ในสำนักงานประธาน สถานบันเทิงไห่เยว่เทียนตี้
โจวเหวินเชา กับ ต่งเทียนปา นั่งเอนกายสบายๆ บนโซฟา ตรงข้ามของเขามี เซี่ยเหล่าลิ่วประธานไห่เยว่เทียนตี้ นั่งตัวตรงแสดงให้เห็นถึงความเคารพ
แม้ว่าเซี่ยเหล่าลิ่วจะเป็นอสรพิษในจิงหลินแต่เขาก็สามารถต่อรองกับผู้ว่าการเทศมณฑลได้ แต่ว่าเขาไม่กล้าต่อกรกับคนระดับสูงในชางชาน ดังนั้นเขาจึงยิ้มด้วยความเคารพ
“คุณชายทั้งสองไม่ทราบว่าพวกคุณมาทำอะไรในจิงหลินหรอครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยอะไรก็บอกกล่าวมาได้เลย ผมจะทำให้ดีที่สุด” เซี่ยเหล่าลิ่วพูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
โจวเหวินเชายังไม่ทันพูด แต่ต่งเทียนปาก็พูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “เซี่ยเหล่าลิ่วผมได้ยินมาว่า ไห่เยว่กรุ๊ปเลือกที่จะอยู่เฉยๆ หลังจากทีมของเทศบาลเมืองส่งคนมาตรวจสอบเรื่องโครงการจุดชมวิวในภูเขากวนซาน ทั้งนี้ทางเทศบาลเมืองยังได้ตรวจสอบคดีทุบตีชาวบ้านโดยคนของไห่เยว่กรุ๊ป ส่วนหลัวกังก็ถูกจับกุมแล้วใช่ไหม”
เซี่ยเหล่าลิ่วรู้สึกหดหู่ใจมาก เขาไม่เคยเลยว่าหลัวกังที่ไปมีความขัดแย้งกับนายกเทศมนตรีตำบลกวนซานจะพบจุดจบโดยการเป็นฝ่ายถูกจับกุม ขณะที่หลิวชิงหยู่ถูกปล่อยตัว หลังจากนั้นระหว่างที่เขากำลังอยู่ที่ไห่เยว่เทียนตี้ ไห่เยว่เทียนตี้ก็ถูกสั่งระงับกิจการชั่วคราว ตอนนี้คนของฝ่ายความมั่นคงประจำเทศบาลเมืองได้สั่งอายัดบัญชีโดยบอกว่าจำเป็นต้องตรวจสอบที่มารายได้ของไห่เยว่เทียนตี้อย่างละเอียด มันทำให้เซี่ยเหล่าลิ่วรู้สึกหดหู่อย่างมาก เขาถือสมุดบัญชีธนาคารไปยังที่ต่างๆ เพื่อทำธุรกรรมแต่ก็ถูกทางเทศมณฑลแจ้งว่าไม่แทรกแซงเรื่องนี้ได้ ซึ่งเสวี่ยเหวินหลงก็ไม่มีอำนาจจะทำอะไรได้
ความรู้สึกไร้ซึ่งพลังอำนาจนี้ทำให้เซี่ยเหล่าลิ่วเจ็บปวดมาก แต่ในคืนนี้จู่ๆ เขาก็ได้รับสายจาก เสวี่ยเหวินหลงและบอกว่ามีคุณชายสองคนกำลังเดินทางมาจิงหลิน เขาบอกว่าพวกเขาจะสามารถแก้ไขปัญหาของไห่เยว่กรุ๊ปได้ ภายใต้คำแนะนำนี้เซี่ยเหล่าลิ่วจึงไม่มีทางเลือกนอกจากกัดฟันเชื่อ และทำการต้อนรับคุณชายทั้งสอง เมื่อเขาได้ยินคำถามของต่งเทียนปาเขาก็ดีใจ เพราะเขาคิดไม่ถึงว่าต่งเทียนปาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมาก่อน
เซี่ยเหล่าลิ่วรีบพูดว่า “คุณชายตง คุณชายโจว หลัวกังมีความผิดจริงๆ ”
ก่อนที่เซี่ยเหล่าลิ่วจะพูดจบ โจวเหวินเชาก็พูดขึ้นว่า “เซี่ยเหล่าลิ่วไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้นเราได้อ่านเนื้อหาทั้งหมดของรายงานการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เรื่องหลัวกังคงบอกได้อย่างเดียวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเขา เพราะคดีของเขาได้มีการพิจารณาตัดสินแล้ว หากเราฝืนทำอะไรบุ่มบ่าม สุดท้ายความเสี่ยงจะย้อนมาทำร้ายเรา ดังนั้นเรื่องของหลัวกังเราไม่สามารถช่วยได้จริงๆ ดังนั้นอย่าได้พูดถึงมันอีก”
เซี่ยเหล่าลิ่วได้ยินโจวเหวินเชาพูดแบบนี้ใบหน้าของเขาก็ฉายความขมขื่น เขาไม่คิดว่าโจวเหวินเชาจะพูดออกมาตรงๆ เช่นนี้ ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย
โจวเหวินเชายิ้มไปที่เซี่ยเหล่าลิ่วด้วยความเย้ยหยัน แล้วพูดว่า “เซี่ยเหล่าลิ่ว อย่าคิดว่าพ่อของพวกเราจะสามารถทำอะไรก็ได้ ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งเคลื่อนไหวได้ลำบาก ยิ่งคุณทำงานที่มีแนวทางตรงข้ามกับฝ่ายรัฐบาลดังนั้นผลที่ตามมาย่อมร้ายแรง คุณควรรู้ว่า สิ่งที่เราสามารถทำได้ตอนนี้คือช่วยคุณกับไห่เยว่กรุ๊ปเท่านั้น แค่นี้เราก็เสี่ยงมากพอแล้ว”
คำพูดของโจวเหวินเชาเหมือนเป็นคำเตือน เซี่ยเหล่าลิ่วพูดขึ้นว่า “ผมเข้าใจแล้ว คุณชายโจว ที่มาจิงหลินครั้งนี้พวกคุณคงไม่ได้มาแบบไม่มีวัตถุประสงค์ใช่ไหม”
เซี่ยเหล่าลิ่วไม่ได้โง่เขารู้ดีว่าการที่ ทั้งสองปรากฏตัวขึ้นและตรงมาที่ไห่เยว่กรุ๊ปเพราะมีจุดประสงค์เป้าหมาย
โจวเหวินเชายิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “คุณเดาถูกแล้ว เรามาที่นี่โดยมีจุดประสงค์อยู่ที่โครงการภูเขาชุ่ยผิง เราต้องการส่วนแบ่งผลประกอบการจากโครงการนี้ และเพื่อตอกหน้าหลิวชิงหยู่ผ่านโครงการนี้ ดังนั้นเรื่องนี้เราจึงร่วมมือกันได้ อีกอย่างที่คุณต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ และลูกน้องของคุณถูกจับไปก็เพราะหลิวชิงหยู่ใช่ไหมล่ะ”
เซี่ยเหล่าลิ่วได้ยินชื่อหลิวชิงหยู่สายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เขารู้ดีว่าถ้าไม่มีหลิวชิงหยู่เขาคงทำเงินได้มากมายจากโครงการ แต่เขาไม่คิดมาก่อนว่าหลิวชิงหยู่จะทำลายแผนของเขาและทำให้ไห่เยว่กรุ๊ปเข้าสู่สภาวะวิกฤต ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหา ผมยินดีร่วมมือเพื่อสั่งสอนหลิวชิงอยู่ด้วยโครงการนี้ แต่ผมไม่รู้ว่าคุณชายทั้งสองมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
โจวเหวินเชาพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “ผมได้ยินมาว่า คุณกับหูเกาได้ตกลงเกี่ยวกับส่วนแบ่งผลประกอบการ สามต่อเจ็ด แต่ตอนนี้มีเราเข้ามาร่วมด้วย ผมคิดว่าหูเกาควรได้รับสอง คุณได้สองครึ่ง และผมกับเทียนปา จำนวนห้าครึ่งคุณคิดอย่างไรกับตัวเลขนี้”
ได้ยินคำพูดของโจวเหวินเชา เซี่ยเหล่าลิ่วก็แทบกระอักเลือด เขาไม่คิดเลยว่าโจวเหวินเชาคนนี้จะขูดเลือดขูดเนื้อเขาถึงขนาดนี้
เซี่ยเหล่าลิ่วเห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจว่า “คุณชายโจว ผมว่าควรจะเพิ่มส่วนของผมให้เหมาะสมกว่านี้หน่อย”
ใบหน้าโจวเหวินเชาหม่อนหมองลงแล้วพูดขึ้นว่า “เพิ่มหรอ คุณต้องการเพิ่มเท่าไหร่ล่ะ คุณรู้ไหมว่าถ้าผมกับเทียนปาไม่ยื่นมือเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไห่เยว่กรุ๊ปจะถูกระงับกิจการและพังทลายลง ซึ่งคุณเองก็จะถูกทางเทศบาลเมืองกุมตัวไปสอบสวนแล้วยังกล้าต่อรองเงื่อนไขกับเราอีกหรอ”
เซี่ยเหล่าลิ่วเห็นว่าโจวเหวินเชา กำลังเบนเข็มหลบเลี่ยงข้อเสนอเขา เขาก็ตกตะลึง เขาตระหนักได้ว่าในตอนนี้เขาถูกบีบต้อนให้จนมุม และทั้งสองก็เป็นคนที่มีสถานะ พวกเขาไม่ใช่คนโง่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงพูดออกไปว่า “ในเมื่อคุณชายโจวพูดถึงขนาดนี้ ผมตกลงร่วมมือก็ได้ ไม่ทราบว่าคุณชายโจวมีอะไรให้ผมต้องทำอีกหรือไม่”
โจวเหวินเชาพูดตำหนิเซี่ยเหล่าลิ่วเล็กน้อยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกว่า “เซี่ยเหล่าลิ่ว ผมหวังว่าจะไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก มิฉะนั้นผมคงปกป้องคุณไม่ได้”
เซี่ยเหล่าลิ่วกัดฟันแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลคุณชายโจว มันจะไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
โจวเหวินเชาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วเดินออกไปทันที “เซี่ยเหล่าลิ่ว ผมรู้ว่าคุณอาจไม่พอใจ แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือพวกคุณที่เป็นแค่นักเลงข้างถนน หากต้องการเติบโตต้องมีคนอย่างพวกผมคอยสนับสนุน มิฉะนั้นพวกเราแค่โทรศัพท์สายเดียวแก๊งของคุณก็จะหายไปทันที” หลังจากพูดจบทั้งสองก็เดินออกไป
เซี่ยเหล่าลิ่วทำได้เพียงเดินตามหลังและส่งทั้งสองออกไปเท่านั้น
หลังจากขึ้นรถไปแล้ว พวกเขาก็ตรงไปยังโรงแรมหรูระดับสามดาวซึ่งเป็นที่พักของพวกเขา
หลังจากเข้ามาในห้อง ต่งเทียนปาก็กล่าวขึ้นด้วยความกังวลว่า “เหล่าโจวแม้นายจะไม่ชอบเซี่ยเหล่าลิ่ว แต่ให้ส่วนแบ่งแค่นั้นมันไม่น้อยไปหรอ”
โจวเหวินเชาหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร เซี่ยเหล่าลิ่วได้แค่นั้นก็น่าจะพอใจแล้ว หากไม่มีพวกเรา เขาคงไม่สามารถรักษาไห่เยว่กรุ๊ปเอาไว้ได้ ดังนั้นเขาไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับเรา เหล่าตงไม่ต้องกังวล ด้วยประสบการณ์ของฉันมันไม่มีทางพลาดแน่นอน ตราบที่เซี่ยเหล่าลิ่วซื่อสัตย์กับเรา เราจะทำให้เขาร่ำรวย หากเขาไม่พอใจและแอบทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ลับหลังเรา เราจะทำลายเขาให้สิ้นซาก เอาจริงๆ เซี่ยเหล่าลิ่วเป็นคนฉลาด มิฉะนั้นเสวี่ยเหวินหลงคงไม่สนับสนุนเขาหรอก บางทีเราอาจจะจัดการกับหลิวชิงหยู่และโครงการชุ่ยผิงได้”
บ่ายวันถัดมา เมื่อหลิวชิงหยู่กลับมากวนซานผลตัดสินคดีพวกหลัวกังก็ได้ออกมา พวกหลัวกังที่ทำร้ายชาวบ้านถูกจับกุมตามกฎหมาย และถูกลงโทษตามความผิด ส่วนไห่เยว่กรุ๊ปถูกปรับห้าแสนหยวน พร้อมระงับกิจการสามวัน เพื่อแก้ไขความประพฤติ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยจากทางเทศมณฑล ส่วนทางด้านฟู่จ้งเฉวียนกับเหอจื่อฮวาที่คุมตัวหลิวชิงหยู่ไป ก็ถูกสอบสวนพร้อมโดนตำหนิโดยเหล่าคณะกรรมาธิการเทศมณฑล
เมื่อเห็นผลการตัดสินหลิวชิงหยู่เขาก็ขมวดคิ้ว เขาคิดว่าไห่เยว่กรุ๊ปจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้แต่สุดท้ายผลกรรมทั้งหมดกลับไปตกที่พวกหลัวกัง แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าพวกหลัวกังมีไห่เยว่กรุ๊ปสนับสนุนจึงกล้าหยิ่งผยอง แต่ไห่เยว่กรุ๊ปกลับถูกลงโทษโดยการปรับเงินจำนวนห้าแสนหยวนและระงับกิจการชั่วคราว ดูยังไงก็เบาเกินไป
และในขณะที่หลิวชิงหยู่กำลังไม่สบอารมณ์ หวางตงหยาง ผู้อำนวยการศูนย์ราชการก็โทรเข้ามา “นายกหลิว ทางเทศมณฑลแจ้งให้คุณไปที่เทศมณฑล ทางเทศบาลจะเข้าร่วมประชุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้”