มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 109 เล่นเกม

    “เฮ้ เอิ่ม...ลานบิน ทำไมเพื่อนของเธอยังไม่กลับมาอีก? เห็นชัดๆ อยู่ว่าพวกเขายังมีเรียนกันต่อ”
    หลังจากที่ฉินเฉาสูบบุหรี่เสร็จ ในที่สุดเขาก็ทำลายความกระอักกระอ่วนจากบรรยากาศแปลกๆ นี้
    “นายน่ะสิ ลานบิน!” เหมือนกับไส้เดือนที่ถูกเข็มแทง ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็โดดขึ้นยืนบนที่นั่งเล็กๆ และกระทืบกับขอบที่อยู่ใกล้ๆ “คุณหนูคนนี้บอกนายไปแล้วว่า ฉันคัพ B!”
    “ชาชาน้อย....” ทันใดนั้นฉินเฉาก็ระมัดระวัง และเดินไปที่ตรงหน้าเหลียวชาชา เอียงหน้าลงไปใกล้กับใบหน้าของเธอ และจ้องตาของเธออย่างจริงจัง
    เมื่อเห็นฉินเฉาเข้ามาใกล้เธอแบบนี้ การหายใจของเธอทันใดนั้นก็ถี่ขึ้น และไม่นานก็เริ่มรู้สึกเหมือนเธอจะหายใจไม่ออก
    “ชาชา ฉันรู้ว่าตอนนี้ เธอรู้แล้วว่าความเอาแต่ใจและป่าเถื่อนของเธอนั้นผิด แต่ฉันไม่อยากให้เธอดูถูกตัวเองแบบนี้ มันทำให้หัวใจฉันเจ็บ”
    เมื่อเขาพูดอย่างนั้น เขาก็แสดงท่าทางเจ็บปวด ขณะที่เอามือกุมหน้าอกตัวเองไว้
    เหลียวชาชาตกใจไปชั่วขณะ แต่ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจความหมายของมัน และทันใดนั้นก็มีควันออกมาจากหู เธอหยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมาจากที่นั่ง และฟาดมันใส่หน้าของฉินเฉา
    “ฉินเฉา เจ้าเลว นายนั่นแหละ B!”
    “หึหึ ถ้าเธออยากจะโชคดีล่ะก็ เรียกฉัน 13 สิ!”
    “นายน่ะสิ เจ้าใหญ่ 13!”
    “พอแล้ว พอแล้ว หยุดทำเสียงดังได้แล้ว” ทันใดนั้นฉินเฉาก็คว้าเอวของเหลียวชาชาไว้ แต่เหลียวชาชาดิ้นแรงมาก เท้าของเธอกระทืบเข้าที่ที่นั่ง ทำให้ร่างของเธอเอียงมาข้างหน้า และหน้าของเธอกดเข้ากับหน้าอกของฉินเฉา
    แต่มือของฉินเฉา โชคไม่ดีมันเป็นอุบัติเหตุ ไปกดอยู่บนหน้าอกของเหลียวชาชา
    บรรยากาศเหมือนจะแข็งไปชั่วขณะ มันแปลกจริงๆ
    หน้าอกของเหลียวชาชารู้สึกแปลกๆ ร่างของเธออ่อนแรง และน้ำตาไหลนองหน้าอย่างช่วยไม่ได้ พลางคิดว่า ‘ฉันถูกเจ้านี่รังแกอีกแล้ว มันน่าโมโหจริงๆ!’
    “แฮ่ม...” ฉินเฉาไอออกมา “เธอพูดถูกจริงๆ เธอไม่เล็กเลย...”
    “ฉินเฉา ฉันจะฆ่านาย!” ถ้าเหลียวชาชาสามารถแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าได้ เป็นไปได้ว่าโลกจะถูกทำลายด้วยความโกรธของเธอโดยตรง
    ฉินเฉารีบออกห่างจากเธอ และรีบเปลี่ยนหัวข้อที่อันตรายนี้
    “ชาชาน้อย บอกฉันหน่อย ทำไมถึงมีแค่เราอยู่ในห้องนี้ลำพังล่ะ? ครูไปไหน? แล้วนักเรียนคนอื่นล่ะ?”
    “ฮึ่ม!” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็แย่ง PSP ที่ฉินเฉาวางไว้บนโต๊ะมา และกำมันไว้ในมือแน่น “พวกเขาไปเรียนคาบพละกัน”
    พร้อมกันนั้น โดยไม่สนใจฉินเฉา และทำให้ตัวเองสงบลงเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอมุ่งความสนใจไปที่การเล่นเกมเต็มที่ ตอนนี้ เธอเลือกเกมต่อสู้ และคิดว่าคู่ต่อสู้ของเธอบนเกมเป็นฉินเฉา เธอไม่สามารถรอที่จะชกหมัดเข้าที่ใบหน้าที่น่าชังนั้นได้
    ฉินเฉาเมื่อเห็นเหลียวชาชากดปุ่มด้วยความดุร้าย อดเช็ดเหงื่อตัวไม่ได้ เขาคิด ‘สาวน้อยคนนี้จะเป็นใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ลูกสาวของเหลียวตงไค ฉันแม้กระทั่งลวนลามลูกสาวของเหลียวตงไคจริงๆ’ ถ้านี่เป็นเขาเมื่อก่อน ฉินเฉาคงจะลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้วตอนนี้
    แต่ตอนนี้ ฉินเฉาแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย เขาสร้างปัญหามาพอแล้วตอนนี้
    กับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของหยูลู่ เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนยังไง วันนี้ ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเหลียวตงไคทั้งสองคน หนึ่งนั้นถูกเขากินไปแล้ว ขณะที่อีกคนก็ถูกเขาล่วงเกิน
    บรรพบุรุษของเหลียวตงไคคนนี้ คงจะไม่เคยคาดคิดว่าฉินเฉาจะชั่วร้ายได้ขนาดนี้
    “ถ้ามีคาบพละล่ะก็ งั้นทำไมเธอไม่ไปกับเพื่อนล่ะ”
    “ฉันไม่อยากไป ฉันไม่ชอบ ฉันไม่ได้ตกหลุมรักมันสักหน่อย! ไม่ใช่เรื่องของนายด้วย! อ๊า! เกลียด!” เหลียวชาชาตอบอย่างโกรธๆ และกลายเป็นตะโกนในท้ายที่สุด มันเหมือนว่าเธอกำลังกดความโกรธของเธอที่มีต่อฉินเฉาอย่างเหลือล้น กำลังภาวนาให้ความโกรธของเธอกลายเป็นไฟ และเผาผลาญทำลายเขาไปในครั้งเดียว
    “แบบนี้จะได้ยังไง? เอาล่ะ ไปโรงยิมด้วยกันกับฉัน!” ฉินเฉาอยากจะแก้สถานการณ์ที่น่าอายนี้ แต่เขาคิดว่าการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจของเหลียวชาชาจะไม่ดีขึ้นถ้าเธอโดดคาบพละนี้
    “ไม่! ฉันไม่ไป!” เมื่อเห็นฉินเฉาเดินมาหาเธอ ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็รู้สึกยุ่งยากใจนิดหน่อย “ฉันไม่เรียนคาบพละ มันน่าขยะแขยง!”
    “หยุดเหลวไหลได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเราทำข้อตกลงกันแล้วเหรอ ว่าเธอจะฟังที่ฉันพูดน่ะ!”
    “ไอ้หมาป่า หรือว่านายอยากให้ฉันฟังนายแม้ว่านายจะบอกให้ฉันนอนกับนาย!” เหลียวชาชาโยนความระมัดระวังไปกับสายลมเรียบร้อยแล้ว และยกคำถามอย่างนั้นขึ้นมา ทำให้ฉินเฉาอาย
    “เฮ้ ชาชาน้อย ฉัน ฉินเฉาเป็นสุภาพบุรุษที่มีเกียรติ ฉันจะไปสั่งให้เธอทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง”
    “โกหก! เห็นชัดๆ ว่านายทำเรื่องแบบนั้นกับฉันเมื่อกี้นี้!” หน้าของเหลียวชาชาแดง และเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ “ทำอย่างกับว่าบริสุทธิ์นักหนา!”
    “แฮ่ม...นั่นเป็นแค่จินตนาการของเธอเท่านั้น” ฉินเฉากระแอมออกมา “อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ไปโรงยิมด้วยกันกับฉัน เรื่องนี้สำคัญกว่าการไปที่เตียงกับฉัน!”
    “ฉันไม่ไป! ต่อให้นายฆ่าฉัน ฉันก็ไม่ไป!” เหลียวชาชาส่ายหัวอย่างเข้าตาจน เหมือนกับกำลังขอให้ฉินเฉาไม่ปล่อยให้เธอถูกฆ่า
    “หยุดพูดได้แล้ว ไปเร็ว!” ฉินเฉาแบกสาวน้อยไว้บนบ่า และพาเธอไป
    “ไอ้เลว! ปล่อยฉันลง!”
    สาวน้อยตีหลังฉินเฉาอย่างเอาเป็นเอาตาย และพบว่าเธอเหมือนกับกำลังทุบแผ่นเหล็ก หมัดของเธอเริ่มปวด
    “ถ้านายไม่ปล่อยฉันลง ฉันจะตะโกน!”
    “เอาสิ ฉันเป็นบอดี้การ์ดของเธอ มาดูกันว่าเธอจะเรียกใครมา” ฉินเฉาพูดอย่างไม่ใส่ใจ
    ‘ฉันไม่สามารถตีเขาได้ และเขาไม่สนคำด่าของฉัน หรือว่าฉันต้องอาศัยอยู่ในนรกตลอด 2 เดือนเลยหรือไง?’ เหลียวชาชาที่ถูกฉินเฉาพาไปแบบนี้ ทันใดนั้นหัวใจก็เย็นเฉียบ
    ไม่สนใจว่าสาวน้อยจะคิดอะไร ฉินเฉาอดทนกับกลิ่นหอมจากร่างของเธอ และพาเธอเดินตรงไปผ่านระเบียง และจากนั้นก็ลงบันได จนมาถึงสนาม
    “สนามโรงเรียนโคตรใหญ่เลย!” ฉินเฉามองไปรอบๆ หลายครั้ง และไม่สามารถหาคาบเรียนพละพบ
    “ชาชาน้อย บอกลุงหน่อยสิ ว่าโรงยิมอยู่ที่ไหน!”
    “ไปตายซะ ไอ้หมาป่า ต่อให้ตาย ฉันก็ไม่บอกนาย!” สาวน้อยนางนี้ทำเหมือนกับหลิวฮัวหลานที่ไม่กลัวความตาย
    “งั้นก็ได้ ฉันก็แค่แบกเธอไปรอบๆ สนามนี่สักรอบสองรอบ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าคุณหนูเหลียวจะเป็นยังไงหลังจากเดินพาเหรดไปรอบๆ สนามอย่างนี้”
    “ฉินเฉา! ไอ้เลว!”
    “โอ้ว! ขอบคุณสำหรับคำชม!”
    “ฉะ ฉันยอมแล้ว ก็ได้! ห้องเรียนของเราอยู่ที่นั่น ที่สนามวอลเลย์บอล!”
    เพียะ! ฉินเฉาตบเข้าที่ก้นสาวน้อย และพูดอย่างโกรธๆ ว่า “ทำไมเธอไม่บอกให้เร็วกว่านี้หน่อย ช่างเหลวไหลจริงๆ”
    “นาย! นาย!” สาวน้อยโกรธจนพูดไม่ออก และกัดเข้าที่ไหล่ของฉินเฉา
    “นี่เธอ เป็นหมาหรือไง?” ฉินเฉาไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่แค่เป็นห่วงว่าฟันของเธอจะหักแค่นั้น
    “โอ้ย เจ็บ...” แน่นอน สาวน้อยน้ำตานองหน้า “ฉันไม่ใช่หมา นายนั่นแหละหมู! ยิ่งกว่านั้นยังเป็นหมูป่าด้วย หนังหนา มันทำฉันเจ็บ!”
    “ใครบอกให้เธอกัดฉันล่ะ” ฉินเฉายักไหล่
    “ใครบอกให้นายตีฉันล่ะ”
    “ใครบอกให้เธอไม่บอกฉันว่าโรงยิมอยู่ไหนล่ะ”
    “ใครบอกให้นายแบกฉันมาโรงยิมล่ะ!”
    “ใครบอกให้พ่อเธอจ้างฉันล่ะ” สาวน้อยพูดไม่ออก นี่เป็นความเจ็บปวดจริงๆ เป็นปัญหาที่ยุ่งเหยิง
    เมื่อมองหน้าของเหลียวชาชานั้น แน่นอนว่าเธอไม่อยากให้เพื่อนของเธอรู้ว่าเธอถูกพามาที่โรงยิมด้วยสภาพแบบนี้ ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าไปที่สนามวอลเลย์บอล เขาจึงวางเหลียวชาชาลงจากไหล่
    “หือ? ชาชา?” เมื่อเห็นเหลียวชาชามาถึง เหล่านักเรียนพากันประหลาดใจ ราวกับว่าพวกเขาเห็นดาวอังคารพุ่งชนโลก
    “ดูเร็ว! นั่นยัยทึ่มกีฬาเหลียวชาชาหนิ!” เหล่าเด็กชายพากันกระซิบ แต่ฉินเฉากลับได้ยินอย่างชัดเจน
    “ยัยผู้หญิงประสาทช้านี้มาเรียนพละจริงเหรอ?”
    “หึหึ ไม่ใช่ว่าคาบแบดมินตันครั้งล่าสุด เธอเตะลูกขนไก่แล้วล้ม เลยร้องว่าเธอจะไม่มาเรียนพละอีกอย่างงั้นเหรอไง!”
    “เธออาจจะเบื่อ และมาที่นี่เพื่อเล่นตลกก็ได้”
    “ช่างมันเถอะ เด็กคนนี้ แม้ว่าเธอจะไม่มีหน้าอก แต่เธอก็ยังสวย!”
    “แน่นอน นายก็รู้ว่าพ่อเธอคือเหลียวตงไค! ยีนส์ของเธอต้องดีอยู่แล้ว!”
    “หึหึ...ถ้าฉันจีบเธอ บางทีฉันอาจไม่ต้องดิ้นรนไปอีกพันปี”
    “เจ้าโง่ ถ้านายแต่งงานกับเธอสำเร็จ เธอจะเล่นงานนายทุกวัน!”
    “นายพูดถูก...บางทีแค่เล่นกับเธอข้ามคืนก็ไม่เลว...”
    “ใช่แล้ว...แม้ว่าหน้าอกจะน้อยไปหน่อย แต่ก้นของเธอค่อนข้างดีเลยล่ะ...”
    ฉินเฉาไม่สามารถทนกับเรื่องที่วัยรุ่นชายสองคนนี้คุยกันได้อีกต่อไป....ในหัวของพวกเขาเต็มไปด้วยเรื่องอย่างว่า เอิ่ม แต่หลังจากคิดๆ ดู เมื่อตอนเขาเป็นวัยรุ่น เขาก็มักจะคุยเรื่องพวกนี้กับเพื่อนเหมือนกัน
    เหลียวชาชาไม่ได้มีประสาทหูที่ดีเหมือนฉินเฉา เธอบุ้ยปาก รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก และเดินตามหลังฉินเฉา เมื่อฉินเฉาเดินไปก้าวหนึ่ง เธอก็เดินตามก้าวหนึ่ง เมื่อฉินเฉาหยุด เธอก็หยุดตาม
    “ชาชาน้อย ฟังฉันนะ” ฉินเฉาหดหู่ใจ “นี่เป็นคาบเรียนของเธอ กิจกรรมของเธอ เธอไม่ต้องตามฉันก็ได้ โอเค๊?”
    “ใครบอกว่าฉันอยากมาคาบพละนี้กัน!” เหลียวชาชากลอกตาไปที่ฉินเฉา และนั่งลงใกล้ๆ ราวบันได จากนั้นก็หยิบเอา PSP ของเธอออกมา และเล่นเกมที่มีตัวละครเหมือนกันกับเธอ
    “ชาชา มานี่ เรากำลังขาดคน!” นี่เป็นคาบอิสระ ครูแค่นั่งอยู่ด้านข้าง ปล่อยให้นักเรียนทำกิจกรรมของตัวเองไป
    แต่เหล่านักเรียนชายหญิงจะอยู่ว่างได้ยังไง? เหล่าคนที่รักวอลเลย์บอลต่างตั้งทีมของตัวเอง 2 ทีม เพื่อเริ่มแข่งขัน
    อู๋ซิ่นในชุดกีฬา ยืนอยู่ในทีมในฐานะตัวเซต เมื่อเธอเห็นเหลียวชาชาและฉินเฉา เธอรีบโบกมือและตะโกน
    “ไปสิ ลุกได้แล้ว อู๋ซิ่นกำลังเรียกเธอแน่ะ!” แม้ว่าเธอจะใช่ชุดกีฬา มันก็ยังไม่สามารถยับยั้งหน้าอกที่ยิ่งใหญ่ของเธอได้ในชุดยิมหลวมๆ ฉินเฉาปากคอแห้งผากเมื่อเห็นมัน
    “ยังไม่ไปอีก!” ฉินเฉาแย่ง PSP จากมือของเหลียวชาชา “หยุดได้แล้ว ถ้าเธอไม่ออกกำลังกาย หน้าอกของเธอจะโตได้ไง!”
    “ไอ้หมาป่า! ตาของนายกำลังตกอยู่ในบราหรือไง?”
    “แม้ว่ามันจะตกอยู่จริง มันก็ไม่ตกไปที่หน้าอกเธอหรอก เพราะว่ามันจะไหลออกตรงกลาง”
    “ฉินเฉา ฉันจะตีนาย!”
    “พอแล้ว ไปเล่นวอลเลย์บอลนู่น ถ้าเธอชนะ ฉันจะให้สัญญาเธอหนึ่งอย่าง!”
    “จริงเหรอ?” ทันใดนั้นสาวน้อยก็สนใจ มองมาที่ฉินเฉาอย่างไม่แน่ใจ
    “แน่นอน! สุภาพบุรุษอย่างฉัน ฉินเฉาพูดมัน มันก็ดีเหมือนกับลงแส้ม้านั่นแหละ!”
    “เหอะ!” เหลียวชาชาหน้าแดง “หน้าไม่อาย คิดไปเองว่าตัวเองเป็นม้าเร็วในแส้เดียว!”
    (TL: จากสุภาษิต: สุภาพบุรุษพูดมัน (เพียงแค่เดือยที่โผล่ขึ้นมา) ม้าเร็ว (ควบกับ) เดียว (ประท้วง) แส้ หรือจะพูดง่ายๆ คือ คำพูดผู้ชายล้ำค่าดุจทองคำ)
    “ใครสนแส้อะไรนั่น ฉันหมายถึงว่าฉันพูด!”
    “ได้ งั้นมาเกี่ยวก้อยสัญญากัน!”
    “อีกแล้วเหรอ?”
    “เร็วเข้า ไม่งั้น ฉันไม่ไปนะ!”
    “ก็ได้ ก็ได้....”
    ทั้งสองเกี่ยวก้อยสัญญาเพื่อความพอใจของเหลียวชาชา และจากนั้น เธอก็แกว่งหางหมูของเธอ และกระโดดดึ๋งดั๋งไปที่แม่วัวสาว
    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องมายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย ที่คุณอ่าน