High Human

    HH 164

            ใกล้ๆกับโลกมีสถานีอวกาศของมนุษย์ มันถูกสร้างเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน มันเป็นที่ที่ไว้สำหรับซ่อมแซมยานอวกาศ และทหารอวกาศส่วนใหญ่หลังจากจบภารกิจก็มักจะเอายานอวกาศมาตรวจเช็คที่นี่อยู่เสมอ


            หลายปีที่ผ่านมา มนุษย์ได้เติบโตขึ้นอย่างมาก สหพันธ์ที่อยู่ห่างไกลก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป นอกจากนี้พวกเขายังเข้าไปที่สหพันธ์เพื่อรับภารกิจต่างๆ จนทำให้ตอนนี้มีงานมากมายหลายตำแหน่งให้ทำ


            อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินและสวัสดิการที่ดีย่อมเป็นที่ดึงดูดใครต่อใครหลายคน ทำให้มีการแข่งขันสูงเพื่อรับโอกาสในการเข้ารับตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทหารอวกาศ ข้าราชการเกี่ยวกับอวกาศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


            และใครก็ตามที่มีความสามารถที่โดดเด่นก็มักจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษในการเข้าร่วมองค์กรโลกสมัยใหม่เพื่อมุ่งหน้าสู่สหพันธ์


            อำนาจ ชื่อเสียง และเงินตรา องค์กรโลกสมัยใหม่มีทุกอย่างครบครัน จึงไม่น่าแปลกที่คนจำนวนมากต้องการเข้าร่วม


            โจและคนอื่นๆได้มาถึงสถานีอวกาศ พวกเขาทิ้งยานบัญชาการไว้ที่นี่เพื่อซ่อมแซมจากนั้นก็ลงไปบนโลกด้วยยานขนส่ง


            ขณะนี้บนโลกได้มีคนกำลังรอพวกเขาอยู่ โดยเฉพาะมิ้นต์ประธานคนปัจจุบันได้มายืนรอต้อนรับด้วยตัวเองสร้างความสงสัยให้กับผู้ที่พบเห็น


            “ประธานกำลังรอใคร?” ใครบางคนกล่าวถามคนข้างๆ


            “เห็นว่าเป็นกองทัพกำลังกลับมาน่ะ” คนข้างๆตอบ


            “ทุกวันนี้ทหารอวกาศก็เข้าๆออกๆกันทุกวันไม่เห็นประธานจะออกมายืนรอแบบนี้เลย” คนที่กล่าวถามยังคงไม่เข้าใจ


            “ไอ้โง่ กองทัพที่ว่าเป็นกองทัพรุ่นแรกต่างหาก พวกเขาเป็นผู้บุกเบิกเมื่อหลายสิบปีก่อนและสร้างผลงานมากมายเอาไว้ และที่มนุษย์มีได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะพวกเขา” ใครก็ไม่รู้พูดด้วยความดูถูกที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องนี้ทั้งๆที่พวกเขาเป็นคนในองค์กรโลกสมัยใหม่


            “จริงดิ!!” คนที่ถูกด่าไม่โกรธสักนิดแต่กลับตกใจแทน เขาเข้าร่วมองค์โลกเมื่อสองปีที่แล้วแน่นอนว่าเคยได้ยินวีรกรรมของรุ่นบุกเบิกแต่ไม่่คยเห็นตัวเป็นๆ เท่าที่เขารู้รุ่นบุกเบิกเต็มไปด้วยเหล่าคนที่แข็งแกร่งจนไม่มีกองกำลังไหนๆเทียบได้


            หลังจากตกใจแล้วเขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “เท่าที่จำได้พี่สาวของท่านประธานก็อยู่ในรุ่นบุกเบิกนี่” ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมประธานถึงได้ออกมารอด้วยตัวเองต้องเป็นเพราะพี่สาวของเธอแน่นอน


            แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นถูกเพียงส่วนเดียวเท่านั้น กองกำลังรุ่นแรกต่างก็เป็นคนสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแกร่งแต่ยังมีผลงานมากมายที่มอบผลประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติ


            “มาแล้ว!!” มีคนตะโกนขึ้น พวกเขาเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นยานขนส่งสิบลำกำลังบินลงมา 


            ทุกคนที่ไม่เคยเห็นใบหน้าของกองกำลังรุ่นแรกต่างพากันสงสัยและตื่นเต้นที่จะได้เห็นกับตาว่าคนเหล่านั้นเป็นใคร


            มิ้นต์เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งเศร้าเสียใจ ดีใจและขมขื่น เธอมีเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องบอกกับพี่สาวได้รู้


            เมื่อยานขนส่งลงมาจอดลงบนพื้น พวกโจค่อยๆทยอยกันออกมา


            โจและคนอื่นๆพากันสงสัยว่าทำไมถึงมีคนมากมายมายืนรอ แค่พวกตนกลับมาคงไม่ต้องแห่กันมาขนาดนี้ก็ได้มั้ง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้พูดออกไป


            “พี่คะ!!” มิ้นต์โผเข้าไปกอดพี่สาวของตนด้วยความโหยหา


            “สบายดีไหม?” มายด์กล่าวถามด้วยความอ่อนโยน เธอคิดถึงน้องสาวและปู่ทุกนาที


            พอนึกขึ้นได้มายด์ก็มองไปรอบๆเพื่อหาปู่ของเธอ แต่ว่าเธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาจึงหันไปถามน้องสาวของตน “มินต์แล้วคุณปู่ล่ะ?”


            ได้ยินคำถามของพี่สาวเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ปะ…ปู่ ฮือๆ”


            มายด์รู้สึกใจหวิวเมื่อเห็นท่าทางของน้องสาวเธอจึงรีบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ปู่เป็นอะไร!?”


            “ปู่…ปู่จากไปเมื่อปีที่แล้ว” พูดจบมิ้นต์ก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆที่มองมา


            ได้ยินคำตอบของน้องสาว มายด์ราวกับโลกล่มสลายเธอตัวสั่นและทำอะไรไม่ถูกนอกจากตกใจและเสียใจ 


            สองพี่น้องเหลือแค่ปู่คนเดียวที่เป็นญาติ เมื่อปู่ได้จากไปแล้วพวกเธอก็ราวกับไร้ที่พึ่ง เหมือนเด็กน้อยที่หลงทางกับพ่อแม่


            “เข้าไปกันก่อนเถอะ” โจที่ได้ฟังทั้งสองพูดคุยและเห็นท่าทางที่ไม่ดีของหญิงสาวโจก็กล่าวขึ้นพร้อมกับบอกให้มิ้นต์พาพี่สาวเข้าไปข้างในก่อน 


            เมื่อเห็นสองพี่น้องหายเข้าไปในอาคารโจก็บอกคนอื่นๆให้ไปทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจากนั้นเขาก็เดินตามสองพี่น้องเข้าไปด้านใน 


            เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไป เหล่าผู้คนที่มายืนมุงกันก็ค่อยๆสลายไปแต่ยังมีนักข่าวที่ยังคงถ่ายทอดสดรายงานข่าวตามประสานักข่าว


            หลังจากเข้ามาข้างในแล้วโจเห็นมายด์นั่งก้มหน้าบนโซฟาพร้อมกับปิดหน้าและมีเสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาโดยมีมิ้นต์นั่งกอดพี่สาวอยู่ข้างๆและยังร้องไห้ไปด้วย


            โจเองก็ไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจยังไง ถึงแม้ว่าในชีวิตเขาจะมีคนรู้จักและเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตาแต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเหมือนกับสองพี่น้องที่สูญเสียญาติที่แท้จริงไป


            โดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วตบบ่าของทั้งสอง นี่คือการปลอบใจเท่าที่เขาจะทำได้ เมื่อปลอบใจแล้วเขาไม่รู้จะทำอะไรต่อจึงเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองออกไป


            ห้องทำงานของมิ้นต์อยู่ชั้นบนสุดทำให้มองเห็นไปได้ไกล ในความทรงจำของเขาครั้งที่แล้วตอนเขาอยู่ที่นี่มันดูล้าสมัยแต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป อาคารบ้านเรือนถูกสร้างด้วยวัสดุจากดาวดวงอื่น มันดูคล้ายพลาสติกแต่แข็งยิ่งกว่าเหล็ก ผิวของมันดูเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีภาพโฮโลแกรมติดตามอาคารสูงหรือป้ายโฆษณาเพื่อโฆษณาสินค้า


            ตอนนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนอยู่ในยุคอนาคต


            ขณะที่โจกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อยเขาก็รู้สึกว่ามีคนสะกิดที่ด้านหลังเขาจึงหันกลับไป เป็นมิ้นต์ที่เดินเข้ามาหาเขาส่วนมายด์ได้หลับไปแล้วบนโซฟาเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่สะสมกับสภาพจิตใจย่ำแย่หลังจากได้รู้ว่าปู่เธอตายไปแล้ว


            โจเหลือบไปมองมายด์ที่หลับก่อนจะหันมายิ้มให้มิ้นต์ “มีอะไรหรือเปล่า?” 


            มิ้นต์หันไปมองพี่สาวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวให้โจฟังว่า “ตอนนี้องค์กรได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นประธานแต่อำนาจของฉันก็ไม่ได้มีไปมากกว่าอีกคนเลย”


            ‘คงเป็นเรื่องการเมืองภายในสินะ’ โจคิด


            “อีกฝ่ายเป็นใคร?”


            “สินธ์ค่ะ”