ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-151 มอบยาแก้พิษให้ภรรยา

    เห็นสายตาคู่นั้นของมู่เจาเจาที่มองมา เฟิงโหรวไม่กลัวเลยสักนิด ยึดที่นั่งเป็นของตัวเอง แล้วหันไปพูดกับหลินอู๋เฉินอย่างสนิทสนม

    “นี่อู๋เฉิน คณะกรรมการฯ ชื่นชมความสามารถเธอมาก พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าปีหน้า เธอเองก็จะทำผลงานได้ดีเช่นกัน แต่ก่อนหน้านั้นอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงคือการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมลฑล ในฐานะที่เธอเป็นตัวแทนของมหาลัย เธอต้องไม่พลาดนะรู้ไหม ผู้ชนะอันดับ 1 ได้เงิน 5 แสนหยวน อาจารย์รู้ว่าสำหรับเธอเงินพวกนี้ไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่าเป็นเงินรางวัลจากน้ำพักน้ำแรง หวังว่าเธอจะยินดีร่วมแข่งนะ”

    “อาจารย์เฟิง แข่งที่หยูโจวจบหมาดๆ เองนะ ให้ฉันได้พักก่อนแล้วกัน” หลินอู๋เฉินตอบ หยิบข้าวกล่องในห้องที่อาจารย์มู่สั่งขึ้นมาทาน

    “ไม่ให้อาจารย์พึ่งพาเธอแล้วจะพึ่งพาใคร ในชุนเหลียนตอนนี้คนที่เก่งที่สุดก็คือเธอ”

    “แล้วเป่ยถังเมี่ยน?”

    เฟิงโหรวระบายลมจากปาก น้ำเสียงเจือความดูแคลน “เหอะๆ ฟังว่าเขาเพิ่งกลับมาถึงชุนเหลียน ตอนนี้ยังไม่เข้าเรียนเลย สงสัยคงเจ็บใจที่ตัวเองแพ้ เขาไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น พวกขี้ขลาดไม่ยอมรับความจริง สงสัยต้องขอทุนนักศึกษาเรียนดีคืนละมั้ง”

    จากการครั้งนั้นที่หยูโจว เป่ยถังเมี่ยนมีสภาพอนาถ เขาทำตัวเองแท้ๆ จะโทษใครได้ล่ะ

    “นี่อาจารย์เฟิง คุยธุระเสร็จแล้วใช่ไหมคะ ฉันจะได้อยู่กับลูกศิษย์ฉันสองคน” มู่เจาเจารู้สึกขัดหูขัดตา เป็นเธอเองที่คะยั้นคะยอให้เขาไปแข่งกับอาจารย์เฟิง แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกผิด ขัดหูขัดตาอาจารย์เฟิงนัก

    รีบๆ ออกไปสักทีสินางบ้า!

    เฟิงโหรวเห็นกล่องข้าวของทั้งคู่ ก่อนจะอมยิ้มเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นยืน ตามด้วยกล่าว “ไปก็ได้ แต่ว่าวันหลังเดี๋ยวจะซื้อข้าวมาให้ทาน วันนี้กลับก่อนละ”

    ประตูห้องถูกปิด ลงกลอนล็อคประตูป้องกันคนเข้ามาหลังจากเฟิงโหรวออกไป มู่เจาเจาจึงได้ถอนหายใจโล่งอก

    “เป็นอะไรของอาจารย์ หรือว่ากลัวอาจารย์เฟิง?”

    “เปล่าหรอก แค่...อาจารย์ไม่ชอบมีตัวเกะกะมาป้วนเปี้ยนเวลากินข้าวน่ะ เดี๋ยวจะกินไม่อร่อยเสียเปล่าๆ”

    “งั้นเหรอ...นึกว่าอาจารย์หึงฉันซะอีก”

    “ใครหึง? นั่งอยู่ทำไม รีบๆ กินสิ ของโปรดอาจารย์ทั้งนั้น เดี๋ยวก็เย็นชืดหมดหรอก” เธอถลึงตามองโกรธๆ

    “มีแต่ของโปรดอาจารย์ แล้วไม่มีของโปรดฉันบ้างเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง

    “แล้วเธออยากกินอะไร”

    “อาจารย์ไง”

    “ทะลึ่ง! รีบๆ กินให้เสร็จ อาจารย์มีเอกสารที่ต้องเคลียร์ ส่วนเธอเองก็มีงานในโรงพยาบาลชุนเหลียนไม่ใช่เหรอ”

    มู่เจาเจาหน้าร้อนผ่าว หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาอ้าง แต่ในความจริงดีใจเป็นอย่างยิ่ง

    ..........

    โรงพยาบาลชุนเหลียน

    ระหว่างขับรถมาทำการรักษาที่นี่ หลินอู๋เฉินได้รับข้อความที่ส่งมาจากซูฉางผิง ผู้หญิงที่มีปานสีดำอัปลักษณ์บนใบหน้า ดูเหมือนว่าเธอตัดสินใจมาอยู่ที่ชุนเหลียนแล้ว

    เพื่อรักษาใบหน้าให้สวยเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจึงจากหยูโจวมาที่นี่ โดยข้อความบอกว่าพักอยู่ในโรงแรม'จักรพรรดิ'นี่คืโรงแรมระดับไฮเอนด์ เรียบหรูยิ่งกว่าโรงแรมการ์เด้นกรีนของเขาเสียอีก

    หลินอู๋เฉินรับปากว่าจะไปรักษาให้เธอราว 5 โมงเย็น จากนั้นเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋า เดินเข้าไปในวอร์ดรักษาผู้ป่วย

    เหวินจิ้งอีคล้ายมารออยู่ก่อน เห็นว่าเธอมาทำงานปกติหลังจากผ่านเรื่องร้ายเมื่อวาน เขาพลันรู้สึกเบาใจลง

    “นี่....เมื่อวาน...เกิดอะไรขึ้นเหรอ” เธอถาม น้ำเสียงทอแววสั่นเครือ คล้ายกับยังมีเรื่องที่คาใจ

    หลินอู๋เฉินตอบเสียงเรียบ “ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ถูกซุ่มโจมตี และจากที่ฉันคาดเดามันคงเป็นคนที่อยากให้ฉันตาย”

    “อะไรนะ เป้าหมายคือเธอ! เธอไปขัดประโยชน์ของใครเข้าล่ะ บอกฉันมาได้เลยนะ” เหวินจิ้งอีเป็นห่วง ถึงขนาดเข้ามาเกาะกุมมือ โชคดีที่เถียนเล่า สามีราคาถูกไม่ได้อยู่แถวนี้ ไม่งั้นคงต้องมีคำอธิบายดีๆ

    หลินอู๋เฉินไม่ได้ปัดป้องมือของเธอ หากตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ “ขัดประโยชน์ของใครเหรอ พิจารณาจากกลุ่มคนที่เข้ามาโจมตีเราสองคนเมื่อวาน ดูยังไงก็รู้ว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับคนที่ถูกกัดในโรงพยาบาล หรือจะพูดง่ายๆ พวกเขาคือ'มนุษย์ตะขาบ'นั่นเอง และไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่เป็นเป้าหมาย แต่เธอที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลก็เหมือนกัน”

    “อะไรกัน ปรากฏว่าเป็นพวกเขาสินะ...” เหวินจิ้งอีถึงกับไร้เรี่ยวแรง หมดสภาพ ห่อเหี่ยวจนแทบยืนไม่ไหว

    มนุษย์ตะขาบน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง แรกเห็นก็ทำให้เธอสลบ หากพวกเขามั่นหมายเอาชีวิตน้อยๆ ต่อให้มีอีกสักร้อยชีวิต ก็คงไม่พอสำหรับเหวินจิ้งอี

    “เลิกเกาะแกะได้แล้ว ฉันจะทำงาน เธอไปนั่งพักก่อนเถอะ” หลินอู๋เฉินวางเธอลงบนเก้าอี้ แล้วเข้าไปในห้องผู้ป่วย

    สำหรับเหวินจิ้งอีตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพมืดแปดด้าน ไม่รู้ว่าจะป้องกันตัวเองยังไงดี จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอเองก็พอจะรู้ว่าพวกเขาน่ากลัวมาก เป็นไปได้ยากที่คนทั่วไปจะป้องกันตัวเอง

    “ไม่ได้การ แบบนี้ฉันต้องรีบหาทีมรักษาความปลอดภัยให้มาดูแล ว่าแต่จะเอาทีมไหนดีล่ะ” เหวินจิ้งอีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ในชุนเหลียนบริษัทรักษาความปลอดภัยมีชื่อเสียงการันตีคุณภาพก็มีอยู่ด้วยกันสามแห่ง

    หนึ่งตระกูลซ่ง สองสือ สามอี้

    หลังจากครุ่นคิดอยู่นานสองนานเธอจึงได้ข้อสรุป ใช้ตระกูลซ่งซึ่งตอนนี้ได้เข้ามาควบคุมธุรกิจสองตระกูล ทำให้กิจการยิ่งใหญ่กว่าเดิม เหมาะรับหน้าที่คุ้มกันเธอและครอบครัว

    ...........

    เวลาผ่านไปพักใหญ่ หลินอู๋เฉินถึงได้เดินออกมาจากห้องผู้ป่วย ก็เห็นว่านอกจากเหวินจิ้งอีที่รออยู่ยังมีครอบครัวซูเพิ่มเข้ามา

    ซูเฉียนเฉียนผู้นั่งอยู่บนรถเข็น ทันทีที่เห็นหน้าตาของเขาถึงกับก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตา ผิดกับซูเมิ่งหรัน รายนั้นรีบปรี่เข้าไปถามไถ่ทันที

    “คุณหลิน รักษาพวกเธอเสร็จแล้วเหรอคะ สภาพร่างกายตอนนี้ของผู้ป่วยเป็นยังไงบ้าง”

    หลินอู๋เฉินไม่รังเกียจที่จะตอบคำถาม “อยู่ในระยะพักฟื้น คาดว่าพรุ่งนี้คงตื่นจากการหลับใหลแสนยาวนาน”

    “เอ๋...วิเศษจัง”

    “แล้วนี่มาตรวจประจำปีกันเหรอ”

    “เปล่า ฉันเล่าเรื่องที่พวกเราคุยกันเมื่อวานให้เขาฟัง ยังไงเธอก็รับปากแล้วนี่นา เพราะงั้นฝากด้วยล่ะ” ไม่รู้ว่าเพราะได้คุยกับนายผู้เฒ่าซูหรือเปล่า สีหน้าเหวินจิ้งอีถึงได้ดูดีอย่างเห็นได้ชัด

    ผู้นำตระกูลซูก้าวมาด้านหน้า น้ำเสียงมีความกระตือรือร้นหลายส่วน “คุณหลิน ได้โปรดช่วยลูกสาวของผมด้วย เธอต้องทนทุกข์ทรมานอยู่บนรถเข็นมาสิบปีแล้ว ผมเองก็อยากให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไป หวังว่าคุณจะช่วยเราตระกูลซู”

    หลินอู๋เฉินปรายตามองซูเฉียนเฉียนเล็กน้อย อีกฝ่ายเมื่อรับรู้ถึงสายตา ก็หน้าร้อนผ่าว ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองปฏิเสธแข็งขันว่าไม่มีใครรักษาได้ เพียงแต่หลังจากรู้ว่าหลินอู๋เฉินคือของจริงไม่เหมือนกับสวีข่าย เจ้าสิบแปดมงกุฎจอมหลอกลวงนั่น จิตใจก็กระดากอาย ไม่กล้าสู้หน้า

    “ไว้ฉันจะรักษาแล้วกัน เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้”

    “ได้ครับ ผมรอมาเป็นสิบๆ ปี แล้ว แค่รออีกหน่อยจะเป็นไรไป”

    หลังจากนั้นพวกเขาแลกการติดต่อกัน

    นายผู้เฒ่าซูกลับบ้านไปพร้อมกับความหวัง เช่นเดียวกับลูกสาวที่นั่งอยู่บนวิวแชร์

    หลินอู่เฉินยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู พบว่ายังเหลือเวลาก่อนนัดของซูฉางผิง จึงเดินทางไปที่ฉู่หลง เพื่อพบหน้าภรรยาปลอมๆ ที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน

    “สามี ช่วงนี้คุณยุ่งมากเหรอคะ ถึงไม่ได้มาอยู่กับฉัน” หยางลู่ซือเข้ามากอด ทำตัวออดอ้อน ราวกับลูกแมวตัวเล็กๆ

    หลินอู๋เฉินลูบศีรษะเธอ พลางบอกว่า “ใช่ ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ไหนจะเรื่องเรียน เรื่องสอบปิดเทอมใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอีกสัปดาห์หน้า และเรื่องของผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุนเหลียนที่กำลังรักษา แถมเมื่อวานยังถูกพวกมันเล่นงาน...”

    “อะไรนะคะ คุณถูกคนเล่นงาน มันเป็นใคร ได้โปรดบอกฉันมา!”

    เจตนาฆ่าถูกปล่อยออกมาจากหญิงสาวหน้าตางดงามราวเทพธิดา!

    หยางลู่ซือหลงรักหลินอู๋เฉินมาก มันเป็นความรักบริสุทธิ์ ทำทุกอย่างได้เพื่อเขา เช่นก่อนหน้านี้ที่เข่นฆ่าคนตระกูลหวัง

    “คนที่เล่นงานฉัน… มนุษย์ตะขาบ”

    “มนุษย์ตะขาบ...”

    ความทรงจำส่วนหนึ่งหายไป แต่เธอยังพอจดจำเกี่ยวกับการต่อสู้กับมนุษย์ตะขาบได้ พลันทำให้สีหน้าเธอบิดเบี้ยวเข้าไปใหญ่

    “นี่พวกมันกล้าถึงขนาดเล่นงานคุณ สงสัยว่ามันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ต้องฆ่าอย่าให้เหลือ!”

    “พวกมันอยู่ในเงามืด ยากที่จะหาตัว นอกจากนั้นหากเธอเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็คงจะทุกข์ใจ”

    “สามี คุณเป็นห่วงฉัน...”

    “ใครไม่ห่วงภรรยาที่สวยขนาดนี้กันล่ะ”

    หยางลู่ซือกอดก่าย ราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ ไม่ยอมปล่อยเขาไปไหน คาดว่าหากเป็นคนปกติทั่วไปถูกกอดในลักษณะนี้กระดูกคงแหลกเหลว

    รอให้เธอผละออกไป เขาจึงหยิบขวดหยกมาวางไว้บนมือเล็กๆ

    “นี่คือ...”

    “ยาแก้พิษตะขาบ ปกติแล้วโดนมันกัดจะทำให้ร่างกายเฉื่อยชา สุดท้ายก็จะเป็นอัมพาตแล้วสลบเพื่อฟักตัวอ่อนในหัวใจ ก่อนจะตายโดยไม่รู้ตัว และยาตัวนี้มีไว้แก้ทาง ก่อนเผชิญหน้ากับมันแค่ใช้ยาตัวนี้ รับรองว่าพิษของมันจะไร้พิษสง”

    หลินอู๋เฉินเคยสู้กับมนุษย์ตะขาบหลายคน เป็นเรื่องปกติที่ต้องเตรียมตัว ดังนั้นด้วยทักษะ'เทพจักรวาล'เขาจึงได้สร้างยาแก้พิษ จากตะขาบที่ถูกนำออกมาจากร่างกายของผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุนเหลียน

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน