บอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์

    ตอนที่ 35 บทสรุปของตำนานกากี

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !!  กระสุนปืนเจาะเกราะไม่อาจระคายผิวของ พญาครุฑผู้มีฤทธิ์เดชสูงยิ่ง แต่หยางเทียนก็ยัดเข็มปลิดวิญญาณสาดออกไป ทะลุเข้าแก้วตาของมันทั้งสอง จนราชันเวนไตย ต้องหยุดนิ่งกับที่ มีเลือดไหลออกมาจากดวงตา

    “ ไอ้บ้านี่   ฝีมือไม่เลว คิดหรือว่า เข็มแค่นี้จะหยุดยั้งข้าได้”  ราชันเวนไตย ดึงเข็มออกจากดวงตา โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ แล้วดวงตาก็ค่อยๆ หายกลับมาเป้นปกติอีกครั้ง   หยางเทียน ตะโกนออกมาในใจ

    “ อาจารย์ ออกมาได้แล้ว ต้องรอให้ข้าต้องตายเสียก่อนค่อยมาหรือไง”

    หยางเทียนนึกว่า พลังเทพเร้นลับ จะออกมาช่วยอีกครั้ง แต่ว่า ราชันเวนไตน พุ่งเข้ามา แล้วต่อยใส่ร่างหยางเทียนกระดูกหน้าอกของหยางเทียน ถึงกับหัก หยางเทียนแม้จะยิงกระสุนใส่ไปไม่ยั้ง แต่พลังเทพ กับ พลังของมนุษย์ก็ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน หยางเทียนจึงหลับไหลกลางอากาศ ไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่รอให้เลือดออก ดวงตาสีฟ้าของหยางเทียน ก็เปิดขึ้นมา ขณะที่ร่างกายก็ลอยกลางอากาศอยู่อย่างนั้น

    “ ยังไม่ตายอีกหรือ เจ้ามนุษย์ตัวน้อย”

    “ เจ้านกกระจิบน้อย เจ้าอหังการเกินไปแล้ว อยู่แดนสวรรค์รับใช้องค์นารายณ์อยู่ดีดีไม่ชอบ กลับมาข่มแหง มวลมนุษย์ หลงทะนงตนว่าไม่มีใครสู้ได้ ถือดีว่ามีความเป็นอมตะ  ของเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เจ้ามาหลงลำพอง ทำอะไรก็ได้ในโลกของข้า”  หยางเทียนตาสีฟ้า ปล่อยแสงพิฆาต ออกจากดวงตา พุ่งทะลุหน้าอกเทพครุฑ จนเป็นรูโหว่  แม้ว่า ราชันเวนไตยจะไม่ตายแผลก็เริ่มหาย 

    แต่ในใจเริ่มรู้สึกแปลกกับ มนุษย์คนนี้ ไม่ทันทีจะคิดอะไรต่อ ก็มีหมัดเข้ามาอัดเข้าที่ปลายคาง ร่วงไปกับพื้น แล้วถูกจับที่ขา ฟาดเหวี่ยงกับพื้นอีกนับไม่ถ้วน จนร่างมนุษย์ไม่สามารถกลับมาเป็นดั่งเดิม จึงกลายร่าง เป็น พญาครุฑยักษ์ ตัวใหญ่โต แต่ว่าแสงจากดวงตาของ หยางเทียน ก็ปล่อยแสงพิฆาตออกไป ตัดปีกทั้งสองข้างขาดสะบั้น ร่างร่วงสู่พื้น แล้วมีเงาฝ่าเท้าอันใหญ่โต พุ่งมา กระทืบลำตัวจนจมธรณี ราชันเวนไตยพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่หยางเทียนก็เข้ามาตบเข้าที่หัว พลังเทพมหาศาลที่มีอยู่ในร่าง ค่อยๆถูดดูดออกไปจนหมด ร่างที่ใหญ่โตหดตัวลงเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่ไร้เรี่ยวแรงพลังที่จะสู้อีกต่อไป

    “ ต่อไปนี้แกก็จะเป็นอมตะตลอดไปเช่นเดิม  แต่ไร้เรี่ยวแรง ไร้พลังแม้แต่จะเดิน”

    “ ท่านคือใครกัน ทำไมทำกับข้าเช่นนี้”

    “ เจ้าสดายุลูกชายของเจ้า ข้าเป็นคนฆ่ามันเอง คราวนี้จำข้าได้หรือยัง”

    “ฮ้า ท่าน.. ท่านเองหรือนี่ ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าเพียงต้องการราชินีของข้าคืนมาเท่านั้น”

    “ เวนไตย เจ้าผิดแล้ว นางไม่ใช่ราชินีของเจ้า ทั้งในอดีตชาติ หรือ ชาติปัจจุบัน”

    หยางเทียนเอ่ยจบ ก็ยกมือขึ้น ดูดร่างของ สี่คุณชายจตุรเทพออกมาจาก หลังต้นไม้ ที่พวกมันซุ่มดูอยู่ รอว่าหากใครเพลี่ยงพล้ำ ก็จะเข้ารุมซ้ำเติมทันที  แต่ตอนนี้มาคุกเข่าต่อหน้า หยางเทียน

    “ จำพวกมันได้หรือไม่”

    ราชาเวนไตย มองหน้าทั้งสี่ ก็ตกใจ

    “ ราชาพรหมทัต เจ้าคนธรรพ์เจ้าเล่ห์ เจ้าพ่อค้าวาณิช เจ้าราชาทศวงศ์ นี่พวกเจ้ามาเกิดใหม่หมดเลยหรือนี่”

    “ พวกมันล้วนเป็น สามีของนางกากีหมดทุกคน แล้วหากพวกมันอ้างสิทธิ์เหมือนอย่างเจ้าบ้างล่ะ เจ้าจะได้สิทธิ์อันดับที่เท่าไร  เรื่องทั้งหมดล้วนเกิดมาจากเจ้า หากเจ้าไม่ทำการฉุดคร่า นางมา แล้วใช้มนตร์ตราสะกดให้นางหลงไหล สุดท้ายเรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้”  ราชาเวนไตยมองทั้งสี่คน ที่ทำท่าหวาดกลัวสุดขีด ก็ถอนหายใจออกมา

    “  ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดยกโทษข้าด้วยเถิด”

    “  ข้าเห็นแก่องค์พระนารายณ์ จะไม่ฆ่าเจ้า แต่ข้าจะลงโทษเจ้า นับแต่นี้เป็นต้นไป

    เจ้าจะมีความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนมนุษย์ ไม่มีพลังเทพอีกต่อไป  เว้นแต่ว่า เจ้าจะทำดีต่อมวลมนุษย์ จนสวรรค์เห็นใจ 100 ครั้ง พลังของเจ้าก็จะกลับคืนมา”

    “ ขอบคุณท่านมหาเทพที่เมตตา”

    หยางเทียนตาสีฟ้า  สะบัดมือออกไป ร่างมนุษย์ราชาเวนไตยก็กลายเป็น นกยักษ์บินหายไปในท้องฟ้า

    จากนั้นหยางเทียนก็หันมามอง เจ้าสำนักฟ้าพิสุทธิ์ที่หายใจรวยรินใกล้จะตายอยู่แล้ว

    หยางเทียนยกมือ แล้วปล่อยพลังปราณเทพบริสุทธิ์ออกไปให้ ร่างของเจ้าสำนักที่ใกล้จะตายก็ลืมตาโต ชีพจรที่ขาดสะบั้นกลับถูกเชื่อมต่อกันอย่างอัตโนมัติ  จนร่างกายกลับเป็นปกติ แต่ตอนนี้หยางเทียนกลับหลับไปเสียแล้ว

    “อาจารย์ ท่านหายดีแล้ว?”   เจ้าสำนักลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามาหาหยางเทียนแล้วบอกทุกคนว่า

    “ รีบพาเขาไปที่พักโดยด่วน”

    “ ท่านเจ้าสำนัก เขาเป็นใครกันแน่” สี่ผู้คุ้มกฏเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้น

    “ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เรื่องร้ายก็ผ่านไปแล้ว ขอให้พวกท่านอย่าได้เล่าเรื่องแบบนี้ให้ใครฟัง ข้าเชื่อว่า ท่านผู้นั้น คงไม่อยากให้ผู้อื่น ล่วงรู้ถึงเรื่องที่เขาปรากฏตัวออกมาแบบนี้ รวมทั้งพวกเจ้าด้วย เข้าใจไหม” เจ้าสำนักหันไปขู่ สี่คุณชายที่ยังคงหน้าซีด

    หยางเทียนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น พบว่า ฟางอิ๋งอิ๋ง  นั่งรออยู่ข้างเตียง เหมือนเมื่อคืนไม่ได้กลับห้อง นั่งเฝ้าหยางเทียนทั้งคืน โดยมี อาตี้ นอนฟุบหลับอยู่ปลายเตียง

    “ คุณชายหยาง ” 

    หยางเทียนตกใจที่ได้ยินเสียงอ่อนหวานเช่นนี้

    “ มี..อะไร หรือ เปล่า” หยางเทียนถามด้วยความสงสัย

    “  อิ๋งอิ๋ง ขอเป็นตัวแทนสำนัก ขอขอบคุณทุกอย่าง ที่คุณชายหยางเทียนได้ช่วย ท่านอาจารย์ กับอิ๋งอิ่งเอาไว้   พวกเราจะไมมีวันลืมเลือนบุญคุณในครั้งนี้” อิ๋งอิ๋ง ลุกขึ้น แล้วก้มหัว ย่อเข่า ทำความเคารพเต็มรูปแบบ

    หยางเทียนยิ้มให้  แล้วคิดว่า เทพซ้อนเร้น คงออกมาจัดการเรียบร้อยไปแล้ว

    “ เอ่อ อย่างนี้นะ พอดีว่าผมไม่ค่อยมีแรงเดิน แต่อยากออกไปสูดอากาศยามเช้าที่ระเบียง ไม่ทราบว่า คุณหนูฟาง จะช่วยพยุงผมออกไปได้หรือไม่”

    ฟางอิ๋งอิ๋ง กัดฟัน เดินเข้าไปประคองหยางเทียน ส่วนอาตี้ก็ฉลาดไม่เบาแกล้งหลับซะอย่างนั้น

    หยางเทียนสูดอากาศยามเช้า แล้วโอบไหล่ฟางอิ๋งอิ๋งเอาไว้ อยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย แล้วเอ่ยต่อไปว่า

    “ ต่อไปนี้ ที่นี่คงสงบสุข ไม่ทราบว่า คุณหนูฟาง จะเดินทางเข้าไปดินแดนเซียนเทพยุทธิ์เมื่อใด”

    “ พรุ่งนี้”  ฟางอิ๋งอิ๋ง เริ่มเอ่ยเสียงแข็ง เพราะหยางเทียนกอดไม่ยอมปล่อยเสียที

    “ อ้อ ถ้าเช่นนั้นผมก็จบงานแล้วน่ะซิ”

    “ หากคุณชายหยางเทียนคิดจะรับ อิ๋งอิ๋ง เป็นภรรยาขอได้กล่าวสู่ขอกับอาจารย์เพียงคำเดียว อิ๋งอิ๋งก็ไม่กล้าปฏิเสธในเรื่องนี้แน่”  หยางเทียนถอนมือกลับทันที  แล้วหายใจเข้าปอดลึกๆ ยิ้มให้แล้วเอ่ยแก้เขินว่า

    “ แค่หยอกเล่นเท่านั้น คุณหนูฟางก็กล่าวแรงไป”

    “ คุณชายหยางเทียน อิ๋งอิ๋งต้องเดินทางแล้ว ครั้งนี้ได้คุณชายช่วยเอาไว้ อิ๊งอิ๊งสำนึกในพระคุณจริงๆ เมื่อใดที่คุณชายหยางเข้าแดนเซียนเทพยุทธ์ หากมีอันใดให้ อิ๋งอิ๋งรับใช้ก็โปรดบอกมาได้เลย”

    “ ได้ เอาไว้ผมเข้าแดนเซียนได้เมื่อไร ผมไปหาคุณหนูฟางแน่ๆ”

    หลังจากที่เอ่ยกับ คุณหนูฟางอิ๋งอิ๋งในวันนั้นแล้ว หยางเทียนก็บินกลับมาสำนักงานเมฆขาว โดยไม่ทันได้กลับบ้าน ผอ. ก็เรียกเขาเข้าไปหาทันที

    “ เล่ามาซิ เธอจัดการกับ เจ้าแก่โซลซานั่นยังไง”

    “ เรื่องนี้ผมว่า น่าจะเป็นอาจารย์คิ้วเขียว  คงให้เครื่องราง คุ้มกันบางอย่างมาไว้ในร่างของผมเมื่อถึงเวลาคับขันจำเป็น จึงแสดงพลังออกมา แบบว่า ปล่อยแสงพิฆาต ออกมาจากดวงตา ทำให้ร่างของ ตาแก่โซลซานั้นระเบิดกระจุยไปเลย”

    หยางเทียนพูดไปตามที่อาตี้บอก

    “ เครื่องรางคุ้มภัย? อืมที่แท้ เป็นเช่นนี้  เอาละช่างมันเถอะ ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไป อีกสองวัน ทางเราได้รับงานคุ้มครอง นักบุญเปาโล จากสำนักวาติกัน ท่านจะมาที่ประเทศอาเซียน 7 วัน เพื่อมาทำพิธีศีลมหาสนิทให้กับ ชาวคริสต์ แต่ท่านมาแบบเงียบๆ ไม่ได้ออกข่าว จึงได้จ้างสำนักงานของเรา ช่วยดูแลความปลอดภัยให้งานนี้พวกเราใช้คน สามสิบคน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่าน 

    เธอก็ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ว่ากันว่า นักบุญเปาโลผู้นี้ เป็นนักไล่ผี เบอร์ 1 ของสำนักวาติกัน บางที สาเหตุที่ท่านมาที่ประเทศของเรา อาจมีเรื่องสำคัญที่ท่านต้องมาทำด้วยตัวเองก็เป็นได้”

    “ ครับผม”  

    “ นี่คือสมุดบัญชี ที่ทางอินเดียได้โอนเงินรางวัลที่ได้จาก เครื่องเพชรที่ถูกขโมยไป 900 ล้านเหรียญดอลล่าร์ ฉันเปิดพอร์ตลงทุนเอาไว้ให้ 1 ล้านเหรียญ ส่วนที่เหลือเธอจะลงทุนรูปแบบไหน ก็ถามที่ปรึกษาทางการเงิน ชื่อคุณ เจนนิสได้นี่นามบัตรของเธอ”

    “ ทำไมผมต้องไปลงทุนอะไรพวกนี้ด้วย ฝากธนาคารเอาไว้กินดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้หรือครับ”

    “ธนาคารให้ดอกเบี้ยสำหรับ ผู้มีเงินฝากไม่เกินห้าล้านเหรียญ หากฝากเกินกว่านั้นธนาคารจะคิด ดอกเบี้ยค่าฝาก กับ เจ้าของเงิน ร้อยละ 1-3 ดังนั้นคนส่วนใหญ่มักจะเอาเงินไปลงทุนพัฒนา ประเทศ เป็นกฏหมายที่รัฐบาลออกมาตั้งนานแล้ว”

    “ เหรอครับ” หยางเทียนเข้าใจผิด นึกว่า ฝากธนาคารแล้วจะได้ดอกที่ไหนได้  กลับต้องเสียดอกค่าฝากเสียเอง

    หยางเทียนเก็บสมุดบัญชีเอาไว้ แล้วสงสัย ว่า ถิงถิง จะรู้เรื่องนี้หรือไม่นะ  กลับมาถึงบ้านหยางเทียนก็ถามทันที

    “ รู้ซิ ฉันเอาเงินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล และ ก็ทองคำ เอาไว้ แล้วก็ที่เหลือ ก็เปิดหน่วยลงทุนกับหุ้นระยะยาว และแบ่งอีก 10 % ลงทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงแต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน  พี่ใหญ่ จะเอาเงินไปใช้ก็ได้ แค่บอกมา ฉันสามารถโอนให้พี่ใหญ่ได้เลย”  ถิงถิง พูดอย่างคล่องแคล่ว ชำนาญ หยางเทียนฟังแล้วมึนงงไปพัก แต่ก็ดีใจ ที่น้องพอที่จะรู้เรื่อง ไม่เหมือนกับเขาไม่รู้สักอย่าง

    “ พี่ไม่ได้อยากได้เงิน แค่เป็นห่วงเฉยๆ”

    “ ส่วนเงินปันผลของ เสี่ยวหลานนั้น คุณอาฉีซาน ได้ทำการฝากเอาไว้ในบัญชีเสี่ยวหลาน ที่ธนาคารสวิส ครึ่งหนึ่ง และ ธนาคารในประเทศอาเซียนครึ่งหนึ่ง โดยเก็บเป็นทองคำ กับ เงินฝาก ค่าดอกเบี้ย ทางอาฉีซานรับผิดชอบทั้งหมด”

    “ ฉีซานดีขนาดนี้เชียว?”

    “ ใช่ คุณอาฉีซานดีกับพวกเรามาก  มาเยี่ยม เสี่ยวหลาน หลายครั้งแล้วด้วย”

    หยางเทียนได้แต่ยิ้ม  เพราะไม่เคยเห็นฉีซาน ไม่รู้ว่าเป็นดีจริงหรือไม่ คงต้องรอเจอหน้ากันก่อน

    “ อ้อ  พี่เฟยหยาน ก็มาเยี่ยมพวกเราด้วยนะ”

    “ เฟยหยานมาด้วยเหรอ”

    “ ดูพี่เฟยหยานยังคงรักพี่ใหญ่เหมือนเดิมเลย ตอนนี้เขาเป็นหมอปีสี่แล้ว แม่ดีใจมากเลย บอกว่า อยากให้พี่ใหญ่แต่งกับพี่เฟยหยาน เสียตอนนี้เลย”

    หยางเทียนก็ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะตอบอย่างไร   เสียงมือถือก็ดังขึ้น

    “ สวัสดีคุณหยางเทียน  ฉันเจนนิส จาก อาเซี่ยนอินเวสเม้นท์นะคะ”

    “ อ้อ คุณนั่นเอง ท่านผอ.เฉียนคงบอกผมมาแล้ว”

    “ ดีค่ะ ถ้าเช่นนั้น ไม่ทราบว่า คุณหยางสนใจเริ่มเปิดพอร์ตลงทุนเท่าไรดีคะ”

    “ 900 ล้านเหรียญครับ”

    “ 900 ล้านเหรียญหมดเลยหรือคะ !”

    “ ใช่ คุณเจนนิสไปจัดการวางแผนลงทุนได้เลย แล้วโทรมาบอกผมก็แล้วกัน”

    “ ได้ค่ะ ได้ค่ะ ฉันจะรีบทำให้เสร็จ แล้วรีบรายงานทันทีเลยคะ”

    เจนนิส ยกเลิกงานที่ทำทั้งหมด รีบเข้าห้องผู้จัดการ รายงานเรื่องนี้ ผู้จัดการสั่งให้แผนกการตลาด และที่ปรึกษาลงทุนทั้งหมด มาประชุมวางแผนลงทุน กันทันที เพราะว่า โปรเจค 900 ล้านเหรียญดอลล่าร์นี้ จะสามารถทำกำไร ให้บริษัทอย่างงดงาม เท่ากับ ดูแลลูกค้าคนเดียว ยอดเงินมากกว่า ลูกค้าทั้งหมดบริษัทเลย

    ที่สนามบินแห่งชาติอาเซี่ยน หยางเทียน อาเปียว และ พี่ต้าสง กับเพื่อนๆ อีกเกือบยี่สิบคน มายืนรอ ท่านนักบุญเปาโล ที่ห้องรับรองขาเข้า วีไอพี ไม่นานนักก็มี ชายแต่งชุดสูทสีขาวสิบคน และ  พวกบาทหลวงชุดขาวอีก สิบคน โดยมีท่านนักบุญเปาโล เดินตรงกลาง โดยสวมชุดบาดหลวงสีขาวดูธรรมดา ตรงกับภาพที่ได้รับมา

    อาเปียวเข้าไปรายงานตัว แล้วก็นำทุกคน ขึ้นรถตู้ สามคัน รวม บอดี้การ์ดอีกสามคัน ขับตามหลังไป  จุดหมายปลายทางไม่ใช่โรงแรม แต่เป็น วิหารศักดิ์สิทธิ์โยเซฟ อยู่ชานเมืองหลวงม่านกู่ ออกไป โดยสถานที่นี้ เป็นที่พักของบุคคลสำคัญจากาสำนักวาติกัน พอเข้าไปคล้ายเข้าสู่ อีกโลกหนึ่ง ที่นี่คล้ายมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่

    พวกบอดี้การ์ด เมฆขาวได้ถูกกัน ให้อยู่รอบนอก โดยมีการ์ดชุดขาวสิบคน ของสำนักวาติกัน อยู่ใกล้ชิด ท่านนักบุญเปาโล

    ทั้งหมดเข้าไปในโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ หลังใหญ่ ปล่อยให้ บอดี้การ์ดเมฆขาว ยืนเฝ้า รอบโบสถ์ด้านนอก  จากนั้นได้ยินเสียงบทสวดเป็นภาษาแปลกๆ ดังออกมาจากด้านในโบสถ์ อาเปียวกับ กับ  พวกมองหน้ากันด้วยความสงสัย

    “ พวกเขาสวด อะไรกันนะ”  อาเปียวเอ่ยด้วยความสงสัย จากนั้นก็เริ่มมีเสียงบวดสวดดังขึ้นก้องกังวานหนักขึ้น

    “ พวกเราเข้าไปดูกันไหม” ต้าสงรีบเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

    “ ไม่ต้องรอข้างนอกดีแล้ว”

    ไม่ทันที่ทุกคนจะพูดอะไรต่อ ก็มี การ์ดชุดขาว ถูกเหวี่ยงออกมาจากข้างใน ผ่านหน้าต่างกระจกออกมา สี่คน

    หยางเทียนเปิดประตูโบสถ์เข้าไปทันที พอเข้าไป ทุกคนก็ได้แต่อ้าปากค้าง

    ด้านใน ข้าวของถูกทำลาย ล้มระเนระนาด มีชายแต่งชุดบาทหลวงสีดำ ลอยตัวอยู่บนอากาศ มือทั้งสอง ถูกรัดด้วยโซ่เงินเอาไว้ แต่บัดนี้ ได้ถูกกระชากขาดออกมาแล้ว

    ด้านล่าง ท่านนักบุญเปาโลถือคัมภีร์ไบเบิ้ลกำลังสวดพิธีไล่ผี โดยมี บาดหลวงชุดสีขาว อีกสิบคน กำลังช่วยสวด สี่คน อีกหกคน ถือไม้กางเขน แล้ว สาดน้ำมนต์ใส่บาทหลวงที่ลอยบนฟ้า การ์ดชุดขาว นอนสลบไปที่พื้นกันหมดทุกคน....

    คล้ายกับเรื่องบอดี้การ์ด โค่นนรก ถล่มสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89