เสิ่นเลี่ยนใจเต้นรัวเขาพยายามอดกลั้นความหวาดกลัว ปล่อยให้วิญญาณของสตรีผู้นั้นแทรกผ่านเข้ามาตรงหน้าอก
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เสิ่นเสวียนให้เขาฝึกฝนอยู่ที่นี่ไม่อย่างนั้นเขาคงตกใจจนหมดสติไปแล้ว
ในขณะที่วิญญาณของสตรีผู้นั้นแทรกผ่านเข้ามาเขาต้องทำจิตใจให้สงบ วิญญาณร้ายที่อยู่รอบๆ จึงคว้าโอกาสนี้แยกเขี้ยวกระโจนใส่เสิ่นเลี่ยน
วิญญาณร้ายเหล่านี้มีจิตวิญญาณที่ล้ำลึกมากบางส่วนถือกำเนิดขึ้นมาหลายร้อยปีแล้วแม้แต่เสิ่นเสวียนยังต้องเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง หากเสิ่นเลี่ยนได้รับอันตรายจริงๆศิษย์คนแรกในโลกใหม่แห่งนี้ของเขาอาจตายได้
“ฟ้าดินมีทำนองคลองธรรมทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบ”
ทันใดนั้นเสียงน่าเกรงขามพลันดังเข้ามาราวกับเสียงระฆังกังวานพลังสั่นสะเทือนรุนแรงทำให้วิญญาณร้ายที่ล้อมรอบเสิ่นเลี่ยนอยู่กระเด็นออกไปในทันทีและยังมีวิญญาณบางตนที่สลายกลายเป็นหมอกอีกด้วย
จากนั้นเสิ่นเสวียนก็กระโจนเข้ามาอยู่ข้างๆเสิ่นเลี่ยน แส้สีเขียวเข้มปรากฏขึ้นในมือของเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เขาสะบัดโจมตีใส่วิญญาณร้ายเหล่านั้นทำให้พวกมันร้องโหยหวนออกมา
เสียงเมื่อครู่นี้คือท่วงทำนองแห่งความชอบธรรมที่เสิ่นเสวียนเปล่งออกมาในชาติก่อนที่โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งในราชวงศ์ซ่งใต้สร้างผู้บำเพ็ญเพียรขึ้นมาโดยมีพื้นฐานจากความเป็นไปตามทำนองคลองธรรม ทำให้วิญญาณร้ายทั้งหลายมิกล้าเข้าใกล้ภายหลังเสิ่นเสวียนได้ปฏิบัติธรรมอยู่เป็นประจำจึงได้นำมาใช้ประโยชน์กับวิญญาณร้ายในครั้งนี้
“เบื้องล่างคือแม่น้ำภูเขาเบื้องบนคือสุริยันดารา”
เขาสะบัดแส้ออกไปอีกครั้งพลางท่องคำกลอนออกไปด้วยอานุภาพของท่วงทำนองแห่งความชอบธรรมทำให้วิญญาณร้ายเหล่านั้นออกห่างไปกว่าเก้าฉื่อ
“อย่าให้ถูกรบกวนจากสิ่งเร้าภายนอกยอมรับนางเสีย”
เสิ่นเลี่ยนในตอนนี้จิตใจไม่สงบสักเท่าไรแต่ในทันทีที่ได้ยินเสียงของเสิ่นเสวียนก็ทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นมาจึงเชื่อมสัมพันธ์กับสตรีผู้นั้นในทันที
“อ๊าก!!!”
เพิ่งเริ่มเชื่อมสัมพันธ์กันสตรีผู้นั้นพลันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด
เสิ่นเลี่ยนเคยดูดซับยาน้ำสกัดจากหลินจือโมรามาก่อนภายในร่างของเขาจึงมีไอวิญญาณคละเคล้าอยู่ ไอวิญญาณขั้นเซียนวิญญาณหาใช่สิ่งที่วิญญาณต่ำต้อยอย่างนางจะรับมือได้
เสียงร้องโหยหวนของนางดังไปถึงหูของราชามารตะวันตกและคนอื่นๆบนพรมวิเศษ แต่มันกลับกลายเป็นเสียงโหยหวนของวิญญาณที่โหดเหี้ยมยิ่งนัก
“สหายเสิ่นกำลังเผชิญความยุ่งยากอยู่แน่ๆท่านจะลงไปไหม”
เริ่นเสี้ยวเทียนถามราชามารตะวันตกอีกครั้ง
“ไม่ไปเจ้าก็ไม่ต้องไป เจ้าไม่ได้มีพลังอย่างเขา หากพวกเราลงไป แค่ปกป้องตนเองยังยากเลย”
ราชามารตะวันตกมองไปทางแอ่งเถียนซือด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพลางกล่าวอย่างรู้ตนเองโชคดีแล้วที่เขาไม่ได้ลงไป ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นเสิ่นเลี่ยนและวิญญาณของสตรีผู้นั้นเขาไม่รู้เลยว่าต้องรู้สึกอย่างไร
“ได้ติดตามสหายเสิ่นไปสักระยะจะได้พบเจอกับสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ”
เริ่นเสี้ยวเทียนเห็นว่าราชามารตะวันตกไม่เคลื่อนไหวก็รู้ได้ว่าเสิ่นเสวียนต้องรับมือได้จึงส่ายหัวพลางยิ้มแห้งๆ เดิมทีเขาคิดว่าตนเองรู้จักเสิ่นเสวียนมากพอแต่กลับพบว่าสิ่งที่เขารู้มีเพียงเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น
เสิ่นเสวียนเคลื่อนไหวไปมาอยู่ภายในแอ่งเถียนซือทุกครั้งที่เคลื่อนไหวจะมีเสียงวิญญาณร้องโหยหวนออกมาอย่างต่อเนื่องส่วนเสิ่นเลี่ยนกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ภายในอย่างสงบ
วิญญาณของสตรีผู้นั้นค่อยๆหลอมรวมเข้าไปในร่างของเสิ่นเลี่ยน เสียงร้องโหยหวนของวิญญาณเบาลงไปมากแล้ว
หนึ่งคืน!
หนึ่งคืนเต็มๆ!
เริ่นเสี้ยวเทียนราชามารตะวันตก และสตรีผู้นั้นเฝ้าดูมาทั้งคืนแล้วและได้ยินเสียงร้องโหยหวนของวิญญาณมาตลอดคืน
เสิ่นเสวียนเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอดทั้งคืน
ส่วนไอพลังของเสิ่นเลี่ยนก็มั่นคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งเริ่มมีแสงสีขาวโผล่ขึ้นทางทิศตะวันออกพื้นดินเริ่มสว่างขึ้น เสียงร้องโหยหวนเหล่านั้นถึงได้จางหายไป
เสิ่นเสวียนนั่งลงภายในแอ่งเถียนซือเพื่อฝึกฝนราวกับลืมไปแล้วว่าเริ่นเสี้ยวเทียนและราชามารตะวันตกยังรออยู่ภายนอก
ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าอากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว
เสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
เริ่นเสี้ยวเทียนมองราชามารตะวันตกแล้วเอ่ยถาม“ทำอย่างไรดี”
“รอไปก่อนเถอะเจ้าหนุ่มนั่นมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตข้า รอแค่นี้จะเป็นอะไรไป”ราชามารตะวันตกโบกมือไปมาเขายังไม่เชื่อว่าเสิ่นเสวียนจะนั่งอยู่อย่างนั้นได้นานนัก
เริ่นเสี้ยวเทียนพยักหน้าเดิมทีเขาคิดว่าผ่านไปคืนหนึ่งแล้ว เสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนน่าจะออกมาได้แล้วแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาจต้องรออีกหน่อย
แต่พวกเขาก็ประเมินความมุมานะในการฝึกฝนของเสิ่นเสวียนต่ำเกินไป
ในชาติก่อนเขาคือคนที่ฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นใช้ชีวิตอยู่กับการเก็บตัวฝึกฝน ครั้งที่ยาวนานที่สุดคือแปดสิบปีหลังออกจากการฝึกฝนแล้วก็ไปหาประสบการณ์ แล้วจึงพบว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว
และเสิ่นเสวียนเริ่มเก็บตัวฝึกฝนอีกครั้งที่นี่
ในตอนกลางคืนเขายังคงเคลื่อนไหวไปกับแส้ของเขา แส้นี้สร้างขึ้นจากเพลิงวิญญาณใช้เพื่อขับไล่และโจมตีวิญญาณ ในระหว่างที่ปกป้องเสิ่นเลี่ยนเขาพบว่าพลังของตนเองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพลังที่หยุดนิ่งไปมีแนวโน้มที่จะก้าวหน้าขึ้นอีกครั้ง
พลังที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าเขากำลังจะเลื่อนขั้นหากเลื่อนขั้นขึ้นไปอีกก็จะอยู่ในขั้นแก่นทองคำระดับปลายอย่างแท้จริงอยู่ห่างจากขั้นหยวนก่อกำเนิดอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
มีเรื่องดีเกิดขึ้นเช่นนี้เสิ่นเสวียนจะรอช้าได้อย่างไร เขาต้องพยายามให้ถึงที่สุดไม่ยอมเสียเวลาไปแม้แต่น้อย
หลังจากผ่านการหลอมรวมมาแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืนสถานการณ์ของเสิ่นเลี่ยนดีกว่าก่อนหน้านี้มาก แม้เขายังนั่งอยู่ที่เดิมแต่ไอพลังกลับมั่นคงมากในหยินมีหยาง ในหยางมีหยิน ทุกอย่างสมดุลกันอย่างน่าเหลือเชื่อ
ระหว่างที่ขับไล่วิญญาณออกไปเสิ่นเสวียนปล่อยให้วิญญาณเข้าไปรบกวนเสิ่นเลี่ยนอยู่ครั้งสองครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนเพลิงวิญญาณของเสิ่นเลี่ยนทำลายจนแตกสลายไป
สิบวันต่อมา
เริ่นเสี้ยวเทียนซ่อนตัวอยู่ข้างๆกำลังกินอาหารดื่มสุรามื้อใหญ่ รังของราชามารตะวันตกอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกลทุกวันราชามารตะวันตกจะกลับไปเอาของมาให้เริ่นเสี้ยวเทียนหลายวันที่ผ่านมาทำให้เขาพบว่าเสิ่นเสวียนใช้แอ่งเถียนซือเป็นสถานที่ฝึกตนไปแล้ว
และหลายวันที่ผ่านมานี้พวกเขาได้เห็นการเติบโตขึ้นของเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนจริงๆ
เสิ่นเสวียนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเพราะพวกเขามิอาจมองเห็นได้แต่เสิ่นเลี่ยนกลับต่างออกไป
ก่อนหน้านี้เขายังมีพลังยุทธ์อยู่ในขั้นแม่ทัพระดับกลางอยู่เลย
ผ่านไปเพียงสิบวันกลับถึงขั้นแม่ทัพระดับสูงสุดเทียบได้กับขั้นกึ่งก้าวบรรพบุรุษแล้ว!
ความก้าวหน้าเช่นนี้หากไม่ใช่ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ด้วยคงไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด
“ตอนนี้เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง”
เสิ่นเสวียนกล่าวถามเสิ่นเลี่ยนภายในแอ่งเถียนซือ
ตอนนี้เป็นตอนกลางวันแต่หลังจากผ่านความทรมานหลายวันก่อนมาได้ ส่วนแอ่งเถียนซือก็ถูกพวกเขากำราบไปบ้างแล้วเสิ่นเลี่ยนสะบัดแขนตนเองพลางกล่าวกับเสิ่นเสวียนด้วยสีหน้าปลื้มปีติ“ขอบคุณท่านผู้นำ ตอนนี้ข้าสามารถแปรเปลี่ยนหยินหยางได้อย่างอิสระแล้วแต่ตอนกลางวันนางยังไม่กล้าออกมา”
“ไม่เป็นไรสิ่งนี้เจ้าต้องฝึกฝนไปอีกนาน จำไว้ว่าความหมั่นเพียรชดเชยความอ่อนแอได้”
“ขอรับ”
เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าเสิ่นเสวียนเปิดประตูสู่โลกนี้ให้กับเขาแล้ว นับเป็นอาจารย์ของเขาไปทั้งชีวิต
“ไปเถอะหิวแล้วใช่ไหม ทางนั้นมีของกิน”
ขณะที่กล่าวเสิ่นเสวียนก็ออกแรงที่ฝ่าเท้ากระโดดมาอยู่เบื้องหน้าเริ่นเสี้ยวเทียนและราชามารตะวันตกที่กำลังกินดื่มกันอยู่เสิ่นเลี่ยนก็กระโดดตามขึ้นมาโดยไม่ลังเล
“ในที่สุดเจ้าก็ออกมาเสียทีข้านึกว่าต้องรอไปอีกสิบวันหรือครึ่งเดือน”
เริ่นเสี้ยวเทียนเห็นเสิ่นเสวียนกลับมาก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อยเขาสาบานว่าหลังจากนี้หากเห็นเสิ่นเสวียนทำบางอย่างที่น่าตกใจอีกเขาจะสงบจิตสงบใจเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหากไปเทียบกับคนแบบนี้อาจถึงตายได้ง่ายๆ
“จริงๆก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ข้านะ เขาต่างหาก”
เสิ่นเสวียนชี้ไปทางเสิ่นเลี่ยนพลางยิ้มแล้วกล่าว
“ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้พรสวรรค์เช่นนี้ ไม่เลว! ไม่เลวเลยทีเดียว!”
ราชามารตะวันตกมองเสิ่นเลี่ยนเขาพยักหน้า อยากรับมาเป็นศิษย์เหลือเกิน
“ศิษย์ของข้าต้องมีพรสวรรค์เหมือนข้าอยู่แล้วฮ่าๆ”
ระหว่างที่กล่าวเสิ่นเสวียนยกจอกสุราขึ้นชนกับราชามารตะวันตกและเริ่นเสี้ยวเทียนแล้วดื่มเข้าไปหมดจอก
“ใช่แล้วพวกเจ้าทำอะไรอยู่ในนั้นหรือและข้ายังสัมผัสได้ว่าไอพลังของเจ้าหนุ่มนั่นเหมือนกับสตรีของข้าเลย”
ราชามารตะวันตกถามเสิ่นเสวียนด้วยความสงสัย
“เป็นการฝึกความกล้าหาญแต่สตรีของท่านนับจากนี้ไปจะไม่ใช่ของท่านแล้ว แต่เป็นร่างร่วมกำเนิดของศิษย์ข้า”
เสิ่นเสวียนกล่าวอย่างร่าเริง