“เราเกลียดวันฝนตก” นานะโพล่งออกมาเสียงดัง
เธอเดินหน้ามุ่ยไปนั่งลงเคียงข้างผู้ชายคนที่อยู่บนเสื่อทาตามิในห้องนอนตัวเองภายนอกหน้าต่างห้อง สายฝนกำลังตกลงมาแต่กลิ่นของสายฝนก็ไม่อาจกลบกลิ่นหอมกรุ่นจากเหล่าขนมปังที่อยู่ชั้นล่างได้แม้กระทั่งเวลาฝนตกอย่างนี้ นานะเชื่อว่ายังคงมีลูกค้าเข้าคิวรอซื้อขนมปังอยู่ก็บ้านเธอเป็ร้านขนมปังชื่อดังในย่านนี้นี่นา
“เป็อะไรของเธอ หา!ยัยตัวเล็ก” ชายหนุ่มผิวขาวใบหน้าคมเข้ม ซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านข้างเอามือขยี้หัวเธอด้วยความเอ็นดู
“ก็ฝนตกแบบนี้มันไปไหนไม่ได้เลยนี่”นานะเบ้หน้าใส่เคน เพื่อนสนิทั้แ่เด็กซึ่งอายุห่างกันหกปี เธอพยายามปัดมือเขาออกขณะที่หัวใจเต้นรัว
“บ่นจริงนะเรานี่ ขี้บ่นเป็ยัยแก่ไปได้”เคนวางหนังสือลงพลางล้อ พร้อมกับเอามือขยี้เส้นผมสีน้ำตาลยาวเป็ลอนดัดอ่อนๆของนานะเล่นอย่างสนุกสนานอีก
นานะปัดมือเคนออกหน้าแดง “เชอะ! เราแก่ตรงไหนเพิ่งอายุสิบเจ็ดนะ นายต่างหากตาแก่ อายุตั้งยี่สิบสามแล้ว ยี้!”
ไม่รู้ใจฉันซะบ้างเลยว่าอยากออกไปเที่ยวกับตัวเองแค่ไหนแล้วมาเล่นหัวแบบนี้ ฉันหวั่นไหวนะ เธอได้แต่คิดอยู่ในใจ
“เป็อะไรอีกล่ะเรา”เคนหัวเราะ
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงโทรศัพท์มือถือของเคนดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่
“สวัสดีครับ” เคนเก๊กเสียงหล่อ นันย์ตาสองชั้นเป็ประกายขณะรับโทรศัพท์ นานะที่อยู่ด้านข้างค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้
“อ้าว เซระ มีอะไรเหรอ”เคนลุกขึ้นเดินไปคุยโทรศัพท์กับแฟนนอกห้องนอนนานะ
นานะมองตามร่างสูงของเขาด้วยสายตาไม่พอใจเมื่อได้ยินเคนเอ่ยชื่อเซระนางแบบที่เขาเคยถ่ายภาพลงโฆษณาให้กับหนังสือ Men Magazine เคนคบหากับเซระได้สองเดือนแล้วและเพราะเหตุผลนี้แหละที่ทำให้นานะไม่พอใจสุดๆ
“เชอะ! คำก็เซระ สองคำก็เซระ” นานะบ่นพึมพำด้วยความขุ่นเคือง“วันนี้ไปดูหนังกันมั้ยคะ เคน แหวะ! จะอ้วก”เธอแกล้งทำเสียงหวานดัดจริตเลียนแบบเซระเวลาชวนเคนไปเที่ยว
“บ่นอะไรล่ะเรา”เคนเสยผมยุ่งๆ สีดำสนิทขณะเดินอมยิ้มเก๋เข้ามาหลังจากวางหูแล้วนานะอดจะชื่นชมท่าเสยผมของหนุ่มหล่อตรงหน้าไม่ได้ั้แ่เมื่อไหร่นะที่เธอเฝ้าสังเกตทุกอิริยาบถของเคนตลอดเวลา
“เปล๊านี่” นานะปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้ายังคงบูดบึ้ง
“เออ นานะวันอาทิตย์นี้ที่เรานัดจะไปดูหนังกันน่ะ เราไปด้วยไม่ได้แล้วนะ”
“ทำไมล่ะนายจะผิดสัญญาเหรอ” นานะถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าและแววตาบ่งบอกความน้อยใจออกมา
“เอ่อ…คือ เซระมีนัดไปถ่ายแบบให้นิตยสาร Z-Bra น่ะ เขาเลย…แบบว่า…อยากให้เราไปเป็เพื่อนน่ะ”
“เชอะ!! ทั้งปีล่ะ อะไรๆ ก็เซระๆๆ” นานะสะบัดหน้าพรืดอย่างหงุดหงิด
“ขอโทษจริงๆ นะไว้คราวหน้าแล้วกัน” เคนขอโทษเสียงอ่อยพลางทำหน้าอ้อนแบบที่นานะเห็นทีไรก็อดใจอ่อนไม่ได้ทุกที แต่คราวนี้เธอไม่ยอมหรอก เชอะ!
“คราวหน้าๆๆ ทั้งปีนายไม่เคยทำตามที่บอกกับเราได้เลยซักครั้ง ยังจะมีหน้ามาพูดอีก!!!” นานะะโใส่หน้าเคนด้วยความน้อยใจ เขานิ่งอึ้งไปเพราะไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเพราะทุกครั้งที่เขานัดกับนานะ เซระมักจะต้องโทรมาเสมอ แล้วเขาก็ต้องเลื่อนนัดนานะออกไปทุกที
“นานะเธอไม่พอใจที่เราคบกับเซระรึเปล่า” เคนถามนานะเสียงขรึม
“ถามทำไม”
กรี๊ดดดอย่าบอกว่ารู้แล้วนะ เธอนึกในใจ
“นานะ เราชอบเซระนะแต่เธอก็เป็เพื่อนที่สนิทสุดของเรา ถ้าการที่เราคบกับเซระทำให้เธอไม่พอใจเราจะเลิกคบเขา” เคนจ้องหน้านานะนิ่งดวงตาเรียวใหญ่บ่งบอกความมาดมั่น
ตึกตักๆหัวใจนานะเต้นรัวอีกครั้ง
“เอาล่ะๆไม่ต้องพูดแล้ว เอาเป็ว่าคราวหน้านายต้องเลี้ยงไอศกรีมเราสองถ้วยละกัน” นานะพูดเสียงอ่อนลง แต่ภายในใจ เธอรู้สึกเจ็บลึกกับคำว่า ‘เพื่อน’ ที่เขาพูดออกมา
“โอเคเลย” เคนยิ้มหวาน
ก็เพราะรอยยิ้มแบบนี้ของนายนั่นแหละฉันถึงใจอ่อนทุกที คนโง่ ซื่อบื้อ ไม่ได้รู้เล้ยว่าคนอื่นเขาคิดยังไงกับตัวเอง นานะคิด