เมื่อนึกไปถึงปีเตอร์ทำให้เฮอเมียหวังอยากจะให้เขาอยู่บ้านเหลือเกินเขาจะต้องสนุกสนานกับประสบการณ์ที่เธอผ่านพบในวันนี้แน่แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็พี่ชายที่เธอทั้งรักและเคารพที่สุดบุคคลที่เธอไม่เคยปิดบังอะไรไว้จากเขาเลย เธอก็จะไม่ยอมให้เขารู้เด็ดขาดว่าเวลานี้เธอถูกผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งจูบเข้าให้แล้วไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็ปิศาจหรือมิใช่ก็ตาม..
“ปีเตอร์จะต้องหัวเราะกับความโง่เขลาของฉันแน่..”เฮอเมียครุ่นคิดอยู่ในใจ “แต่พ่อจะต้องโมโหฉันมากแน่ๆ”โดยความเป็จริงแล้ว มันไม่ได้หมายความว่าบิดาของเธอผู้เป็บาทหลวงจะโกรธไปหมดเสียทุกเื่ เพราะเขาเป็คนใจดี มีอัธยาศัยอย่างยิ่งเพียงแต่เธอสังเกตว่า ในระยะปีหลังๆั้แ่เธอเริ่มเจริญวัยกลายมาเป็สาวแรกรุ่นขึ้นมาพ่อมักไม่ใคร่ชอบฟังคำอภินันทนาการที่สุภาพบุรุษผู้มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านพักของบาทหลวงกล่าวแสดงความชื่นชมในความสวยของเธอ แม้ว่าจะไม่มากครั้งนักก็ตาม
เธอเคยได้ยินพ่อพูดกับแม่ว่าวาจาแบบนี้ไม่สมควรที่จะนำมาใช้ ไม่ว่าผู้ใช้จะเป็ใครก็ตามและเขาจะไม่ทนฟังอีกต่อไป และแม้จะรู้ว่ามันเป็การเสียมารยาทแต่เฮอเมียก็ยังแอบฟังอยู่นอกประตู ได้ยินแม่ตอบพ่อว่า
“เฮอเมียน่ะโตเป็สาวแล้วนะคะที่รักและแกก็ทั้งสวยทั้งน่ารัก เพราะฉะนั้นเป็ธรรมดาที่จะต้องมีผู้ชายมาสนใจน่าเสียดายตรงที่ว่า ในเมืองนี้มีหนุ่มโสดที่เหมาะสมกับแกอยู่น้อยคนเหลือเกิน”
“แต่ผมจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหน..ไม่ว่าเขาจะเป็ใครก็ตามมาทำให้แกต้องวุ่นวายใจแน่” สาธุคุณสแตนตัน บรู๊คตอบภรรยาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ฉันคิดว่าไม่มีใครกล้าทำอย่างนั้นหรอกค่ะ”มิสซิสบรู๊คตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แต่ฉันก็หวังว่าพี่ชายของคุณกับภรรยาของเขาจะเมตตาชวนเฮอเมียไปร่วมงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นที่เดอะฮอลล์ บ้าง อีกอย่างนึงมาริลีนก็อายุเท่ากันด้วย”
เฮอเมียถอนหายใจออกมาเบาๆไม่ปรารถนาที่จะได้ยินได้ฟังอะไรอีกต่อไป
เธอรู้อยู่แก่ใจดีว่าแม่ของเธอไม่ยอมรับความจริงที่ว่าเอิร์ล แห่ง มิลล์บรู๊คผู้เป็พี่ชายของพ่อกับภรรยาของเขาแทบจะไม่สนใจไยดีเธอเลยนับั้แ่วันที่เธออายุครบสิบแปดปีเธอไม่เคยได้รับคำเชิญให้ไปร่วมงานปาร์ตี้ใดๆ ที่จัดขึ้น ณ เดอะ ฮอลล์โดยญาติท่านนี้ทั้งสิ้น
เฮอเมียรู้ดียิ่งกว่ามารดาว่าเหตุผลนั้นเนื่องมาจากความริษยาของมาริลีน..
ตลอด่ปีสุดท้ายที่เรียนหนังสือร่วมชั้นเช่นที่ทำมาั้แ่เด็ก มาริลีนแสดงความชิงชังรังเกียจรูปร่างหน้าตาของเฮอเมียผู้เป็ญาติสนิท และไม่เคยยอมพลาดโอกาสที่จะใช้วาจาเยาะเย้ยถากถางและเนื่องจากไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาเหยียดหยันเื่หน้าตาได้ มาริลีนก็หันไม่เล่นงานเื่เสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวแทน
“ต๊าย..ชุดที่เธอใส่อยู่นี่ดูๆแล้วก็ไม่ต่างกว่าผ้าขี้ริ้วเลยนะ” มาริลีนมักจะเหน็บแนมเช่นนี้ทุกครั้งที่เฮอเมียมาถึงเดอะฮอลล์ในตอนเช้า “ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้ชอบทำตัวเป้นหุ่นไล่กาแบบนี้นัก..!”
“แหม..คำตอบมันก็ง่ายอยู่แล้วละ”เฮอเมียตอบ “ก็เพราะว่าเธอมีพ่อที่ร่ำรวยแต่ฉันมีพ่อที่ยากจนน่ะสิ”
เธอไม่ได้พูดถ้อยคำประโยคนี้ด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใดเลยแถมยังหัวเราะอย่างขบขันเสียด้วยซ้ำหากมาริลีนกลับมีสีหน้าบึ้งตึงและพยายามค้นหาอาวุธที่จะนำมาเล่นงานเฮอเมียให้เ็ปต่อไปอีก
ในความรู้สึกของเฮอเมียแล้วรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลยแม้มารดาจะอธิบายอยู่ว่ามันเป็ประเพณีที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดที่บุตรชายคนโตของครอบครัวจะต้องได้รับในทุกสิ่งทุกอย่างส่วนบุตรชายคนรองแทบจะไม่ได้อะไรเลย
“ทำไมถึงจะต้องเป็อย่างนั้นด้วยล่ะคะมาม่า?”
“แม่จะอธิบายให้ฟังนะลูก..” ผู้เป็มารดาตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “ที่ดินผืนใหญ่อย่างของท่านลุงจอห์นของลูกน่ะจะต้องเป็มรดกตกทอดจากพ่อต่อมาถึงลูกเสมอถ้าเมื่อใดก็ตามที่เงินก้อนใหญ่รวมไปถึงที่ดินผืนนั้นถูกแบ่งกันไปให้ลูกแต่ละคนในที่สุดก็จะไม่มีเ้าของที่ดินในประเทศอังกฤษเลยจะมีแต่เ้าของที่ดินผืนเล็กผืนน้อยเท่านั้น”
หล่อนหยุดเว้นระยะเพื่อดูว่าลูกสาวยังตั้งใจฟังเื่ที่หล่อนกำลังพูดอยู่หรือไม่ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า
“เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอันนี้ที่ทำให้ตระกูลขุนนางใหญ่ๆ ทั้งหลายจะต้องมอบมรดกให้กับลูกชายคนโตทั้งหมดซึ่งรวมไปถึงบรรดาศักดิ์ด้วยสำหรับลูกคนที่สอง ส่วนใหญ่ก็จะเข้ารับราชการทหารซึ่งอาจจะเป็ทหารบกหรือทหารเรือก็ตามขณะที่ลูกคนที่สามจะบวชเพื่อรับใช้พระเ้าเพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินของพ่อของเขาคอยให้ความอุปการะเลี้ยงดูต่อไปอยู่”
“อ๋อ..อย่างนี้นี่เองที่ทำให้ปาป้ากลายมาเป็นักบวช”
“ถูกต้องเลยล่ะจ้ะลูก” แม่ของเธอตอบด้วยสีหน้ายิ้มละไม “แม่คิดนะว่าถ้าพ่อของลูกมีทางเลือกเขาต้องอยากเป็ทหารมากกว่า จะยังไงก็ตามก็อย่างที่ลูกรู้นั่นแหละพ่อของลูกน่ะเป็บาทหลวงที่ยากจนมากแต่ถึงยังไงพ่อก็เป็บาทหลวงที่ดีที่สุด”
ซึ่งเออเมียก็รู้อยู่ว่าสิ่งที่มารดากล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็ความจริงเพราะบิดาของเธอนั้นความเป็คนที่มีธรรมชาติและความเป็อยู่แบบง่ายๆทำให้เขามีความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างที่สุด
พ่อของเธออยากจะให้ความช่วยเหลือใครทุกคนที่เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับแบกปัญหามาด้วยเขามีความสุขที่ได้ช่วยแก้ปัญหาและให้ความอนุเคราะห์ต่อทุกคนเขาสามารถจะนั่งรับฟังปัญหาของใครก็ตามได้เป็ชั่วโมงๆซึ่งเธอรู้ดีว่ามันเป็อะไรบางอย่างที่ท่านลุงของเธอจะไม่มีทางทำแน่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหญิงชราผู้ยากจนคนหนึ่งจะร้องทุกข์เกี่ยวกับเื่สุขภาพขณะที่ชาวไร่อีกคนหนึ่งพร่ำพรรณนาถึงความยากลำบากในการเก็บเกี่ยวพืชผลที่ไม่ใคร่ได้ผลของตน..
ถ้าชายหนุ่มคนหนึ่งพบว่าตัวเองตกอยู่ในฐานะลำบากและไม่รู้จะแก้ไขปัญหาที่กำลังพัวพันอยู่ได้อย่างไรพ่อของเธออีกนั่นแหละที่จะให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือบ่อยครั้งถึงกับลงทุนช่วยทางด้านการเงินด้วย..
“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยจนกระทั่งเมื่อเข้ามาสู่ร่มศาสนาแล้วถึงได้รู้ว่า จริงๆแล้วในโลกนี้มันมีเื่ราวน่าเศร้าเกิดอยู่มากมาย แม้แต่ในหมู่บ้านเล็กๆ ก็ตามนี่ถ้าผมเป็นักประพันธ์นะ ผมสามารถจะเขียนนิยายนับร้อยๆ เล่มขึ้นจากเื่ราวต่างๆที่ผมได้รับฟังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันบางที..นั่นอาจจะเป็สิ่งที่ผมจะทำต่อไปในวันข้างหน้าก็ได้”ท่านสาธุคุณกล่าวกับภรรยาในวันหนึ่ง
“นับเป็ความคิดที่ดีอย่างยิ่งเลยค่ะที่รัก”ภรรยาของเขาตอบ “แต่เนื่องจากตอนนี้ท่านยังใช้เวลาว่างชั่วครู่ชั่วยามออกไปขี่ม้าอยู่ฉันคิดว่าคุณคงจะต้องรอให้ตัวเองแก่จนเกินกว่าจะขี่ม้าไหวเสียก่อนจึงค่อยใช้ปากกาให้เป็ประโยชน์ฉันว่ามันน่าจะดีกว่านะคะ”
ความสุขอันยิ่งใหญ่ของท่านสาธุคุณนอกเหนือจากการอยู่บ้านกับภรรยาและลูกแล้ว ก็คือการเอาม้าของพี่ชายออกไปควบขี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอน่ฤดูหนาว
ถ้าจะกล่าวตามความจริงแล้ว ท่านเอิร์ลเป็บุคคลที่ใจกว้างกว่าภรรยามาก ท่านผู้หญิงนั่นเองที่ชอบทำให้เื่ต่างๆมันยุ่งยากมากขึ้นโดยเฉพาะภายหลังจากที่เฮอเมียไม่ได้เรียนหนังสือร่วมกับมาริลีนอีกต่อไปแล้วเธอรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่งที่จะเข้าไปขอยืมม้าที่อัดกันอยู่เต็มโรงม้าที่ เดอะฮอลล์ ซึ่งส่วนใหญ่แทบไม่ได้ออกกำลังด้วยการวิ่งควบเลย
ท่านผู้หญิงซึ่งเป็ป้าสะใภ้ของเธอนั้นเป็เพียงผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งและมีนโยบายที่จะกีดกันหลานสาวของสามีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุผลที่ว่านาง้าปกป้องลูกสาวไว้ให้ห่างจากคู่แข่งผู้ไม่พึงปรารถนา..!
เมื่อเป็เช่นนั้นมาริลีนจึงเป็สาวน้อยที่สวยเด่นอยู่ในแวดวงสังคมตามแบบที่มารดา้า..