ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 แผนการในอนาคต

            “เป็นคู่หมั้นของเธอ” ฟางเสียนจือพูดเสียงห้วน

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            เขาจะบอกดีๆ ไม่ได้หรือไงนะ? แถมยังรู้สึกอีกว่าตอนเขาพูดประโยคนั้นเหมือนจะแฝงความขุ่นเคืองไว้ด้วย

            และก็จริง เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็ได้ยินฟางเสียนจือพูดว่า “ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ เป็นคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเธอไปทั้งชีวิตนะ จิ่งเยี่ยนกุย เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลยสักนิด แบบนี้มันดีจริงๆ เหรอ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยเอามือลูบจมูกตามความเคยชินอีกครั้ง ฟางเสียนจือมองเธอแล้วพูดว่า “อย่าลูบจมูกอีกเลย ขืนลูบมากกว่านี้เดี๋ยวจมูกจะยิ่งแบน เธออยากรู้อะไรเกี่ยวกับฉันก็ถามมาเลยดีกว่า”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            เดี๋ยวนะ นี่เขากำลังรังเกียจที่สันจมูกของเธอต่ำเหรอ? ใบหน้าของเธอสวยหวานมีเสน่ห์ จมูกก็เข้ากับรูปหน้าได้ดี แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะจมูกละก็ จริงอยู่ที่สันจมูกของเธอไม่ได้โด่งมาก แต่มันก็ไม่ได้แบนราบสักหน่อย

            ฟางเสียนจือเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอแล้วก็รู้ว่าหญิงสาวคงไม่มีทางถามอะไรเขาแน่ และเขาก็คงไม่โง่ถึงขนาดที่จะมาแนะนำตัวเองต่อหน้าเธอ

            เขาทอดถอนใจ “ก็ได้ เอาไว้ค่อยๆ ค้นพบเองแล้วกัน ตอนนี้ช่วยบอกแผนการทำเงินของเธอให้ฉันฟังคร่าวๆ ได้ไหม?”

            ก่อนหน้านี้เธอมักจะคิดว่าเรื่องทำเงินเป็นเรื่องที่เธอต้องทำคนเดียว แต่ตอนนี้พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะสนใจเรื่องนี้เหมือนกัน

            เธอครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วตอบว่า “ฉันมีความรู้เรื่องสมุนไพรเยอะ ก็เลยอยากจะสะสมเงินทุนตั้งต้นสำหรับซื้อขายสมุนไพรจีน แล้วค่อยสร้างโรงงานผลิตยา”

            ฟางเสียนจือประหลาดใจเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ สิ่งที่เธอจะทำนั้นไม่ได้ยากเกินไป แต่ก็ใช่ว่าจะง่าย โดยเฉพาะเรื่องการเปิดโรงงานผลิตยา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการมากโข

            เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วช่วยปรับแผนให้เธอ “การเปิดโรงงานผลิตยาเป็นเป้าหมายที่ดีมาก แต่เรื่องการสะสมทุนในช่วงเริ่มต้นนั้น ฉันไม่แนะนำให้เธอใช้วิธีซื้อขายสมุนไพรจีน เพราะมีความเสี่ยงที่จะกระทบกับเธอมากเกินไป”

            จิ่งเยี่ยนกุยครุ่นคิดดูเล็กน้อยก็เข้าใจทันทีว่าความเสี่ยงมากเกินไปที่เขาพูดถึงคืออะไร หากอยากทำเงินกับสมุนไพรพวกนี้ ก็ต้องไปซื้อจากแหล่งกำเนิดโดยตรง อีกทั้งยาจีนก็มีหลายชนิด เธอสามารถเลือกซื้อสมุนไพรที่เป็นที่นิยมมาขายได้ แต่ในระหว่างนี้ยังคงอันตรายอยู่ดี เพราะเธอเป็นผู้หญิง

            ถึงแม้ว่าการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมอย่างเข้มงวดในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะทำให้บ้านเมืองสงบขึ้นแล้ว แต่ที่จริงจนตอนนี้ก็ยังมีอาชญากรจำนวนมากคอยดักปล้นรถที่วิ่งตามถนนหลวง แผนนี้จึงเหมาะกับคนกล้าเสี่ยงที่มีเส้นสาย และมีสมรรถภาพทางกายดี ไม่เหมาะกับผู้หญิงที่อ่อนแอ

            และเธอไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงอ่อนแอ แต่ยังเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่หน้าตาดีอีกด้วย

            จิ่งเยี่ยนกุยขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอย้อนกลับมาเกิดใหม่แล้ว แต่ดันลืมเรื่องพื้นฐานนี้ไปเสียสนิท รถไฟในตอนนี้ยังไม่ได้รวดเร็วมากนัก รถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่มี ถนนในชุมชนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยดีนัก พวกอันธพาลจึงชอบรวมกลุ่มกันรังแกคนต่างถิ่น

            เธอเลยปรับเปลี่ยนแผนการใหม่ทันที “แล้วธุรกิจเสื้อผ้าล่ะคะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่เคยทำธุรกิจเสื้อผ้า แต่เธอรู้ว่าถ้าอยากทำเงินจริงๆ ต้องทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ นั่นก็คือเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง ดังนั้นช่วงแรกเธอจึงเลือกทำธุรกิจสมุนไพรจีนที่ตัวเองคุ้นเคยที่สุด เพราะไม่มีใครหนีพ้นความแก่ ความเจ็บป่วย และความตายได้

            สมัยก่อนเธอรู้ว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้านั้นทำกำไรได้มาก ถ้าทำออกมาได้ดี การทำเงินก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

            ในเมื่อตัดอุตสาหกรรมสมุนไพรจีนที่เธอคุ้นเคยที่สุดออกไป สิ่งที่ทำเงินได้ไวที่สุดในตอนนี้ก็คือเสื้อผ้าแล้วละ

            ฟางเสียนจือค่อนข้างทึ่งกับปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ ในช่วงที่เงินทุนยังน้อย การทำธุรกิจเสื้อผ้าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้สูงที่สุด ความเสี่ยงน้อยที่สุด และคืนทุนได้ไวที่สุด

            เขาจึงพยักหน้าน้อยๆ ตอบว่า “ใช่แล้ว ต้นทุนของเสื้อผ้าค่อนข้างน้อย ตอนไปเอาของก็ไม่เหมือนสมุนไพรจีนที่ต้องขนมาเป็นคันรถ เธอแค่ต้องสะพายกระเป๋าใบใหญ่ก็พอ ไม่สะดุดตา แถมยังทำกำไรได้เยอะอีกด้วย”

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นด้วยกับความคิดของเขา เธอลองคำนวณต้นทุนในใจอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ต้องรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย เทียบกับต้นทุนของเสื้อผ้าแล้วน้อยกว่าก็จริง แต่นั่นก็แค่การเปรียบเทียบเท่านั้น

            สำหรับคนอย่างเธอที่เริ่มต้นจากศูนย์ มันก็ยังมีอุปสรรคที่สูงมากอยู่ดี ตอนนี้เงินทั้งหมดที่เธอมีก็คือเงินที่ได้จากการขายยาสมุนไพรครั้งก่อนรวมกับเงินจากการขายหมูเมื่อวาน ทั้งหมดมีแค่สองร้อยกว่าหยวน แต่การไปเอาเสื้อผ้ามาขายหนึ่งครั้งอย่างไรก็ต้องใช้เงินเป็นพันหยวน แถมต้องเอามาหลายแบบหลายสีด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สมกับเป็นร้านขายเสื้อผ้า

            และถ้าอยากสะสมเงินให้ได้มากพอถึงระดับที่จะไปขายเสื้อผ้า เธอก็ยังต้องใช้ความพยายามอีกมาก

            เธอคิดถึงเรื่องอื่นขึ้นมาได้ จึงตบหน้าผากตัวเอง “ฉันนี่มันโง่จริงๆ!”

            ถึงตอนนี้เธอจะซื้อขายสมุนไพรไม่ได้ แต่เธอเอาสมุนไพรมาทำเป็นยาเม็ดหรือยาผงสมุนไพรแล้วไปฝากขายที่ร้านขายยาได้

            ก่อนหน้านี้เธอเคยช่วยชีวิตคุณปู่ซูไว้ครั้งหนึ่ง แล้วก็ยังเคยไปขายสมุนไพรที่นั่นมาแล้ว ดังนั้นสำหรับพวกเขา ถือว่าเธอมีความรู้เรื่องการแพทย์ การเอายาไปฝากขายที่ร้านชิ่งอันถังก็คงไม่มีปัญหาอะไร

            “คิดอะไรอยู่เหรอ?” ฟางเสียนจือถามเธอ

            จิ่งเยี่ยนกุยดูเหมือนคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการแพทย์ในสายตาของฟางเสียนจือ ซึ่งเธอไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับเขาได้จริงๆ  ด้วยสถานะของคนคนนี้ ตอนนี้เธอรู้ตัวดีว่าไร้หนทางสลัดเขาไปให้พ้น

            และเรื่องที่เธอจะทำยาเม็ดไปฝากขายที่ร้านชิ่งอันถังนั้น คงปิดบังเขาไว้ไม่ได้แน่

            เธอรีบเรียบเรียงความคิดเร็วด่วน แล้วพูดว่า “แผลของฉันหายเร็วกว่าคนทั่วไป เรื่องนี้คุณก็น่าจะรู้นะคะ?”

            พอได้ยินเธอถามแบบนี้ ฟางเสียนจือก็รู้สึกอัดอั้นใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังพยักหน้าตอบ “รู้ แล้วยังไงต่อ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยตอบ “ที่แผลของฉันหายเร็ว เพราะนอกจากฉันจะอายุยังน้อยและร่างกายฟื้นตัวเร็วแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งคือ ตอนขึ้นเขาครั้งก่อน ฉันไปเก็บหนังสือเล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษหนังวัวและเก่าจนกลายเป็นสีเหลืองได้ หนังสือเล่มนั้นน่าจะเป็นตำราแพทย์ มีสูตรยาอยู่หลายสูตร ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นสูตรยาทารักษาแผลภายนอก”

            “ตอนที่ฉันบาดเจ็บครั้งนั้น ถึงคุณจะให้หมอเชอมาดูแล แต่ฝีมือของหมอเชอเป็นยังไงพวกเราก็รู้ดี ฉันเลยไม่กล้าฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเขา ก็เลยทำยาขี้ผึ้งตามสูตรที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้น ปรากฏว่าได้ผลดีมาก”

            เมื่อฟางเสียนจือได้ยินคำพูดของเธอแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็นอย่างอื่น “แล้วหนังสือเล่มนั้นอยู่ไหนล่ะ?”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            แล้วเธอจะไปเอาหนังสือที่ไม่มีอยู่จริงมาจากไหนกัน?

            เธอไอเบาๆ แล้วตอบว่า “หนังสือมันเก่ามาก สัมผัสเบาๆ ก็ขาดแล้ว พอฉันจำสูตรยาได้ไม่กี่สูตรก็มีลมพัดมา หนังสือทั้งเล่มเลยปลิวกระจายเป็นชิ้นๆ หายไปหมดแล้ว”

            ฟางเสียนจือสัมผัสได้ว่าเธอโกหก ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ไม่ดีเอาเสียเลย เพราะหมายความว่าในใจของเธอ แม้พวกเขาจะเป็นคู่หมั้นกันแล้ว แต่เธอก็ยังคงระวังตัวจากเขาอยู่ดี ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือเธอไม่ได้เก็บเขาไปใส่ใจเลย

            เวลาที่เขาหงุดหงิดมักจะพูดจาเหน็บแนมคนอื่น “ดังนั้นเรื่องของเธอก็เหมือนกับนิยายกำลังภายในที่เล่าว่า ตัวเอกผู้โชคร้ายถูกคนอื่นไล่ล่าจนต้องกระโดดลงจากหน้าผา นึกว่าคงไม่รอดแน่ กลับไปเจอคัมภีร์เคล็ดวิชาลับอยู่ข้างใต้นั่น แล้วก็เปิดเส้นลมปราณในคราวเดียว ได้กลายเป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือไปเลยว่างั้นเถอะ?”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592