ตอนที่ 43 เริ่มการผ่าตัด
ตอนที่ 43“ไม่จริง..มันต้องไม่จริง..ทุกอย่างเป็นแค่ฝัน” หมอยูมิยกมือขึ้นกุมขมับพลางพูดกับตัวเองซ้ำๆผมก็พอเข้าใจคุณนะหมอยูมิพวกเราเรียนวิทยาศาสตร์มาครึ่งชีวิตจู่ๆมาเจอกับอย่างสิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้แบบวิญญาณอย่างนี้ก็ต้องมีสติหลุดกันบ้างล่ะดนัยพอจะเข้าใจหมอยูมิอยู่บ้างเพราะตอนแรกที่เขาเห็นวิญญาณของฮิคาริเขาก็ตกใจมากเหมือนกัน“ว่าแต่ฮิคาริทำไมเธอถึงจำเรื่องของหมอยูมิได้ล่ะ” ดนัยที่เห็นหมอยูมิยังคงสติแตกอยู่จึงปล่อยไปก่อนเขาหันไปถามฮิคาริแทน“เปล่าฉันยังจำไม่ได้แต้ข้อมูลมันผุดขึ้นมาน่ะฉันจึงลองพูดออกไปดูเผื่อมันเป็นเรื่องของหมอยูมิมันคงเป็นเหมือนข้อมูลเรื่องการผ่าตัดล่ะมั้งที่ผุดขึ้นมาในหัว” ฮิคาริอธิบายส่วนหมอยูมินั้นหยุดสติแตกไปแล้วหลังจากเห็นดนัยกำลังคุยกับความว่างเปล่าอยู่“เอ่อ...หมอดนัยคะคะ คะ คุณกำลังคุยกับฮิคาริอยู่เหรอคะ” หมอยูมิถามเพื่อความแน่ใจ“ใช่ครับเธออยู่นี่ไงผมกำลังคุยกับเธออยู่” ดนัยพยักหน้าพลางชี้ว่าฮิคาริเธออยู่ตรงไหน“เธออยู่ตรงนี้จริงๆเหรอคะ” หมอยูมิพูดพลางพยายามยื่นมือออกไปแน่นอนเธอสัมผัสอะไรไม่ได้เลยเธอไม่รู้สึกว่ามีใครหรือพลังงานอะไรอยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำ“เธอเป็นยังไงบ้างคะหมอดนัยเธอปกติดีมั้ยอย่าบอกนะว่าเธออยู่ในสภาพเละๆ” หมอยูมิหันมาถามดนัย“เปล่าครับเธอปกติดีอยู่ในชุดผู้ป่วยเพียงแต่ว่า....” ดนัยตอบพลางไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง“เพียงแต่อะไรเหรอคะ” หมอยูมิสงสัยว่าดนัยกำลังจะบอกอะไร“นายเล่าให้เธอฟังเถอะดนัย” ฮิคาริพูด“อืมฉันจะเล่าตั้งแต่แรกให้หมอยูมิฟังก่อนอื่นหมอยูมิครับผมว่าพาฮิคาริกลับเข้าห้องดีกว่าอยู่ข้างนอกนี่ไม่มีเครื่องกรองอากาศเดี๋ยวเธอจะป่วยเอา” ดนัยพูด“อ๊ะลืมไปเลยมัวแต่ตกใจอยู่ถ้าอย่างนั้นรีบเลยดีกว่าค่ะ” หมอยูมิเองก็ลืมไปเธอรีบจัดการปิดเครื่อง ECMO ให้เรียบร้อยส่วนดนัยก็พาฮิคาริกลับเข้าห้องด้านในไปเพียงไม่นานฮิคาริก็ถูกพากลับเข้าไปนอนในห้องที่เดิมส่วนหมอยูมิก็จัดการงานของเธอเรียบร้อยเธอมานั่งรอดนัยอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในห้องเธอ“ถ้าอย่างนั้นผมจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดเลยนะครับ” ดนัยพูด“ค่ะ” หมอยูมิพยักหน้าพลางเตรียมตัวฟังเรื่องที่ดนัยกำลังจะเล่าอย่างตั้งใจ“เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากวันแรกที่ผมมาทำงาน.....” ดนัยเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานจนกระทั่งเขาเจอฮิคาริได้อย่างไรและการผ่าตัดปาฎิหาริย์ที่ผ่านมานั้นเป็นฝีมือใครเขาเล่าทั้งหมดโดยไม่ปิดบังแถมยังเล่าด้วยว่าฮิคารินั้นไม่มีความทรงจำเรื่องของตัวเองอยู่เลยแต่เธอนั้นมีความรู้เกี่ยวกับการรักษาและการผ่าตัดอยู่เต็มสมองครึ่งชั่วโมงต่อมา“อย่างนี้นี่เองแสดงว่าที่หมอดนัยชอบไปนั่งกินข้าวในสวนไม่ใช่เพราะไม่มีเพื่อนสินะคะฉันก็นึกว่าคุณไม่มีเพื่อนก็เลย....” หมอยูมิพูดหลังจากรู้เหตุผลที่ดนัยชอบไปนั่งกินข้าวในสวนของโรงพยาบาลคนเดียว“ผมเองก็มีเพื่อนร่วมงานนะครับแหมแต่จะให้ผมไปนั่งกินในโรงอาหารแล้วให้จุดธูปส่งข้าวให้ฮิคาริมันก็ไม่สะดวกจริงมั้ยล่ะครับ” ดนัยพูด“แหะๆก็คงแบบนั้นตอนแรกฉันก็นึกสงสัยเรื่องที่หมอดนัยจุดธูปทุกครั้งก่อนกินข้าวแต่หมอดนัยก็บอกว่าไม่ชอบแมลงก็นึกว่าเป็นเพราะเหตุผลนั้นเสียอีกที่ไหนได้สามารถจุดธูปส่งข้าวกล่องไปให้ฮิคาริได้นี่เองว่าแต่ทำไมฮิคาริถึงจำเรื่องของฉันได้ล่ะคะ” หมอยูมิสงสัย“ฮิคาริบอกว่าข้อมูลเรื่องหมอยูมิมันผุดขึ้นมาในหัวน่ะครับเธอเลยพูดออกมา” ดนัยพูดตามที่ฮิคาริบอกไว้ตอนแรก“อย่างนั้นเหรอคะสงสัยข้อมูลมันถูกเก็บเอาไว้ในสมองเหมือนกับของในลิ้นชักล่ะมั้งพอนึกอยากจะใช้ลิ้นชักข้อมูลเลยถูกเปิดออกมา” หมอยูมิพูด“คงงั้นล่ะมั้งครับผมกับฮิคาริเองก้หาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ว่าแต่สมัยเด็กหมอยูมินี่แสบเอาเรื่องเลยนะครับ” ดนัยแกล้งแซว“โธ่หมอดนัยก็นั่นมันเรื่องตอนเด็กๆค่ะฉันแค่เป็นเด็กที่สงสัยหลักการทำงานของเครื่องจักรเท่านั้นพอเห็นก็เลยอดที่จะรื้อออกมาดูหลักการทำงานของมันไม่ได้เพียงแต่ว่าตอนเด็กฉันประกอบกลับไปไม่ค่อยได้เท่านั้นแต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้วค่ะไม่ว่าจะเครื่องจักรแบบไหนฉันสามารถรื้อและประกอบใหม่ได้หมด” หมอยูมิพูด“ว่าแต่หมอยูมิยอมให้ผมผ่าตัดและยอมเป็นผู้ช่วยแล้วใช่มั้ยครับ” ดนัยย้อนกลับมาเรื่องนี้“เฮ้อ...ยอมก็ได้ค่ะถึงแม้หมอดนัยจะยังเป็นมือใหม่แต่ด้วยความรู้และความสามารถที่ฮิคาริมีอยู่นั้นฉันเชื่อค่ะว่าเธอจะรักษาตัวเองสำเร็จ” หมอยูมิถอนหายใจ“เธออย่ายอมแพ้นะฮิคาริฉันเองก็จะช่วยเธอด้วยอีกคน” หมอยูมิพูดพลางหันหน้าไปพื้นที่ว่างๆซึ่งดนัยบอกเอาไว้ว่าฮิคาริอยู่ตรงนั้นฮิคาริได้แต่ยิ้มบางๆก่อนจะพยักหน้าถึงเธอจะจำไม่ได้และไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับหมอยูมิเลยแต่ความรู้สึกเป็นห่วงที่หมอยูมิแสดงให้เห็นนั้นมันบ่งบอกได้เลยว่าเธอและหมอยูมินั้นคือเพื่อนสนิทกัน“นี่ว่าแต่ฮิคาริเธอห้ามเล่าเรื่องของฉันในสมัยมัธยมให้หมอดนัยฟังอีกนะถ้าเธอเล่าล่ะก็เราได้เห็นดีกันแน่” หมอยูมิพูดนี่หมอยูมิไปก่อวีรกรรมน่าอายอะไรไว้ตอนมัธยมครับเนี่ยถึงต้องขู่ฮิคาริขนาดนั้นดนัยสงสัยว่าเธอไปทำอะไรเอาไว้“เอาล่ะค่ะฉันจำเป็นผู้ช่วยที่ดีเอาไว้หลักเลิกงานเรามาซ้อมผ่าตัดกันแล้วกันนะคะเอาไว้เดี๋ยวฉันจะให้ที่บ้านขนอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัดสมองมาเตรียมเอาไว้ให้” หมอยูมิพูด“ครับอย่างนั้นก็ดีเลยผมกำลังกังวลเลยว่าจะหาอุปกรณ์สำหรับผ่าตัดมายังไงจะขอยืมมาจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้จะให้ขโมยเดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ดนัยพูดพลางหันไปหาฮิคาริซึ่งเธอก็พยักหน้าเบาๆ“ถ้าอย่างนั้นเรื่องเครื่องมือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเองนี่ก็ดึกแล้วหมอดนัยกลับห้องไปพักผ่อนเถอะค่ะฉันเองก็ต้องพักด้วยเหมือนกัน” หมอยูมิพูด“ครับถ้าอย่างนั้นผมกลับห้องก่อนนะ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะขอตัวกลับห้องเมื่อดนัยกลับมาถึงห้องก็ล้มตัวลงบนที่นอนทันที“เฮ้อ...พอได้บอกเรื่องที่ปิดบังเอาไว้กับคนอื่นบ้างก็รู้สึกโล่งอกแฮะ” ดนัยพ่นลมหายใจออกมา“นายจะมานอนโล่งอกแบบนี้ไม่ได้นะดนัยนายต้องฝึกรู้มั้ยถึงแม้ฉันจะเป็นคนแนะนำการผ่าตัดให้นายแต่ฉันก็ไม่ได้ผ่าเองรู้มั้ยดังนั้นฝีมือและทักษะของนายยังจำเป็นอยู่แถมไม่รู้ด้วยว่าระหว่างผ่าตัดฉันจะหายไปมั้ยเพราะจากที่ผ่านมาวิญญาณฉันยังสัมพันธ์กับร่างกายอยู่” ฮิคาริพูดก่อนจะนึกถึงตอนที่เธอรู้สึกหายใจไม่ออกหรือตอนที่จู่ๆก็หายไปเพราะร่างกายทรุด“เข้าใจแล้วน่าแต่วันนี้ขอนอนก่อนเหอะนะไม่ไหวแล้วพรุ่งนี้ฉันมาผ่าตัดเช้าบ่ายอีกถ้าไม่พักบ้างเดี๋ยวฉันวูบไปอีกทำไงล่ะ” ดนัยพูด“อืม...ก็ได้ฉันจะให้นายพักก่อนในวันนี้” ฮิคาริยอมผ่อนปรนให้เพราะถ้าดนัยล้มป่วยอีกเพราะฝืนเกินไปจะแย่เอาถ้าเป็นแบบนั้นการฝึกฝนให้ดนัยจะช้าลงไปอีกและความสำเร็จในการผ่าตัดให้เธอก็จะลดลงไปและแล้วการเวลาก็ผ่านไปทุกๆวันหลังเลิกงานดนัยจะต้องแวะไปห้องหมอยูมิเป็นประจำจนกระทั่งดึกดื่นแน่นอนเขาและหมอยูมิไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบชู้สาวที่เขาต้องไปห้องหมอยูมิทุกวันนั้นก็เป็นเพราะเขาต้องเป็นล่ามระหว่างวิญญาณของฮิคาริและหมอยูมินั่นเองก็นะหมอยูมิมองไม่เห็นฮิคารินี่นาหมอยูมิกับดนัยนั้นฝึกซ้อมการผ่าตัดด้วยกันทุกๆวันนานวันเข้าเขาทั้งคู่ก็ยิ่งทำงานเข้าขากันมากขึ้นสามเดือนต่อมา“หมอยูมิพร้อมนะครับ” ดนัยพูดพลางหันไปหาหมอยูมิที่กำลังใส่ถุงมืออยู่“พร้อมค่ะแต่เราจะไม่โทรไปบอกเรื่องที่เราจะผ่าตัดฮิคาริให้หมออิจิโนเสะรู้หน่อยเหรอคะ” หมอยูมิพยักหน้าพลางถามหมออิจิโนเสะนั้นออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อสองเดือนก่อนแล้วตอนนี้หมออิจิโนเสะได้ผ่าตัดอีกรอบเรียบร้อยแล้วและชีวิตการเป็นศัลยแพทย์ผ่าตัดของหมออิจิโนเสะเองก็สิ้นสุดแล้วเช่นเดียวกันแต่เขานั้นยังไม่ทิ้งเส้นทางการแพทย์เขาเลือกที่จะไปเป็นศาสตรจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแทน“เหอะๆบอกไปหมออิจิโนเสะต้องรีบมาห้ามพวกเราแน่เลยครับเอาล่ะมาเริ่มการผ่าตัดกันดีกว่า” ดนัยพูด“ค่ะฉันจะคอยดูเรื่องสภาพร่างกายของฮิคาริให้เองหมอดนัยตั้งใจผ่าตัดให้เต็มที่นะคะ” หมอยูมิพูด“ครับผมจะทำให้เต็มที่ฮิคาริเธอพร้อมนะ” ดนัยหันไปหาฮิคาริที่ลอยอยู่ข้างๆร่างเธอ“อืมฉันจะคอยแนะนำการผ่าตัดให้นายเองตราบใดที่ร่างกายฉันยังไม่เป็นอะไรฉันก็จะไม่หายไปและแนะนำนายได้ตลอด” ฮิคาริพูด“เข้าใจแล้ว” ดนัยพยักหน้า“พร้อมแล้วค่ะหมอดนัยวางยาทั่งร่างกายเรียบร้อยค่ะ” หมอยูมิพูดหลังจากจัดการทำหน้าที่ของหมอวิสัญญีเสร็จ“เอาล่ะครับจากนี้จะเริ่มทำการผ่าตัดผู้ป่วยทาเคนากะ ฮิคาริการผ่าตัดนำเชื้อราออกจากสมองเริ่มได้” ดนัยพยักหน้าก่อนจะลงมือผ่าตัดอย่างมั่นใจทันทีและแล้วการผ่าตัดรักษาฮิคาริก็เริ่มขึ้นจบ...