เบเรียลบริหารงานได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเธอจะไม่ได้ดูแลเมืองเป็นเวลานานแต่เธอก็ยังคงมีประสบการณ์อยู่
เวลานี้ที่นอกเมืองรุ่งอรุณ แถวที่ยาวเหยียดออกไปไกลหลายกิโลเมตร รวมไปถึงท่าจอดเรือยนต์ก็ยังต้องเนื่องแน่นไปด้วยเรื่อยนต์จำนวนมากที่ต่อแถวเข้าเมือง
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต่างก็ยุ่งและวุ่นวาย
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพวกเขาก็ปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งคัด พวกเขาทำตามกฏระเบียบอย่างจริงจัง
ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงรู้สึกประหม่าและไม่กล้าที่จะตักเตือนคนอื่นๆ แต่พวกเขาก็ได้เห็นครูฝึกของพวกเขาจัดการกับคนที่ผิดกฏอย่างไง
คนที่แซงคิวก็ถูกไล่ให้ไปต่อแถวใหม่ ส่วนคนที่ทะเลาะกันก็ถูกอัดยับและถูกไล่ให้ไปนอกเมือง
ทำให้เวลานี้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินไปที่ไหนทุกๆคนก็พากันหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะพูดคุยกัน พวกเขากลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจโยนออกไปต่อแถวใหม่ แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะมีมากกว่าแต่พวกเขาก็ได้แต่ต้องทำตาม เพราะนี้คือเมืองของท่านไลท์
แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีกฏระเบียบของตัวเองเหมือนกันพวกเขาจะเข้าไปดูแลเฉพาะเรื่องที่มีปัญหาเท่านั้น ถ้าหากไม่มีปัญหาพวกเขาก็ไม่ได้ลงไปจัดการด้วยตัวเอง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปหลายวัน
ที่หน้าเมืองรุ่งอรุณก็ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ต่อแถวเข้ามาในเมือง
นอกจากนี้เมืองรุ่งอรุณก็ยังมีกฏว่าถ้าหากไม่ใช่บุคคลระดับสูงของเมืองก็ห้ามบินบนท้องฟ้าโดยเด็ดขาด ถ้าหากฝ่าฝืนก็ปรับเงินสูงถึงหลักล้านและถูกจำคุกสิบวันอีกด้วย
ไลท์ได้สั่งให้รับสมัครเจ้าหน้าที่ทั่วไปและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยที่เจ้าหน้าที่ทั่วไปจะรับมากถึงสามพันคน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรับสมัครถึงเจ็ดพันคน
เมื่อทำการเปิดรับสมัครแล้วผู้คนจำนวนมากที่มีความสามารถก็พากันไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ทั่วไป ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งหรือคิดว่าตัวเองต้องการดูแลความยุติธรรมของชาวเมืองก็พากันสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพียงแค่ไม่ถึงสามวัน จำนวนผู้สมัครก็มากกว่าสองหมื่นคนเลยทีเดียวซึ่งทั้งทางฝั่งของเจ้าหน้าที่ทั่วไปและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แน่นอนว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกไลท์
แน่นอนว่าการที่จะผ่านการคัดเลือกได้นั้นจะต้องผ่านไลท์อีกที
ไลท์ได้ทำการสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นมาสองค่ายกล ซึ่งคนที่ผ่านค่ายกลได้ถึงจะถูกรับเลือกให้ทำงาน
ซึ่งสองค่ายกลนั้นก็มีค่ายกลวัดความรู้และความสามารถ และสองคือค่ายกลวัดความยุติธรรม
ค่ายกลแรกก็ตามชื่อของมันเลย เมื่อใครก็ตามที่เข้าไปด้านในแล้วจะต้องทำข้อสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถนอกจากนี้ยังมีภาพจำลองอีกด้วยว่าถ้าหากเราอยู่ในสถานะการณ์นั้นๆเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ถ้าหากผ่านการทดสอบที่ไลท์ได้วางเอาไว้ก็จะเข้าทำงานกับเมืองรุ่งอรุณได้ ตอนนี้คือช่วงแรกของการเปิดเมืองเพราะฉะนั้นเขาต้องการกำลังคนก่อน หลังจากนั้นค่อยคัดคนอีกทีก็ยังไม่สาย
ต่อมาคือค่ายกลวัดความยุติธรรม ภายในค่ายกลนี้จะมีบททดสอบความรู้และความสามารถรวมไปถึงภาพจำลองสถานการณ์ต่างๆที่ให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบแก้ไข ถ้าหากผ่านการทดสอบก็จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝึกหัดรุ่นที่สอง
สาเหตุที่ไลท์กล้าที่จะรับสมัครเจ้าหน้าที่จำนวนมากก็เพราะก่อนที่จะผ่านการทดสอบจะมีการปฏิญาณตนว่าจะทำตามกฏของเมืองอย่างเคร่งคัดและจะไม่ทำการทุจริตอีกด้วย ซึ่งต้องกรีดเลือดสาบานกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่านี้คือคำสาปของไลท์ แต่ไม่ใช่คำสาปที่รุนแรงมากนัก ถ้าหากใครทำผิดคำสาบานคนๆนั้นจะมีร่างกายเป็นสีแดงและตัวร้อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้คนอื่นๆรู้ได้ทันทีว่าคนนี้ทำผิดคำสาบานหรือทำการทุจริต และจะกลายเป็นที่รังเกลียดของทุกๆคน
สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงสิ่งที่สำคัญที่สุดรองลงมาจากความแข็งแกร่งก็คือหน้าตาของตัวเอง ใครกันล่ะที่อยากจะถูกดูถูกจากคนอื่นๆว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ
สำหรับการปฏิญาณตนของทุกๆคนจะอยู่ในสายตาของไลท์ ถ้าหากใครไม่ปฏิญาณตนก็จะไม่ผ่านการทดสอบ
การทดสอบดำเนินไปถึงสามวัน ไลท์ก็ประกาศยุติการรับสมัคร เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ทั่วไปผ่านการคัดเลือกมามากถึงห้าพันคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาถึงหนึ่งหมื่นคน ซึ่งรวมๆกันแล้วก็ได้คนเพิ่มอีกหนึ่งหมื่นห้าพันคนเลยทีเดียว ซึ่งเท่านี้ก็น่าจะพอในช่วงแรกๆแล้ว
แน่นอนว่าต้องมีอีกหลายคนที่ไม่พอใจเพราะพวกเขาเพิ่งจะมาถึงแต่ไลท์กลับยกเลิกการรับสมัครแล้ว
ไลท์จึงบอกไปว่านี้คือการรับสมัครรอบแรก เดี๋ยวจะมีการรับสมัครเจ้าหน้าที่อีกรอบหนึ่งหลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะเขาเชื่อว่าบุคลากรเท่านี้ยังไม่พอ อย่างน้อยๆต้องมีเจ้าหน้าที่ทั่วไปอย่างน้อยหนึ่งหมื่นคน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็หนึ่งหมื่นห้าพันถึงสองหมื่นคนถึงจะพอ
เมื่อไลท์ประกาศจบก็ทำให้หลายๆคนถอนหายใจและรอวันที่จะสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ของเมืองรุ่งอรุณอีกครั้ง
ทางด้านเจ้าหน้าที่มือใหม่ก็ถูกสอนงานโดยเจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจใหม่ก็ถูกครูฝึกเรียกไปฝึกอบรมก่อนและพวกเขาต้องเรียนรู้กฏของเมืองรวมไปถึงกฏของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย
ผ่านไปหลายวันเมืองรุ่งอรุณก็ยังคงเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา พ่อค้าจำนวนมากตั้งร้านขายของ สมาคมนักผจญภัยก็ออกภารกิจสังหารสัตว์ร้ายหรือสัตว์เวทย์ที่อยู่รอบๆเมือง แต่ไม่ได้ให้สังหารทิ้งทั้งหมด เพราะต้องเหลือเอาไว้ให้พวกมันรักษาระบบนิเวศด้วย
ภายในห้องทำงานของเจ้าเมือง
มีไลท์และเบเรียลอยู่เพียงสองคน
เบเรียลกำลังนั่งอ่านเอกสารต่างๆที่อยู่บนโต๊ะ
ส่วนไลท์ยืนอยู่ที่กระจกขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังของห้องทำงาน เขามองผ่านกระจกใสขนาดใหญ่ที่เห็นเมืองรุ่งอรุณเกือบทั้งหมดด้วยความพึงพอใจ
“ นึกไม่ถึงเลยว่าฉันจะต้องมาสร้างเมืองของตัวเองแบบนี้ ” ไลท์ส่ายหน้าและยิ้มออกมาเบาๆ
ความจริงแล้วเขานึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะมาไกลถึงขนาดนี้จากเด็กน้อยที่อยู่ในหมู่บ้านอันห่างไกลของอาณาจักรเล็กๆ เพราะความฝันนั้นทำให้เขาพัฒนาตัวเองมาถึงระดับนี้ได้แถมยังกลายเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกอีกด้วย
ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมสูงดูมีภูมิฐาน สวมแว่น ผมสีเทา ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับD ซึ่งคนๆนี้คือหัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลที่ดูแลเรื่องคนย้ายเข้าเมือง ชื่อของเขาคือเคอเรทส์
เคอเรทส์เป็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งจะสมัครมาใหม่ในการทดสอบรอบที่สองแต่เขามีความสามารถในการทดสอบภายในค่ายกลได้คะแนนเต็มร้อย แถมยังสามารถจัดแจงรายชื่อการย้ายเข้าได้อย่างรวดเร็วและเรียบร้อย ทำให้ไลท์ได้เลื่อนตำแหน่งให้เขามาเป็นหัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคล
“ ท่านเจ้าเมืองครับ นี้คือข้อมูลทั้งหมดของคนที่ย้ายเข้าเมืองรุ่งอรุณ ส่วนนี้คือข้อมูลของคนที่ได้ซื้อที่ดินภายในโซนต่างๆของเมืองครับซึ่งทางแผนกที่ดินเขาให้ผมนำมาให้ครับ ” เคอเรทส์พูดขึ้นพร้อมกับวางเอกสารหลายสิบแผ่นบนโต๊ะทำงาน
เบเรียลหยิบขึ้นมาดูก็ต้องยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
“ ไม่เลวเลยเพียงแค่ครึ่งเดือนก็มีคนย้ายเข้าเมืองรุ่งอรุณแล้วไม่ต่ำกว่าสามแสนห้าหมื่นคน ” เบเรียลพูดขึ้น
ไลท์ที่ได้ยินก็ต้องประหลาดใจเพราะเขาไม่คิดเลยว่าเพียงแค่เวลาครึ่งเดือนก็มีคนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองไม่ต่ำกว่าสามแสนห้าหมื่นคนและดูเหมือนว่ามันจะยังไม่หมดแค่นั้นด้วยเพราะตอนนี้ที่ประตูเมืองหรือท่าจอดเรือยนต์ก็เต็มไปด้วยคนที่ต้องการต่อแถวเข้าเมืองรุ่งอรุณกันเป็นจำนวนมาก
ซึ่งจำนวนประชากรสามแสนคนนั้นพอๆกับเมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเมืองระดับนั้นบางเมืองต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการทำให้พัฒนามาถึงระดับนี้ แต่สำหรับเมืองรุ่งอรุณเพียงแค่ครึ่งเดือนก็มาถึงระดับนี้แล้วและดูเหมือนว่าจะยังไม่หยุดแค่นี้
“ แล้วนายคิดว่าเมืองรุ่งอรุณมีแนวโน้มว่าจะมีประชากรเท่าไหร่ถึงจะดี? ” ไลท์ถามเคอเรทส์
เคอเรทส์ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบว่า “ ผมคิดว่าควรจะหยุดอยู่ที่หนึ่งล้านคนก่อนครับจากนั้นก็ค่อยดูว่าเมืองจะพัฒนาไปยังทิศทางไหน เช่นมุ่งไปยังการเกษตรและเลี้ยงสัตว์เลยหรือไม่ก็ส่งคนออกไปสร้างสถานที่ให้มีเชื่อเสียงเพื่อที่จะได้โปรโมทเมืองไปด้วย อย่างเช่นสร้างภูเขาสูงใหญ่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างสนามต่อสู้ให้กลายเป็นที่โด่งดังดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาที่เมืองของเราเรื่อยๆ ”
ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะเห็นด้วยกับเคอเรทส์
“ สถานที่ที่มีชื่อเสียงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวงั้นหรอ? ” ไลท์พึมพำออกมาก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปร่งประกาย
สิ่งที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในโลกเวทย์มนต์ก็คือค่ายกล ถ้าหากเขาวางค่ายกลขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับการต่อสู้ ยิ่งผ่านด่านก็จะยิ่งเจอศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้มีคนจำนวนมากหลั่งไหลมาที่เมืองของเขาอย่างต่อเนื่องแล้ว แถมมันยังเป็นการวัดความแข็งแกร่งให้เห็นอย่างชัดเจนอีกด้วย
ไลท์ครุ่นคิดว่าจะจัดวางค่ายกลอย่างไรดีให้มันดูน่าสนใจและน่าตื่นเต้น
“ ดูเหมือนว่านายจะคิดอะไรออกแล้วนะ ” เบเรียลที่เห็นสีหน้าครุ่นคิดของไลท์ก็ยิ้มออกมา
“ ใช่ฉันคิดแผนการณ์ที่จะทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในเมืองของเราแล้ว ” ไลท์หัวเราะออกมาก่อนที่จะลองบอกแผนการณ์ที่เขาคิดให้กับเบเรียลและเคอเรทส์ฟัง
ดวงตาของเบเรียลและเคอเรทส์เปร่งประกายขึ้นมา ทั้งสองได้ลองคิดดูแล้วว่าวิธีการนี้จะสามารถใช้ได้ยาวๆและสามารถเรียกนักเดินทางให้มาได้เป็นจำนวนมากๆในทุกๆเดือน เพราะสามารถแสดงความแข็งแกร่งให้คนอื่นๆได้เห็น
“ เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากครับท่านไลท์ ” เคอเรทส์พยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“ ตกลง ไลท์นายสามารถจัดการเองได้ทุกอย่างเลยสำหรับเรื่องนี้ ” เบเรียลพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น สำหรับเมืองที่อยู่ท่ามกลางอาณาจักรใหญ่ๆและเมืองที่โดดเดี่ยวการที่จะอยู่รอดได้นั้นจะต้องมีสิ่งที่ดึงดูดใจของผู้คนจำนวนมาก และค่ายกลของไลท์นั้นก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทน์ข้อนี้อย่างมาก
“ แล้วค่ายกลนี้ต้องใช้เวลาในการสร้างนานแค่ไหน? ” เบเรียลถามขึ้น
“ อย่างน้อยๆก็ต้องใช้เวลาสองเดือนได้ ” ไลท์พูดขึ้นเพราะการสร้างค่ายกลนี้จะต้องใช้เวลาและความคิดรวมไปถึงต้องสลักอักขระบางอย่างลงที่สมบัติเพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการสร้างค่ายกล
“ งั้นนายคิดว่าจะสร้างขึ้นที่ไหน? ” เบเรียลถาม
“ ฉันคิดว่าจะสร้างมันอยู่ตรงทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเพราะทางนั้นจะติดอยู่กับศูนย์การค้าทำให้ตรงนั้นจะมีคนเที่ยวชมได้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ผมก็คิดว่าตรงนั้นก็ดีเหมือนกันนะครับ ” เคอเรทส์พูดขึ้นเพราะตรงนั้นก็เป็นจุดที่จะมีผู้คนจำนวนมากอาศัย เนื่องจากเป็นแหล่งการค้าของเมือง ไม่ว่าชาวเมืองจะอยู่ทิศไหนก็ต้องมาที่ตลาดทางทิศตะวันออกอยู่ดี และก็สามารถแวะชมค่ายกลที่ท่านไลท์สร้างขึ้นมาได้อีกด้วย
“ งั้นเดี๋ยวฉันไปหาพื้นที่ว่างในการสร้างค่ายกลก่อนแล้วกัน อ่อแล้วก็ฉันจะจัดหนักจัดเต็มเอาให้มันหรูหราและสวยงามราวกับอยู่บนสวรรค์เลยแล้วกัน ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะหายตัวไปทันที
หลังจากนั้นไลท์ก็มาปรากฏอยู่ตรงพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง
ไม่นานไลท์ก็หาพื้นที่ว่างที่เหมาะแก่การว่างค่ายกลแล้ว
จากนั้นไลท์ก็บอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเรียกเจ้าหน้าที่ดูแลที่ดินมาหาเขาหน่อย
ผ่านไปสิบนาทีหัวหน้าเจ้าหน้าที่ดูแลที่ดินรีบวิ่งมาด้วยท่าทีเร่งรีบ
“ ท่านไลท์ ” เจ้าหน้าที่ที่ดินคนนี้คือรองผู้ดูแลแผนกที่ดิน ชื่อว่า บาร์ลัก เขาเป็นชายหนุ่มที่อายุประมาณสามสิบปี มีความเฉลียวฉลาดและพูดคุยเก่ง เขาสามารถพูดให้คนหลายๆคนซื้อที่ดินได้เป็นจำนวนมาก
“ บาร์ลักที่ดินตรงนี้ทั้งหมดคิดเป็นเงินเท่าไหร่? ” ไลท์พูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังพื้นที่โล่งๆที่มีความกว้างเกือบห้าสิบไร่
บาร์ลักพยักหน้าก่อนที่จะหยิบเครื่องคิดคำนวนออกมาคำนวนราคาทันที
ไม่นานบาร์ลักก็พูดขึ้นว่า “ ตรงนี้เนื่องจากเป็นพื้นที่ดีในระดับหนึ่งทำให้ราคาของมันสูงมากและซึ่งราคาของมันอยู่ที่แปดสิบห้าล้านจีเซลครับ ”
“ เข้าใจแล้ว แปดสิบห้าล้านจีเซลนะ งั้นนายไปบอกเจ้าหน้าที่การเงินบอกว่าฉันต้องการซื้อที่ดินตรงนี้ทั้งหมดแล้วก็บอกให้หักเงินจากส่วนกลางได้เลย ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ” บาร์ลักตอบรับเขาไม่รู้ว่าท่านไลท์จะเอาที่ดินตรงนี้ไปทำอะไรแต่เขาเชื่อว่าที่ดินตรงนี้ราคาน่าจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ราวกับไลท์เข้าใจความคิดของบาร์ลัก
“ บาร์ลักขึ้นราคาที่ดินตรงนี้ให้มากกว่าเดิมสิบเท่าไปเลย ไม่ต้องกลัวว่ามันจะขายไม่ออก เชื่อเถอะว่าเมื่อฉันได้สร้างบางอย่างขึ้นตรงนี้เสร็จเมื่อไหร่ ต่อให้ที่ดินราคาสูงขึ้นกว่าเดินยี่สิบเท่าก็ยังมีคนต้องการซื้อ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ” บาร์ลักยิ้มก่อนที่จะหยิบเครื่องมือสื่อสารติดต่อไปยังแผนกที่ดินเพื่อทำการขึ้นราคาที่ดินตรงนี้ให้หมด