ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก....
เสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็ส่ำ ทั้งแรงและเร็ว ทำเอากู่ฉิงฉิงนึกว่าตนเองจะหัวใจวายจากการที่หัวใจทำงานหนักเกินไปเสียแล้ว ยังดีที่อีกฝ่ายยอมปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเสียงหัวใจของตนเองคงจะทำให้อับอายขายขี้หน้า
" ขอบคุณครับ ไปดูห้องนอนกันเถอะ "
กู่ฉิงฉิงลุกขึ้นจากตักของชายหนุ่มแบบไม่รีบร้อนแบบคราแรกที่บุกจากโซฟา ก่อนจะเดินออกไปด้านข้าง หยางเฟยหลงสังเกตสีแดงบนใบหน้าหวานเนียนละเอียดก็ได้แต่ยิ้มมุมปากไม่พูดอะไรออกมา เขายังคงทำหน้าที่เ้าบ้านที่ดีแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ห้องนอนตั้งอยู่บนพื้นที่ชั้นสองของคอนโด แบ่งเป็ห้องนอนหลักหนึ่งห้องและห้องนอนสำรองสองห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว
ในห้องนอนหลักย่อมมีอ่างจากุชชี่ติดตั้งไว้ ส่วนอีกสองห้องมีแค่อ่างอาบน้ำธรรมดาเท่านั้น
ใจของกู่ฉิงฉิงหมายตาห้องนอนหลัก ทำไมน่ะหรือ ก็มันมี 'จากุชชี่' !! อย่างไรเล่า! แต่ว่าท่านประธานหยางจะยอมสละห้องนอนหลักให้เขาอย่างนั้นหรือ
ร่างกายไวดั่งใจคิด ทันทีที่หมายตาเขาก็หันไปมองหยางเฟยหลงทันที
" ผมอยากได้ห้องนี้ครับ "
จะหาว่าหน้าด้านก็ยอมวะ!!
หยางเฟยหลงมองไปที่ร่างเล็กที่สูงแค่บ่าของตนก่อนจะมองไปที่แววตาจริงจังมุ่งมั่น ไม่ใช่ว่าเขานั้นไม่รู้หรอกว่าเ้าตัวเลือก 'ห้องนี้' เพราะเหตุใด แต่จะยอมให้อะไรใครง่าย ๆ ก็ไม่ใช่หยางเฟยหลงน่ะสิ!
" เธอรู้ใช่ไหมว่าห้องนอนนี่เป็ของฉัน "
" ก็ไหนคุณว่าเลือกห้องไหนก็ได้ไงครับ "
" ใช่แล้วล่ะ ฉันพูดแบบนั้น ฉันก็ไม่ได้ห้ามที่เธอจะเลือกห้องนี้แต่ว่า...เธอก็ต้องยอมรับว่าฉันเองก็อาศัยอยู่ห้องนี้ ดังนั้นถ้าเธอจะเลือกห้องนี้เธอกับฉันก็ต้องอาศัย 'อยู่ร่วมห้องเดียวกัน' นะทูนหัว "
หยางเฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบประหนึ่งว่ามันเป็แค่การเจรจาธุรกิจโปรเจคหนึ่งเท่านั้น
" คุณ! "
กู่ฉิงฉิงรู้สึกโมโหในใจแต่ว่าก็ต้องยอมรับความจริงที่อีกฝ่ายพูดนั้นไม่ผิด หยางเฟยหลงเป็เ้าของบ้าน ปกติห้องนอนหลักย่อมเป็ห้องนอนของเ้าบ้านแต่เขาดันอยากได้เอง แต่เขาก็ไม่อยากนอนร่วมกับฝ่ายบนเตียงเดียวกันหรอกนะ
[ติ๊ง โฮส โฮส มีภารกิจใหม่แจ้งเข้ามาครับ เป็ภารกิจระยะยาว สนใจรับไหมครับ]
' ภารกิจอะไร? '
[สักครู่ครับ ผมขอโหลดข้อมูลก่อน]
[ภารกิจ : นอนหลับบนเตียงเดียวกันกับหยางเฟยหลง 1 คืน
รางวัล : ความเสถียรของจิติญญา 0.01%
การลงโทษในกรณีทำภารกิจไม่สำเร็จ : ไม่มี]
[ภารกิจนี้เหมาะกับโฮสมากเลยนะครับ ไหน ๆ โฮสก็ตั้งใจอยากจะได้ห้องนอนหลักนี่ครับ ใช้ให้เป็ประโยชน์เลยครับ]
กู่ฉิงฉิงอ่านรายละเอียดสั้น ๆ ของภารกิจที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็ภารกิจที่มีจุดประสงค์ประหนึ่งอยากให้ตนกับหยางเฟยหลงได้ใช้เวลาร่วมกันทั้งร่างกายและจิตใจ
ตัวภารกิจอ่านรายละเอียดแล้วกระทำได้ง่าย แต่ผลข้างเคียงนี่สิไม่ดีต่อหัวใจคนปฏิบัติเอาเสียเลย และแม้ว่ารางวัลจะน้อยนิด แต่เนื้อยุงแม้น้อยก็คือเนื้อล่ะนะ
เอาวะ ใช้สถานการณ์ใน่ระหว่างที่อาศัยอยู่ที่นี่ให้เป็ประโยชน์ ในเมื่อต้องด้วยกันแค่หนึ่งปี อะไรที่ก่อประโยชน์แก่ตัวเขาได้ก็ต้องเอาหมด
" ตกลงครับ ให้ผมย้ายของเข้ามาไว้ตรงไหนได้บ้างครับ "
กู่ฉิงฉิงกลั้นใจก่อนตอบกลับพร้อมกับมองหน้าสามีหนุ่มแบบไม่เกรงกลัวใด ๆ แววตามุ่งมั่นจนหยางเฟยหลงรู้สึกว่าบทบาทกลับกัน ตนเองกลายเป็เหยื่อบนเขียงรอให้อีกฝ่ายจัดการอย่างไรไม่รู้
" แฮ่ม ช่างเถอะ เธออยากได้ห้องนอนนี้ก็เอาไป ฉันจะย้ายไปห้องอื่น อีกอย่าง ฉันมีที่พักหลายที่ ตามสบายเลย "
ไม่ได้สิ! แบบนี้เขาก็พลาดเก็บรางวัลน่ะสิ
กู่ฉิงฉิงนายต้องคิดทำอะไรซักอย่างแล้วนะ
" ไม่เป็ไรครับ ผมว่าคุณกับผมนอนด้วยกันนี่แหละจะดีที่สุด "
พร้อมกับส่งสายตาประมาณว่าคุณก็รู้นะว่าผมหมายถึงอะไรไปให้
หยางเฟยหลงรู้สึกสงสัยและสนใจในเวลาเดียวกันว่าภรรยาตัวน้อยของเขาจะมีอุบายอะไรอีก เขาจึงเลือกที่จะเงียบรอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากมาก่อน ในวงการธุรกิจคนที่เอ่ยปากก่อนคือฝ่ายเสียเปรียบ
หยางเฟยหลงทำหน้านิ่งจ้องมองไปยังภรรยาของตน
กู่ฉิงฉิงรอให้หยางเฟยหลงถามกลับ แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะทำอะไรทั้งสิ้นจนเขาเองที่อดรนทนไม่ได้จนต้องเริ่มก่อน
" คุณก็รู้ใช่ไหมว่าการแต่งงานนี้คุณได้รับหุ้นจากคุณปู่ของคุณมา ทำให้คุณมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจของหยางกรุ๊ป แต่คุณอย่าลืมนะว่า คุณไม่ใช่คนเดียวในตระกูลหยางที่อยากจะได้อำนาจนี่ "
กู่ฉิงฉิงหยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า
" แน่นอนว่าคนพวกนั้นคงไม่ยอม และต้องหาทางขัดขวางและดึงคุณลงมา ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะกลายเป็ข้ออ้างสำหรับโจมตีของอีกฝ่าย คุณควรจะหลีกเลี่ยงมันนะครับ "
ไม่ใช่ว่าหยางเฟยหลงไม่เข้าใจ แต่บางทีก็รู้สึกอดที่อยากจะแหย่คนตรงหน้าไม่ได้
" แล้วการนอนกับเธอมันช่วยให้ฉันรักษาตำแหน่งตรงไหนกันไม่ทราบ "
เป็คำถามที่จี้ตรงจุดมาก แต่ว่าคนอย่างกู่ฉิงฉิงมีหรือจะยอมแพ้
" คุณก็อย่าลืมว่าการแต่งงานของเรามันหมายถึงการร่วมมือกันของสองบริษัท ถ้าเกิดมีข่าวว่าเราแยกห้องนอนกัน คุณคิดว่าคนจะไปลือกันว่าอะไร และผลกระทบที่ตามมาคืออะไรล่ะครับ
แม้ว่าจะดูเหมือนกระทบไม่มาก แต่อย่าลืมนะครับ สะเก็ดไฟก็ก่อให้เกิดไฟลามทุ่งได้ ผมว่าคุณคงตระหนักตรงจุดนี้ได้มากกว่าผม ผมเองนั้นไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วไม่ว่าจะนอนคนเดียวหรือมีคุณนอนร่วมห้อง "
หยางเฟยหลงรู้สึกท้ายประโยคที่ภรรยาของตนแสดงท่าทางหยิ่งยะโส ในสายตาของเขากลับน่ามองอย่างประหลาด เหมือนแมวชั้นสูงกำลังโชว์อวดความสวยงามของตนเอง
" ตกลง "
กู่ฉิงฉิงมองอีกฝ่ายตาโตด้วยความใ เขาไม่คิดว่าพ่อพระเอกจะตอบตกลงเร็วขนาดนี้ หรือเขาจะคิดการผิดไปนะ ปกติตามนิสัย อีกฝ่ายไม่ชอบให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัวหรือยุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัว นี่พระเอกของปลอมป่าววะ คายพระเอกของของผมคืนมานะ!!!
[โฮสใจเย็น สามีโฮสตอบรับก็ดีแล้วไง ได้ประหยัดเวลาและพลังงานในการหว่านล้อมชักแม่น้ำห้าสายสิบสาย]
' ก็ดี แต่รู้สึกผิดแผกไปจากปกติที่ควรจะเป็นะ '
[ยังไงก็ตามผลลัพธ์ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ ก็ช่างมันเถอะครับ]
กู่ฉิงฉิงที่ฟังระบบของตนหว่านล้อมก็เลือกสนใจและปล่อยผ่านไป
" เสื้อผ้าเธอจัดเข้าตู้ได้เลย มีตู้เสื้อผ้าหลายใบ เลือกตามสบาย "
ตู้เสื้อผ้าในห้องจะเอาไว้เก็บเสื้อผ้าจำพวกพวกชุดนอนหรือชุดออกกำลังที่ใช้ประจำ ส่วนชุดออกงานและทางการอื่น ๆ ถูกเก็บไว้ในห้องแต่งตัวอีกห้องหนึ่ง
กู่ฉิงฉิงเปิดดูตู้เสื้อผ้า พบว่ามีแค่ใบเดียวจากสามใบที่มีเสื้อผ้าใส่ไว้และจำนวนเสื้อผ้าช่างน้อยนิดเหมือนว่าเ้าของห้องไม่ค่อยได้มาอาศัยอยู่ที่นี่สักเท่าไหร่ เขาตัดสินใจในทันทีที่จะใช้ตู้ใบเดียวกัน ไหน ๆ ใช้ข้ออ้างนั้นแล้วก็ต้องทำให้สุดทาง
เสื้อผ้าของหยางเฟยหลงถูกจัดไว้อีกฟาก จากนั้นเขาจึงนำเสื้อผ้าส่วนตัวใส่เข้าไป ก่อนจะนำเสื้อผ้าที่เหลือไปไว้ยังห้องแต่งตัว
ตอนที่จัดเสื้อผ้าเสร็จนี่เองที่เขาพบว่าหยางเฟยหลงนั้นได้หายไปแล้ว
หายไปไหนของเขา...
ควรจะเดินตามหาไหมนะ?
จ๊อก จ็อก เสียงน้ำย่อยในกระเพาะหลั่งออกมาพอดิบพอดี อีกอย่างนี่ก็่ค่ำแล้ว เขาควรจะหาอะไรใส่ท้องดับความหิวเสียหน่อย
กู่ฉิงฉิงพยายามเดินหาเ้าของบ้านเพื่อขออนุญาตให้ครัวและวัตถุดิบ
ชั้นสองที่มีแต่ห้องนอนเขาไม่พบเจอเป้าหมาย จนกระทั่งเดินลงมาชั้นล่าง ซี่งเป็พื้นที่สำหรับห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และยิม เขาเดินไล่หาจนกระทั่งพบว่าประตูห้องทำงานแง้มเปิดอยู่เล็กน้อยและเสียงจากข้างในเล็ดลอดออกมา
" ...อืม สบายดี ไม่มีอะไร ก็ตามแผนแหละ ทำใจให้สบายนะหยาหยา ้าความช่วยเหลืออะไรจะบอกนะ ได้ ๆ ราตรีสวัสดิ์ "
อ้อ...แอบมาคุยกับแสงจันทร์ขาวนี่เอง ในขณะที่เมียตัวจริงอยู่กลางบ้านแท้ ๆ ช่างกล้าจริง ๆ
เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกของกู่ฉิงฉิงคนนั้นขึ้นมาเหมือนกัน ถ้ามาเจอสภาพนี้ใครจะทนไหว หยามน้ำหน้ากันชัด ๆ แต่เสียดายที่เขาไม่ใช่กู่ฉิงฉิงคนนั้น ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงกลายเป็แค่คนรักเขาคุยกัน ส่วนตัวประกอบอย่างเขาก็แค่ฟังแบบผ่าน ๆ เหมือนกินป๊อปคอร์นนั่งดูหนังนั่นแหละ
กู่ฉิงฉิงเห็นว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว จึงทำเสียงดังขึ้นเหมือนเดินเข้ามาและยกมือเคาะประตูเบา ๆ
" คุณหยาง ผมขอยืมใช้ครัวกับวัตถุดิบได้ไหมครับ "
เขาพูดถามจากด้านนอกประตู โดยไม่รอให้อีกฝ่ายเปิดออกมา ให้เวลาพ่อพระเอกได้ทำใจเศร้าเสียหน่อย
" อืม ตามสบาย "
เสียงที่ตอบกลับค่อนข้ามอึมครึม แต่ก็ไม่ได้แย่มากมายนัก เอาเถอะ ทน ๆ ซักปีนะพ่อพระเอก แล้วพวกนายสองคนก็จะได้ครองรักกันอย่างหวานชื่นแล้วและผมก็ไม่อยู่เกะกะทางแน่ ๆ สบายใจได้
กู่ฉิงฉิงในโลกเดิมนั้นเป็แค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ด้วยความที่ต้องประหยัดเงินทุกบาททุกสตางค์เขาจึงเริ่มทำอาหารกินเองทั้งมื้อเช้าเย็นและนำไปกินที่บริษัทด้วยในมื้อกลางวัน การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้เขาประหยัดเงินไปได้มากโขยังทำให้เขาได้ทักษะการทำอาหารติดตัวมาพร้อมกับการกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ทำงานอย่างแน่นแฟ้น ใครล่ะจะไม่ชอบสมาคมกับคนทำอาหารอร่อย เอิ่ม..และนิสัยดีแบบเขากันล่ะ
กู่ฉิงฉิงมั่นใจในฝีมือของตนเองว่าแม้จะไม่อร่อยขนาดเชฟโรงแรมห้าดาวหรือมิชลินสตาร์แต่ว่าก็ไม่ด้อยกว่ากันมากนักหรอก ยามว่างนอกจากอ่านนิยาย BL แล้ว เวลาที่เหลือเขาก็มักจะใช้ในการศึกษาเื่อาหารนี่แหละ ทำให้เขาในโลกนั้นถึงน้ำหนักเกินมาตรฐานไงเล่า
ห้องครัวแบบทันสมัยในคอนโดของหยางเฟยหลงคือห้องครัวในฝันแบบที่เขาอยากได้มาตลอด มีครบครันั้แ่เครื่องมือยันเครื่องปรุง แต่..แหงะ ผักสด เนื้อสัตว์ ไข่ ไปไหนหมดวะครับ!!
กู่ฉิงฉิงผงะเมื่อเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่สองประตูที่สูงท่วมหัวแต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า
สีหน้าดีใจสุดขีดเมื่อครู่เกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาทันใด พร้อมกับความโกรธน้อย ๆ ที่ก่อกำเนิดพร้อมกัน
คุณพี่แกเห็นตู้เย็นเป็เครื่องประดับบ้านหรือไงครับ!?
ทำเขาดีใจเก้อนึกว่าวัตถุดิบจะเยอะจนเต็ม
สุดท้าย ก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับตัวเองเมื่อนึกได้ว่าคอนโดนี้อาจจะไม่ใช่ที่อยู่ประจำของหยางเฟยหลง ดังนั้นย่อมไม่มีการซื้อของสดมาตุนเอาไว้ อีกอย่างคนอย่างหยางเฟยหลงมีหรือจะทำอาหารกินเอง จากไลฟ์สไตล์ที่เขาอ่านจากนิยาย ถ้าไม่ออกไปหาร้านกินข้างนอก ก็มีพ่อครัวทำอาหารให้เมื่อกลับไปบ้านใหญ่ของตระกูล นี่เขาคาดหวังอะไรกับพ่อพระเอกกันนะ
พอคิดได้แบบนี้ เขาจึงปลงตกและเดินกลับไปยังห้องทำงานที่พึ่งจากมา ก่อนจะเคาะประตูอีกรอบ
" คุณหยาง ไม่ทราบว่าแถวนี้มีซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ ไหมครับ "
เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมาบานประตูแบบเดิม แต่ไม่คาดว่า ประตูถูกดึงเปิดออกก่อนที่เ้าตัวจะออกมายืนหน้าประตูจ้องมองเขากลับ
" เธอถามไปทำไม "
" ผมจะไปซื้อของสดมาทำอาหารครับ ในตู้เย็นไม่มีของสดเลยซักอย่าง "
หยางเฟยหลงนิ่งไปครู่หนึ่ง
" ขอโทษ พอดีฉันไม่ได้นึกเื่นี้ไว้เลย ว่าแต่เธอทำอาหารเป็งั้นหรือ "
แววตาคมจับจ้องมาไปที่กู่ฉิงฉิง จากข้อมูลทำให้ชายหนุ่มสงสัยในตัวอีกฝ่าย ไม่มีประวัติว่ามีงานอดริเรกชอบทำอาหารหรือมีกิจกรรมอะไรแบบนี้ลงบันทึกไว้
กู่ฉิงฉิงได้ยินก็แอบเหงื่อตก เขานี่นะลืมไปได้อย่างไร คุณหนูแบบคุณชายคนเล็กตระกูลใหญ่จะทำอาหารเป็ได้อย่างไรกัน กลับกันจะมีแต่คนทำมาประเคนให้ทานมากกว่า
เอาไงดีวะ? สมองถูกเร่งเร้าใช้ศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเค้นคำตอบหาข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผลออกมาออกมา
" เอ่อ อันที่จริงผมแอบทำน่ะครับ คุณพ่อไม่ชอบให้ผู้ชายแตะต้องเื่ในครัวแต่ผมชอบจึงแอบเรียนรู้ด้วยตัวเองและทำอย่างลับ ๆ มาตลอด แต่ว่าผมขอร้องอย่าบอกให้คุณพ่อรู้นะครับ ผมไม่อยากโดนว่า "
กู่ฉิงฉิงทำหน้าน่าสงสาร ด้วยใบหน้าหวานสวย ที่ตาแดงน้อย ๆ ก็ทำให้ผู้พบเห็นใจอ่อนยวบ หยางเฟยหลงเองก็ไม่พ้นจากมารยานี้เช่นกัน
" อืม "
" งั้นคุณบอกทางผมหน่อยครับผมจะไปจ่ายตลาด..เอ้ย ซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต "
ลืมตัวอีกล่ะกู่ฉิงฉิงเอ้ย มีตลาดย่านนี้ที่ไหนกันวะ
" ไปด้วยกัน "
หยางเฟยหลงไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กได้ปฏิเสธก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานและปิดประตูตามหลัง เขาจับข้อมืออีกฝ่ายพาจูงเดินออกจากห้องลงลิฟท์ไปยังด้านล่างของคอนโดจนกระทั่งถึงลานจอดรถ
บริเวณผิวเนื้อที่ถูกััมันช่างให้ความรู้สึกร้อนลวกลามไปถึงหัวใจและรู้สึกประหลาด ตลอดชีวิตเขาไม่เคยััใครใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน ชีวิตก่อนก็อยู่คนเดียวกับบรรดานิยายและการทำอาหาร เพื่อนสนิทก็ไม่เคยได้ััตัวเนื่องจากเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามวุ่นวายกับร่างกาย มันรู้สึกอึดอัดแบบแปลก ๆ แต่กับท่านประธานหยาง เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจ หรือเพราะว่าเป็ตัวละครที่เขาชื่นชอบกันนะ
แต่พอนึกถึงบทสนทนาที่เขาแอบได้ยินระหว่างคนผู้นี้กับเจี้ยนเหยาหยา ใจที่ร้อนผ่าวก็เย็นลงแบบโดนน้ำเย็นจัดสาด
เมื่อได้สติเขาก็นั่งนิ่งเงียบไปตลอดการเดินทาง กว่าจะรู้ตัวอีกที ทั้งเขาและหยางเฟยหลงก็ขับรถมาจอดในลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เป็ที่เรียบร้อย