เหงาในเงาจันทร์

    ตอนที่ 3 : คืนที่หัวใจเริ่มคุยกัน

            หลังเริ่มงานได้สามเดือน ชีวิตของกานต์แก้วเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นอย่างน้อยเธอก็เริ่มจำชื่อพยาบาลได้ครบทุกคน
    และเริ่มชินกับเสียงตามสายในโรงพยาบาลเสียที แต่มีอย่างหนึ่งที่ยังไม่เคยชิน“ความเหงา”

            หลังเลิกงานในแต่ละวัน หญิงสาวแทบไม่ยอมกลับห้องทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป จะมีเพียงเสียงพัดลมครืดๆ ทีวีตู้อ้วนวิทยุเปิดเพลงอกหัก และความเงียบที่ดังเกินไป บางคืนแค่เพลงของ พี่เบิร์ด ธงไชยดังขึ้นมาเธอก็น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นกานต์แก้วจึงหาอะไรทำตลอดเวลาหลังเลิกงานประจำ

         เธอจะรับงานพิเศษต่อทันที แม้จะยังอยู่ในโรงพยาบาลเดิมแต่มันดีกว่ากลับไปอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมเงียบๆ ๰่๥๹เย็นของโรงพยาบาลวุ่นวายไม่แพ้ตลาดสดคนไข้นั่งเรียงเต็มเก้าอี้ บางคนถือแฟ้ม บางคนอุ้มลูก บางคนถอนหายใจเพราะรอคิวนาน กานต์แก้วเดินถือเอกสารเข้าออกหน้าเคาน์เตอร์แทบไม่หยุด 

            “รอสักครู่นะคะ” 

            “เดี๋ยวเรียกคิวให้นะคะ”

            “คุณตานั่งก่อนนะคะเดี๋ยวหนูไปตามพยาบาลให้” 

          เสียงหวานๆ กับรอยยิ้มตาหยีของเธอ ทำให้หลายคนใจเย็นลงโดยไม่รู้ตัวแม้จะเหนื่อย แต่เธอก็ยังยิ้มเก่งเสมอ จนเกือบสี่ทุ่ม คนไข้คนสุดท้ายกลับบ้าน ความวุ่นวายค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงแอร์เก่าๆดังหึ่งๆ กับแสงไฟสีขาวในห้องทำงาน 

        กานต์แก้วนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์อย่างหมดแรงจอคอมหน้าจอสีตั้งอยู่ตรงหน้า ด้านข้างมีลำโพงตัวเล็กสีครีม และเมาส์ลูกกลิ้งที่เริ่มฝืดหญิงสาวถอนหายใจ

            “เอ...แล้วจะทำอะไรกับมันดีนะ” สายตาซุกซนกวาดไปทั่วหน้าจอก่อนหยุดที่โปรแกรมหนึ่ง MSN Messenger เธอขมวดคิ้วนิดๆ

            “เขาเล่นอะไรกันนะ” หญิงสาวหันซ้ายหันขวาไม่มีใครอยู่แล้ว รอยยิ้มเ๯้าเล่ห์ค่อยๆ ปรากฏตรงมุมปาก

            “ลองหน่อยก็ได้” เสียงอินเทอร์เน็ตต่อสายดังขึ้นตี๊ดดดด ครืดดดด แกร๊กกก กานต์แก้วนั่งลุ้นเหมือนกำลังส่งยานอวกาศขึ้นฟ้า

            “อย่าหลุดนะ อย่าหลุดนะ” เมื่อหน้าจอล็อกอินสำเร็จหญิงสาวยิ้มกว้างทันที 

            “โอ๊ย ตื่นเต้นอะไรขนาดนี้เนี่ย” เธอเริ่มกดนั่นกดนี่มั่วไปหมด เปลี่ยน Display Name ใส่ อีโมจิรูปหัวใจ แอบเลือกเพลงสถานะทุกอย่างดูสนุกไปหมดก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ติ๊ง” หญิงสาวสะดุ้งทันที

            “ว้าย!” หน้าจอเด้งข้อความขึ้นมา

            “สวัสดีคับ” 

            กานต์แก้วเบิกตากว้าง “ใครเนี่ย” แม้จะงงแต่นิ้วก็ตอบกลับไวกว่าใจ “สวัสดีค่ะ” ไม่ถึงสามวินาที ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมาอีก

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะคับ” 

           หญิงสาวหลุดยิ้มทันที โลกใบใหม่ตรงหน้าทั้งตื่นเต้น ทั้งแปลกประหลาด จากเพื่อนหนึ่งคนกลายเป็๞สองคน สามคน ไม่นานหน้าต่างแชตก็เด้งเต็มหน้าจอ บางคนชวนคุยเ๹ื่๪๫เพลง บางคนถามจังหวัด บางคนส่งอีโมจิยิ้มไม่หยุดกานต์แก้วนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวหน้าคอมพิวเตอร์ จนลืมเวลาไปหมด

            แต่ความตื่นเต้นนั้นอยู่ได้ไม่นาน โลกออนไลน์ไม่ได้สวยงามเสมอไปผู้ชายบางคนเริ่มพูดจาแทะโลม บางคนถามเ๱ื่๵๹แปลกๆ
    บางคนชวนคุยจนเธออึดอัด จากที่เคยตื่นเต้นกับเสียง

            “ติ๊ง” เธอเริ่มเบื่อคำว่า

            “ดีคับ” 

            “ทำไรอยู่” 

            “มีแฟนยัง”

            หลายวันผ่านไป MSNเริ่มเป็๞เพียงเสียงเปิดค้างไว้ระหว่างทำงาน จนกระทั่งคืนหนึ่ง เกือบถึงเวลาเลิกงานกานต์แก้วเปิดหน้าจอ MSN ทิ้งไว้ โดยแทบไม่ได้สนใจมันแล้ว เธอถอนหายใจ มือเอื้อมไปกดปิด MSN แต่มือก็หยุดอยู่แค่นั้น เพราะมีบางอย่างในหัวใจที่ยังไม่อยากปิดเหมือนคนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน รู้ว่าข้างในเปล่าเปลี่ยวแต่ยังยืนรอว่าจะมีใครผ่านมา แล้วก็มี

     “ติ๊ง” ข้อความใหม่เด้งขึ้นมา

            “สวัสดีเพื่อนใหม่”

            หญิงสาวชะงัก คิ้วน้อยๆ ขมวดเข้าหากัน

            เอ๊ะ ทำไมคำทักนี้ดูไม่เหมือนคนอื่นนะ ไม่มีคำหวานไม่มี อีโมจิ ไม่มีความพยายามจีบ แต่กลับดูสุภาพอย่างประหลาด ข้อความต่อมาปรากฏขึ้นช้าๆ 

            “คุยได้ไหมคับ พอดีพึ่งเข้ามาเล่นครั้งแรก”

            กานต์แก้วนั่งมอง ตัวหนังสือนั้นเงียบๆ แปลกดีทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความนิ่งบางอย่างจากปลายทาง หญิงสาวยิ้มบางๆก่อนพิมพ์ตอบกลับไป

    “สวัสดีค่ะเพื่อนใหม่เหมือนกัน” และเธอไม่มีวันรู้เลยว่า ผู้ชายแปลกหน้าหลังจอคอมพิวเตอร์คนนั้นกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเธอไปตลอดกาล