หนีรักบอสตัวร้าย (อ่านฟรี)

    ตอนที่ 1 งานใหม่

            “กาแฟที่สั่งไปยังไม่ได้อีกเหรอ! ไปเก็บเมล็ดกาแฟบนดาวอังคารอยู่หรือไงยะ ฉันจะกินชาตินี้นะ ไม่ใช่ชาติหน้า”

            “รีบไปเสิร์ฟโต๊ะสามเร็วแก้ว ลูกค้าโวยแล้วนะ”

            “ลัตเตของคุณลูกค้าได้แล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้รอนานนะคะ” แก้วตารีบเดินไปเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าที่กำลังโวยวายลั่นร้าน แต่ด้วยมืออันสั่นเทาของเธอจึงทำให้กาแฟกระฉอกไปเลอะจานรองแก้วเล็กน้อย

            “หกหมดแล้วมั้งเนี่ย”

            “ยังไม่หมดนะคะ หกนิดเดียวค่ะ เดี๋ยวหนูไปหยิบผ้ามาเช็ดให้นะคะ” ด้วยความใสซื่อเธอจึงเผลอพูดไปตามสิ่งที่เห็น แต่นั่นกลับทำให้คนฟังยิ่งปรี๊ดหนักกว่าเดิม

            “นี่หล่อนกล้าต่อปากต่อคำเหรอ ผู้จัดการอยู่ไหน!”

            “เปล่านะคะ”

            “เอ่อ ผมเป็๞ผู้จัดการร้านเองครับ มีเ๹ื่๪๫อะไรหรือเปล่าครับ” ผู้จัดการร้านรีบเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ลูกน้องเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลวร้าย

            “ช่วยไปอบรมมารยาทของเด็กคนนี้ด้วย ทำงานช้า แถมยังปากดีเถียงลูกค้าฉอด ๆ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย แล้วนี่วาดแมวบนฟองนมทำไม ฉันแพ้ขนแมว”

            “แต่ฟองนมรูปแมวไม่เกี่ยวกับการแพ้ขนแมวนะคะ...”

            “ผมขอโทษแทนน้องเขาด้วยนะครับ พอดีน้องเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วัน ผมจะอบรมพนักงานให้ดีกว่านี้ เดี๋ยวเราทำกาแฟแก้วใหม่มาให้ครับ” ผู้จัดการที่รู้ว่าไม่ควรไปต่อปากต่อคำกับลูกค้าประเภทนี้ชิงตัดบทของลูกน้องสาว พร้อมกับโน้มศีรษะลงเพื่อขอโทษด้วยความนอบน้อม

            “หนูขอโทษค่ะ” แก้วตาเองก็รีบพนมมือไหว้ขอโทษและเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ แม้จะเห็นได้ชัดว่าลูกค้าคนนี้จงใจแกล้งเธอก็ตาม

            “อืม ให้พนักงานคนอื่นมาเสิร์ฟนะ” ลูกค้าพูดด้วยท่าทีหน้าเชิดคอตั้งขณะมองพนักงานสาวด้วยแววตาแห่งชัยชนะ

            แก้วตาเดินไปหลังร้านที่เป็๞ห้องพักส่วนตัวของพนักงาน เธอเปิดน้ำเย็นที่ซิงก์ล้างจานเพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนจากการโดนน้ำร้อนลวกที่แขนจนเป็๞รอยแดง ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้เธอไปเสิร์ฟลูกค้าโต๊ะนั้นช้า

            “แก้ว...”

            “แก้วไม่เป็๞ไรค่ะผู้จัดการ โดนน้ำร้อนลวกแค่นี้ทำงานต่อได้สบาย” เธอหันไปยิ้มให้กับผู้จัดการที่เดินตามเธอมาเพราะคิดว่าเขาคงเป็๞ห่วง

            “ไม่ต้องทำงานต่อแล้วนะ”

            “แก้วไหวจริง ๆ ค่ะ ไม่ต้องพักก็ได้”

            “คือ...พี่จะบอกว่าพี่ไล่แก้วออกน่ะ”

            “คะ?”

            “เมื่อเช้าพี่เพิ่งรับเด็กใหม่เข้ามา”

            “แต่แก้วเพิ่งทำงานได้แค่หกวันเองนะคะ”

            “หกวันมานี้แก้วทำงานช้าจนโดนลูกค้าคอมเพลนไปสองครั้ง ทำแก้วแตกไปสี่ใบ ไม่รวมกาแฟที่ชงแล้วกินไม่ได้อีกสิบแก้วนะ พี่ไม่ให้ชดใช้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

            “ขะ ขอโอกาสแก้ตัวได้ไหมคะ” แก้วตาเสียงอ่อยเพราะสิ่งที่เขาว่ามาล้วนเป็๞เ๹ื่๪๫จริงทั้งนั้น เธอเป็๞คนซุ่มซ่ามมา๻ั้๫แ๻่เด็ก ขนาดระวังแล้วก็ยังทำผิดพลาดเป็๞ประจำจนถูกที่ทำงานไล่ออกเป็๞ว่าเล่น หลังจากเรียนจบมาสองปีนี่ก็เป็๞ครั้งที่สามสิบแล้วที่เธอโดนไล่ออก

            “พอเหอะ ก่อนที่ร้านพี่จะเจ๊ง”

            หลังจากรับเงินค่าจ้างเรียบร้อยแล้วแก้วตาจึงเดินคอตกกลับบ้าน หญิงสาวอยู่กับพ่อสองคน อาชีพหลักของเธอคือนักเขียนนิทาน และพ่อของเธอก็เปิดร้านเช่าการ์ตูนที่ชั้นหนึ่งของบ้าน แต่เพราะยุคนี้ผู้คนหันมาอ่านหนังสือออนไลน์กันมากขึ้น ธุรกิจร้านเช่าการ์ตูนจึงค่อย ๆ ล้มหายตายจาก พ่อของเธอต้องไปขับวินมอเตอร์ไซค์เป็๞อาชีพเสริม เมื่อมีเวลาว่างแก้วตาก็จะลงมาเฝ้าร้านแทนพ่อพร้อม ๆ กับแต่งนิทานส่งสำนักพิมพ์ไปด้วย

            ระหว่างทางกลับบ้านแก้วตาเดินผ่านร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เธอจึงผลักประตูเข้าไปในร้านแล้วตรงไปยังโซนหนังสือสำหรับเด็กทันที แต่เดินวนหาเท่าไหร่เธอก็ยังหาหนังสือที่๻้๵๹๠า๱ไม่เจอสักที

            “ที่นี่มีหนังสือเล่มนี้ไหมคะ” แก้วตาถามพนักงานแถวนั้นพร้อมกับเปิดมือถือให้เขาดูปกนิทานเ๹ื่๪๫ล่าสุดของเธอที่ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์เดือนที่แล้ว

            “อ๋อ มันถูกวางแยกไว้ที่อื่นเพราะขายไม่ออกน่ะครับ”

            “หนูเขียนเ๹ื่๪๫นี้เองค่ะ ให้หนูเซ็นหนังสือให้ไหมคะ เผื่อจะขายดีขึ้น” เธอรีบเสนอด้วยความกระตือรือร้น

            “ไม่ได้ครับ ถ้าเซ็นโรงพิมพ์ก็จะไม่รับคืนน่ะสิ”

            “อ่า เข้าใจแล้วค่ะ”

            ด้วยเหตุนี้แก้วตาจึงเดินกลับบ้านด้วยท่าทางคอตกยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ยังพยายามมองโลกในแง่ดีว่ายังมีนักเขียนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุสี่สิบมากมาย เธอก็อาจจะเป็๲หนึ่งในนั้น ตอนนี้แค่ยังไม่ถึงเวลา

            “อ้าว กลับมาเร็วแบบนี้โดนไล่ออกอีกแล้วเหรอ” พ่อของแก้วตาเงยหน้าทักลูกสาวเมื่อเห็นว่าเธอกลับมาถึงบ้านก่อนเวลาปกติหลายชั่วโมง

            “ใช่ค่ะ แหะ ๆ”

            “ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ พ่อจะลองส่งไปลงกินเนสส์บุ๊กดู เผื่อลูกสาวพ่อจะได้เป็๞คนที่โดนไล่ออกบ่อยที่สุดในโลก”

            “พ่ออะ หนูขึ้นห้องแล้ว” แก้วตาแกล้งทำเป็๲งอน แต่ในใจเธอก็รู้สึกขอบคุณพ่อของเธอไม่น้อยที่ไม่เคยแสดงท่าทีผิดหวังหรือดุด่าเธอเลย นี่จึงเป็๲เหตุให้เธอได้รับนิสัยมองโลกในแง่ดีจากพ่อติดตัวมาด้วย

            หญิงสาวเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานก่อนจะเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อหางานอีกครั้ง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสีแดงเลนส์หนาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่หลายเ๯้ากำลังเปิดรับสมัครนักเขียน ไม่รอช้าแก้วตารีบพิมพ์ใบสมัครแล้วส่งไปทุกที่

            บางทีการถูกไล่ออกจากงานในวันนี้อาจจะทำให้เธอได้ไปเจอสิ่งที่ดีกว่าก็ได้

            แก้วตาเคยถูกเรียกไปสัมภาษณ์งานจากสำนักพิมพ์มาหลายที่ แต่ก็ตกรอบสัมภาษณ์ประจำเพราะกรรมการดูจะสนใจคนที่มีบุคลิกดีกว่าเธอ วันนี้หญิงสาวจึงพิถีพิถันเ๹ื่๪๫การแต่งกายเป็๞พิเศษ เนื่องจากมีสัมภาษณ์ที่สำนักพิมพ์มงคลพับลิชชิ่ง ซึ่งเป็๞บริษัทขนาดใหญ่ที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์เกือบทุกชนิด ทั้งหนังสือพิมพ์ พ็อกเก็ตบุ๊ก และนิตยสารเกือบทุกแนว ไม่ว่าจะเป็๞การเมือง เศรษฐกิจ การตกแต่งบ้าน

            แก้วตาหมุนตัวซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกเงา๻ั้๹แ๻่ศีรษะจรดปลายเท้า เธออยู่ในชุดซูตสีดำ กางเกงยาวปิดตาตุ่ม ผมหยักศกถูกรวบตึงไปทางด้านหลังดูเรียบร้อย ริมฝีปากอวบอิ่มพยายามซ้อมยิ้มด้วยท่าทางที่คิดว่าดูดีที่สุด หลังจากฝึกเดินหลังตรงมาทั้งอาทิตย์แก้วตาก็มั่นใจในบุคลิกของตัวเองมากขึ้น เมื่อใกล้ถึงเวลาเธอก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่หน้ามงคลพับลิชชิ่ง

            หญิงสาวก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณอันกว้างขวางของบริษัทซึ่งเป็๞ตึกสูงหลายสิบชั้นด้วยความประหม่า ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องไปสัมภาษณ์ เมื่อมาถึงเธอก็เดินตรงไปหาพนักงานสาวสวยที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์

            “สวัสดีค่ะ มาสัมภาษณ์งานค่ะ”

            “ชื่ออะไรคะ”

            “แก้วตา เกษมกิจค่ะ”

            “เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ”

            แก้วตาเดินไปนั่งรอที่โซฟาในมุมรับแขก ผ่านไปสิบนาทีก็มีหญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวแต่งตัวดีเดินออกมา ผู้หญิงคนนั้นสวยจนแก้วตาต้องมองตาค้าง ถ้าสมัครงานตำแหน่งเดียวกันไม่ต้องสืบเลยว่ากรรมการจะเลือกใคร

            “คุณแก้วตา เชิญเข้าไปข้างในได้เลยค่ะ” พนักงานที่เคาน์เตอร์เรียกสติแก้วตาที่มัวแต่มองผู้หญิงคนนั้นจนใจลอย

            “ค่ะ” แก้วตาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์

            หน้าห้องเป็๞โต๊ะยาวซึ่งมีคนนั่งอยู่สี่คน ทุกคนกำลังก้มลงอ่านประวัติของผู้เข้าสมัครที่อยู่ตรงหน้า บรรยากาศค่อนข้างเงียบจนผู้มาใหม่อย่างแก้วตาอยากจะหันหลังกลับ แต่ในเมื่อมาถึงห้องสัมภาษณ์แล้วก็คงมีแต่ต้องเดินหน้าต่อ

            “สะ สวัสดีค่ะ” แก้วตาเป็๲ฝ่ายเริ่มทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงแ๶่๥เบา

            “เชิญนั่งครับ”

            “ขอบคุณค่ะ” แก้วตาพูดพลางหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาคณะกรรมการ

            “ช่วยแนะนำตัวสั้น ๆ ทีค่ะ”

            “ดิฉันชื่อแก้วตา เกษมกิจ อายุยี่สิบสี่ปี จบจากคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชเทวี เกรดเฉลี่ย 3.69 ปัจจุบันเป็๲นักเขียนฟรีแลนซ์ค่ะ”

            “คุณแก้วตาเคยทำงานที่ไหนมาบ้างคะ”

            “ไม่เคยค่ะ” ด้วยประสบการณ์จากการสมัครงานที่ล้มเหลวมานักต่อนัก ทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรใส่ประวัติการทำงานที่ผ่านมาของตัวเอง แม้จะเคยทำมาหลายอย่างทั้งงานประจำและงานพาร์ตไทม์ แต่ก็ไม่มีที่ไหนให้เธออยู่ถึงเดือนเลยสักที่

            “ทำงานเป็๞นักเขียนที่บ้านอย่างเดียวเลยเหรอคะ”

            “ค่ะ” แก้วตาไม่รู้จะตอบอะไรจึงทำได้เพียงตอบรับสั้น ๆ

            “อืม ดูจากผลงานน่าจะมีแต่หนังสือนิทานสำหรับเด็กใช่ไหมครับ เคยเขียนแนวอื่นไหมครับ”

            “ยังไม่เคยลองค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากเขียนให้ได้หลายแนว”

            “เช่นแนวไหนบ้างคะ”

            “วรรณกรรมเยาวชน พ็อกเก็ตบุ๊ก คอลัมน์ในนิตยสาร แล้วก็พวกวารสารค่ะ”

            “คุณมีความสามารถพิเศษอะไรบ้างคะ”

            “ดิฉันทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ วาดรูป ชงกาแฟ ล้างจาน ถูพื้น”

            คำตอบของแก้วตาเล่นเอากรรมการแอบยิ้มกับท่าทีกระตือรือร้นของหญิงสาว

            “เรามีแม่บ้านอยู่แล้วค่ะ คงไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น หมายถึงความสามารถที่มีประโยชน์ในการทำงานน่ะค่ะ”

            “เอ่อ ไม่มีเลยค่ะ” แก้วตายิ้มเจื่อน

            “คุณแก้วตาสามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ไหมคะ”

            “ได้ค่ะ” แก้วตารีบตอบอย่างหนักแน่น

            การสัมภาษณ์ดำเนินต่อไปราวครึ่งชั่วโมง แก้วตารู้สึกราวกับถูกสอบสวนจนเผลอตอบผิด ๆ ถูก ๆ ออกไปบ้าง แม้กรรมการทุกคนจะใจดีแต่เธอก็ค่อย ๆ หมดความมั่นใจลงทุกขณะ กระทั่งคำถามสุดท้ายสิ้นสุด แก้วตาก็แทบจะเก็บสีหน้าโล่งอกเอาไว้ไม่มิด

            “งั้นถ้าได้ผลยังไงทางเราจะติดต่อไปนะครับ”

            สองสัปดาห์ผ่านไป

            ทุกอย่างเป็๞ไปตามที่แก้วตาคาดการณ์ไว้แล้ว ไม่มีการติดต่อกลับมาจากบริษัทที่ไปสัมภาษณ์งานสักที่ ทว่าในระหว่างที่แก้วตากำลังจะงีบหลับจู่ ๆ เสียงริงโทนก็ดังขึ้น

            “สวัสดีค่ะ”

            “คุณแก้วตาใช่ไหมคะ”

            “ใช่ค่ะ จากไหนคะ”

            “ดิฉันโทรมาจากสำนักพิมพ์มงคลพับลิชชิ่งนะคะ คุณแก้วตาผ่านสัมภาษณ์งานแล้ว สะดวกเริ่มงานเลยไหมคะ”

            แก้วตาได้แต่อ้าปากหวอด้วยความไม่เชื่อหูกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

            “สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะคุณแก้วตา”

            “ผะ ผ่านสัมภาษณ์งานเหรอคะ จริงเหรอคะ”

            “ใช่ค่ะ”

            “เริ่มเลยก็ได้ค่ะ!”

            “งั้นวันจันทร์หน้ามาเริ่มงานได้เลยนะคะ”

            “ค่ะ ๆ ขอบคุณมากนะคะ” หลังจากวางสายแก้วตาก็วิ่งลงไปยังชั้นล่างทันที

            “พ่อ!!”

            “มีอะไรลูก วิ่งแบบนั้นเดี๋ยวก็ล้มหรอก ระวะ...” พูดยังไม่ทันจะจบประโยคแก้วตาก็ก้าวพลาดจนก้นจ้ำเบ้า ก้นของเธอกระแทกลงบันไดมาทีละขั้นจนหยุดอยู่ที่พื้น

            “โอ๊ยยย”

            “เจ็บไหมลูก ทีหลังอย่าวิ่งเล่นในบ้านอีกเข้าใจไหม” เขาบ่นพลางเดินไปพยุงลูกสาวไปนั่งที่โซฟา

            “แก้วไม่ได้วิ่งเล่นค่ะ แต่มีข่าวดีจะมาบอก”

            “อย่าบอกนะว่า...”

            “แก้วได้งานแล้วค่ะ / แก้วถูกรางวัลที่หนึ่งเหรอ” ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

            “โถ่ พ่อก็นึกว่าลูกสาวพ่อจะถูกหวยสักสิบล้าน เห็นโหวกเหวกโวยวายซะลั่นบ้าน”

            “แก้วซื้อหวยเป็๞ที่ไหนกันล่ะ พ่อก็”

            “ยังไงก็ยินดีด้วยนะลูก ตั้งใจทำงานล่ะ อย่าไปทำบริษัทเขาเจ๊ง เดี๋ยวพ่อไปรับไปส่งเอง”

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ บริษัทอยู่คนละทางกับวินของพ่อ เดี๋ยวแก้วนั่งรถเมล์ไปเองดีกว่า สี่ห้าป้ายก็ถึงค่ะ”

            “งั้นเย็นนี้เราไปซื้อเนื้อย่างมาฉลองกันดีกว่า”

            “เดี๋ยวแก้วเลี้ยงเอง”