตามทางอย่างเรื่อยเปื่อย ภายในบ้านพักแต่ละแห่งที่ต่างอยู่ข้างๆเส้นทางก็มีแสงไฟที่ถูกจุดขึ้นด้วยเทียนและมีเสียงหัวเราะและพูดคุยกันออกมาอย่างสนุกสนาน เด็กหนุ่มเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้สนใจและเดินกลับบ้านพักของตน
และเมื่อเขามาถึงบ้านพัก เด็กน้อยก็จ้องมองมันอย่างน่าสมเพช เบื้องหน้าของเขาคือบ้านขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆด้วยดินเหนียวที่แข็งตัวพลางก่อมันเป็รูปร่างของบ้าน ส่วน้าของบ้านก็ถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าฟางที่หนาทึบเพื่อไม่ให้เวลาฝนตกมันจะทะลุลงมาได้้
เด็กหนุ่มเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าภายในบ้านของตนมืดมิดไปทั้งหมด ตัวบ้านไม่มีหน้าต่างหรืออะไรที่หลุดรอดออกมาเลยทำให้แสงก็ส่องเข้ามาไม่ถึง
หลินตงค่อยๆก้าวเดินไปเบื้องหน้าและเดินไปยังโต๊ะสีน้ำตาลที่บนโต๊ะมีเทียนไขหลายเล่มและลูกแก้วสีแดงเพลิงถูกวางเอาไว้อยู่
เขาค่อยๆยื่นมือไปหยิบเทียนไขเล่มนึงจากนั้นอีกมือนึงก็หยิบลูกแก้วสีแดงเพลิงเล็กๆขึ้นมา เด็กหนุ่มจับลูกแก้วให้ไปยังใกล้ๆกับหัวของเทียนไขและพริบตานั้น หัวของเทียนไขก็เกิดประกายไฟขึ้นและเริ่มลุกโชนขึ้นเป็แสงสว่างของเปลวเพลิง
และเมื่อเขาเห็นมันก็ได้แต่ระบายยิ้มออกมา นี้คือลูกแก้วเปลวไฟที่ผู้คนภายในทวีปชิงหลงไว้ใช้ก่อไฟกัน มันถูกสร้างขึ้นจากผู้ทรงพลังและเผยแพร่มันออกมาให้ทุกคนไว้ใช้ เพียงแค่มีลูกแก้วนี้ก็สามารถจุดไฟจากวัสดุที่ติดไฟได้อย่างง่ายดาย
ขณะนั่นเขาก็ตั้งเทียนไขไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ
เมื่อแสงไฟปรากฏขึ้นแล้วก็ทำให้ได้รู้ว่าภายในบ้านพักที่เล็กจ๋อยของเด็กหนุ่มนี้มันไม่มีอะไรเลย แสงสลัวๆของเปลวไฟทำให้เห็นว่าภายในห้องมีเพียงแค่เตียงเก่าๆที่ขาดกับโต๊ะไม้แข็งเพียงเท่านั้น ส่วนอาหารนะหรอ ไม่ต้องพูดถึง ในทุกๆวันชายหนุ่มจะประทังชีวิตด้วยการหาหัวมันและผลไม้ต่างๆที่ด้านหลังของหมู่บ้าน เพียงแค่นี้เขาก็ไม่อดตายแล้วและที่ด้านหลังของหมู่บ้านก็มีสายน้ำเล็กๆไหลผ่านเลยทำให้ชายหนุ่มสามารถชำระล้างร่างกายได้อีกด้วย
บนเตียงนอนหลินตงกำลังนอนอยู่นิ่งๆพลางครุ่นคิดถึงเื่ราวต่างๆว่าทำไมตัวของเขาต้องไม่มีจิติญญายุทธด้วย โชคชะตาของเขามันเพียงแค่นี้เองหรอ
ระหว่างที่เขาคิดเื่ราวต่างๆอยู่นั้น ม่านตาของเขาก็เริ่มค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆโดยที่ไม่รู้ตัวและในที่สุดเขาก็หลับไหลไปอย่างช่วยไม่ได้
เช้าวันถัดมาเด็กหนุ่มเริ่มลืมตาตื่นนอนอย่างมึนงง ถึงภายในห้องจะมืดมิดเพราะว่าไม่มีแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาแต่ทว่าร่างกายของเด็กหนุ่มสามารถรับรู้มันได้ในทุกๆวันว่าจะตื่นขึ้นตอนไหน
"ฮึม ฮ่าห์ เช้าแล้วหรอเนี่ย"
หลินตงลุกขึ้นอย่างช้าๆพลางบิดี้เีของตนเหมือนอย่างเช่นเคย ั์ตาสีเงินที่เปล่งประกายส่องสว่างท่ามกลางความมืดอยู่นิดๆ ถ้าคนมาเห็นละก็จะต้องประหลาดใจเป็แต่มันก็เพียงแค่ประหลาดใจเท่านั้นนะ เพราะถึงยังไงเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีคนนี้ก็ไม่มีจิติญญายุทธอยู่ดี
"จ๊อกกกก"
ทันใดนั้นเสียงท้องร้องของเด็กหนุ่มที่ผอมบางก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัด เมื่อหลินตงเห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเร่งรีบใช้มือเปิดประตูวิ่งออกจากบ้านไป
แสงสว่างที่สดใสทำให้เด็กหนุ่มต้องตาพร่ามัวแต่เวลาผ่านไปชั่วครู่เดียวดวงตาของเขาก็กลับมามองเห็นเป็ปกติ
เด็กหนุ่มกางแขนเล็กๆทั้งสองข้างออกพลางสูดอากาศยามเช้าเข้าอย่างลึกๆ เมื่อเขาทำเสร็จแล้วก็เดินไปยังหลังหมู่บ้านอย่างไม่รีบร้อน
และนี้คือกิจวัตรประจำวันของคนนึงๆที่ไม่มีใครสนใจ