“อวิ๋นอ๋อง ครั้งนี้ชนะศึกงดงาม เ้ามีผลงานใหญ่หลวงตอนนี้อายุยี่สิบห้าแล้ว ทว่ากลับยังไม่แต่งภรรยา ข้าคิดว่ามอบกองเงินกองทองให้เ้ายังไม่สู้มอบภรรยาเพียบพร้อมนางหนึ่ง”
“สตรีซั่วอวิ๋นข้าให้เ้าเลือกหาตามใจเ้าต้องตาคนไหนหรือไม่”
“ข้ากับฮองเฮาหารือกันมานาน บุตรสาวคนโตบ้านอัครมหาเสนาบดีกู้เพียบพร้อมมากคุณธรรม ชาติกำเนิดสูงศักดิ์ เหมาะสมกับเจ้าที่สุดวันนี้ข้าประทานสมรสให้เจ้ากับบุตรสาวตระกูลกู้” รถม้าส่ายโอน ม้าควบทะยานรถม้าเพิ่งออกนอกประตูวังหลวงโอ่อ่า สีหน้ากงซุนอี้เปลี่ยนสีทันใด ใบหน้าหล่อเหลาหาใดเปรียบนั่นราวกับมีน้ำแข็งชั้นหนึ่งเกาะอยู่ ความเย็นยะเยือกในแววตาไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมหลอมละลาย“ท่านอ๋อง ฮ่องเต้สุนัขนั่นต้องจงใจเป็แน่!”
อวิ๋นอ๋องก้าวเข้าสู่จวนของตน ประตูปิดแล้วองครักษ์ข้างกายเอ่ยขึ้นสีหน้าไม่ยินยอม
“ทั้งเมืองหลวงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบุตรสาวคนโตจวนตระกูลกู้เป็หญิงสติไม่ดีฝ่าาประทานหญิงสติไม่ดีให้ท่าน เห็นชัดว่าคิดหลู่เกียรติท่านหยามเกียรติทั้งจวนอวิ๋นอ๋อง”
กงซุนอี้คลึงหมุนแหวนหยกในมือองครักษ์รู้ว่าเขาทราบเื่นี้ดี
เขากงซุนอี้มีผลงานเหนือนาย ฮ่องเต้ส่งเขาออกไปสู้ศึกให้ทหารหนึ่งหมื่นกับเขาไปสู้ทัพใหญ่หนึ่งแสนของวั่งเย่ว์ คงอยากให้เขาตายในสนามรบแต่เขากงซุนอี้ไหนเลยจะยอมให้ฆ่าง่ายๆเมื่อนึกถึงใบหน้าไม่น่าดูหาใดเปรียบของฮ่องเต้ตอนเขากลับมาแล้วก็รู้สึกขบขันนัก ฮ่องเต้คิดไม่ถึงว่าจริงๆทั้งหมดนี้เป็นหมากกระดานที่เขาสร้าง เขากับฮ่องเต้วั่งเย่ว์ทำข้อตกลงกันนานแล้วใช้ชีวิตกู้เทียนหลานแลกความสงบห้าปีของทั้งสองแคว้น ฮ่องเต้วั่งเย่ว์อยากกำจัดกู้เทียนหลานทิ้งนานแล้ว ไม่เสียดายทหารหนึ่งแสนที่ต้องตายตามจนถึงขั้นเจ็บเข้าเนื้อกำราบตระกูลกู้และทัพตระกูลกู้ทิ้งถอนรากถอนโคน ส่วนที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ผลงานใหญ่หลวง ยังมีสตรีนางนั้น...กู้เทียนหลานเอ๋ยกู้เทียนหลาน ในใจเขากงซุนอี้ ใต้หล้านี้มีแค่สตรีเช่นนี้ที่เหมาะสมกับเขาหญิงสติไม่ดีจวนตระกูลกู้ ฮึชีวิตกู้เทียนหลานแลกหญิงสติไม่ดีนางหนึ่งของจวนตระกูลกู้มาให้เขารึ
“จวนอวิ๋นอ๋องไม่มีทางมีชายาสติไม่ดี” อวิ๋นอ๋องเอ่ยหยันแววตาทอไอสังหาร “คนไร้ประโยชน์ไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้”กู้สุ่ยเย่ว์ที่อยู่ในจวนตระกูลกู้ตัวสั่นสะท้านอย่างไม่ทราบสาเหตุ
นางมองเงาที่สะท้อนในน้ำของตน เพราะหิวโซเป็นระยะเวลานานกู้สุ่ยเย่ว์อายุสิบเก้าแล้ว แต่ดูแล้วกลับเหมือนอายุสิบห้าสิบหก ร่างกายซูบผอมมาก ทว่ามีเค้าหญิงงามตั้งแต่เกิด ผิวพรรณนางขาวยิ่งดวงตาโตงามกระจ่าง ริมฝีปากแดงเรื่อ ผ้าไม่ว่าหยาบอย่างไรก็ไม่อาจกลบรัศมีไข่มุก กู้เทียนหลานฝึกยุทธ์ตั้งแต่อายุสิบห้าทว่าพอมาอยู่ในร่างกู้สุ่ยเย่ว์กลับไม่หลงเหลือวิชายุทธ์ในชีวิตที่แล้วนางยังจำได้ทั้งหมดตอนนี้หลบอยู่ในเรือนมุงฟาง แอบฝึกฝน กู้ชิงอวี้ไม่มีทางปล่อยนางนางต้องให้ตนเองแข็งแกร่ง มีเพียงแข็งแกร่งถึงมีปัญญาทำอะไรได้“พวกเ้าเดินเร็วขนาดนี้เพราะเหตุใด”
“วันนี้คุณชายหวังจะมาหาคุณหนูรอง พวกเรากำลังรีบไปดู”
คุณชายหวังรึ
กู้สุ่ยเย่ว์ใจกระตุก จัดแจงตนเองเล็กน้อยรอบหนึ่งแล้วตรงไปยังเรือนกู้ชิงอวี้
กู้ชิงอวี้ได้รับความโปรดปรานจากอัครมหาเสนาบดีกู้เรือนที่นางอยู่ใหญ่ที่สุดในจวนตระกูลกู้ ยืนอยู่ข้างนอกยังได้กลิ่นความหรูหราเมื่อเทียบที่อยู่ของกู้สุ่ยเย่ว์กับนางก็ไม่ได้แตกต่างแค่ฟ้ากับเหวลึกเพียงเท่านั้น
กู้สุ่ยเย่ว์เพิ่งเดินถึงปากประตูก็ถูกสาวใช้รั้งเอาไว้
“กู้สุ่ยเย่ว์ เ้าคิดจะทำอะไร”
กู้สุ่ยเย่ว์เงยหน้า บนใบหน้าโง่งมเจือแววขลาดเขลา“ข้า...ข้าผิดไปแล้ว ข้าอยากมาขออภัยน้องรอง”“เ้าไปเถอะ คุณหนูรองไม่มีทางอยากพบคนชั้นต่ำเช่นเ้า”
กู้สุ่ยเย่ว์ร้องไห้เสียงดัง เอ่ยขึ้น “ขอร้องเ้าให้ข้าพบน้องรองเถอะ”
เสียงโวยวายของพวกนางไม่นานสะท้อนเข้าหูกู้ชิงอวี้เดิมกู้ชิงอวี้มีโทสะเต็มอกที่ถูกกักบริเวณ ตอนนี้รู้ว่ากู้สุ่ยเย่ว์อยู่หน้าประตูด้วยโมโหเสียสตินานแล้ว จึงหยิบแส้พุ่งออกมา พอเห็นกู้สุ่ยเย่ว์ก็ฟาดใส่อย่างแรง
“นางชั้นต่ำ! นางชั้นต่ำ! ทั้งหมดเป็เพราะเ้า”
กู้ชิงอวี้ฟาดจนหน้าแดง แค้นจนอยากเฆี่ยนกู้สุ่ยเย่ว์ให้ตายทันใดนั้น แส้กู้ชิงอวี้ถูกรั้งเอาไว้
“ชิงอวี้ เจ้ากำลังทำอะไร” คุณชายหวังขมวดคิ้วเอ่ย ในภาพจำของเขา ชิงอวี้น่ารักอ่อนโยนมาโดยตลอดเขาเคยเห็นนางโหดเหี้ยมอวดดีเช่นนี้ที่ใดกันกู้ชิงอวี้นิ่งสะอึกทันใด
คุณชายหวัง หวังหลันอวี้ เกิดในตระกูลผู้ดีบิดาเป็นถึงเสนาบดีกรมกลาโหม โตมาด้วยกันกับกู้ชิงอวี้ตั้งแต่วัยเยาว์ ทั้งสองคนต้องตากันตอนไปไหว้พระที่วัด และทำการหมั้นหมายนานแล้ว กู้ชิงอวี้ตัดสินใจไว้แล้วว่าตอนครบสิบแปดปีหากนางแต่งอ๋ององค์ชายไม่ได้ ก็จะแต่งให้หวังหลันอวี้ เสนาบดีกรมกลาโหมรักเขาอยู่ในซั่วอวิ๋นชีวิตก้าวหน้ารุ่งโรจน์ นางแต่งหวังหลันอวี้ได้ถือว่ามีหน้ามีตาในหมู่คุณหนูตระกูลขุนนาง การหมั้นหมายกับตระกูลหวังทำให้นางอวดเบ่งในจวนตระกูลกู้ได้แม้กู้ชิงอวี้จะเอาแต่ใจแต่ยังมีความเ้าเล่ห์ไหวพริบอยู่บ้าง นางรู้ว่าคุณชายหวังชอบสตรีจิตใจดีอ่อนโยนดังนั้นจึงแสร้งทำเป็จิตใจดีมาตลอด อยู่ต่อหน้าคุณชายหวังกู้ชิงอวี้เป็แม่นางน้อยที่แม้แต่มดยังไม่กล้าเหยียบ
มาตอนนี้ โฉมหน้าแท้จริงนางเปิดเผยต่อหน้าคุณชายหวัง เห็นความสิ้นหวังแ่าในแววตาคุณชายหวังกู้ชิงอวี้ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“คุณชายหวัง น้องหญิงไม่ผิด เป็ความผิดข้าทั้งหมด”ใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ไร้เืฝาด ขบกรามเอ่ยประโยคนี้ออกมา
หวังหลันอวี้เบนความสนใจไปที่ตัวแม่นางที่ถูกตีนางแต่งกายธรรมดา แต่งตัวเหมือนคนใช้ ทว่าใบหน้ากลับบอบบางน่าสงสาร ยามเบิกตาโตมักทำให้คนรู้สึกสงสารหาใดเปรียบ นางเรียกกู้ชิงอวี้ว่าน้อง หรือว่าจะเป็คุณหนูจวนตระกูลกู้
“น้องรองท้องเสีย...ล้วนเป็ข้าที่ทำ”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเบา ในน้ำเสียงฉายแววรู้สึกผิด เพราะว่าสติไม่ดี นางพูดเชื่องช้ายิ่ง“ข้ามาขอโทษน้องรอง น้องรองตีข้าระบายโทสะ ก็สมควรแล้ว”
แม้การพูดเรื่องท้องเสียต่อหน้าคู่หมั้นจะเสียหน้าอยู่บ้างแต่กู้ชิงอวี้กำลังรีบหาเหตุผลให้ตนเอง ดังนั้นจึงพูดต่อจากคำกล่าวของกู้สุ่ยเย่ว์ “พี่หลันอวี้ ท่านไม่รู้ว่าสองวันนี้ข้าย่ำแย่เพียงใดนางให้ข้ากินของผิดสำแดง ข้าเจ็บท้อง ทั้งตัวยังผื่นขึ้น ท่านดูผื่นแดงบนตัวข้ายังไม่หายดีเลย”กู้ชิงอวี้เอ่ยออดอ้อน ถกแขนเสื้อตนเองขึ้นเผยให้เห็นผื่นแดงเต็มแขน
หวังหลันอวี้เอ่ยเสียงอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง“นี่เป็เื่อะไรกัน”
“เป็ความผิดข้า” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย “เป็ข้าที่โง่เขลาความจำข้าไม่ดี น้องรองเอาสลอดให้ข้ากิน บอกว่าเป็ลูกกวาด ข้ากินแล้วท้องเสียข้าควรรู้ว่าน้องรองล้อเล่นกับข้า ทว่าภายหลังมาข้าจำได้แค่คำกล่าวก่อนหน้าของน้องรอง ลืมว่าข้ากินแล้วท้องเสีย ตอนข้าเคี่ยวน้ำแกงให้น้องรองไม่ทันระวังใส่สมุนไพรที่น้องรองให้ข้าลงไปด้วย”
กู้สุ่ยเย่ว์พูดแล้วก็ร้องไห้ ใบหน้าโง่บื้อเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด รู้ทันทีว่าคำพูดโง่เขลาของคนสติไม่ดีจุดไฟขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวี้ ที่นางพูดเป็ความจริงรึ”สีหน้าหวังหลันอวี้เปลี่ยนไปทันใด
เขาได้ยินว่ากู้ชิงอวี้ป่วยจึงรีบรุดมาคิดไม่ถึงว่าจะเห็นฉากภาพนี้ เขาได้ยินข่าวลือมาบ้างบอกว่าบุตรสาวสายตรงจวนอัครมหาเสนาบดีไม่ได้รับความโปรดปราน ถูกน้องๆรังแกมาโดยตลอดคิดไม่ถึงว่าในนั้นมีน้องชิงอวี้ที่เขาคิดว่าโอบอ้อมอารีมาโดยตลอดอยู่ด้วย
หวังหลันอวี้รู้สึกสิ้นหวังอย่างรุนแรง
“กู้ชิงอวี้ เ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ”หวังหลันอวี้พูดแล้วหันขวับจากไป
แส้ในมือกู้ชิงอวี้ร่วงตกลงพื้น นิ่งเหม่อครู่หนึ่งรีบรุดตามไป “พี่หลันอวี้ ท่านฟังข้าอธิบายก่อน”
กู้สุ่ยเย่ว์ก้มหน้า มุมปากยกยิ้มเย็น กลับไปยังเรือนมุงฟางของตน คนทั้งหมดต่างคิดว่าเป็นคำพูดตรงไปตรงมาของหญิงสติไม่ดีมีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่จับจ้องเรื่องราวทั้งหมดจนจบเห็นชัดถึงไอเย็นเยียบแหลมคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโง่งมไม่สมประกอบนั่นหญิงสติไม่ดีตระกูลกู้ ฮึค่อยน่าสนใจขึ้นมาหน่อย
กู้ชิงอวี้ฟาดแส้รุนแรง กู้สุ่ยเย่ว์ทั้งตัวรวดร้าวตอนใกล้ถึงห้องมุงฟาง เท้าสะดุด กระแทกลงพื้นอย่างจัง
ตรงหน้าพลันปรากฏเท้าคู่หนึ่งเท้าคู่นั้นสวมรองเท้าลายเมฆสีขาวหิมะ ศีรษะนางเงยขึ้นขืนๆ อาศัยแสงจันทร์เลือนรางเห็นริมฝีปากทรงสวย ถัดขึ้นไปเป็จมูกโด่งเป็สันใบหน้าถูกหน้ากากสีเงินขวางกั้นเอาไว้ ั์ตาทั้งสองไหววูบดุจดวงดาราคล้ายจะดูดกลืนนางเข้าไป
กู้สุ่ยเย่ว์หยัดกายขึ้น
“น่าสนใจจริงๆ ”เสียงบุรุษทุ้มต่ำน่าฟังทว่าเย็นะเืหาใดเปรียบ ในน้ำเสียงยังเจือแววหยอกเย้า
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่สนใจเขา เดินไปข้างหน้าต่อ
สายตาบุรุษจับจ้องแผ่นหลังบอบบางของนางจนกระทั่งนางเดินเข้าเรือนไป ปิดประตูลง
“กู้สุ่ยเย่ว์...วันนี้ข้าจะเก็บชีวิตเ้าไว้ก่อนชั่วคราว”เสียงแหบแห้งของบุรุษจางหายไปในอากาศธาตุ เงาร่างหายวับไปในพริบตา